หน้าที่ประจำวันของผมจึงมีการแหงนหน้าขึ้นไปคอยสอดส่องหาความเคลื่อนไหว้าเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง คอยจับตาดูว่าเงือกตนนั้นจะผ่านกลับมาเมื่อไหร่
คงไม่ถามกันหรอกใช่ไหมว่าทำไมถึงไม่ว่ายน้ำไปดูด้วยตาของตัวเอง?
ตัวผมก็แค่นี้… จะให้เดินทางไกลไปยังสถานที่ที่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน มีระยะทางไกลกี่มากน้อยนั้นเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้ จะให้คลานอย่างเชื่องช้าตามเงือกตนนั้นไป ก็แน่นอนว่าด้วยความเร็วที่แตกต่างผมย่อมต้องคลาดกันกับเขาและจบลงด้วยการหลงทาง หรือไม่ก็ขาดอาหารไม่ก็ถูกจับกินจนต้องสูญเสียชีวิตน้อยๆ นี่ไประหว่างทาง
ดังนั้นการรออยู่ตรงนี้เนี่ยแหละเป็ทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว ไม่ได้มีเหตุผลหลักเพราะกลัวจะกลับมาหาเ้าต้นไม้ต้นนี้และรังของตัวเองไม่ถูกเลยจริงๆ
ผ่านไปวันแล้ววันเล่าเงือกตนนั้นก็ยังคงไม่กลับมา ไม่รู้ว่าคลาดกันหรือยังไม่กลับมากันแน่ หากเป็อย่างหลัง ระยะทางระหว่างรังของผมกับจุดเกิดเหตุคงจะไกลน่าดู ซึ่งหากเป็เช่นนั้นก็เป็เื่ที่ดีสำหรับผมที่ไร้ความสามารถในการปกป้องตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ เป็แค่ก้อนนิ่มๆ ในทะเลที่เอาแต่กินแล้วก็นอน ไม่ได้มีความสามารถพิเศษอะไรนอกจากระลึกตัวได้ว่ากลับมาเกิดใหม่ แม้กระทั่งความทรงจำเดิมชาติที่แล้วก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมา
อันที่จริงมันก็มีบทสรุปอีกแบบที่ทำให้เ้าเงือกนั่นไม่กลับมาเสียที นั่นก็คือเงือกตนนั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้วจึงไม่สามารถว่ายน้ำกลับมาได้
ผมหันกลับไปเคี้ยวเ้าต้นไม้ต่ออย่างจนปัญญา ก็อย่างว่าตัวผมทั้งเล็กจิ๋วและเชื่องช้าขนาดนี้ จะให้ออกไปผจญภัยที่ไหนได้? จะตบตีกับใครเขาก็คงพ่ายแพ้กลับมา ร่างนุ่มนิ่มนี้มีประโยชน์ก็แค่ทำให้แทรกตัวไปในช่องทางแคบๆ ได้ก็เท่านั้น
ใจผมก็มีใจจะอยากออกไปอยู่หรอก แต่ก็ไร้พลังและกำลังจะทำตามใจตัวเอง คำที่ว่ามีใจแต่ไร้กำลังมันเป็เช่นนี้นี่เอง รู้ซึ้งจนพูดไม่ออกบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
ผมเลือกที่จะเจียมตัวไม่แส่ออกไปหาเื่ ดีกว่าออกไปทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองทำได้แค่เป็ตัวประกอบ เป็เหยื่อที่จะโดนฆ่าทิ้งโดยอะไรก็ตามที่อยู่ข้างนอก
ซึ่งมันก็แน่นอนว่าท้องทะเลอันกว้างใหญ่นี้ไม่ได้ปลอดภัยให้เที่ยวเล่นได้ตามแต่ใจอยาก ภายใต้ความสงบงดงามของมันเต็มไปด้วยสิ่งอันตรายโหดร้ายทั้งจากสิ่งมีชีวิตและภัยธรรมชาติที่หากก้าวพลาดก็เสมือนก้าวไปยังจุดจบ
สิ่งมีชีวิตต่างดิ้นรนเอาชีวิตรอด กลืนกินกันและกันเพื่อสานต่อชีวิตของตัวเองไม่ต่างไปจากตัวผม
[?!!]
ผมชะงักพร้อมสำรอกใบไม้ออกจากปาก รู้สึกอึดอัดแน่นไปทั้งตัวจนแทบหายใจไม่ออก ร่างกายนุ่มนิ่มสั่นระริกและบิดไปมาจนต้องขดตัวเข้าหากันจนเป็ก้อนเพราะความเ็ปที่มาโดยไม่คาดฝัน
ท้องของผมจู่ๆ ก็ปวดขึ้นมา เหมือนข้างในมันบิดตัวผิดรูปร่าง ราวกับเครื่องในและอวัยวะภายในกำลังเคลื่อนที่ไปมาจนก่อให้เกิดความเ็ปเจียนตายที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ผมขดตัวพยายามอดทนให้มันผ่านไปอย่างไม่รู้จะจัดการตัวเองอย่างไร นี่เป็ครั้งแรกที่เกิดเื่ผิดปรกติกับร่างกายเล็กๆ นี้ กระนั้นถึงเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้ความเ็ปนี้ลดลงเลย แถมยังกระจายลามไปทั่วทั้งร่างจนรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้
มันเจ็บ… เจ็บเหมือนภายในร่างกายกำลังถูกทำลายบดขยี้ครั้งแล้วครั้งเล่า
แม้กระทั่งคลื่นน้ำทะเลที่พัดกระแสน้ำเข้ามากระทบร่างกายก็ทำให้พื้นผิวััปวดแสบปวดร้อนราวโดนจี้ด้วยลาวาเหลว
เป็เพราะผม...กินมากไปเหรอ?
หรือว่าอันที่จริงแล้วเ้าต้นไม้นี่มีพิษจนสิ่งมีชีวิตอื่นหลีกหนีไม่เข้าใกล้?
หรือว่า…ร่างนี้กำลังจะ...หมดอายุขัย?
นี่ผมกำลังจะตายเหรอ?
ผม… ยังไม่อยากตาย……
ยัง...ใช้ชีวิตใหม่นี้ได้ไม่คุ้มเลย
เพราะอะไรกัน? เพราะอะไรกัน? ให้ผมใช้ชีวิตต่ออีกสักหน่อยไม่ได้เลยเหรอ…?
จะด้วยเพราะอะไรก็แล้วแต่ ตัวผมในสภาพนี้ไม่อาจคิดวิเคราะห์อะไรได้อีกแล้ว ความเจ็บมันกลบกลืนสติทั้งหมดของผมไป จนเมื่อร่างกายทนรับไม่ไหวทุกอย่างก็ดำมืดตัดขาดจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง
กระนั้นถึงเ้าของร่างนุ่มนิ่มเหมือนเจลลี่จะสลบไม่ได้สติไปแล้ว ร่างกายที่กำลังปรับเปลี่ยนก็ไม่ได้หยุดการทำงานของมัน มันอาจเรียกได้ว่าเป็การวิวัฒนาการ เพราะมันไม่อาจเรียกว่าเป็การเจริญเติบโตได้
มันคือสิ่งที่เหนือยิ่งขึ้นไป...
ต้นไม้ที่เป็อาหารให้แก่สัตว์ตัวน้อยมันไม่ใช่เพียงต้นไม้ธรรมดา มันพิเศษและแตกต่างจากทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก
ก้อนนุ่มนิ่มสีขาวประกอบด้วยเส้นขนเล็กๆ และจุดสีดำประปรายบนลำตัวค่อยๆ ขยายใหญ่ขึ้น ใบหูรูปร่างคล้ายหูของกระต่ายฉีกแยกออกจากกันเป็สี่ ด้านหน้ามีปากเล็กๆ ขยายออกฉีกกว้างพร้อมซี่ฟันแหลมนับไม่ถ้วนจนเหมือนสัตว์นักล่า คมเขี้ยวแหลมคมจนสามารถกัดทะลุสิ่งที่แข็งที่สุดในโลกได้
ทว่าถึงรูปลักษณ์จะแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย ร่างนุ่มนิ่มนี้อย่างไรก็ยังคงดูน่ารักน่าลองััสักครั้งอยู่ดี เส้นหนามเล็กๆ นับไม่ถ้วนที่ขยับไหวไปมาตามกระแสน้ำ มองแล้วให้ความรู้สึกฟูฟ่องนุ่มนิ่มไปทั้งตัว และถึงร่างกายจะขยายขึ้นมาจากขนาดเดิมที่ใหญ่กว่าพวกกุ้งและปลาขนาดเล็กเท่าหนึ่งขึ้นมาเป็ขนาดประมาณเท่ากระต่ายบนบก กระนั้นมันก็เพียงทำให้ตัวตนนี้เด่นชัดขึ้นมานิดหน่อย ไม่ได้โดดเด่นใหญ่โตอะไรมากมาย
กว่าการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดจะจบลงก็กินเวลานานไปหลายวันจนครบหนึ่งอาทิตย์ ระหว่างนั้นร่างที่ไม่ได้สติก็ยังคงหลับใหลหลีกหนีความเ็ปจากการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ไร้สติโดยสิ้นเชิงว่าเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของตนเองบ้าง
และเมื่อการเปลี่ยนแปลงสิ้นสุดลง ร่างเล็กๆ ก็ขยับตัวอย่างเกียจคร้าน...
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : ปวดท้อง แง! ผมปวดท้องงงง!!
คนแต่ง : น้อง! เป็อะไร!! กินยาไหม?!
น้องทากทะเล : ไม่เอา! จะกินไอศกรีม!
คนแต่ง : ไอศกรีมมันเอาลงมาใต้ทะเลไม่ได้นะลูก…
น้องทากทะเล : ทำไมอ่า
คนแต่ง : มันโดนน้ำทะเลละลายหมดแล้ว
น้องทากทะเล : ( ⊙△⊙ )
------------
เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆของนิยายเื่ [ไม่มีใครน่ารักไปกว่าผม] ตอนที่ 2 :
-----------
ตอนที่แล้วเราทิ้งข้อสงสัยไว้ว่าทำไมน้องถึงไม่โดนจับกินได้ง่ายๆ คำตอบก็คือน้องมีเข็มพิษอยู่บนตัว ซึ่งพิษเหล่านี้น้องขโมยมาจากสิ่งที่น้องกินเข้าไป เช่นพวกฟองน้ำทะเลบางชนิดที่มีพิษ ทากทะเลบางสายพันธุ์สามารถขโมยพิษจากแมงกะพรุนได้ด้วยนะ ดังนั้นหากไปจับซี้ซั้วอาจนอนดิ้นได้นะจ๊ะ เห็นน้องมีสีสันสดใสก็คล้ายๆพวกหนอน งู กบ แมงมุม ปลาหมึก ที่บางชนิดมีสีสันสดใสสวยงามแต่สามารถฆ่าคนได้ ถ้าใครเจอน้องก็อย่าเข้าไปแตะต้องนะ และถึงจะไม่มีพิษก็อย่าไปแตะต้องเหมือนกัน