เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มวุ่นวายผู้าุโฝ่ายคุมกฎก็เริ่มที่จะควบคุมสถานการณ์ไม่ได้นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาเห็นฝ่ายปรุงยาต่อต้านพวกเขาขนาดนี้แน่นอนส่วนหนึ่งเพราะสำนักไม่อาจเอาผิดฝ่ายปรุงยาได้
“ในเมื่อฝ่ายคุมกฎบอกว่าพวกเราผิดเช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ข้าขอใช้อำนาจของผู้าุโฝ่ายปรุงยาและเป็ผู้าุโระดับสูงเปิดการประชุมเพื่อตัดสินเื่ในครั้งนี้”หลิงจวินปรากฏตัวก่อนจะใช้ป้ายคำสั่งในมือ
ผู้าุโคุมกฎสีหน้าเปลี่ยนไปพวกเขาไม่คิดว่าหลิงจวินจะเล่นใหญ่ถึงขนาดนี้แต่เดิมนี่เป็เื่เล็กๆของสองฝ่ายแต่หากลากฝายอื่นๆมาเกี่ยวด้วยเช่นนั้นก็จะกลายเป็เื่ของสำนักทันที
“เกิดอะไรขึ้น”ผู้นำฝ่ายต่างๆพากันใเพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหลิงจวินใช้อำนาจของป้ายผู้นำฝ่ายเรียกประชุมเลยสักครั้ง
ในห้องประชุมระดับผู้าุโชั้นสูงของสำนักร่างจำนวนหนึ่งได้ปรากฏตัวแต่ละคนมาถึงด้วยสีหน้างุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น
ในห้องประชุมนี้เป็ทรงกลมเหล่าผู้นำฝ่ายจะอยู่บนที่สูงของห้องส่วนตรงกลางพวกจางซวนถูกนำมาพร้อมกับหลิงจวิน
“ผู้าุโหลิงจวินนี่มันเกิดอะไรขึ้น”ผู้นำฝ่ายหอตำรากล่าวขึ้น
“หรือว่ามีคนไปก่อเื่อีกแล้ว”ผู้นำฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรมองไปทางผู้นำฝ่ายคุมกฎ
“ผู้าุโหลิงจวินหวังว่าการเรียกมาครั้งนี้ของเ้าจะไม่ใช่เื่ไร้สาระนะ”ผู้นำฝ่ายหอภารกิจกล่าว
“ในวันนี้ที่ข้าเรียกทุกท่านมาเพราะสถานการณ์ในสำนักตอนนี้เริ่มที่จะตกต่ำลงทุกท่านคงรู้เื่ที่เกิดขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ทางสำนักของพวกเราได้ทำให้พันธมิตรเซียนไม่พอใจและถูกต่อว่าอย่างหนักชื่อเสียงของพวกเราก็เริ่มแย่ลงถึงขึ้นมีหลายสำนักที่เริ่มตีตัวออกห่าง
ส่วนที่ว่าเป็เพราะอะไรข้าจะไม่ขอพูดถึงอย่างไรทุกท่านก็ฉลาดคงจะรู้กันอยู่แล้วส่วนเื่ในวันนี้ ข้าได้พบกับความใว่าสำนักของพวกเราได้มีการกระทำที่ไร้เหตุผลเกิดขึ้นผู้าุโคุมกฎบางคนได้มาที่ฝ่ายปรุงยาของข้าเพื่อจับตัวศิษย์ของข้าในโทษฐานที่ดูแลสมุนไพรของตัวเอง” หลิงจวินกล่าว
“นี่มันเื่ไร้สาระอะไรกันหากการดูแลสมุนไพรถือว่าผิดเช่นนั้นจะปลูกสมุนไพรได้อย่างไรแล้วไม่มีสมุนไพรสำนักจะเอาเม็ดยามาจากไหน”ผู้นำฝ่ายเลี้ยงอสูรกล่าว
“ผู้นำฝ่ายคุมกฎท่านควรจะมีคำอธิบายนะ”ผู้นำฝ่ายหอตำรากล่าว
“เื่นี้น่าจะเป็ความเข้าใจผิดบางอย่างข้าได้ยินว่าศิษย์ของฝ่ายปรุงยาวางยาพิษใส่คนของฝ่ายเราก่อน” ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว
“วางยาพิษนี่มันผิดกฎของสำนักนะ”ผู้นำฝ่ายหอภารกิจกล่าว
“อาซวนบอกพวกเขาไปว่าเ้าวางยาพิษอีกฝ่ายหรือไม่”หลิงจวินกล่าว
“ศิษย์ไม่ได้วางยาพิษ แต่เดิมแปลงสมุนไพรของศิษย์ได้รับความเสียหายจากเดรัจฉานบางตัวซึ่งศิษย์คิดว่าน่าจะเป็สัตว์ป่าหรือสัตว์เดรัจฉานที่มาทำร้ายสมุนไพรของศิษย์ทำให้ศิษย์ใช้ผงหญ้าคันโปรยไปรอบๆแปลงสมุนไพรเพื่อป้องกันเดรัจฉานพวกนั้นแต่เมื่อหลายวันก่อนอยู่ดีๆ คนของฝ่ายคุมกฎก็มาที่ฝ่ายปรุงยาอีกครั้งและพวกเขาก็เดินมาชนกับข้าที่ร่างเต็มไปด้วยผงหญ้าคันทำให้พวกเขามีสภาพอย่างที่เห็น”จางซวนกล่าวด้วยใบหน้าไร้เดียงสาบวกกับอายุแค่ 10 ปีทำให้หลายคนไม่อาจมองออกเลยว่าจางซวนโกหกหรือไม่
“เดินชนเด็กอายุ10 ปี ยอดเยี่ยม ศิษย์ของฝ่ายคุมกฎเ้าถือเป็ชายชาตรีจริงๆ นอกจากเก่งกับผู้หญิงคนแก่และเด็กแล้ว หากเจอกับชายหนุ่มรุ่นเดียวกันเกรงว่าจะก้มหน้าไม่กล้าสบตาเลยละมั้ง”ผู้นำฝ่ายเลี้ยงอสูรหัวเราะเย้ยหยัน
“เป็เช่นนั้นหรือไม่”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว
“เอ่อเื่นี้”ชายหนุ่มที่มีผ้าผัดแผลเต็มร่างลังเลแววตากลอกไปมา
“สาบานต่อเต๋าของเ้าและพูดความจริงมาไม่งั้นข้าจะถือว่าพวกเ้าใช้อำนาจของสำนักในทางที่ผิดเ้าควรรู้ว่าแม้ฝ่ายคุมกฎจะได้รับอำนาจของสำนักในการดูแลกฎของระเบียบของสำนักแต่หากคนของฝ่ายคุมกฎทำผิดเสียเองโทษก็จะหนักกว่าคนอื่น”ผู้นำฝ่ายหอตำรากล่าว
“ศิษย์ผิดไปแล้ว”ชายหนุ่มกลายเป็หวาดกลัวทันที
“เ้าสวะ”ผู้นำฝ่ายคุมกฎเค้นเสียงตบฝ่ามือออกไปทำลายการบ่มเพาะของชายหนุ่มทันที
“ในเมื่อเ้ากล้าใช้อำนาจของสำนักในทางที่ผิดก็ต้องได้รับโทษสถานหนักหลังจากนี้เ้าจะถูกขับออกจากสำนักและห้ามกลับมาอีก”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว
“ในเมื่อเื่เล็กๆแบบนี้จบแล้วข้าก็ขอตัว”ผู้นำฝ่ายภารกิจกล่าว
“ทุกท่านอย่าพึ่งใจร้อนเื่นี้แค่เื่เล็กน้อย ที่จริงข้ามีข่าวร้ายจะมาแจ้งทุกท่านเมื่อหลายปีมานี้มีเดรัจฉานกลุ่มหนึ่งได้แอบมาทำลายสมุนไพรของฝ่ายเราอยู่ตลอดทำให้สมุนไพรที่ควรจะเพียงพอต่อการปรุงยาให้กับสำนักเริ่มจะไม่เพียงพอแล้วหากยังเป็แบบนี้ต่อไปสำนักจะประสบกับความสูญเสียอย่างหนักและเกรงว่าฝ่ายปรุงยาของพวกเราก็คงต้องชดใช้ความผิดด้วยการถอนตัวออกจากสำนักแล้ว”หลิงจวินกล่าว
“ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอไม่ได้เ้าคือเสาหลักของฝ่ายปรุงยาและเป็คนสำคัญของสำนักไผ่น้อยของพวกเราอย่าได้ทำอะไรไม่ยั้งคิดแบบนี้”ผู้นำฝ่ายหอตำรากล่าวด้วยสีหน้าร้อนใจเห็นได้ชัดว่านางไม่ยินยอมให้หลิงจวินออกไปจากสำนัก
