เซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven)

    ตอนที่ 41: น้ำแข็งพันปี ในนาม ไป๋เซี่ยซิน

    ตอนที่ 41: น้ำแข็งพันปี ในนามไป๋เซี่ยซิน 

    ครืด... ตึ้ก...

    เสียงผนังศิลาด้านหลังเลื่อนปิดสนิทลง กักขังความโกลาหลและแสงสว่างสุดท้ายไว้เบื้องหลัง ทิ้งไว้เพียงความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบและความเงียบงันที่กัดกินโสตประสาทภายในทางเดินลับโบราณ ไอเย็นยะเยือกที่เก่าแก่และหนักอึ้งยิ่งกว่าส่วนใดๆ ของตำหนักใต้พิภพที่เคยสัมผัสมา กดทับลงบนร่างราวกับภูเขาน้ำแข็งที่มองไม่เห็น หอบเอา กลิ่นอายของกาลเวลาที่ถูกผนึกนับหมื่นปี และกลิ่นจางๆ คล้ายโลหิตแห้งกรัง ลอยออกมาจากส่วนลึกเบื้องหน้า

    ไป๋เซี่ยซิน (白霜心) ถอนหายใจแผ่วเบา ไอขาวละเอียดลอยออกมาจากริมฝีปากบางสีซีด ก่อนจะถูกความเย็นโดยรอบกลืนกินหายไปในพริบตา นางยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ปรับลมหายใจและโคจรเคล็ดพลัง "ลมหายใจเหมันต์แท้" อย่างเงียบเชียบ เพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าสะสมและความปั่นป่วนภายในใจที่เกิดจากเหตุการณ์เหนือความคาดหมายเมื่อครู่

    นางเหลือบมองร่างที่ไร้สติของเด็กหนุ่มนาม "เฟิงอี้" ที่นางประคองไว้ด้วยพลังเหมันต์สายหนึ่งอย่างระมัดระวัง สภาพของเขาดูร่อแร่เต็มที ชีพจรอ่อนแรง ลมหายใจแผ่วเบา พลังชีวิตร่อยหรอจนน่าใจหายจากการใช้โลหิตและพลังลึกลับนั่นเปิดผนึกค่ายกลโบราณ แต่ถึงกระนั้น... ก็ยังมี ประกายแสงสีทองจางๆ ที่มองเห็นได้ยากยิ่ง วาบขึ้นเป็นครั้งคราวภายใต้ผิวหนังบริเวณฝ่ามือซ้ายที่เขาใช้กรีดเลือด และ กลิ่นอายปราณกระบี่ ที่แหลมคมและเย็นชา แต่กลับแฝง เจตจำนงท้าทายฟ้าดิน อันรุนแรง ยังคงตกค้างอยู่รอบตัวเขาอย่างชัดเจน

    'พลังนั่น... มันคืออะไรกันแน่?' ไป๋เซี่ยซินขมวดคิ้วเรียวงาม ความสับสนและตื่นตะลึงที่นางพยายามกดไว้เมื่อครู่ย้อนกลับมาอีกครั้ง 'แสงสีขาวทองนั่น ออร่าอันคมกล้าและสูงส่ง... มันคล้ายคลึงกับคำบรรยายถึง 'แสงแห่งมหาเทพ' ในบันทึกโบราณที่สุดของเผ่าซวนหลิ่งที่สาบสูญไป แต่เหตุใดมันถึงได้ปรากฏขึ้นในร่างของเด็กหนุ่มธรรมดาที่มีพลังปราณเพียงขั้นหลอมรากปราณกัน? และเจตจำนงกระบี่นั่นอีก... มันทั้งเย็นชา เด็ดเดี่ยว และ... ช่างคล้ายคลึงกับ 'เขา' ผู้นั้นในตำนานเหลือเกิน...' ความคิดนั้นทำให้นางรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง

    นางก้มลงมองฝ่ามือซ้ายของเฟิงอี้อีกครั้ง ภาพที่นางเผลอรู้สึก 'คุ้นเคย' อย่างประหลาดเมื่อสัมผัสเลือดของเขายังคงติดตา มันเป็นความรู้สึกที่เลือนรางและไร้เหตุผล แต่มันก็ทำให้นางสั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ... เป็นไปไม่ได้... หรือว่า...

    นางรีบสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาครุ่นคิดเรื่องตำนานเลือนราง นางเหลือบมองเสี่ยวหู่ เจ้าแมวขาวตัวน้อยที่เกาะอยู่บนไหล่ของเฟิงอี้อย่างปกป้อง แม้จะดูอ่อนแรง แต่ดวงตาสีฟ้าใสของมันกลับจ้องมองนางอย่างไม่ลดละ แฝงไว้ด้วยความระแวงและความเป็นอริจางๆ 'ส่วนเจ้าตัวเล็กนี่... พลังหยินแท้บริสุทธิ์ ปฏิกิริยาต่อแก่นเหมันต์บรรพกาล แสงสีทองจากอักษร 'หวัง'... สายเลือดบรรพกาลที่ไม่ผิดเพี้ยน แต่กลับถูกตราหน้าว่าเป็น 'อสูรต้องห้าม'...' ทั้งสองคนนี้... ช่างเต็มไปด้วยปริศนาและความขัดแย้งโดยแท้'

    ไป๋เซี่ยซินหลับตาลงครู่หนึ่ง พยายามสงบจิตใจ นางสัมผัสได้ถึง กระแสพลังอันปั่นป่วน ของตำหนักใต้พิภพแห่งนี้ มันกำลังกดทับพลังเหมันต์สายเลือดบริสุทธิ์ของนาง ทำให้การโคจรพลังเป็นไปอย่างเชื่องช้าและติดขัด แม้ระดับพลังของนางจะฟื้นคืนมาถึง ขั้นที่ 5 จิตจำแลง แล้วก็ตาม แต่ภายใต้ข้อจำกัดของสถานที่แห่งนี้ นางก็ไม่อาจสำแดงพลังเต็มที่ได้โดยง่าย และทุกครั้งที่ใช้พลังระดับสูง ก็ต้องแลกมาด้วยอาการ ล้าลึกสะสม ที่กัดกินแก่นพลังของนางทีละน้อย นี่คือเหตุผลที่นางไม่อาจต่อสู้ยืดเยื้อหรือทำลายทุกสิ่งได้ตามใจชอบ และนี่คือเหตุผลที่นางต้องการ "กุญแจ"

    'ภัยพิบัติเหมันต์' กำลังใกล้เข้ามาทุกขณะ เวลาเหลือน้อยเต็มที... เฟิงอี้ และ เสี่ยวหู่... พวกเขาคือความหวังเดียวที่อาจจะควบคุมหรือต้านทานพลังงานบรรพกาลที่กำลังจะตื่นขึ้นได้ ด้วยคุณสมบัติอันแปลกประหลาดและขัดแย้งของพวกเขา... ปราณกระบี่ที่ท้าทายกฎเกณฑ์ และสายเลือดหยินแท้ที่สามารถดูดกลืนและสยบความหนาวเหน็บ...' นางกำมือแน่น ความเด็ดเดี่ยวฉายชัดในดวงตาที่เคยสับสน 'ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นใคร หรือมีความลับอะไรซ่อนอยู่ ข้าต้องพาพวกเขาไปยัง 'ใจกลาง' ให้ได้! เพื่อตระกูลเหมันต์นิรันดร์ เพื่อการคงอยู่ของวังเมฆาเยือกแข็ง! แม้จะต้องหลอกล่อ หรือบังคับก็ตามที!'

    นางตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ประคองร่างที่ไร้สติของเฟิงอี้ (พร้อมกับเสี่ยวหู่ที่เกาะติดไม่ห่าง) ให้มั่นคงขึ้น ก่อนจะเริ่มก้าวเดินเข้าไปในทางเดินลับอันมืดมิดและเย็นเยียบเบื้องหน้าอย่างระมัดระวัง นางใช้ "เข็มทิศผลึกน้ำแข็ง (寒晶指針 - Hán Jīng Zhǐ Zhēn)" นำทาง แสงสีฟ้าจางๆ จากเข็มทิศส่องสว่างเพียงเล็กน้อย พอให้เห็นเส้นทางที่วกวนและเต็มไปด้วยอักขระโบราณ นางเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและนุ่มนวล พยายามหลีกเลี่ยงการกระตุ้นค่ายกลหรือ ไอพลัง ที่หลับใหลอยู่ให้มากที่สุด

    ทางเดินทอดลึกลงไปเรื่อยๆ บรรยากาศยิ่งมายิ่งกดดันและเก่าแก่ นางเห็นร่องรอยของกาลเวลาและการต่อสู้ในอดีตปรากฏอยู่เป็นระยะๆ มีทั้งโครงกระดูกของอสูรร้ายโบราณที่ถูกแช่แข็งไว้ในผนังน้ำแข็ง และซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่ไม่อาจระบุยุคสมัยได้ ทุกสิ่งทุกอย่างบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นสมรภูมิ หรือสถานที่สำคัญยิ่งในยุคบรรพกาล

    ขณะที่กำลังจะเลี้ยวผ่านโค้งหนึ่ง นางก็พลันชะงัก! เข็มทิศในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง! ไอพลัง อัน ชั่วร้ายและคุ้นเคย อย่างน่าขนลุก แผ่ออกมาจากเบื้องหน้า!

    'กลิ่นอายนี้มัน... หรือจะเป็นพวก 'เศษซากเงาทมิฬ' (冥影残骸 - Míng Yǐng Cánhái) ที่หลงเหลือจากสงครามครั้งนั้น?!'  ไป๋เซี่ยซินขมวดคิ้วแน่น แววตาฉายประกายเย็นเยียบและเตรียมพร้อมต่อสู้! ดูเหมือนว่าการเดินทางในทางลับนี้ จะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเสียแล้ว!

    *** จบตอนที่ 41 ***

    ไป๋เซี่ยซิน

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่ต้านสวรรค์ (Sword Saint: Resisting Heaven) ที่คุณอ่าน