เงากระบี่ใต้อักษร

    บทที่ 6.เหตุซ้ำซ้อนในอาราม (3)

            ซ่างกวนหมิงจูกล่าวอย่างเฉยชา กับซ่างกวนจึงเหม่ยดุจไร้บุคคลที่สามยืนอยู่ด้วย

     

           “เจ็ดปี...มีเพียงเสียงนี้...ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง”

     

           ซ่างกวนจึงเหม่ยก็คล้าย ไม่เห็นบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าเช่นกัน

     

           “เจ็ดปีนี้...คุณชายฟางเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในยุทธจักร...”

     

           นางมองพี่สาวของตน ด้วยแววตาสะทกสะท้าน

     

           “หากคราวนี้ กลับยอมเดินทางมาถึงที่นี่ได้”

     

           ซ่างกวนหมิงจูยังกล่าวน้ำเสียงเรียบ ๆ

     

           “นัดหมายครั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใดย่อมไม่อาจปฏิเสธ...”

     

           ซ่างกวนจึงเหม่ยปรายสายตา มายังพี่สาวของนางอีกครั้งค่อยเงยหน้าขึ้นจ้องมอง บุรุษเบื้องหน้าตรง ๆ บัดนี้จึงยอมรับว่ามีบุคคลอีกผู้หนึ่งยืนอยู่ด้วย

     

           “เจ็ดปีนี้ท่านเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องใด ไฉนคราวนี้ยอมเดินทางมาถึงที่นี่ได้...”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง

     

           “การนัดหมายครั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจปฏิเสธได้...”

     

           ซ่างกวนหมิงจูจ้องเขม็ง ไปยังบุรุษหนุ่ม น้ำเสียงจริงจังเคร่งเครียดขึ้น

     

           “ข้าพเจ้าคาดหมายว่า การนัดหมายครั้งนี้ คงเป็นเรื่องของข้าพเจ้ากับอีกสามตระกูลที่เหลือ ไม่คิดว่าตระกูลฟางต้องการเกี่ยวข้องด้วย”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยสูดลมหายใจ ลึกยาวครั้งหนึ่ง ก่อนรวบรวมความกล้ากล่าววาจาออกมา แววตาที่มองนางนั้น บ่งบอกความรู้สึกภายในจนหมดสิ้น

     

           “เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเจ้า ข้าพเจ้าล้วนสนใจอย่างยิ่งเสมอมา”

     

           ซ่างกวนหมิงจูแค่นหัวเราะเย้ยหยัน กล่าวประชดประชัน

     

           “เฮอะ...เจ็ดปีก่อน ท่านก็พูดเช่นนี้...”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยนิ่งงันไปครู่ใหญ่ ค่อยกล่าวว่า

     

           “วันนี้ข้าพเจ้ายังคงมีความรู้สึก เหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน...”

     

           บุรุษหนุ่มรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมา น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือ

     

           “เจ็ดปีนี้ เจ้าคงลำบากมาก...”

     

           ซ่างกวนหมิงจูหันมามองฟางเสวี่ยเฟย แววตาเจ็บช้ำรันทดอย่างยิ่งน้ำเสียงเริ่มสั่นเครือบ้าง

     

           “แม้ข้าพเจ้าไม่มีความสามารถ เทียบเท่าพี่เหม่ยเซียนแต่ยังได้รับความไว้วางใจ จากพี่น้องภายในตระกูล หลายปีนี้นับว่าไม่มีเรื่องยุ่งยากใจแม้แต่น้อย”

     

           “เช่นนั้นเจ้าคงมีเวลามากพอ...”

     

           สีหน้าซ่างกวนหมิงจู เปลี่ยนเป็นเย็นชาดุจเดิม น้ำเสียงกระด้างสวนคำทันที

     

           “หากข้าพเจ้ามีเวลา คงมีตั้งแต่พบท่านเมื่อสี่วันก่อนแล้ว!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยหน้ามุ่ยลงอีกครั้ง เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ...

     

           สี่วันที่แล้ว นางเพียงใช้สายตาเย็นชาและเสียงหัวร่อเพียงเท่านั้น...เพียงเท่านั้นจริง ๆ

     

           สำหรับหัวใจอันอ่อนล้าของฟางเสวี่ยเฟย เพียงเท่านั้นยังมากกว่าคำด่าทอนับร้อยนับพันคำเสียอีก

     

           “ข้าพเจ้าเพียงต้องการ กล่าวไม่กี่ประโยค...”

     

           ซ่างกวนหมิงจูหัวเราะก้องกังวาน ช่างเป็นเสียงหัวเราะอันเยือกเย็นยิ่งคมกริบบาดจิตใจผู้ได้ยินอย่างยิ่ง

     

            “คุณชายฟาง เหตุใดเวลานี้ท่านจึงมีวาจาต้องการกล่าวมากมาย...”

     

           น้ำเสียงยิ่งกล่าว ยิ่งเย็นเยียบ เชือดเฉือนจิตใจผู้รับฟัง

     

           “ไฉน...ไฉนในวันนั้น ท่านจึงไม่กล่าวอะไรบ้าง!วันนั้นพวกท่านทุกคนนิ่งเงียบ! ท่าน...พี่น้องตระกูลหลิน...พี่ฝูหรง...ปู้เอี้ยนต้าซือ...บัณฑิตไร้ร่องรอยทุกคน...ทุกคนนิ่งเงียบ ไม่กล่าววาจาใด เพื่อพี่เหม่ยเซียนสักคำ!”

     

           “ขณะนั้นพวกเรา...”

     

           “พวกท่าน...พวกท่านทุกคน รับฟังคำตัดสินของเหล่าผู้เฒ่ามองเจ้าอี่ไป๋เฮ่อเดินจากไปอย่างลอยนวล ไม่มีผู้ใดคิดคัดค้านคำตัดสิน ไม่มีผู้ใดพยายามเรียกร้องความยุติธรรมให้พี่ของข้าพเจ้าแม้แต่คนเดียว!

     

           “เฮอะ บัณฑิตไร้ร่องรอยยิ่งน่าหัวร่อ ขณะอยู่ต่อหน้าเหล่าผู้เฒ่ามันไม่กล้าปริปากสักคำ แต่พอลับหลังกลับเขียนหนังสือออกมา กล่าวหาอี่ไป๋เฮ่อท่าน...ท่านก็ดีแต่หนีหน้า ซ่อนตัวอยู่ในบ้าน! ฮึ...ไยท่านไม่อยู่ในหมู่ตึกตลอดชีวิตวันนี้ท่านออกมาพบข้าพเจ้าทำไม!”

     

           “ข้าพเจ้า...”

     

           ซ่างกวนหมิงจูน้ำเสียงสั่นเครือ แต่กราดเกรี้ยวอย่างยิ่งนางระบายความอัดอั้นทั้งหมดลงที่บุรุษผู้นี้

     

           “เฮอะ เมื่อครู่ท่านบอกว่า เรื่องที่เกี่ยวข้องกับข้าพเจ้าท่านล้วนสนใจยิ่ง...ช่างน่าหัวร่อนัก ฟางเสวี่ยเฟย! มาถึงวันนี้ท่านยังกล่าววาจาประโยคนี้ได้!”

     

           “หมิงจู...”

     

           “วันนั้น...ข้าพเจ้าปรายสายตา ให้ท่านพูดตั้งกี่ครั้งท่านเคยสนใจบ้างหรือไม่! ในขณะนั้นท่านคิดกล่าววาจาใด เพื่อข้าพเจ้าบ้าง!หรือ...หรือพี่จินหมิงกับพี่เหม่ยเซียน ไม่มีความสำคัญใดในจิตใจท่านเลย!

     

           “ท่าน...ท่านเคยเชื่อถือข้าพเจ้าบ้างหรือไม่ ท่านกับเหล่าผู้เฒ่าล้วนเชื่อแต่คำพูดของอี่ไป๋เฮ่อ! เฮอะ ใช่สิ มันเป็นจอมยุทธ์เลื่องชื่อถือคุณธรรมน้ำหนักคำพูดของมัน ย่อมมากกว่าเด็กน้อยเยี่ยงข้าพเจ้าหลายเท่า!”

     

           “หมิงจู มิใช่...”

     

           “ท่านคิดกล่าววาจาใช่หรือไม่ อย่างนั้นบอกข้าพเจ้ามา!เจ้าอี่ไป๋เฮ่อแก้ตัวกับเหล่าท่านผู้เฒ่าอย่างไรไฉนท่านผู้เฒ่าจึงตัดสินว่ามันบริสุทธิ์ ไฉนคืนนั้นจู่ ๆมันถึงหายออกจากหมู่ตึกพันอักษร!”

     

           “เรื่องนี้...เรื่องนี้...”

     

           นางหัวเราะเย็นเยือกอีกครั้ง ใบหน้าแม้มีผ้าคลุมสีดำปิดบังไว้กลับไม่อาจซ่อน หยาดน้ำตาได้

     

           “ท่านพูดสิ ท่านพูด! มีวาจาจะกล่าวกับข้าพเจ้า มากมายมิใช่หรือยามนี้ข้าพเจ้าต้องการ ให้ท่านกล่าววาจาแล้ว ท่านไฉนนิ่งเงียบ!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยนิ่งอึ้งไปนาน กล่าวด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

     

            “เหตุการณ์ในครั้งนั้น ไม่มีหลักฐานใดสามารถยืนยันได้ว่า เป็นการกระทำของพี่ไป๋เฮ่อ...”

     

           น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของซ่างกวนหมิงจู เปลี่ยนเป็นกระด้างเย็นชา

     

           “ในตอนนั้น พี่จินหมิงกับพี่ของข้าพเจ้า เป็นยอดฝีมืออันดับต้น ๆของยุทธจักร ท่านคิดว่ายังมีผู้ใด มีฝีมือขนาดลอบแพร่พิษ ทั้งสองคนพร้อมกันได้”

     

           “ผู้สามารถกระทำได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ลงมือกระทำเสมอไป...”

     

           ซ่างกวนหมิงจูหันควับ จ้องหน้าบุรุษหนุ่มเขม็ง

     

           “ฟางเสวี่ยเฟย! ท่านเพ้อเจ้ออะไรอีก!”

     

           นางยังกล่าวต่อ น้ำเสียงเคร่งเครียด

     

           “นอกจากพี่ของข้าพเจ้า คุณชายใหญ่สนิทกับผู้ใดมากที่สุดสหายสนิทที่สุดของพี่เหม่ยเซียนคือผู้ใด นอกจากคุณชายใหญ่ผู้ใดรักพี่ข้าพเจ้ามากที่สุด เมื่อพี่ข้าพเจ้าแต่งงานกับคุณชายใหญ่ผู้ใดเศร้าเสียใจที่สุด...”

     

           น้ำเสียงคมกริบ ดุจปลายกระบี่ทิ่มแทง ไปที่ฟางเสวี่ยเฟยอีกครั้ง

     

           “ในโลกนี้คงไม่มีเรื่องบังเอิญ ถึงเพียงนี้กระมัง!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยได้แต่นิ่งเงียบไม่ตอบ เพราะทุกคำถามของนาง ต่างมีเพียงคำตอบเดียว

     

           ‘อี่ไป๋เฮ่อ!’

     

           พลันบังเกิดเสียงเปรี้ยงดังกึกก้อง!

     

           นั่นเป็นเสียงซึ่งดังมาจากอารามปู้สื่อ!

     

           ฟางเสวี่ยเฟยสะดุ้งเฮือก เหลียวไปมองด้านหลังใจหายวาบ เพิ่งฉุกคิดได้มันมีหน้าที่เฝ้าดูแล ขณะปู้เอี้ยนต้าซือรักษา อาการบาดเจ็บให้ท่านโยชิอิไม่ทราบมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือไม่ มันช่างสะเพร่าจริง ๆ !

     

           บัดนั้นประสาทสัมผัส พลันรับรู้ถึงอันตราย อันรุมเร้ารอบอารามประมุขตระกูลฟางละล้าละลัง มันกับหมิงจูยังไม่อาจพูดจากันด้วยดีแต่...ทางด้านอาราม ย่อมมีความสำคัญยิ่ง...

     

           บุรุษหนุ่มไม่อาจคำนึง ถึงดรุณีเบื้องหน้า กล่าวลาคำหนึ่ง โผร่างพลิ้วกายกลับอารามปู้สื่อในทันที!

     

                 

     

           ฟางเสวี่ยเฟยวิ่งกลับอาราม ฝีเท้าประดุจเหาะเหิน ในใจครุ่นคิดอย่าให้มีเรื่องร้ายแรงใดเกิดขึ้น

     

           เมื่อกลับถึงหน้ากุฏิปู้เอี้ยนต้าซือ ประมุขตระกูลฟางถึงกับใจหายวาบร่างชะงักยืนตะลึงงัน

     

           เนื่องเพราะกุฏิหลังนั้น แทบไม่เหลือเค้าเดิมให้จดจำ!

     

           ผนังสองด้านพังทลายลงมาเป็นแถบ หลังคาก็เช่นกันปริแตกเป็นช่องใหญ่เศษไม้หล่นตกมาเบื้องล่างระเกะระกะ เหล่าหลวงจีนน้อยใหญ่กำลังวุ่นวายส่งเสียงตะโกนไต่ถาม ดังเซ็งแซ่ทั่วบริเวณ

     

           ฟางเสวี่ยเฟยไม่อาจคาดเดา ที่แท้เกิดเรื่องใดขึ้น ต้องมิใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนมองไปรอบบริเวณ ไม่พบปู้เอี้ยนต้าซือ ท่านโยชิอิ หรือมู่หยงไฉ่จิ่งสักคนเดียว

     

           ในใจยิ่งวิตกกังวล แม้ปู้เอี้ยนต้าซือมีวิทยายุทธ์สูงเยี่ยมทว่าขณะกำลังรักษา อาการบาดเจ็บให้ท่านโยชิอิ ไหนเลยสามารถแบ่งแยกสมาธิมาจัดการกับศัตรูได้

     

           ประมุขตระกูลฟางรี่เข้าไป ไต่ถามเหล่าหลวงจีน ซึ่งยืนวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์อย่างร้อนรน กระนั้นกลับไม่ได้ความใด เหล่าหลวงจีนก็ไม่ทราบว่ากุฏิปู้เอี้ยนต้าซือไฉนกลายเป็นเช่นนี้

     

           ขณะเกิดเรื่องทุกคนต่างได้ยิน เพียงเสียงดังโครมครามไม่มีใครกล้าออกจากกุฏิของตน เพราะปู้เอี้ยนต้าซือสั่งความกำชับไว้ต่างรอจนเสียงอึกทึกเงียบหาย จึงเร่งรุดออกมาดู กลับพบกุฏิปู้เอี้ยนต้าซือมีสภาพเช่นที่เห็น

     

           เมื่อไม่ได้ข้อมูลจากเหล่าหลวงจีน ฟางเสวี่ยเฟยรีบรุดออกสำรวจโดยรอบหาร่องรอยเบาะแสด้วยตัวเองทันที

     

           ครั้นวิ่งมาถึงกุฏิด้านหลัง อันเป็นที่พักของริวจิต้องพบความตื่นตระหนกอีกครั้ง!

     

           เนื่องเพราะร่างกงจื่อแห่งหมู่ตึกบูรพา กำลังล้มฟุบบนลานดินหน้ากุฏิที่พัก!

     

           ตรงหน้านั้น! คนชุดดำผู้หนึ่ง กำลังเงื้อดาบจะฟันลงบนคอริวจิซึ่งกำลังมึนงงอยู่กับพื้น!

     

           ฟางเสวี่ยเฟยเห็นไม่ทันการเสียแล้ว มันอยู่ห่างอย่างยิ่งอาวุธซัดติดตัวสักชิ้นเดียวก็ไม่มี ฉุกคิดถึงขลุ่ยไม้ไผ่ซึ่งคาดอยู่ข้างเอวร่างกายเกิดปฏิกิริยา ตอบสนองความคิด ซัดขลุ่ยในมือออกไปทันที

     

           ขลุ่ยลำนั้นแล่นฉิวแหวกอากาศ ราวกระบี่สั้นเล่มหนึ่ง!

     

           พุ่งตรงปานประกายวิชชุ ทะลุทรวงอกคนชุดดำออกไปปักติดแน่นกับต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ด้านหลัง!

     

           ดาบในมือคนชุดดำ ค้างอยู่กลางอากาศ ร่างล้มตึงลงทันที!

     

           ฟางเสวี่ยเฟยรีบเข้าไปพยุงริวจิขึ้นมา

     

           “เป็นอย่างไรบ้าง ที่นี่เกิดเรื่องราวใดขึ้น?”

     

           ริวจิสะบัดศีรษะด้วยความมึนงง

     

           “ข้าพเจ้าไม่เป็นไร...ไม่ทราบใครบุกเข้ามาข้าพเจ้าได้ยินเสียงรีบวิ่งออกมาดู กลับถูกคนลอบทำร้าย...”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยเห็นบุรุษหนุ่มไม่ได้รับบาดเจ็บ ค่อยตรงไปค้นร่างคนชายชุดดำแต่กลับไม่ได้ร่องรอยใด สามารถใช้ระบุที่มาของมัน...

     

           ริวจิกล่าวอย่างร้อนรน

     

           “พวกมันเป็นใคร ท่านโยชิอิเป็นอย่างไรบ้าง?”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวด้วยความสำนึกเสียใจ

     

           “ข้าพเจ้าไม่ทราบ...”

     

           ริวจิตื่นตระหนกยิ่ง

     

           “ท่านหมายความว่าอย่างไร!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยกล่าวกระอักกระอ่วน

     

           “กุฏิปู้เอี้ยนต้าซือถูกทำลาย...ท่านต้าซือ ท่านโยชิอิน้องไฉ่จิ่งไม่ทราบหายตัวไปที่ใด”

     

           “ท่านไฉนไม่ทราบ! ท่านเป็นคนเฝ้ากุฏิ ท่านต้าซือไม่ใช่หรือ?”

     

           “...เมื่อครู่ข้าพเจ้า ได้ยินเสียงผิดปกติในป่า จึงวิ่งออกไปดู”

     

           ริวจินิ่งเงียบชั่วครู่จึงกล่าว

     

           “ใช่เสียงผิวใบไม้เมื่อครู่หรือไม่?”

     

           “ใช่”

     

           ริวจิขมวดคิ้วเคร่งเครียด

     

           “ท่านออกไปพบซ่างกวนหมิงจู!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยมองบุรุษหนุ่มอย่างสงสัย

     

           “ท่านทราบ...”

     

           โยชิโอกะ ริวจิกระชากเสียงตอบ

     

            “ทำไมข้าพเจ้าจะไม่ทราบ พวกนางสองพี่น้องอาศัยในแดนอาทิตย์อุทัยตั้งหลายปี!”

     

           โยชิโอกะ ริวจิรี่เข้ามา กระชากอกเสื้อฟางเสวี่ยเฟย

     

           “หมายความว่า ท่านออกไปพบนาง ไม่ได้อยู่คุ้มครองท่านต้าซือ!”

     

           ฟางเสวี่ยเฟยนิ่งอึ้ง เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นความผิดพลาดของมันจริงๆ

     

           “ท่าน!” ริวจิระดมชกฟางเสวี่ยเฟยไม่ยั้งมือ

     

           ฟางเสวี่ยเฟยไม่ได้หลบเลี่ยง คงยืนนิ่งปล่อยให้บุรุษหนุ่มระบายโทสะอย่างเต็มที่

     

           “ไฉนท่านเห็นการออกไปพบนาง สำคัญกว่าการคุ้มครองปู้เอี้ยนต้าซือ!”

     

           ริวจิรัวหมัดใส่หน้าฟางเสวี่ยเฟย กระทั่งเหนื่อยหอบ ดวงตาแดงก่ำถลึงมองประมุขตระกูลฟางด้วยโทสะ

     

           “หากท่านโยชิอิเป็นอันตราย ท่านจะต้องชดใช้!”

     

           พลันสำนึกเสียใจขึ้น มันไม่ควรไว้ใจ ผู้ซึ่งเพิ่งรู้จักเพียงหนึ่งวันให้เฝ้าคุ้มครองท่านโยชิอิเลย

     

            หากท่านโยชิอิเป็นอันตรายมันจะไม่มีวันให้อภัยตนเองตลอดชีวิต!

    คล้ายกับเรื่องเงากระบี่ใต้อักษร ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258