“ผู้าุโหลิงจวินไม่ต้องห่วงหลังจากนี้ข้าจะให้ศิษย์ฝ่ายเลี้ยงอสูรของข้านำอสูรหมาป่าขนแดงไปช่วยตรวจสอบและปกป้องแปลงสมุนไพรหากมีเดรัจฉานตัวไหนกล้าทำลายสมุนไพรของสำนักพวกเราอีกข้าจะสังหารทันทีโดยไม่ถามไถ่” ผู้นำฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรกล่าว
“ข้าคิดว่าควรจะเพิ่มกฎข้อหนึ่งศิษย์ที่ไม่ใช่ฝ่ายปรุงยาห้ามเข้าใกล้สวนสมุนไพรอย่างเด็ดขาดหากฝ่าฝืนจะต้องถูกขังอยู่ในหอสำนึกผิดเป็เวลา10 ปี” ผู้นำฝ่ายหอตำรามกล่าว
“เื่นี้”ผู้นำฝ่ายหอภารกิจลังเลก่อนจะมองไปยังผู้นำฝ่ายคุมกฎเพราะใครๆก็รู้ว่าศิษย์ของฝ่ายคุมกฎเป็คนทำลายแปลงสมุนไพร
“เื่นี้เป็เื่สำคัญควรจะขอความเห็นของผู้าุโใหญ่เสียก่อน”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว
“ไม่จำเป็ผู้าุโใหญ่รู้เื่นี้แล้วและให้ข้าเป็ตัวแทนบอกกล่าวกับทุกท่านว่าให้ตกลงตามนี้จากนี้ไปห้ามศิษย์ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตของสวนสมุนไพรเด็ดขาดหากฝ่าฝืนยังต้องถูกรับโทษอย่างหนัก1”ชายชราคนหนึ่งกลายเป็ลำแสงพุ่งเข้ามา
“อยากทำแบบนั้นได้บ้างจัง”จางซวนที่ยืนหาวอยู่ก็ตื่นเต้นมองชายชราที่พึ่งเข้ามาด้วยแววตาเป็ประกาย
“ที่แท้ก็เป็สหายจากฝ่ายหอนักสู้นี่เองได้ยินว่าผู้นำหอตอนนี้อยู่ที่แนวหน้าพร้อมกับพันธมิตรเซียนสถานการณ์เป็อย่างไรบ้างแล้ว”ผู้นำฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรกล่าวขึ้น
“ตอนนี้ไม่สู้ดีนักทรัพยากรของทางเราค่อนข้างน้อย เม็ดยาที่ส่งไปให้กับทางแนวหน้าน้อยลงทุกที ข้าได้ยินว่าผู้นำหอโกรธมากกับเื่ที่พึ่งเกิดขึ้นเขาให้ข้ามาเตือนพวกท่านหากยังมีเวลาว่างมาทำลายชื่อเสียงของสำนักก็รีบๆใสหัวไปที่แนวหน้าซะ เขาว่าแบบนี้”ชายชรากล่าว
“ข้าเองก็อยากจะไปนะแต่เกรงว่าทางสำนักจะไม่ยอม” หลิงจวินกล่าว
“แน่นอนว่าท่านนั้นไปไม่น้อยหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านสำนักของพวกเราเกรงว่าจะรับไม่ไหว”ชายชรายกยิ้มอย่างมีความหมาย
ผู้นำฝ่ายคุมกฎหรี่ตาลงเห็นได้ชัดว่าหลิงจวินนั้นมีความลับบางอย่างที่หลายคนยังไม่รู้อย่างน้อยผู้นำฝ่ายในห้องประชุมก็ไม่รู้อย่างแน่นอนมีเพียงบางคนเท่านั้นที่รู้
“จริงด้วยอีก 2 ปีจะถึงเวลาที่แต่ละฝ่ายเริ่มส่งลูกศิษย์มาประลองกันผู้ที่ติดอันดับ 10คนแรกจะได้รับโอกาสให้เข้าร่วมแดนลับเพื่อฝึกฝนเป็เวลา 4 ปีดังนั้นผู้าุโใหญ่จึงกำชับมาว่าให้ทุกท่านเตรียมศิษย์ของพวกท่านให้ดี” ชายชรายิ้มก่อนจะหันหลังกลายเป็ลำแสงจากไป
“ในเมื่อได้ข้อตกลงแล้วหวังว่าที่ฝ่ายปรุงยาของข้าจะไม่มีเดรัจฉานบางตัวปรากฏขึ้นอีก” หลิงจวินยกยิ้มก่อนจะพาจางซวนจากไป
“หวังว่าสหายหลิงจวินจะเตรียมใจสำหรับการประลองในอีก2 ปีด้วยเพราะการประลองค่อนข้างอันตรายอาจจะทำให้เกิดการาเ็สาหัสหรือขั้นพิการได้”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกล่าว
