
ความเย็นเฉียบของอ่างล้างหน้าทำให้อริสราที่ใช้ร่างพิงตัวอยู่รู้สึกเย็นเยือก เธอหอบหายใจอย่างรุนแรงจากการอาเจียนแต่เช้าตรู่มาเป็สัปดาห์แล้ว หญิงสาวค่อยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเมื่อผ่านพ้น่เวลาที่ไม่น่าพิสมัยนักกับการต้องยืนก้มตัวเหนืออ่างล้างมืออยู่เป็นาน
เวลาผ่านไปโดยที่อริสราไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากหลับตานิ่ง มือขาวเรียวจับขอบอ่างแน่น หอบหายใจเข้าลึกๆ ในที่สุดหญิงสาวก็ค่อยๆ หยัดตัวยืนตรง
อาหารคลื่นเหียนพะอืดพะอมกลับมาเล่นงานอีกครั้ง แต่คราวนี้เธอคุมมันอยู่ หรืออาจเพราะอาเจียนเอาทุกอย่างในท้องออกมาจนหมดแล้วก็เป็ได้ ซึ่งอาการของเธอตอนนี้ไม่น่าพิสมัยนัก แต่อริสราก็ยังมีเื่ที่แย่เสียยิ่งกว่าที่ต้องตื่นเช้ามาทักทายกับโถส้วมทุกวันอีกอย่างหนึ่ง
หญิงสาวตาเหลือบไปจ้องแท่งสีขาวตรงหน้าด้วยความไม่ไว้ใจพอๆ กับการได้เห็นงูสักตัวขดอยู่อย่างไรอย่างนั้นเลย
สุปรีดิ์รอบคอบในเื่การคุมกำเนิดเสมอมา ดังนั้นอริสราจึงวางใจว่าประจำเดือนมาช้าไปสักหนคงไม่ได้มีความหมายอะไร กระทั่งตื่นขึ้นมาอาเจียนแต่เช้าเมื่อหลายวันก่อน ตอนแรกก็คิดว่าคงเป็โรคกระเพาะ เธอไม่ได้คิดไปถึงเื่ท้องเลยแม้แต่น้อย เพราะเชื่อว่าทั้งตัวเธอและสุปรีดิ์ล้วนป้องกันอย่างดีมากมาโดยตลอด
อริสราเองยังไม่เข้าใจว่ามันเป็ไปได้อย่างไร แต่อาการหลายอย่างของเธอทำให้เริ่มคิดถึงเื่ตั้งครรภ์ขึ้นมา
เมื่อทรวงอกอ่อนไหวต่อััมากขึ้น อ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา และถึงกับร้องไห้ตอนที่สุปรีดิ์ผิดนัดกับเธอ จนทำให้ไม่สามารถกลับมาฉลองวันเกิดของเธอได้ ทั้งที่อริสราไม่เคยเป็เช่นนี้มาก่อน
เธอทั้งกังวลทั้งหวาดกลัว แต่ก็ยังบังคับตัวเองให้ซื้อชุดตรวจครรภ์มาห้าอัน ก่อนที่สมองจะกลายเป็สีขาวโพลน แขนขาอ่อนแรงแทบไม่อาจยืนอยู่ได้ เมื่อจ้องมองขีดสองขีดที่ปรากฏออกมาของเครื่องตรวจครรภ์ทั้งห้าที่ยืนยันว่าเธอกำลังตั้งครรภ์!
เธอตั้งท้องลูกของสุปรีดิ์ เตชะธาดา...
แต่...เธอท้องได้อย่างไรกัน!
หญิงสาวสับสนมึนงงไปหมด
สุปรีดิ์ถอนหายใจในใจทั้งที่ใบหน้ากำลังยิ้มฟังคำพูดบ่นของผู้เป็ปู่อย่างใจเย็น
“แกก็รู้ว่ามันถึงเวลาแล้ว อายุสามสิบเจ็ดแล้วไม่ใช่รึ เ้าพายเอ๊ย...แกต้องมีเมียมีลูกได้แล้วนะ บ้านจะได้เป็บ้านเสียที”
ศีรษะที่ปกคลุมด้วยผมขาวโพลนของชายชราเอียงนิดๆ ด้วยท่าทีถือดี ดวงตาขุ่นมัวจ้องสุปรีดิ์เป๋ง บอกว่าชายชราพร้อมจะถกเถียงเื่นี้จนถึงที่สุด
แต่สุปรีดิ์ไม่้ามาทุ่มเถียงอะไรกับปู่ทั้งนั้น ปู่ของเขาเพิ่งจะรอดชีวิตจากอาการหัวใจววายเมื่อหลายวันก่อน ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มให้ท่านผู้เฒ่าแทน
“ผมยังไม่แก่สักหน่อยนะ ปู่”
ชายสูงวัยเลี้ยงดูพวกเขาสามพี่น้องมาจนโต นับแต่วันที่พ่อแม่ของพวกเขาเสียชีวิตพ่นลมออกจมูกเสียงดังพรืด
“ไม่ต้องมาทำเป็พูดดีกับปู่เลย มันไม่ได้ผล แกเป็ทายาทของปู่ และปู่ก็อยากลงหลุมไปโดยที่รู้ว่าแกจะสานต่อหน้าที่ที่มีต่อตระกูลของเราให้เรียบร้อยแล้วด้วย”
หัวใจของสุปรีดิ์กระตุกวูบ เขาแทรกเสียงเข้มว่า “ปู่ยังไม่ตายหรอกน่า”
คนเป็ปู่ยังไหล่ “คนเราใครกันถึงบอกได้ว่าตัวเองจะตายเมื่อไหร่ ปู่แก่แล้วนะเ้าพาย หัวใจมันก็ไม่แข็งแรงเหมือนก่อนแล้วด้วย ปู่ขอมากไปเหรอที่จะให้แกแต่งงานกับหนูนิลลดาเสียตอนนี้ แกจะยืดเยื้อผัดผ่อนออกไปทำไม หนูนิลลดาเป็ผู้หญิงอ่อนหวานน่ารัก และจะเป็เมียที่ดีที่เหมาะสมสำหรับแก มีลูกหลานให้กับเตชะธาดาของเรา”
ั์ตาชายชราหรี่ปรือลง หายใจถี่ขึ้นราวกับว่าเพียงคำพูดสั้นๆ นั้นก็ทำให้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงจนแทบจะทนรับต่อไปไม่ไหวเสียแล้ว
สุปรีดิ์หงุดหงิดจนอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อระบายออก แต่ไม่ยอมแสดงสีหน้าขัดเคืองใจออกมาให้ผู้เป็ปู่เห็น หากทว่าเขากลับทำอะไรไม่ได้เมื่อไร้ซึ่งอำนาจที่จะกระทำ หมอ้าให้ชายชราเข้ารับการผ่าตัดหัวใจ แต่ปู่กลับไม่ยอมให้พูดคุยถึงเื่นี้ด้วยซ้ำ
“ทำไมปู่ไม่เข้ารับการผ่าตัดบายพาสอย่างที่หมอแนะนำ”
“แล้วทำไมแกไม่ยอมแต่งงานสักที” ชายชราโต้ทันควัน “บางทีถ้าปู่มีเหลนให้ตั้งตารอ ไอ้ความเ็ปจากการผ่าตัดก็คงมีค่าพอให้ปู่ยอมทนขึ้นมาบ้างก็ได้”
สุปรีดิ์รู้สึกเหมือนเืเหือดหายไปจากกาย ใบหน้าชายหนุ่มขาวขึ้นทันตา “ปู่กำลังบอกว่าปู่จะไม่ยอมผ่าตัด ถ้าผมไม่แต่งงานกับนิลลดา จิรวรากุลงั้นหรือครับ?”
ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่คล้ายคลึงกับสุปรีดิ์เหลือเกินเบิกโพลงขึ้นมาจ้องเขาด้วยความดึงดื้อตามแบบของผู้ชายที่มีอำนาจ เอ่ยตอบอย่างชัดเจน
“ใช่!”