ตอนที่ 197 เหมือนเดิมนะครับ
“เอ๊ะ?! เดี๋ยวนี้ไม่มีการกำหนดเมนูในแต่ละวันแล้วเหรอครับ น่าเสียดายจัง” หัวหน้าหน่วยมองดูเมนูบนผนัง ที่เป็นกรอบสีทอง ด้วยความผิดหวัง เมื่อบนนั้นไม่ได้มีเมนูข้าวเหนียวหมูปิ้งและโจ๊ก ที่ตัวเขาโหยหาและอยากจะรับประทานถูกเขียนอยู่บนนั้น
“ผมไม่ได้กำหนดเมนูตายตัวมานานแล้วครับ เนื่องด้วยสถานการณ์ของที่ไม่ค่อยจะมีลูกค้าเหมือนกับแต่ก่อน ฉะนั้นหากท่านหัวหน้าหน่วยอยากจะกินอะไรก็สั่งมาได้เลยครับ ผมยินดีทำให้ทั้งหมด” ไลท์ตอบกลับ
อันที่จริงเมนูหมูปิ้งและโจ๊ก ไม่ได้บรรจุเอาไว้ในเมนูที่ติดอยู่บนผนัง ก็เพราะไลท์นั้นต้องการจะแยกสองเมนูนี้ออกไปจากร้านของเขานั่นเอง
ไลท์คิดว่าสองเมนูที่เป็นเมนูอาหารเช้าของเขานั้นไม่ควรรวมอยู่ในเมนูที่คล้ายกับอาหารตามสั่ง เพราะทั้งสองเมนูนี้ถือเป็นเมนูจำเพาะ ที่จะขายดีในช่วงเช้าและเย็นเท่านั้น
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น หากต้องทำทิ้งไว้เพื่อขายให้ได้ตลอดทั้งวัน มันส่งผลต่อการรักษารสชาติค่อนข้างยาก โจ๊กนั้นควรต้องกินตอนร้อนๆ ไม่ควรทำทิ้งไว้หรือปล่อยไว้จนข้ามคืน ไม่เช่นนั้น โจ๊กจะคืนตัวและอาจจะทำให้ผู้ที่รับประทานเกิดลมในท้องได้
ดังนั้นแล้ว ไลท์จึงตั้งใจที่จะแยกทั้งสองเมนูออกไปจากร้าน หากแต่จะให้โทมัสและจิม เป็นคนดูแลร้านแห่งใหม่ที่จะขายทั้งสองเมนูนี้โดยเฉพาะ ซึ่งหมูปิ้งและโจ๊กจะถูกย่อส่วนให้กลายเป็นร้านค้าแบบเคลื่อนที่ได้
หรือจะย้ายไปอยู่ในรถม้าคันเล็กๆ (ไม่ใช่รถม้าที่ไวทเคานต์นิคมอบให้ แต่เป็นรถที่เอ็ดดี้และลูกหาบช่วยกันประกอบให้ใหม่ โดยใช้วัสดุจากร้านรวงที่เหลือทิ้งไว้) ตระเวนไปขายในหมู่บ้านดาราฉายเพื่อขายทั้งสองเมนูนี้แทนการต้องเดินทางมากินที่ร้านอาหารสามเวลาในป่าดาราฉาย
ซึ่งหมูปิ้งนั้นก็มีความพิเศษในตัวมันเองอยู่แล้ว โดยลูกค้าสามารถซื้อและกินได้โดยไม่ต้องหาโต๊ะหรือเก้าอี้ในการรับประทาน
พวกเขาสามารถถือไปกินได้ตามที่ต่างๆ ขอเพียงแค่ระมัดระวังอย่าให้ ไม้ทิ่มปากในระหว่างกินก็เพียงพอแล้ว ส่วนโจ๊กนั้นแตกต่างออกไปสักหน่อย
ตรงที่ต้องมีพื้นที่ให้กับลูกค้าได้นั่งกินสัก 4-5โต๊ะ
ดังนั้นไลท์จึงขอเช่าพื้นที่หน้าบ้านครอบครัวของแมท ในการเปิดร้านอาหารสามเวลาเคลื่อนที่นี้นั่นเอง
และที่ร้านอาหารในตอนนี้ที่หัวหน้าหน่วยไม่เห็นโทมัส จิม เอลล่าและแอล อยู่ในร้านอาหาร ก็เป็นเพราะพวกเขาทั้ง 4 คน ต่างพากันออกไปขายหมูปิ้งและโจ๊ก ที่หมู่บ้านดาราฉายกันอยู่
