จารึกที่ 506 : พันธนาการสวรรค์ : เสียงเพรียกจากกระดาษสูญตา
แสงเพลิงสีทองของเฟิงอวี้หราน สาดส่องลึกลงไปในอุโมงค์ผลึกดำ เผยให้เห็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของยอดฝีมือทุกคนบนมหานาวาเกราะมังกรพฤกษา ต้องสะดุดลงด้วยความตื่นตะลึงผสมความหดหู่
ผืนกระดาษสีดำสนิทที่แผ่กว้างประดุจผืนฟ้า มิได้สะท้อนแสงใดๆ ทว่ามันให้ความรู้สึกถึงความว่างเปล่าที่พร้อมจะโอบรับทุกสรรพสิ่ง มันคือ 'กระดาษสูญตา' จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายแห่งวิถีหมื่นอักขระ ที่ถูกจองจำอยู่ ณ ก้นบึ้งของสุสานเทพเซียนบรรพกาล
ทว่า สิ่งที่น่าสะพรึงกลัว มิใช่ความว่างเปล่าของกระดาษ แต่มันคือ 'โซ่ตรวนสีเงิน' นับหมื่นเส้น ที่สลักด้วยอักขระแห่งสวรรค์เบื้องบน โซ่เหล่านี้พุ่งทะลวงจากผนังอุโมงค์ ตรึงร่างของสตรีผู้หนึ่ง ให้แนบสนิทเป็นเนื้อเดียวกับผืนกระดาษ!
สตรีนางนั้นมีเรือนผมสีเทาหม่นที่สยายกว้าง ผิวพรรณซีดเผือดไร้สีเลือด นางหลับตาพริ้มประดุจจมอยู่ในห้วงนิทราอันเป็นนิรันดร์ ทว่าสิ่งที่โหดร้ายที่สุด คือ 'กระบี่ศิลา' สองเล่ม ที่แทงทะลุใบหูทั้งสองข้างของนาง ปักตรึงวิญญาณของนางไว้มิให้รับรู้สิ่งใด!
"โหดเหี้ยมยิ่งนัก..." หลินซิงเสวี่ยยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาเอ่อคลอ "สวรรค์ลงทัณฑ์นางด้วยเหตุใด จึงต้องตรึงนางไว้เช่นนี้"
"นางมิใช่ผู้ฝึกตน... ซิงเสวี่ย" อาเจียก้าวเดินไปที่หัวเรือ นัยน์ตาสูญตาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อมองภาพตรงหน้า "นางคือ 'วิญญาณแห่งกระดาษสูญตา' ... พี่สาวของอู๋ และองค์หญิงน้อย"
ทันทีที่อาเจียเอ่ยจบ วิญญาณอักษรทั้งสองก็ปรากฏตัวขึ้นเหนือพู่กันปฐมกาล องค์หญิงน้อยปล่อยโฮออกมาเสียงดัง นางพยายามจะพุ่งทะยานลงไปหาสตรีผู้นั้น ทว่าอู๋คว้าแขนของนางไว้แน่น
"อย่าเข้าไป องค์หญิงน้อย..." อู๋เอ่ยเสียงเย็นเยียบ ทว่าดวงตาสีดำขลับกลับทอประกายความเคียดแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "โซ่ตรวนพวกนั้น คือกฎเกณฑ์แห่งการกีดกัน หากเจ้าสัมผัสถูก เจตจำนงของเจ้าจะถูกดูดกลืนไปเป็นพลังงานให้มันบีบรัดท่านพี่แน่นขึ้น"
"ท่านพี่... ท่านพี่ตื่นสิ!" องค์หญิงน้อยสะอื้นไห้ "สวรรค์เบื้องบน บังคับให้ท่านพี่จารึกกฎเกณฑ์แห่งการลงทัณฑ์... ทว่าท่านพี่ปฏิเสธ เพราะหน้าที่ของกระดาษ คือการรับฟังเจตจำนงของสรรพชีวิต มิใช่การรับคำสั่งจากผู้ใดผู้หนึ่งเพียงผู้เดียว... พวกมันจึงลงทัณฑ์ท่านพี่ อุดหูของท่านพี่ไว้ เพื่อมิให้ท่านได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของหมื่นภพอีก!"
