“เย่เทียนฆ่าสัตว์อสูรระดับราชาได้!”
เยว่หลิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้เธอรู้จักเย่เทียนมานานมากเธอรู้จักเย่เทียนตั้งแต่อีกฝ่ายยังคงเป็นนักรบและเย่เทียนก็ได้ช่วยชีวิตเธอไว้
ตอนนั้นเย่เทียนมีระดับการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งด้อยกว่าเธอมากและเธอก็เพียงคิดว่าเย่เทียนนั้นเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงและอยากได้เย่เทียนมาเป็นผู้ติดตาม
“พรสวรรค์ของเย่เทียนต้องเป็นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นอย่างแน่นอนและเขามีพรสวรรค์ด้านดาบ ด้านพละกำลัง และด้านความเร็วระดับที่ทรงพลังมาก!”
“ตอนนี้เขาได้กลายเป็นปรมาจารย์ไร้เทียมทานไปแล้ว!”
ใช่แล้วในสายตาของเยว่หลิง เย่เทียนสมควรกับฉายาปรมาจารย์ไร้เทียมทานอย่างไม่ต้องสงสัยสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับราชาได้ภายในสองกระบวนท่าถ้าเขาไม่ใช่ปรมาจารย์ไร้เทียมทานแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
ตอนนี้
ในที่สุดเยว่หลิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเย่เทียนถึงสามารถรับมือกับวิกฤติฝูงสัตว์ร้ายของฐานหลินไห่ได้นี่คือปรมาจารย์ไร้เทียมทาน ต่อให้มีอสูรระดับราชาทั่วไปบุกโจมตีฐานหลินไห่มันก็ไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน
ตราบใดที่เขาไม่ได้เจอสัตว์อสูรราชาที่แข็งแกร่งเกินไปเย่เทียนก็แทบจะไร้เทียมทาน
เมื่อพลังของเขาถูกเปิดเผยเย่เทียนก็ไม่ซ่อนพลังไว้อีกต่อไปเขาช่วยตระกูลเยว่สังหารสัตว์อสูรชั้นยอดในค่ายกลทีละตัว
ณจุดนี้เอง
เยว่หลิงเดินเข้ามาและมองไปที่เย่เทียนด้วยความประหลาดใจ“เย่เทียน ฉันคิดมาตลอดว่านายแข็งแกร่งพอๆ กับปรมาจารย์ขั้นปลายแต่ในตอนนี้นายกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นอีกฉันไม่เคยคิดเลยว่าพลังของนายจะเทียบได้กับระดับราชาแถมนายยังสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับราชาได้!”
“ผมแค่โชคดีมีพรสวรรค์พิเศษน่ะ!”
เย่เทียนไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
“ใช่แล้ว นี่คงเป็นสิ่งที่สวรรค์มอบให้แก่นาย!”เยว่หลิงเห็นด้วยกับคําพูดของเย่เทียน แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
เมื่อเทียบกับเย่เทียนแล้วเธอช่างอ่อนแอและธรรมดาเหลือเกิน
ในอดีตเธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นอยู่ในระดับเดียวกับเย่เทียนแม้พลังการต่อสู้ของเย่เทียนนั้นจะแข็งแกร่งกว่าเธอแต่เธอก็ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเยว่ มีโอกาสมากมายในอนาคตเธอจะสามารถเป็นราชาได้ ส่วนเย่เทียนนั้นไม่มีโอกาสเช่นเธอ
แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอนั้นตีค่าตัวเองสูงส่งเกินไปเป้าหมายที่เธอต่อสู้เพื่อให้ได้มาตลอดชีวิตเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่สามารถฆ่าได้อย่างง่ายดายในสายตาของเย่เทียน
ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นช่างมากมาย
“นั่นคือเป้าหมายของเย่เทียนใช่ไหม?”
เยว่หลิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันเป็นสนามรบระหว่างหยุนเมิ่งหลีและราชาอสูรไร้เทียมทาน
“ไปช่วยคนอื่นกันเถอะ!”
เย่เทียนตบไหล่เยว่หลิงและพูด
“อื้ม!”
เยว่หลิงได้สติก่อนจะพยักหน้า
ทั้งสองรีบเข้าไปช่วยผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆฆ่าสัตว์อสูร
กลางอากาศ
การต่อสู้ระหว่างหยุนเมิ่งหลีและอสูรราชาไร้เทียมทานใกล้จะจบลงแล้ว
ณจุดนี้เอง
หยุนเมิ่งหลีและอสูรราชาไร้เทียมทานต่างก็ได้รับบาดเจ็บสีหน้าของหยุนเมิ่งหลียังคงสงบนิ่งแต่ในใจเขากลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย
“ถอยไปซะแล้วฉันจะไม่ฆ่าแก มิฉะนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของแก!”
หยุนเมิ่งหลีข่มขู่เสียงเย็น
ทว่าระดับราชาไร้เทียมทานนั้นจะยอมแพ้ได้อย่างไร? และในตอนนี้ทั้งวานรสีทองและหยุนเมิ่งหลีต่างไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้
ทันใดนั้นหยุนเมิ่งหลีก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาในพริบตาสีหน้าของอสูรราชาไร้เทียมทานก็เปลี่ยนไปทันที
มันเป็นคันธนู!
คันธนูยาวสีทองที่มีลวดลายอักขระลึกลับมากมายมันแผ่กลิ่นอายอันสูงส่งไร้ที่เปรียบออกมา
แม้อสูรราชาไร้เทียมทานจะไม่รู้จักคันธนูคันนี้แต่มันสัมผัสได้ถึงอันตรายจากคันธนูสีทองนี้
หากเป็นยามปกติมันจะต้องหลบหนีไปอย่างแน่นอน
แต่มันไม่กล้าหนีเพราะถึงแม้มันหนีจะไป ตัวตนที่ทรงอำนาจกว่ามันก็คงจะไม่ปล่อยมันไปแน่
“โฮกกกก!!!!”
อสูรราชาไร้เทียมทานคำรามอย่างบ้าคลั่งเลือดลมของมันพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง
ตอนนี้มันกระตุ้นพลังทางสายเลือดของมันแล้วพลังปราณของมันพลันพุ่งทะยานขึ้น
“บ้าเอ๊ย สัตว์อสูรตัวนี้มันบ้าไปแล้ว!”
หยุนเมิ่งหลีโกรธมาก
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้คันธนูนี้
คันธนูนี้เป็นอาวุธระดับสูงที่เรียกกันว่าศาสตราวุธเทวะศาสตราวุธเทวะแบ่งออกเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูงว่ากันว่ามีศาสตราวุธเทวะระดับสูงกว่านั้นอยู่อีกด้วย
อย่างไรก็ตามด้วยระดับการบ่มเพาะของหยุนเมิ่งหลีการกระตุ้นศาสตราวุธเทวะระดับต่ำก็ค่อนข้างฝืนมากแล้วแต่คันธนูนี้เป็นศาสตราวุธเทวะระดับกลาง หากเขาฝืนกระตุ้นคันธนูนี้เขาจะต้องอ่อนแอไปอีกหลายวัน
ถ้าไม่ใช่สถานการณ์พิเศษเขาจะไม่ใช้มันอย่างเด็ดขาด
แต่อสูรราชาไร้เทียมทานยอมตายในสนามรบและไม่คิดจะหนีกลับไปหยุนเมิ่งหลีจึงไม่มีทางเลือกอื่นเขาจำเป็นต้องใช้มันสังหารอสูรราชาไร้เทียมทานตัวนี้
“ตาย!”
หยุนเมิ่งหลีถ่ายพลังปราณและพลังชีวิตบางส่วนเข้าไปในคันธนูฝืนน้าวคันธนูยาว
ศรสีทองพุ่งออกไปราวกับจะทะลุมิติไม่ว่าอสูรราชาไร้เทียมทานจะเร็วแค่ไหนไม่ว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมันจะว่องไวเพียงใด มันก็ไม่สามารถหลบลูกธนูสีทองนี้ได้ขณะที่มันคำรามอยู่นั้น
ลูกศรสีทองก็ทะลวงผ่านหว่างคิ้วของอสูรราชาไร้เทียมทานทําลายสมองของมันอย่างสมบูรณ์
แม้แต่ราชาไร้เทียมทานก็ยังต้องตายเมื่ออยู่ต่อหน้าศาสตราวุธเทวะระดับกลางร่างของวานรสีทองร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
หยุนเมิ่งหลีอยากจะเก็บศพของอสูรราชาไร้เทียมทานแต่ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไปแม้แต่การบินอยู่บนอากาศยังยากลำบาก...ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบินกลับเข้าไปในฐานทะเลมารและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของเขา
ตูม!!!!
ศพของวานรสีทองราชาไร้เทียมทานตกลงสู่พื้นดึงดูดความสนใจของผู้คนและสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน
“สัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานตัวนั้นถูกฆ่าแล้ว?”
เย่เทียนตกใจเมื่อเห็นซากศพของสัตว์อสูรราชาร้ายไร้เทียมทาน
หยุนเมิ่งหลีที่อยู่ในระดับราชาไร้เทียมทานเช่นกันได้สังหารวานรสีทองระดับราชาไร้เทียมทานลงได้ซึ่งนั่นเกินความคาดหมายของเย่เทียนมาก
แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี!
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าบรรพบุรุษตระกูลหยุนของเราได้สังหารสัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานลงแล้วท่านบรรพบุรุษได้ส่งข่าวมาแล้วรอท่านพักผ่อนสักครู่แล้วค่อยลงมือสังหารเหล่าสัตว์อสูรระดับราชาพวกนั้นอีกครั้ง!”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาของตระกูลหยุนกล่าวด้วยความตื่นเต้น
ขวัญกำลังใจและพลังต่อสู้ของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างปะทุขึ้นทันทีพลังการต่อสู้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากกระบวนทัพของพวกสัตว์อสูรเริ่มพังทลายลงเนื่องจากพวกมันสูญเสียราชาไร้เทียมทานไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หยุนเมิ่งหลีก็บินออกจากฐานและเข้าร่วมสนามรบอีกครั้ง
ไม่นานสัตว์อสูรจำนวนมากก็ตายด้วยน้ำมือของหยุนเมิ่งหลี
สัตว์อสูรที่เหลือต่างก็เริ่มหลบหนีไปเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ไม่รีรอไล่ตามพวกมันไป จนกระทั่งพวกเขาไล่ล่าไปถึง 30,000ลี้ พวกเขาถึงหยุดและถอยกลับ
ขั้นตอนต่อไปคือการทําความสะอาดสนามรบ
แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือเย่เทียนแอบเข้าใกล้ศพของอสูรราชาไร้เทียมทานตัวนั้น
เมื่อเข้าใกล้สัตว์อสูรไร้เทียมทานประมาณ1,000เมตรพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนก็ครอบคลุมศพของวานรสีทองก่อนเขาจะตรวจดูพรสวรรค์ของสัตว์อสูรระดับราชาไร้เทียมทานตัวนี้
[ประเภท : วานรวิญญาณทอง
พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับหลุดพ้น
พรสวรรค์ด้านการป้องกัน:ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง: ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว: ระดับปานกลาง
พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ: ระดับสูง]
“พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ???”
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้พบกับพรสวรรค์ทางจิตวิญญาณประเภทการถ่ายโอนเขาเกิดความสงสัยและสนใจมันขึ้นมาทันที “คัดลอก!”
เย่เทียนแอบคัดลอกพรสวรรค์นี้มาไว้เพื่อหลอมรวมมันทีหลังเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะได้รู้ว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร
สำหรับพรสวรรค์อื่นๆเย่เทียนไม่คิดจะคัดลอกมัน เพราะพรสวรรค์พวกนั้นธรรมดาเกินไป
“วานรวิญญาณทองตัวนี้ไม่ได้พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์มากนักระดับการบ่มเพาะของมันน่าจะถึงจุดสูงสุดของสัตว์อสูรระดับราชาแต่ด้วยพรสวรรค์ในการโจมตีระดับสูง มันจึงกลายเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดต่อให้มันเป็นอสูรราชาไร้เทียมทาน มันก็เป็นอสูรราชาไร้เทียมทานที่ยังอ่อนแออยู่”เย่เทียนคิดเช่นนั้น
จากนั้นเขาก็เริ่มทําความสะอาดสนามรบ
สามวันให้หลังหลังจากทำความสะอาดสนามรบเสร็จ เย่เทียนก็กลับมาถึงบ้านและเยว่หลิงก็พาเย่หยูกลับมาส่งด้วยตัวเอง