กว่าพวกเขาจะกลับก็คงอีกประมาณ 1-2 ชั่วโมง เพื่อกลับมาพักผ่อนและเตรียมของเพื่อที่จะกลับไปขายกันในตอนเย็น
เป็นการช่วยหารายได้เพิ่มเติมให้กับร้านของพวกเขาอีกแรง
“ที่แท้ก็เป็นเพราะแบบนี้นี่เอง” หัวหน้าหน่วยคลายใจลงไปได้บ้าง เมื่อรู้ว่าที่ร้านอาหารสามเวลา ยังมีเมนูที่ตัวเขาโปรดปรานอยู่เช่นเดิม เพียงแต่แค่โยกย้ายไปขายที่อื่นเท่านั้น
เอาไว้วันพรุ่งนี้ ตนเองค่อยตื่นแต่เช้า ขี่ม้ากลับเข้าหมู่บ้านดาราฉายเพื่อไปซื้อหมูปิ้งก็ยังไม่สาย
“ไม่ต้องรอถึงวันพรุ่งนี้หรอกครับ หากหัวหน้าหน่วยอยากจะกินหมูปิ้งหรือโจ๊ก ผมพอจะทำให้ได้เป็นกรณีพิเศษ...ว่าแต่จะรับเป็นอะไรดีครับ” ในฐานะที่เป็นคนกันเอง แถมเดินทางมาตั้งไกล มีหรือที่ไลท์จะไม่เทคแคร์หัวหน้าหน่วยผู้นี้สักหน่อย ก่อนจะรับปากว่าเขาพร้อมจะทำโจ๊กและหมูปิ้งให้ตามที่อีกฝ่ายต้องการ
“หมูปิ้งครับ!”
หัวหน้าหน่วยนี้เป็นแฟนตัวยงของหมูปิ้งมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เมื่อได้ยินว่าไลท์จะทำให้เป็นกรณีพิเศษ ชายหนุ่มจึงไม่ลังเลเลยที่จะสั่ง หมูปิ้ง ที่แสนคิดถึงมารับประทานเป็นอาหารเช้า
“หัวหน้าหน่อยเอาเป็นหมูปิ้ง เนื้อปิ้ง ไก่ปิ้ง เหมือนเดิมนะครับ ส่วนท่านอื่นๆ เอาเป็นอะไรกันดีครับ”
คำว่าเหมือนเดิม แม้จะเป็นคนพูดที่สุดแสนจะธรรมดา แต่ทว่า มันมีพลังที่ยิ่งใหญ่แอบแฝงเอาไว้อยู่ภายในคำพูดนั้น
ทันทีที่หัวหน้าหน่วยได้ยินว่า ไลท์ทวนเมนูที่เขาต้องการด้วยคำว่า ‘เหมือนเดิม’
จู่ๆ ใบหน้าของหัวหน้าหน่วยก็พลันแย้มยิ้มขึ้นมาในทันตา “ใช่ครับ เหมือนเดิมครับ”
ความรู้สึกของหัวหน้าหน่วยราวกับได้รับการเติมเต็มจากคำพูดสั้นๆ ของไลท์ ที่เต็มไปด้วยความเอาใจใส่ไลท์ที่ไลท์มีให้กับตนเอง
นี้ถือเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่พบเห็นได้ตามพ่อค้าแม่ค้าในประเทศไทย ที่มักจะจดจำลูกค้าขาประจำของตัวเองได้
ผิดกับวัฒนธรรมของชาวต่างชาติ ที่นานๆ ครั้งจะมีสักร้านหนึ่งที่เอาใจใส่ลูกค้าแบบนี้
ไลท์ยิ้มให้กับหัวหน้าหน่วย ราวกับว่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ก่อนจะหันหน้ากลับมารับเมนูจาก สองสาวที่กำลังจ้องมองเมนูบนผนังอย่างไร้จุดหมาย
“ฉันไม่รู้จักเมนูของที่นี่เลย แต่ฉันเคยกินอาหารคลีนของผู้หญิงมาก่อนแล้วเกิดชอบเอามากๆ ฉะนั้นฉันขอเป็นกะเพราคลีนจะได้ไหมคะ” นักแสดงพริมโรสและนาเดีย ไม่ค่อยรู้จักกับเมนูอาหารของร้านอาหารสามเวลามากนัก เธอเคยกินเพียงแค่ อาหารคลีนที่คุณผู้หญิงยกให้ก็เท่านั้น ซึ่งที่จดจำได้ขึ้นใจก็คงจะเป็น กะเพราอกไก่คลีนนั่นเอง
แต่ทว่า ไลท์กับพูดประโยคหนึ่งกลับมา “ผมขอปฏิเสธที่จะทำให้กับคุณผู้หญิงท่านนี้นะครับ...ส่วนอีกท่านรอสักประเดี๋ยว” ไลท์ส่ายหน้าไปยัง นักแสดงพริมโรส และ การส่ายหน้าของไลท์นี้เองก็ทำให้นักแสดงพริมโรสที่คุ้นหน้าคุ้นตาไลท์มาตั้งแต่แรกเห็น จดจำได้ในทันทีว่าเขาคือชายคนเดียวกับที่เคยมองเธอด้วยสายตาที่เวทนานั่นเอง
นักแสดงพริมโรสงุนงงเป็นอย่างมากว่าตัวเธอนั้นทำผิดอะไร เพราะเหตุใดชายคนนี้ ถึงดูใจร้ายกับเธอเสียเหลือเกิน
อีกทั้งสายตาที่มองเธอมาก็ดูแตกต่างจากที่มอง คุณหนูนาเดีย ราวกับว่าเธอทำอะไรผิดมา
“ท่านไลท์ไม่ชอบฉันที่ตรงไหนเหรอคะหรือฉันทำอะไรผิดไปให้ท่านไลท์ต้องไม่พอใจ? ถึงได้มองฉันด้วยสายตาเช่นนี้” นักแสดงพริมโรสรู้สึกผิดหวังที่ตัวเธอไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีจากไลท์
หรือทั้งหมดเป็นเพราะโกรธที่เธอเข้าใจผิด เรียกท่านไลท์สลับกับคุณตา เมื่อก่อนหน้านี้?
“ไม่ชอบ? ผมว่าคุณลูกค้ากำลังเข้าใจผมผิดอยู่นะครับ”
ไลท์เองก็ถึงกับชะงักไปเช่นกัน เมื่อจู่ๆ นักแสดงพริมโรสจ้องมองเขาด้วยดวงตาที่สั่นเครือ
“ถ้าเรื่องก่อนหน้านี้ ฉันทำให้ท่านไลท์ต้องโกรธหรือไม่พอใจอะไร ดิฉันต้องขอโทษจากใจจริงด้วยค่ะ” ครั้งนี้นักแสดงพริมโรสไม่ได้กำลังทำการแสดง
เธอเสียใจที่ถูกไลท์ มองเธอด้วยสายตาที่แตกต่างจากคนอื่นๆ ยิ่งกอปรกับที่นักแสดงพริมโรสดูจะจดจำไลท์ได้ ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกของเธอยิ่งเศร้าไปกว่าเดิม จนเธอเริ่มที่จะมีน้ำเสียงที่สั่นเครือ ประหนึ่งอีกเพียงนิดเดียว น้ำตาก็จะไหลออกมาแล้ว
ทว่า ก่อนที่น้ำตาของหญิงสาวจะไหลออกมา จู่ๆ ก็มีผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่ง ยื่นเข้ามาให้กับเธอ
เธอมองตามผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น ก่อนจะพบว่าผู้ที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้กับเธอ ก็คือไลท์ที่เธอคิดว่าอีกฝ่าย ไม่ชอบเธอนั่นเอง
“ลูกค้าเข้าใจผมผิดแล้วครับ...ถ้าผมไม่ชอบลูกค้าจริงๆ ผมคงตอบรับที่จะทำกะเพราให้กับลูกค้าไปแล้วครับ” ไลท์พยายามอธิบายในสิ่งที่เขาทำไป เพื่อให้นักแสดงพริมโรสใจเย็นลง “ที่ผมต้องปฏิเสธเมนูกะเพราของลูกค้าก็เพราะว่า ตอนนี้ร่างกายของสุภาพสตรีท่านนี้ ยังไม่พร้อมที่จะกินอาหารที่มีรสชาติจัดๆ สักเท่าไหร่ครับ”
หัวหน้าหน่วย คุณหนูนาเดียที่กำลังจะเข้ามาช่วยปรับความเข้าใจให้กับทั้งสองคน ได้ชะงักไปเล็กน้อย พลางหยุดยืนฟังในสิ่งที่ไลท์พูดอยู่ข้างๆ นักแสดงพริมโรส
“ไม่ทราบว่าในช่วงก่อนหน้าที่สุภาพสตรีท่านนี้ ได้มีอาการอาเจียนหรือดูอ่อนเพลียมาบ้างหรือเปล่าครับ?” ไลท์เอ่ยถาม
“มีค่ะ วันก่อนพี่สาวพริมโรสเธอดูอ่อนเพลียมากทีเดียว อาจจะเป็นเพราะเธอพึ่งทำการแสดงด้วยล่ะมั้งคะ” นาเดียช่วยตอบแทนนักแสดงพริมโรสที่กำลังเงียบไป
“อาจจะเหนื่อยจากการแสดงก็ส่วนหนึ่งครับ แต่ที่ทำให้เธออาเจียนและอ่อนเพลียเช่นนี้ มันเกิดจากการใช้ชีวิตที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของเธอครับ” ไลท์ไม่ได้ระบุอาการที่ชัดเจนให้กับคนอื่นได้ยิน เพราะถือว่านี้เป็นเรื่องส่วนตัวของหญิงสาวที่ชื่อว่าพริมโรส
แต่กระนั้นเขากลับยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ กับนักแสดงพริมโรส ใกล้ชนิดที่ว่าหากไม่ได้มองให้ดีๆ อาจจะเห็นว่าทั้งสองกำลังจุมพิตกันอยู่เลยก็ว่าได้
ไลท์ที่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ กับใบหน้าของนักแสดงพริมโรส ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ลอยโชยเตะจมูก
หญิงสาวที่มีชายหนุ่มเข้ามาใกล้ จากที่เอียงอายอยู่ก่อนแล้วก็ยิ่งใจเต้นตึกตักเข้าไปใหญ่
ก่อนจะมีเสียงกระซิบจากพ่อครัวหนุ่ม ที่ได้เอ่ยถามถึงอาการของเธอ ให้กับหญิงสาวได้ยินเพียงลำพัง
“หลายวันมานี้คุณได้อดอาหารอยู่ใช่หรือไม่ หากใช่ให้พยักหน้า แต่ถ้าไม่ ช่วยส่ายหน้าให้ผมรับรู้ด้วยครับ” พูดจบไลท์ก็ยื่นหน้าของเขาออกมา สายตายังคงจับจ้องไปที่พริมโรสด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ดั่งเช่นที่แสดงออกผ่านทางสายตาที่เวทนาสงสารในตอนนั้น
งึก งึก~!
นักแสดงพริมโรส พยักหน้าเล็กน้อย เพื่อบ่งบอกว่า เธอทำสิ่งนั้นตามที่ไลท์ได้ถามกับเธอ
“ขอบคุณที่ตอบความจริงกับผมนะครับ” ไลท์เองก็พยักหน้าตอบ “พวกคุณทุกคนไปนั่งรอที่โต๊ะกันก่อน อีกเดี๋ยวผมจะนำอาหารออกมาเสิร์ฟให้ครับ”
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์กลับมาสงบลงแล้ว ทุกคนแม้จะยังสงสัยกับการกระทำของไลท์ ที่ดูเหมือนจะมีเรื่องลับลมคมในกับนักแสดงพริมโรมอยู่ แต่ทุกคนก็ยอมทำตามที่เขาพูดแต่โดยดี ทุกคนทยอยกลับไปนั่งกันที่โต๊ะ
เว้นก็แต่นักแสดงพริมโรส ที่กำลังยืนพูดคุยกับไลท์อยู่ที่เดิม
“ร่างกายของคุณตอนนี้อ่อนแอมาก ฉะนั้นผมจะทำโจ๊กให้กับคุณแล้วหลังจากนั้น คุณกับผมค่อยมาพูดคุยปรับความเข้าใจกันใหม่ดีไหมครับ”
“ฉันเข้าใจแล้วค่ะ…ฉันชื่อ พริมโรส ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ผมไลท์ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy