เมื่ออวี๋ล่างกับเหลียนจ้งตกลงกันได้แล้วเขาก็หยิบขลุ่ยไม้ไผ่ออกมาจากอกเสื้อก่อนจะแนบมันไว้ที่ริมฝีปากทันใดนั้นก็มีเสียงแหลมเล็กดังเข้าไปในหมอก
จ้าวคั่วที่ได้ยินเสียงนี้ก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งทันทีเหล่านักศึกษาจากวิทยาลัยตงยวนสี่คนที่อยู่ข้างๆ จึงรีบเข้าไปกดตัวเขาเอาไว้
จ้าวคั่วไม่สามารถขัดขืนได้อีกต่อไปใบหน้าของเขาแดงก่ำ ดวงตามีน้ำตารื้นจ้องมองอวี๋ล่างด้วยแววตาเคียดแค้นราวกับอยากจะกัดกินเนื้อมันทั้งเป็น
เหลียนจ้งที่ตอนแรกยังรู้สึกสงสัยอวี๋ล่างอยู่บ้างนั้นแต่เมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของจ้าวคั่วแล้ว เขาก็เบาใจลงได้บ้างแล้วจากนั้นก็รู้สึกดูถูกอวี๋ล่างมากยิ่งขึ้น
ไอ้หมอนี่มันช่างไร้คุณธรรมอย่างสิ้นเชิงเลยจริงๆ
แต่ก็ดีเหมือนกันตอนนี้เขาก็กำลังต้องการพวกไม้หลักปักเลนเช่นนี้อยู่ดีพอดี
“ไปค่อยๆ เดินหน้าไป” เหลียนจ้งออกคำสั่ง อวี๋ล่างจึงเริ่มก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
...
ณที่แห่งหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในหมอกหลี่ลั่วที่กำลังรอให้หมอกจางลงได้ลืมตาขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เขาได้ยินเสียงขลุ่ย
หลี่ลั่วขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยจากนั้นก็ใช้นิ้วมือไปแตะที่ลำต้นของต้นไม้ข้างๆ เคาะเบาๆ ตามจังหวะเสียงขลุ่ย
ครู่ต่อมาเขาก็พึมพำกับตัวเองว่า “ห้าคน? น่าจะเป็นคนที่เหลียนจ้งพามาสินะ? เจ้าสองคนนี้ทำไมถึงซวยขนาดนี้”
ตอนที่ร่วมมือกันตกปลาก่อนหน้านี้หลี่ลั่วได้เตรียมการกับจ้าวคั่วและอวี๋ล่างไว้หลายเรื่องซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือการใช้เสียงขลุ่ยเพื่อส่งสัญญาณอย่างง่าย
ตามที่ตกลงกันไว้หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น คนที่ไม่ได้ถูกจับจะต้องหาวิธีช่วยเหลือหากอีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป ก็ให้พยายามไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆในวิทยาลัยหนานเฟิง
“เหลียนจ้ง…”หลี่ลั่วเม้ปากเล็กน้อย สองมือสัมผัสกับด้ามของดาบคู่ที่เอวนัยน์ตาฉายแววเย็นเยียบออกมาเล็กน้อย
“ครั้งก่อนที่ปล่อยเจ้าไปเจ้าคิดว่าข้าจัดการเจ้าไม่ได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ?”
หลี่ลั่วหันหลังกลับแล้วเดินตรงไปยังทิศทางที่เสียงขลุ่ยดังขึ้นมาโดยไม่ลังเลไม่นาน เขาก็หายตัวไปในหมอก
…
ภายในหมอกเงาร่างหลายสายกำลังค่อยๆ เดินหน้าไป
เหลียนจ้งคอยเดินประกบอวี๋ล่างเอาไว้อยู่ด้านหน้าสุดส่วนนักศึกษาจากวิทยาลัยตงยวนสี่คนที่อยู่ด้านหลังก็คุมตัวจ้าวคั่วเอาไว้
เสียงขลุ่ยยังคงดังต่อเนื่อง
เหลียนจ้งขมวดคิ้วกล่าวว่า“ทำไมยังไม่มีปฏิกิริยาอีก?”
อวี๋ล่างกล่าวอย่างจนใจ“หมอกลงหนาขนาดนี้ หลี่ลั่วอาจจะหนีไปไกลแล้วก็ได้?”
เหลียนจ้งกล่าวอย่างหงุดหงิดว่า“เร็วหน่อย อย่าทำให้พวกเราเสียเวลา”
อวี๋ล่างรีบตอบรับจากนั้นก็ออกแรงเป่าขลุ่ยเสียงดัง
ไม่มีใครสังเกตเห็นเลยว่าที่ด้านหลังนั้น หมอกวงกตได้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมารางๆ มีแสงวารีอ่อนๆเป็นประกายระยิบระยับ และในขณะที่ทุกคนต่างก็กำลังจดจ่อไปทางด้านหน้าก็มีฝ่ามือข้างหนึ่งยื่นออกมาจากในหมอกอย่างพิสดารก่อนจะปิดปากคนที่อยู่ท้ายสุดเอาไว้ หมัดอันทรงพลังได้ถูกชกเข้าใส่ศีรษะของคนผู้นั้นจนสลบในหมัดเดียว
ทว่านักศึกษาจากวิทยาลัยตงยวนอีกสามคนที่อยู่ด้านหน้าก็ตอบสนองอย่างรวดเร็วเช่นกันรีบตะโกนออกมาว่า “มีคนลอบโจมตี!”
สีหน้าของเหลียนจ้งที่อยู่ด้านหน้าพลันเปลี่ยนไปหันขวับไปมองด้านหลังทันที และในพริบตานั้นเองได้มีลูกบอลแสงสีน้ำเงินหลายลูกพุ่งออกมาจากในหมอก
เปรี้ยง!
ลูกบอลแสงระเบิดออกมีระเบิดแสงปะทุออกมา
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างแสบตาจนต้องหลับตาลง
ในตอนนี้เองจ้าวคั่วที่หลับตาลงตั้งแต่แรกก็ได้ใช้หัวพุ่งชนคนทั้งสามออกไปจากนั้นก็พุ่งเข้าไปในหมอก
“มารดามันเถอะติดกับแล้ว!”
มีหรือที่เหลียนจ้งจะยังดูไม่ออกว่าตัวเองถูกหลอกเข้าให้อีกแล้วเขาโกรธจนตัวสั่น ยกดาบในมือขึ้นฟันใส่อวี๋ล่างที่อยู่ตรงหน้าทันที
แต่อีกฝ่ายกลับกระทืบเท้าลงพื้นพลังอัตลักษณ์ลมปะทุออกมา เงาร่างพลันพุ่งทะยานออกไปราวกับสายลมหลบพ้นจากคมดาบไปได้พอดี
“ฮ่าฮ่าไอ้โง่อย่างเจ้ายังคิดจะจับข้าอีกหรือ?”
อวี๋ล่างหัวเราะเยาะออกมาก่อนจะพุ่งเข้าไปในหมอกแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เหลียนจ้งหน้าบูดบึ้งพลังอัตลักษณ์สีเหลืองปะทุออกมาจากร่างกาย ก่อนจะพุ่งทะยานออกไปซัดดาบในมือออกไปกลายเป็นประกายดาบอันดุดันอำมหิตสายหนึ่งพุ่งเข้าใส่ทิศทางที่อวี๋ล่างหายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับประกายสายฟ้า
เคร้ง!
ทว่าในหมอกกลับมีดาบคู่ปรากฏขึ้นพร้อมกับประกายดาบ บนนั้นมีแสงสีน้ำเงินสว่างเรืองรองปะทะเข้ากับประกายดาบของเหลียนจ้งโดยตรง ก่อนที่จะสะท้อนดาบเล่มนั้นกลับไป
เหลียนจ้งรีบคว้าด้ามดาบเอาไว้กวัดแกว่งคมดาบ จ้องมองไปยังทิศทางนั้นด้วยแววตาบึ้งตึง
ภายในในหมอกจางๆนั้น หลี่ลั่วที่ถือดาบคู่ไว้กำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มส่วนคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็คือจ้าวคั่วกับอวี๋ล่าง
“ดีดีมาก พวกเจ้ากล้าปั่นหัวข้า”เหลียนจังจ้องมองจ้าวคั่วกับอวี๋ล่างด้วยแววตาเคียดแค้น เมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วมีหรือที่เขาจะดูไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงขลุ่ยของอวี๋ล่างเมื่อครู่แม้จะเรียกหลี่ลั่วมาได้จริงๆ แต่เห็นได้ชัดว่ามันได้แอบส่งสัญญาณบางอย่างไปด้วยทำให้หลี่ลั่วไม่ได้พุ่งเข้ามาในวงล้อมของพวกเขาอย่างโง่เขลากลับยังเตรียมการลอบโจมตีพวกเขาเอาไว้แล้วด้วย
อวี๋ล่างถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วกล่าว “พี่ชาย ไม่ใช่ข้าอยากจะหลอกเจ้าหรอกแต่…เขาให้เงินข้าเยอะกว่าต่างหาก!”
หลังจากกล่าวจบเขาก็ขยิบตาให้เหลียนจ้งหนึ่งที ความหมายที่สื่อออกมานั้นชัดเจนมาก…เจ้าอยากจะเพิ่มเงินรึหรือเปล่า?
ใบหน้าของเหลียนจ้งแดงก่ำด้วยความโกรธหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วง แววตาดุร้ายอำมหิต
“นี่ไอ้นี่มันโกรธจนเหมือนกระทิงคลั่งแล้วนะ พวกเราถอยกันก่อนไหม? หมอกตรงนี้เหมือนกำลังจะหายไปแล้วด้วย”อวี๋ล่างเห็นดังนั้นจึงรีบกล่าว
แต่หลี่ลั่วกลับไม่ขยับยิ้มกล่าว “ทำไมต้องถอยด้วย? ปลาตัวใหญ่ขนาดนี้อุตส่าห์ติดเบ็ดแล้วข้าทำใจปล่อยกลับไปไม่ได้หรอกนะ”
อวี๋ล่างตกใจรีบกล่าว “เจ้าตาบอดหรือไง? เจ้านั่นมันระดับแปดตราเชียวนะแถมยังมีพวกอีกตั้งสามคน”
“สามคนนั้นฝากให้พวกเจ้าสองคนจัดการ ไม่มีปัญหาใช่ไหม?” หลี่ลั่วถาม
“เจ้าเอาจริงหรือ?” สีหน้าของอวี๋ล่างดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
หลี่ลั่วจ้องมองเหลียนจ้งพยักหน้าเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ความอดทนของข้าถูกใช้ไปจนหมดแล้วดังนั้นข้าจึงคิดว่ามันควรต้องจ่ายค่าเสียหายเสียหน่อย”
อวี๋ล่างกับจ้าวคั่วสบตากันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็พยักหน้า
“ก็ดีข้าเองก็อยากจะสั่งสอนพวกเวรนี่สักหน่อยเหมือนกัน”ในดวงตาของจ้าวคั่วมีประกายตื่นเต้นปรากฏขึ้นเขายกขวานขนาดใหญ่ขึ้นเหวี่ยงไปมาสองที
ส่วนเหลียนจ้งที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเมื่อได้เห็นภาพนี้แล้วจากเดิมที่มีสีหน้าที่โกรธเกรี้ยวก็พลันหัวเราะร่วนออกมาอย่างกะทันหัน
“นี่พวกเจ้าไม่หนีหรือ?” เขากล่าวพร้อมกับหัวเราะด้วยความเหลือเชื่อเล็กน้อย
หลี่ลั่วอุตส่าห์พยายามอย่างสุดความสามารถถึงจะช่วยเหลือจ้าวคั่วกับอวี๋ล่างออกไปได้ทางเลือกที่ดีที่สุดตอนนี้ควรจะฉวยโอกาสตอนที่หมอกยังไม่จางลงรีบหนีไปแท้ๆแต่เหลียนจ้งกลับคาดไม่ถึงเลยว่า ดูจากท่าทางของเจ้าหลี่ลั่วผู้นี้แล้วเหมือนมันยังจะคิดจะหาเรื่องเขาอีกด้วย?