ความจริงอันน่าสลดใจ ทำให้มิตรสหายทุกคนกำหมัดแน่น สวรรค์เบื้องบนที่อ้างตัวว่าเป็นผู้ค้ำยันสัจธรรม แท้จริงแล้วกลับเป็นเพียงเผด็จการที่หวาดกลัวการแสดงออกอย่างเสรี
"พวกมันผนึกนางไว้ที่นี่ เพื่อมิให้พู่กันและแท่นหมึกหาเจอ... หากปราศจากกระดาษ วิถีแห่งการบัญญัติกฎย่อมไม่สมบูรณ์" มู่เฉินวิเคราะห์สถานการณ์ "ทว่า โซ่ตรวนเหล่านั้น คือกฎเกณฑ์ระดับสูง การจะตัดมันให้ขาด... ต่อให้เป็นวิถีสูญตา ก็ไม่อาจลบล้างได้ในพริบตา"
อาเจียทะยานร่างออกจากเรือรบ ลอยตัวลงไปหยุดอยู่เบื้องหน้าผืนกระดาษสูญตา ห่างจากสตรีผู้หลับใหลเพียงสิบก้าว รัศมีของโซ่ตรวนสวรรค์แผ่พุ่งออกมากดทับ หวังจะบดขยี้ผู้ที่กล้าเข้าใกล้
ทว่า อาเจียมิได้ต่อต้านด้วยกำลัง ชายหนุ่มหลับตาลง ทิ้งความเกรี้ยวกราดและความสงสารไว้เบื้องหลัง เปิดรับเพียง 'ความว่างเปล่า' เข้าสู่จิตวิญญาณ
"กระดาษ คือรากฐานแห่งการเสียสละ... มันยอมรับหมึกทุกสี ยอมรับเรื่องราวทุกแขนง" อาเจียรำพึงเสียงแผ่วเบา "สวรรค์พยายามยัดเยียดกฎเกณฑ์ให้เจ้ารับไว้... ทว่า เจ้าเลือกที่จะกลายเป็นความว่างเปล่า เพื่อรักษาสมดุล... ข้าเข้าใจแล้ว"
อาเจียลืมตาขึ้น ชายหนุ่มมิได้ตวัดพู่กันเพื่อโจมตีโซ่ตรวน ทว่าเขายกพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลขึ้นเหนือศีรษะ
"มู่หลาง!" อาเจียตะโกนก้อง "โซ่ตรวนเหล่านั้น ตรึงกายหยาบของนางไว้... ทว่า สิ่งที่ทรมานนางที่สุด คือกระบี่ศิลาที่เสียบหูของนาง มันตัดขาดนางจากจักรวาล... จงใช้วิถีกระบี่ของเจ้า ตัดกระบี่ศิลานั้นเสีย!"
"ตัดกระบี่... ด้วยกระบี่งั้นหรือ" ฉินมู่หลางทะยานร่างลงมายืนเคียงข้างอาเจีย ชายหนุ่มจ้องมองกระบี่ศิลาที่สลักลวดลายสวรรค์ "กระบี่ของพวกมัน สร้างจากกฎเกณฑ์ที่ไร้หัวใจ... ทว่า กระบี่ของข้า สร้างจากเจตจำนงที่ต้องการปกป้อง"
ฉินมู่หลางหลับตาลง กระชับด้ามกระบี่ทัณฑ์สูญตาแน่น จักรวาลภายในของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ทว่าภายนอกกลับสงบนิ่งประดุจผิวน้ำที่ไร้ระลอกคลื่น
"วิถีกระบี่แห่งทัณฑ์สูญตา... มิใช่การตัดให้ขาดสะบั้น ทว่าคือการแทรกซึมและแยกแยะ..." มู่หลางรู้แจ้งวิถีเต๋าของตนเองลึกซึ้งขึ้นอีกขั้น "สัจธรรมที่ถูกบังคับ ย่อมมีช่องโหว่!"
"สะบั้นสวรรค์ ปลดปล่อยสดับฟัง!"
เคร้งงง!
ฉินมู่หลางลืมตาขึ้น รังสีกระบี่สีเทาพุ่งวาบออกจากฝัก! มันมิได้เป็นคลื่นดาบขนาดยักษ์ ทว่ามันเป็นเส้นสายที่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผม! รังสีกระบี่พุ่งทะลวงเข้าแทรกซึมระหว่างเนื้อใบหูของวิญญาณกระดาษ และตัวกระบี่ศิลา!
เปรี๊ยะ... แครก!
กระบี่ศิลาที่ทำจากกฎเกณฑ์สวรรค์ เกิดรอยร้าว และแตกสลายกลายเป็นละอองทราย ร่วงหล่นลงจากใบหูของสตรีผู้นั้นอย่างหมดจด โดยไม่สร้างบาดแผลเพิ่มเติมให้แก่นางแม้แต่น้อย!
ทันทีที่กระบี่ศิลาแตกสลาย... ร่างของสตรีที่หลับใหล พลันสะดุ้งสุดตัว!
นางค่อยๆ ปรือตาขึ้น นัยน์ตาของนางมิได้มีตาดำหรือตาขาว ทว่ามันคือ 'ความว่างเปล่า' ที่สะท้อนภาพของหมื่นภพ! เสียงแห่งจักรวาลที่ถูกปิดกั้นมาเนิ่นนาน ไหลบ่าเข้าสู่โสตประสาทของนางพร้อมกัน!
"อ๊ากกกก!" นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากการรับข้อมูลมหาศาล โซ่ตรวนสีเงินนับหมื่นเส้นที่ตรึงร่างของนางไว้ เริ่มส่องแสงสว่างจ้าและบีบรัดแน่นขึ้น! สวรรค์เบื้องบนสัมผัสได้ว่านักโทษของตนกำลังตื่นขึ้น!
"ซิงเสวี่ย! ปิงอวิ๋น! ช่วยนางรับภาระแห่งเจตจำนง!" อาเจียสั่งการทันที
หลินซิงเสวี่ยและเย่วปิงอวิ๋น ไม่รอช้า พวกนางทะยานลงมาสมทบ ซิงเสวี่ยใช้ปราณพฤกษาเซียนสร้างเป็น 'ตาข่ายอ่อนนุ่ม' โอบรับความเจ็บปวดที่แผ่ออกมาจากร่างของวิญญาณกระดาษ ส่วนปิงอวิ๋นใช้ค่ายกลดารา 'กลั่นกรอง' เสียงของจักรวาลที่ถาโถมเข้ามา ให้กลายเป็นระเบียบ เพื่อมิให้นางต้องเสียสติ
"บัดนี้ นางได้ยินเสียงของพวกเราแล้ว" อาเจียก้าวเดินเข้าไปประชิดร่างที่ถูกตรึง โซ่ตรวนสวรรค์พยายามจะฟาดฟันเขา ทว่าอู๋และองค์หญิงน้อย ผสานพลังสร้างเกราะสูญตาต้านทานไว้สุดกำลัง
"ท่านคือ... ผู้ถือพู่กันรุ่นปัจจุบันงั้นหรือ..." เสียงที่ไพเราะทว่าแหบพร่า ดังขึ้นในโสตประสาทของอาเจีย มันมิใช่การขยับปาก ทว่าเป็นการส่งผ่านเจตจำนงจากวิญญาณสู่วิญญาณ "อย่าได้พยายามเลย... โซ่ตรวนเหล่านี้ คือกฎเกณฑ์แห่งการดำรงอยู่ของสวรรค์เบื้องบน... หากสวรรค์ไม่ล่มสลาย โซ่ก็ไม่มีวันขาด"
"สวรรค์เบื้องบน อ้างตัวเป็นผู้ค้ำยันจักรวาล ทว่ากลับใช้โซ่ตรวนผูกมัดผู้ที่ควรจะเสรี" อาเจียเอ่ยเสียงนุ่มนวล ทว่าหนักแน่น "หากกฎเกณฑ์ของพวกมัน คือการจองจำ... ข้าก็จะขอใช้พู่กันในมือข้า 'บัญญัติสัจธรรมใหม่' ที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของพวกมัน!"
"เจ้าจะทำสิ่งใด!" วิญญาณกระดาษเบิกตากว้าง
อาเจียมิได้ตวัดพู่กันเพื่อตัดโซ่ ทว่าเขาจุ่มปลายพู่กันลงในแท่นหมึกบรรพกาล สูบกลืนหมึกวิญญาณแห่งสวรรค์ที่อัดแน่นด้วยเจตจำนงของมิตรสหายจนเต็มเปี่ยม
ชายหนุ่มหลับตาลง รวบรวมวิถีสูญตา วิถีจำแลง และวิถีแห่งการรังสรรค์เข้าเป็นหนึ่งเดียว!
"กระดาษ คือผู้รับฟัง... พู่กัน คือผู้ถ่ายทอด... และหมึก คือเจตจำนง!"
อาเจียลืมตาขึ้น นัยน์ตาสาดประกายแห่งราชันผู้กุมชะตากรรมของหมื่นภพ!
เขาตวัดพู่กัน ขีดเขียนอักขระลงบน 'กระดาษสูญตา' โดยตรง! โดยมีร่างของสตรีผู้นั้นเป็นศูนย์กลาง!
"จารึกรังสรรค์... สลายกฎเกณฑ์สวรรค์ คืนอิสรภาพสู่ความว่างเปล่า!"
อักขระ 'ปลดปล่อย' (释) และ 'เอกราช' (独) สีเทาประกายดำ ถูกจารึกลงบนผืนกระดาษสูญตา! ทันทีที่หมึกวิญญาณประทับลงบนผืนกระดาษที่แท้จริง กฎเกณฑ์แห่งอักขระก็ทรงพลังขึ้นอย่างก้าวกระโดด! มันมิใช่สัจธรรมจำลองอีกต่อไป ทว่ามันคือ 'ความจริงใหม่' ที่ถูกสร้างขึ้นมาทับซ้อนความจริงเดิม!
อักขระเหล่านั้น แผ่ขยายลวดลายออกไปตามผืนกระดาษ เมื่อพวกมันสัมผัสกับรากฐานของโซ่ตรวนสีเงิน โซ่เหล่านั้นก็พลันหยุดนิ่ง! มันมิได้ถูกตัดให้ขาด ทว่ากฎเกณฑ์ของพวกมัน ถูกอักขระของอาเจีย 'เขียนทับ' ให้กลายเป็น 'เส้นด้ายธรรมดา' ที่ไร้ซึ่งอำนาจในการจองจำ!
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ! แกร๊งงงง!
โซ่ตรวนนับหมื่นเส้น แตกสลายและร่วงหล่นลงพื้นประดุจฝนเศษเหล็ก! ร่างของวิญญาณกระดาษสูญตา หลุดพ้นจากพันธนาการอย่างสมบูรณ์แบบ!
