หัวใจพลัดหลงในดงดอกรัก

    ตอนที่ 14 : วันแรกที่โลกเริ่มเบียดเข้ามา

    ตอนที่ 14 : วันแรกที่โลกเริ่มเบียดเข้ามา

    ลมเช้าริมโขงพัดเอื่อยเหมือนเดิม
    ใบกันเกราปลิวกระทบกันเบา ๆ เป็๲จังหวะช้า ๆ

    ชัยยศในวัยชรานั่งพิงพนักม้านั่งมองสายน้ำที่ไหลนิ่ง
    ภาพเมื่อวานยังค้างอยู่ในหัว
    ภาพของสนามหน้าคณะ
    เสียงหัวเราะของเพื่อน
    และรอยยิ้มเก้อ ๆ ของน้องรหัสคนใหม่

    “ปุ๊ก…”

    ชื่อสั้น ๆ นั้นลอยขึ้นมาในใจ
    อย่างไม่รู้ตัว

    เขาหลับตาลงช้า ๆ
    แล้วความทรงจำในปีสอง
    ก็เริ่มขยับจากวันรับรายงานตัวน้องปีหนึ่ง
    ไปสู่ “วันธรรมดาวันแรก” ของการเป็๲พี่รหัสจริง ๆ

    ⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯

    วันนั้นเป็๲เช้าวันจันทร์
    ท้องฟ้าโปร่ง ลมไม่แรง
    นักศึกษาทยอยเดินเข้าตึกเรียนตามตารางแรกของสัปดาห์

    ชัยยศเดินมาพร้อมสมศักดิ์ สมเกียรติและจรูญ
    ทั้งสี่คนถือสมุดเล็คเชอร์คนละเล่ม
    คุยกันไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง

    “มึงดูตารางเรียนกูสิ”สมศักดิ์บ่น “เช้าถึงเย็น ไม่มีช่องว่างให้หายใจเลย”

    สมเกียรติหัวเราะเบา ๆ
    “จะบ่นอะไรนักหนา มึงยังเหลือแรงไปจีบสาวตอนเย็นได้ทุกวัน”

    “สงสัยกูนี่แหละจะเป็๲คนเรียนจบช้าที่สุดในกลุ่ม”จรูญพูดเรียบ ๆ

    ชัยยศฟังเพื่อนคุย
    แต่สายตากลับเผลอมองไปทางบันไดหน้าตึกเรียน

    และแล้ว…
    เขาก็เห็นเธอ

    ปุ๊กเดินขึ้นบันไดมาพร้อมเพื่อนผู้หญิงอีกสองคน
    ในมือมีสมุดกับแฟ้มบาง ๆ
    เธอใส่เสื้อนักศึกษาที่ดูเรียบร้อยกว่าวันรับน้อง
    กระโปรงยาวคลุมเข่า
    รองเท้านักศึกษาดูยังแข็งเหมือนเดิม

    เธอเห็นเขาเข้า
    ชะลอฝีเท้าเล็กน้อย
    ก่อนจะยกมือไหว้

    “สวัสดีค่ะพี่ยศ”

    เสียงนั้นไม่ดัง
    แต่เพียงพอให้เพื่อนทั้งกลุ่มหันมามองเขาพร้อมกัน

    สมศักดิ์ยิ้มมุมปาก
    “อ้าว…น้องปุ๊กนี่เอง”

    สมเกียรติพยักหน้า
    “เรียนวิชานี้ด้วยเหรอ”

    ปุ๊กพยักหน้าหงึก ๆ
    “ค่ะ หนูเพิ่งรู้ว่าพี่ยศก็เรียนที่ตึกนี้เหมือนกัน”

    ชัยยศยิ้มบาง ๆ
    “วิชาปรับพื้นฐานใช่ไหม”

    “ค่ะอาจารย์เดียวกับพวกพี่หรือเปล่าก็ไม่รู้”

    “ใช่แหละ” เขาตอบ“เตรียมตัวโดนสั่งงานยาว ๆ ได้เลย”

    ปุ๊กทำหน้าย่นตาเหี่ยวเบา ๆ
    เพื่อนข้าง ๆ เธอหัวเราะ

    “พวกพี่ ๆอย่าแกล้งน้องมากนะคะ น้องยิ่งเกร็ง ๆ อยู่”

    “รุ่นพี่ทุกคนแกล้งทั้งนั้นแหละ”สมศักดิ์พูดกลั้วหัวเราะ

    บรรยากาศตรงบันไดตึกเรียนอบอุ่นแบบเด็กมหาวิทยาลัย
    ไม่มีพิธีรีตอง
    ไม่มีระยะห่างมากเกินไป
    แต่ก็ยังมีเส้นบาง ๆ ของคำว่า “พี่–น้อง” ขึงอยู่

    ชัยยศเดินขึ้นตึกพร้อมปุ๊กในระยะที่ไม่ใกล้ไม่ไกล
    เขาไม่รู้ตัวเลยว่า
    ๻ั้๫แ๻่ก้าวแรกของวันนั้น

    โลกของเด็กผู้หญิงคนนี้
    กำลังเริ่มซ้อนทับเข้ามาในชีวิตของเขาทีละน้อย

    ⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯

    หลังเลิกเรียน๰่๥๹สาย

    ลานใต้อาคารเรียนเริ่มมีนักศึกษาจับกลุ่มนั่งพัก
    บางคนกินข้าวกล่อง
    บางคนกินขนมปัง
    บางคนกางสมุดอ่านทวนบทเรียน

    ปุ๊กเดินตรงเข้ามาหาเขา
    สีหน้ามีทั้งลังเลและตั้งใจ

    “พี่ยศคะ…หนูขอถามหน่อยได้ไหมคะ”

    “ได้สิ ว่าอะไร”

    “วิชานี้…ต้องอ่านหนังสือเล่มไหนเป็๞หลักเหรอคะหนูยังงง ๆ อยู่”

    ชัยยศหยิบสมุดของตัวเองออกมา
    เปิดหน้าที่จดรายชื่อหนังสือ

    “เล่มนี้เป็๞หลักอาจารย์ชอบออกจากบทสามกับบทห้า”

    เขาเขียนชื่อหนังสือให้เธอในกระดาษแผ่นเล็ก

    “ถ้ายังไม่มีลองไปยืมจากห้องสมุดดูก่อนได้”

    ปุ๊กรับกระดาษไป
    ยกมือไหว้อีกครั้ง

    “ขอบคุณมากนะคะพี่หนูยังไม่ค่อยมีเพื่อนในคณะเลย”

    ประโยคนั้นทำให้หัวใจเขาขยับเงียบ ๆ

    เขานึกถึงตัวเองตอนปีหนึ่ง
    วันที่เดินคนเดียว
    กินข้าวคนเดียว
    นั่งอ่านหนังสือคนเดียว

    “ถ้ายังไม่รู้จะกินข้าวกับใคร…”เขาพูดช้า ๆ
    “ก็มานั่งกับพวกพี่ได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

    ปุ๊กเงยหน้ามองเขา
    แววตาสว่างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    “จริงนะคะ”

    “อืม…พี่พูดแล้วไม่คืนคำ”

    เธอยิ้ม
    เป็๲รอยยิ้มที่ไม่หวือหวา
    แต่ทำให้คนมองรู้สึกสบายใจ

    สมศักดิ์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งหันมาสะกิด

    “เออ ๆน้องรหัสมึงดูไม่ดื้อดีนะยศ ดูตั้งใจเรียนด้วย”

    ชัยยศหัวเราะ
    “ก็ดีกว่าได้พี่รหัสซน ๆ แบบปีที่แล้วแหละ”

    คำพูดนั้นทำให้สมศักดิ์กับสมเกียรติหัวเราะออกมาพร้อมกัน
    แต่จรูญกลับมองหน้าเขานิ่ง ๆ

    ราวกับจะเตือนอะไรบางอย่าง
    โดยไม่ต้องใช้คำพูด

    ⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯

    เย็นวันนั้น

    ลานกิจกรรมหน้าหอประชุมใหญ่เริ่มคึกคัก
    มีการซ้อมเชียร์ ซ้อมเต้น และเตรียมงานกิจกรรมรวมคณะ

    เสียงดนตรีดัง
    เสียงนับจังหวะ
    เสียงหัวเราะจากกลุ่มนิสิตจำนวนมาก

    ชัยยศเดินผ่านบริเวณนั้นกับเพื่อน
    ตั้งใจจะไปหาร้านข้าวเย็น

    แล้วเขาก็เห็น “เธอ”