หรือพวกคนหน้าตาดีนี่จะเอาสมองมาเปลี่ยนเป็นหน้าตาหมดแล้ว?
เหลียนจ้งกวัดแกว่งดาบในมือเบาๆคมดาบตัดผ่านอากาศเกิดเสียงหวีดหวิว จากนั้นเขาก็จ้องมองไปทางหลี่ลั่วรอยยิ้มตรงมุมปากค่อยๆ เปลี่ยนไปดูเหี้ยมเกรียมขึ้นมา
“หลี่ลั่วอย่าคิดว่าเจ้าเป็นถึงคุณชายน้อยแล้วข้าจะไม่กล้าทำอะไรเจ้านะ หากล้มเหลวที่นี่คนที่จะต้องเสียหน้าก็มีแต่เจ้ากับคฤหาสน์ลั่วหลานเท่านั้น”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว“อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปหน่อยเลย ไม่เช่นนั้นหากเกิดผิดพลาดขึ้นมาเจ้าจะขายหน้ายิ่งกว่าเดิมนะ”
“หืม? อย่างเจ้ามีปัญญาด้วยหรือ?”
เหลียนจ้งเย้ยหยันหนึ่งประโยคจากนั้นก็โบกมือออกมา กล่าวกับนักศึกษาจากวิทยาลัยตงยวนสามคนที่อยู่ด้านหลังว่า“อวี๋ล่างกับจ้าวคั่วสองคนนั่น ฝากพวกเจ้าจัดการด้วยข้าจะไปจัดการหลี่ลั่วก่อนเอง”
ทั้งสามรับคำพวกเขาล้วนแล้วแต่มีพลังระดับเจ็ดตรา สามรุมสองเช่นนี้พวกเขาไม่มีทางกลัวอีกฝ่ายอยู่แล้ว
“พวกข้าไปก่อนเจ้าระวังตัวด้วย หากรับมือไม่ไหวก็ส่งสัญญาณมา พวกเราจะได้หาทางถอย”อวี๋ล่างเตือนหลี่ลั่วเสียงเบา จากนั้นก็วิ่งไปอีกทางหนึ่งพร้อมกับจ้าวคั่ว
นักศึกษาจากวิทยาลัยตงยวนสามคนนั้นก็รีบตามไปทันที
เมื่อทั้งสามจากไปแล้วณ ที่แห่งนี้ก็เหลือเพียงหลี่ลั่วกับเหลียนจ้งที่กำลังเผชิญหน้ากันอยู่
เหลียนจ้งถือดาบเอาไว้ในมือจ้องมองหลี่ลั่วด้วยแววตาดุร้ายแต่ดูแคลน ทว่าครั้งนี้เขากลับไม่ได้พูดอะไรไร้สาระออกมาอีก พลังอัตลักษณ์สีเหลืองปะทุออกมาอย่างกะทันหันพลังอัตลักษณ์ระดับแปดตราถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มกำลัง
เกิดแรงกดดันถาโถมออกมา
“หลี่ลั่วถึงจะมาเสียใจเอาตอนนี้ก็สายไปแล้ว!”
“รอดูข้าเหยียบย่ำใบหน้าของเจ้าจนเละได้เลย!”
ท่ามกลางเสียงหัวเราะเหลียนจ้งได้พุ่งเข้าใส่หลี่ลั่วทันทีประกายดาบสีเหลืองฟาดฟันลงไปยังร่างของหลี่ลั่วอย่างหนักหน่วง