นางค่อยๆ ลอยตัวขึ้นจากผืนกระดาษ ร่างกายส่องประกายแสงสว่างนวลตา แผลจากการถูกโซ่รัดค่อยๆ เลือนหายไป อู๋และองค์หญิงน้อย พุ่งเข้าไปสวมกอดพี่สาวของตนด้วยน้ำตาแห่งความปีติ
"ท่านทำสำเร็จ... ท่านทำในสิ่งที่ผู้บัญญัติกฎรุ่นก่อนๆ ไม่อาจทำได้" วิญญาณกระดาษก้มหัวคารวะอาเจียอย่างสุดซึ้ง "ข้าคือ 'ไป่จื่อ' (白纸 - กระดาษขาว)... ข้ายินดีน้อมรับเจตจำนงของท่าน และเป็นผืนกระดาษที่รองรับสัจธรรมใหม่ของท่านตลอดไป"
อาเจียระบายรอยยิ้มจางๆ "ยินดีต้อนรับกลับมา ไป่จื่อ... บัดนี้ องค์ประกอบแห่งการรังสรรค์ ครบถ้วนแล้ว"
ชายหนุ่มยกพู่กันนิรันดร์ปฐมกาลขึ้น แท่นหมึกบรรพกาลลอยอยู่เบื้องซ้าย และผืนกระดาษสูญตา (ที่หดตัวลงมาอยู่ในมิติของไป่จื่อ) ลอยอยู่เบื้องขวา! รัศมีแห่ง 'ราชันหมื่นอักขระ' พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด จักรวาลภายในของเขาขยายตัวออก ก้าวข้ามขีดจำกัดของผู้บ่มเพาะระดับข้ามผ่านมหายาน ก้าวเข้าสู่วิถีของ 'เทพเซียนโบราณขนานแท้' อย่างภาคภูมิ!
ทว่า... การปลดปล่อยกระดาษสูญตา ย่อมเป็นการตบหน้าสวรรค์เบื้องบนอย่างรุนแรงที่สุด!
ครืนนนนน!
อุโมงค์ผลึกดำสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าตอนที่เจ้าถุงเงินฉีกมิติ! รอยแยกขนาดยักษ์ ปรากฏขึ้นกลางอากาศธาตุเบื้องบน! มันมิใช่แค่นิ้วมือ หรือดวงตา ทว่ามันคือ 'รอยต่อ' ที่เชื่อมตรงสู่สวรรค์เบื้องบน!
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากรอยแยกนั้น กดทับจนแม้แต่มหานาวาดาราจักรโฉมใหม่ยังต้องส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด มิตรสหายของอาเจียถูกแรงกดดันนั้นจนต้องทรุดตัวลงคุกเข่า!
จากรอยแยกสีทองคำนั้น ปรากฏร่างของบุรุษเกราะทองผู้หนึ่ง ก้าวเดินลงมาบนบันไดแห่งแสงสว่าง รัศมีของเขายิ่งใหญ่เกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะจ้องมองได้โดยตรง เขามิใช่ผู้คุมกฎจอมปลอมอย่างวิหารศักดิ์สิทธิ์ ทว่าเขาคือ 'เทพทัณฑ์สวรรค์' ตัวแทนแห่งเจตจำนงสวรรค์ต้นกำเนิด!
"มนุษย์ผู้โอหัง... เจ้าบังอาจปลดปล่อยนักโทษของสวรรค์ และท้าทายกฎเกณฑ์ที่ค้ำยันพหุจักรวาล"
เสียงของเทพทัณฑ์สวรรค์ ดังก้องและเย็นเยียบประดุจความตาย "สวรรค์... พิพากษาให้เจ้า... สิ้นสูญ!"
เทพเกราะทองชูหอกสีทองคำในมือขึ้น หอกเล่มนี้มิได้สร้างจากกฎเกณฑ์ของจักรวาลชั้นใน ทว่ามันสกัดมาจาก 'สายเลือดของสวรรค์' การโจมตีของมัน ไม่สามารถหลบหนี ไม่สามารถบิดเบือน และไม่สามารถป้องกันได้!
ศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในชีวิตของราชันหมื่นอักขระ ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว! การปะทะกันระหว่าง 'ผู้บัญญัติกฎแห่งอิสรภาพ' และ 'ตัวแทนแห่งสวรรค์เบื้องบน' จะเป็นจุดตัดสินชะตากรรมของทุกสรรพสิ่ง!