    หญิงสาวร่างสูง ผมยาวประบ่า
    ใส่เสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์
    ยืนคุยกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งอย่างออกรส
    เสียงหัวเราะเธอดังกว่าคนรอบข้าง

    ท่าทางมั่นใจ
    สายตาคม
    ยืนอยู่ตรงกลางของกลุ่มราวกับตัวเองเป็๞จุดศูนย์กลาง

    สมศักดิ์ปรายตามอง
    แล้วยิ้มมุมปาก

    “นั่นเอื้อย…น้องคณะศิลปศาสตร์ปีหนึ่ง๰่๭๫นี้ดังพอตัวนะ”

    ชัยยศไม่ได้ตอบทันที
    สายตาเขาเผลอหยุดที่เธอ

    เอื้อยหันมาเจอสายตาเขาเข้าพอดี

    แทนที่จะหลบ
    เธอกลับยิ้มให้
    เป็๲รอยยิ้มที่ไม่เขิน ไม่กลัว
    เหมือนคนที่รู้ตัวเองดีว่ากำลังถูกมอง

    หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
    แบบที่เขาคุ้นเคยดี

    สมเกียรติสังเกตเห็น
    พูดขึ้นเบา ๆ

    “ระวังหน่อยนะมึง…สายตาแบบนั้นกูเคยเห็นมาแล้ว”

    ชัยยศถอนหายใจ
    เหมือนถูกดึงกลับจากความรู้สึกบางอย่าง

    “กูแค่มองเฉย ๆ”

    จรูญพูดสั้น ๆ
    “บางที…การมองเฉย ๆ นี่แหละ อันตรายที่สุด”

    เขาไม่ตอบ
    ได้แต่หันหน้าไปอีกทาง

    แต่ในใจ…
    ภาพรอยยิ้มของเอื้อย
    กลับยังติดค้างอยู่

    ในขณะเดียวกัน
    อีกมุมหนึ่งของลาน

    ปุ๊กกำลังยืนช่วยเพื่อนจัดโต๊ะสำหรับกิจกรรม
    เธอหันมาเห็นเขาโดยบังเอิญ
    ยิ้มให้และยกมือไหว้เบา ๆ

    รอยยิ้มสองแบบ
    จากผู้หญิงสองคน
    ในเวลาใกล้เคียงกัน

    คนหนึ่ง…สงบนิ่ง
    อีกคน…ร้อนแรง

    และเขา…
    ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างสองโลกนั้นอีกครั้ง

    ⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯⋯

    คืนนั้น

    ชัยยศกลับถึงหอพัก
    อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า
    แล้วนั่งลงข้างหน้าต่าง

    เสียงวิทยุจากห้องข้าง ๆ เปิดเพลงเบาๆ
    เสียงนักศึกษาหัวเราะกันอยู่ใต้ตึก

    เขามองออกไปนอกหน้าต่าง
    เห็นไฟถนนเป็๲จุด ๆ ไกลลิบ

    ในหัวมีทั้งภาพของปุ๊ก
    สายตาที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจ

    และภาพของเอื้อย
    รอยยิ้มที่เหมือนชวนให้ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด

    แล้วภาพของ “นิ่ม” ก็แทรกขึ้นมาเงียบๆ
    พร้อมประโยคที่เธอเคยพูด

    “ถ้าจะกลับมาก็ขอให้กลับมาด้วยหัวใจที่เลือกเราเองจริง ๆ นะ”

    เขาหลับตาลง
    ถอนหายใจยาว

    “ชีวิตปีสอง…เหมือนจะยังไม่ปล่อยให้เรานิ่งจริงๆ สินะ”

    เสียงลมพัดผ่านหน้าต่าง
    พาเอาความรู้สึกสั่นไหวเล็ก ๆ ติดเข้ามาในใจเขา

    และในคืนนั้นเอง
    ชัยยศก็ยังไม่รู้เลยว่า

    จากรอยยิ้มธรรมดาในตอนเช้า
    และรอยยิ้มร้อนแรงในตอนเย็น

    จะค่อย ๆ พาเขา
    เดินลึกเข้าไปใน “ดงรัก”
    อีกชั้นหนึ่งอย่างเงียบ ๆ

    — จบตอนที่ 14 —