“ข้าจะระวัง”หลิงจวินกล่าว
“ท่านอาจารย์ข้าต้องเข้าร่วมการประลองหรือไม่”จางซวนััได้ถึงดวงตาของผู้นำฝ่ายคุมกฎมองมายังตนด้วยจิตสังหารเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายเกิดจิตสังหารอยากจะฆ่าตนแล้ว
“แน่นอนเพราะการประลองศิษย์ทุกคนจะต้องเข้าร่วมทั้งหมด”หลิงจวินกล่าว
“แต่ข้าพึ่งอายุ10 ปีเองนะแถมพลังก็ต่ำขนาดนี้” จางซวนกล่าว
“ไม่ต้องห่วงการประลองรอบแรกคือการประลองเอาตัวรอดถึงตอนนั้นหากเ้าไม่อยากเข้ารอบก็แค่เอ่ยยอมแพ้ก็สิ้นเื่” หลิงจวินยิ้มเขาเองก็คิดว่าจางซวนยังไม่พร้อมสำหรับการต่อสู้แต่เมื่อนึกถึงภาพที่ตนและจางซวนเจอกันครั้งแรกในวันนั้นจางซวนเต็มไปด้วยจิตสังหารและเข่นฆ่าศัตรูอย่างไร้ปราณีในใจก็เกิดความคาดหวังขึ้นเล็กน้อย
เมื่อจางซวนกลับมาถึงถ้ำบำเพ็ญของตนก็เล่าให้อี้ฟังอี้ที่ได้ฟังก็ร้องคำรามทันที
“เ้าจะต้องเข้าร่วมและติดอันดับ1ใน10 ให้ได้” อี้กล่าว
“เ้าจะบ้างั้นเหรอข้ามีพลังแค่นี้จะไปทำแบบนั้นได้อย่างไรอีกอย่างชีวิตน้อยๆของข้าไม่อาจแบกรับความเสี่ยงได้” จางซวนกล่าว
“ชีวิตน้อยๆอะไรของเ้ากันลูกผู้ชายหากไม่กล้าหาญที่จะ่ชิงโชควาสนาแล้วจะบ่มเพาะไปเพื่ออะไรกันเ้าไม่อยากบรรลุเป็เซียนเป็เทพแล้วชุบชีวิตบิดารมารดาแล้วงั้นเหรอ” อี้กล่าว
จางซวนได้ยินก็สั่นสะท้านแต่ก็ยังลังเลจางซวนนั้นมีประสบการณ์ต่อสู้น้อยมากและไม่รู้ว่าตนนั้นแข็งแกร่งแค่ไหน
“ไม่ได้การเ้าเด็กนี่ดูแคลนตัวเองเกินไป เ้านี่ไม่รู้เลยว่าในขอบเขตเดียวกันไม่มีใครสู้ได้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกสำนักเล็กๆแห่งนี้ต่อให้ขอบเขตสูงกว่าสามขั้นเล็กก็ทำอะไรเรือนกายของเขาไม่ได้ดูเหมือนข้าต้องหาคู่ต่อสู้ให้กับเขาสักคน จริงสิยังมีสิ่งนั้นอยู่นี่นา” อี้ขบคิดในใจอยู่นานก่อนจะกลายร่างเป็ชายชราไปยังพื้นที่ส่วนหนึ่งในห้องหลอมหลังจากอี้เปิดใช้กลไกแล้วก็มีสนามประลองปรากฏขึ้น
“เ้ากำลังทำอะไรอยู่งั้นเหรอ”จางซวนกล่าวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“แน่นอนว่าเตรียมการฝึกให้เ้าอาซวนตอนนี้เ้าเริ่มบ่มเพาะด้วยวิชาเตาหลอมฟ้าดินแล้วดังนั้นแม้ทรัพยากรที่ต้องใช้จะมากว่าปกติห้าเท่าเพราะรากิญญาแต่ว่าความเร็วในการดูดซับพลังปราณก็จะเพิ่มขึ้นเวลาสองปีมากพอให้เ้าไปถึงขอบเขตกลั่นปราณขั้น 9 และเ้าจะต้องทะลวงขั้นพิเศษขั้นที่ 10-12 ให้ได้ หลังจากนั้นค่อยทะลวงขั้นสร้างปราณ” อี้กล่าว
“แค่สองปีข้าจะทำได้อย่างไร”จางซวนกล่าว
“หากอยู่ในูเาบ้านเกิดเ้าคงทำไม่ได้แต่อย่าลืมว่าที่นี่คือสำนักแห่งหนึ่งและพวกเราอยู่ฝ่ายปรุงยา” อี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม