ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 116 พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูง!

            “เย่เทียนฆ่าสัตว์อสูรระดับราชาได้!”

            เยว่หลิงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเย่เทียนจะแข็งแกร่งมากขนาดนี้เธอรู้จักเย่เทียนมานานมากเธอรู้จักเย่เทียนตั้งแต่อีกฝ่ายยังคงเป็นนักรบและเย่เทียนก็ได้ช่วยชีวิตเธอไว้

            ตอนนั้นเย่เทียนมีระดับการบ่มเพาะและความแข็งแกร่งด้อยกว่าเธอมากและเธอก็เพียงคิดว่าเย่เทียนนั้นเป็นอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับสูงและอยากได้เย่เทียนมาเป็นผู้ติดตาม

            “พรสวรรค์ของเย่เทียนต้องเป็นพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นอย่างแน่นอนและเขามีพรสวรรค์ด้านดาบ ด้านพละกำลัง และด้านความเร็วระดับที่ทรงพลังมาก!”

            “ตอนนี้เขาได้กลายเป็นปรมาจารย์ไร้เทียมทานไปแล้ว!”

            ใช่แล้วในสายตาของเยว่หลิง เย่เทียนสมควรกับฉายาปรมาจารย์ไร้เทียมทานอย่างไม่ต้องสงสัยสามารถสังหารสัตว์อสูรระดับราชาได้ภายในสองกระบวนท่าถ้าเขาไม่ใช่ปรมาจารย์ไร้เทียมทานแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?

            ตอนนี้

            ในที่สุดเยว่หลิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเย่เทียนถึงสามารถรับมือกับวิกฤติฝูงสัตว์ร้ายของฐานหลินไห่ได้นี่คือปรมาจารย์ไร้เทียมทาน ต่อให้มีอสูรระดับราชาทั่วไปบุกโจมตีฐานหลินไห่มันก็ไม่ใช่คู่มือของเย่เทียน

            ตราบใดที่เขาไม่ได้เจอสัตว์อสูรราชาที่แข็งแกร่งเกินไปเย่เทียนก็แทบจะไร้เทียมทาน

            เมื่อพลังของเขาถูกเปิดเผยเย่เทียนก็ไม่ซ่อนพลังไว้อีกต่อไปเขาช่วยตระกูลเยว่สังหารสัตว์อสูรชั้นยอดในค่ายกลทีละตัว

            ณจุดนี้เอง

            เยว่หลิงเดินเข้ามาและมองไปที่เย่เทียนด้วยความประหลาดใจ“เย่เทียน ฉันคิดมาตลอดว่านายแข็งแกร่งพอๆ กับปรมาจารย์ขั้นปลายแต่ในตอนนี้นายกลับแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้นอีกฉันไม่เคยคิดเลยว่าพลังของนายจะเทียบได้กับระดับราชาแถมนายยังสามารถฆ่าสัตว์อสูรระดับราชาได้!”

            “ผมแค่โชคดีมีพรสวรรค์พิเศษน่ะ!”

            เย่เทียนไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด

            “ใช่แล้ว นี่คงเป็นสิ่งที่สวรรค์มอบให้แก่นาย!”เยว่หลิงเห็นด้วยกับคําพูดของเย่เทียน แต่ลึกๆ แล้วเธอกลับรู้สึกหดหู่เล็กน้อย

            เมื่อเทียบกับเย่เทียนแล้วเธอช่างอ่อนแอและธรรมดาเหลือเกิน

            ในอดีตเธอรู้สึกว่าตัวเองนั้นอยู่ในระดับเดียวกับเย่เทียนแม้พลังการต่อสู้ของเย่เทียนนั้นจะแข็งแกร่งกว่าเธอแต่เธอก็ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเยว่ มีโอกาสมากมายในอนาคตเธอจะสามารถเป็นราชาได้ ส่วนเย่เทียนนั้นไม่มีโอกาสเช่นเธอ

            แต่ตอนนี้เธอคิดว่าเธอนั้นตีค่าตัวเองสูงส่งเกินไปเป้าหมายที่เธอต่อสู้เพื่อให้ได้มาตลอดชีวิตเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตที่สามารถฆ่าได้อย่างง่ายดายในสายตาของเย่เทียน

            ความแตกต่างระหว่างทั้งสองนั้นช่างมากมาย

            “นั่นคือเป้าหมายของเย่เทียนใช่ไหม?”

            เยว่หลิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้ามันเป็นสนามรบระหว่างหยุนเมิ่งหลีและราชาอสูรไร้เทียมทาน

            “ไปช่วยคนอื่นกันเถอะ!”

            เย่เทียนตบไหล่เยว่หลิงและพูด

            “อื้ม!”

            เยว่หลิงได้สติก่อนจะพยักหน้า

            ทั้งสองรีบเข้าไปช่วยผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆฆ่าสัตว์อสูร

            กลางอากาศ

            การต่อสู้ระหว่างหยุนเมิ่งหลีและอสูรราชาไร้เทียมทานใกล้จะจบลงแล้ว

            ณจุดนี้เอง

            หยุนเมิ่งหลีและอสูรราชาไร้เทียมทานต่างก็ได้รับบาดเจ็บสีหน้าของหยุนเมิ่งหลียังคงสงบนิ่งแต่ในใจเขากลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย

            “ถอยไปซะแล้วฉันจะไม่ฆ่าแก มิฉะนั้นวันนี้จะเป็นวันตายของแก!”

            หยุนเมิ่งหลีข่มขู่เสียงเย็น

            ทว่าระดับราชาไร้เทียมทานนั้นจะยอมแพ้ได้อย่างไร? และในตอนนี้ทั้งวานรสีทองและหยุนเมิ่งหลีต่างไม่สามารถยอมรับความพ่ายแพ้ได้

            ทันใดนั้นหยุนเมิ่งหลีก็หยิบของสิ่งหนึ่งออกมาในพริบตาสีหน้าของอสูรราชาไร้เทียมทานก็เปลี่ยนไปทันที

            มันเป็นคันธนู!

            คันธนูยาวสีทองที่มีลวดลายอักขระลึกลับมากมายมันแผ่กลิ่นอายอันสูงส่งไร้ที่เปรียบออกมา

            แม้อสูรราชาไร้เทียมทานจะไม่รู้จักคันธนูคันนี้แต่มันสัมผัสได้ถึงอันตรายจากคันธนูสีทองนี้

            หากเป็นยามปกติมันจะต้องหลบหนีไปอย่างแน่นอน

            แต่มันไม่กล้าหนีเพราะถึงแม้มันหนีจะไป ตัวตนที่ทรงอำนาจกว่ามันก็คงจะไม่ปล่อยมันไปแน่

            “โฮกกกก!!!!”

            อสูรราชาไร้เทียมทานคำรามอย่างบ้าคลั่งเลือดลมของมันพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งร่าง

            ตอนนี้มันกระตุ้นพลังทางสายเลือดของมันแล้วพลังปราณของมันพลันพุ่งทะยานขึ้น

            “บ้าเอ๊ย สัตว์อสูรตัวนี้มันบ้าไปแล้ว!”

            หยุนเมิ่งหลีโกรธมาก

            เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้คันธนูนี้

            คันธนูนี้เป็นอาวุธระดับสูงที่เรียกกันว่าศาสตราวุธเทวะศาสตราวุธเทวะแบ่งออกเป็นระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูงว่ากันว่ามีศาสตราวุธเทวะระดับสูงกว่านั้นอยู่อีกด้วย

            อย่างไรก็ตามด้วยระดับการบ่มเพาะของหยุนเมิ่งหลีการกระตุ้นศาสตราวุธเทวะระดับต่ำก็ค่อนข้างฝืนมากแล้วแต่คันธนูนี้เป็นศาสตราวุธเทวะระดับกลาง หากเขาฝืนกระตุ้นคันธนูนี้เขาจะต้องอ่อนแอไปอีกหลายวัน

            ถ้าไม่ใช่สถานการณ์พิเศษเขาจะไม่ใช้มันอย่างเด็ดขาด

            แต่อสูรราชาไร้เทียมทานยอมตายในสนามรบและไม่คิดจะหนีกลับไปหยุนเมิ่งหลีจึงไม่มีทางเลือกอื่นเขาจำเป็นต้องใช้มันสังหารอสูรราชาไร้เทียมทานตัวนี้

            “ตาย!”

            หยุนเมิ่งหลีถ่ายพลังปราณและพลังชีวิตบางส่วนเข้าไปในคันธนูฝืนน้าวคันธนูยาว

            ศรสีทองพุ่งออกไปราวกับจะทะลุมิติไม่ว่าอสูรราชาไร้เทียมทานจะเร็วแค่ไหนไม่ว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมันจะว่องไวเพียงใด มันก็ไม่สามารถหลบลูกธนูสีทองนี้ได้ขณะที่มันคำรามอยู่นั้น

            ลูกศรสีทองก็ทะลวงผ่านหว่างคิ้วของอสูรราชาไร้เทียมทานทําลายสมองของมันอย่างสมบูรณ์

            แม้แต่ราชาไร้เทียมทานก็ยังต้องตายเมื่ออยู่ต่อหน้าศาสตราวุธเทวะระดับกลางร่างของวานรสีทองร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นอย่างแรง

            หยุนเมิ่งหลีอยากจะเก็บศพของอสูรราชาไร้เทียมทานแต่ร่างกายของเขาอ่อนแอเกินไปแม้แต่การบินอยู่บนอากาศยังยากลำบาก...ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบินกลับเข้าไปในฐานทะเลมารและเริ่มรักษาอาการบาดเจ็บของเขา

            ตูม!!!!

            ศพของวานรสีทองราชาไร้เทียมทานตกลงสู่พื้นดึงดูดความสนใจของผู้คนและสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน

            “สัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานตัวนั้นถูกฆ่าแล้ว?”

            เย่เทียนตกใจเมื่อเห็นซากศพของสัตว์อสูรราชาร้ายไร้เทียมทาน

            หยุนเมิ่งหลีที่อยู่ในระดับราชาไร้เทียมทานเช่นกันได้สังหารวานรสีทองระดับราชาไร้เทียมทานลงได้ซึ่งนั่นเกินความคาดหมายของเย่เทียนมาก

            แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี!

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าบรรพบุรุษตระกูลหยุนของเราได้สังหารสัตว์อสูรราชาไร้เทียมทานลงแล้วท่านบรรพบุรุษได้ส่งข่าวมาแล้วรอท่านพักผ่อนสักครู่แล้วค่อยลงมือสังหารเหล่าสัตว์อสูรระดับราชาพวกนั้นอีกครั้ง!”

            ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาของตระกูลหยุนกล่าวด้วยความตื่นเต้น

            ขวัญกำลังใจและพลังต่อสู้ของเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างปะทุขึ้นทันทีพลังการต่อสู้ของพวกเขาเพิ่มขึ้นอย่างมากกระบวนทัพของพวกสัตว์อสูรเริ่มพังทลายลงเนื่องจากพวกมันสูญเสียราชาไร้เทียมทานไป

            ครึ่งชั่วโมงต่อมา

            หยุนเมิ่งหลีก็บินออกจากฐานและเข้าร่วมสนามรบอีกครั้ง

            ไม่นานสัตว์อสูรจำนวนมากก็ตายด้วยน้ำมือของหยุนเมิ่งหลี

            สัตว์อสูรที่เหลือต่างก็เริ่มหลบหนีไปเหล่าผู้ฝึกยุทธ์ไม่รีรอไล่ตามพวกมันไป จนกระทั่งพวกเขาไล่ล่าไปถึง 30,000ลี้ พวกเขาถึงหยุดและถอยกลับ

            ขั้นตอนต่อไปคือการทําความสะอาดสนามรบ

            แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือเย่เทียนแอบเข้าใกล้ศพของอสูรราชาไร้เทียมทานตัวนั้น

            เมื่อเข้าใกล้สัตว์อสูรไร้เทียมทานประมาณ1,000เมตรพรสวรรค์ในการคัดลอกของเย่เทียนก็ครอบคลุมศพของวานรสีทองก่อนเขาจะตรวจดูพรสวรรค์ของสัตว์อสูรระดับราชาไร้เทียมทานตัวนี้

            [ประเภท : วานรวิญญาณทอง

            พรสวรรค์ทางสายเลือด: ระดับหลุดพ้น

            พรสวรรค์ด้านการป้องกัน:ระดับปานกลาง

            พรสวรรค์ด้านพละกำลัง: ระดับสูง

            พรสวรรค์ด้านความเร็ว: ระดับปานกลาง

            พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ: ระดับสูง]

            “พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณ???”

            นี่เป็นครั้งแรกที่เย่เทียนได้พบกับพรสวรรค์ทางจิตวิญญาณประเภทการถ่ายโอนเขาเกิดความสงสัยและสนใจมันขึ้นมาทันที “คัดลอก!”

            เย่เทียนแอบคัดลอกพรสวรรค์นี้มาไว้เพื่อหลอมรวมมันทีหลังเมื่อถึงตอนนั้น เขาจะได้รู้ว่ามันมีคุณสมบัติอย่างไร

            สำหรับพรสวรรค์อื่นๆเย่เทียนไม่คิดจะคัดลอกมัน เพราะพรสวรรค์พวกนั้นธรรมดาเกินไป

            “วานรวิญญาณทองตัวนี้ไม่ได้พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์มากนักระดับการบ่มเพาะของมันน่าจะถึงจุดสูงสุดของสัตว์อสูรระดับราชาแต่ด้วยพรสวรรค์ในการโจมตีระดับสูง มันจึงกลายเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดต่อให้มันเป็นอสูรราชาไร้เทียมทาน มันก็เป็นอสูรราชาไร้เทียมทานที่ยังอ่อนแออยู่”เย่เทียนคิดเช่นนั้น

            จากนั้นเขาก็เริ่มทําความสะอาดสนามรบ

            สามวันให้หลังหลังจากทำความสะอาดสนามรบเสร็จ เย่เทียนก็กลับมาถึงบ้านและเยว่หลิงก็พาเย่หยูกลับมาส่งด้วยตัวเอง

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน