3. 9 การลุกขึ้นสู้ของมีนดา
“เราต้องสอนวิธีใช้ปืนให้พวกเธอ โดยด่วน”
ลีโมออกความเห็นหลังจากคุยเรื่องซอมบี้หัวปลาหมึกและพวกอามูนกับกันสึเกะ
“ผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์”
ไอ้หนุ่มขาเหล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะกินข้าวในห้องครัวใช้ถุงน้ำแข็งประคบไหล่
“ดูเหมือนพวกเธอจะไม่เคยยิงปืนมาก่อนเลยตลอดชีวิต” เขาพูด
“ยกเว้นแม่สาวรัสเซีย” ลีโมหันไปมอง อิสซี่และมอลลี่ ซึ่งกำลังล้างจานอยู่ตรงมุมด้านหลังของห้องครัว เสียงจานกระเบื้องกระทบกันในอ่างและกลิ่นมะนาวจากน้ำยาล้างจานทำให้เขานึกถึงคืนที่เจสสิก้ามาค้างบ้านของเขา ซึ่งถ้ามองจากด้านหลังแล้ว มอลลี่ดูเหมือนแม่ของเธอมาก
“มาริ” เสียงของกันสึเกะทำให้มาริที่กำลังเดินเข้ามาในครัวหันมามอง
“มีนดาเป็นยังไงบ้าง”
“ตั้งแต่เข้าไปในห้อง เธอก็ยังไม่หยุดร้องไห้เลยค่ะ” สาวน้อยนักทำกับข้าวส่ายหัว
“ฉันเลยจะหาอะไรหวานๆ ไปให้เธอกิน เผื่อจะดีขึ้น” มาริหยิบเงาะกระป๋องสีแดงออกมาจากตู้เย็น
“ขอบใจมากสาวน้อย ที่ช่วยดูแลเธอ” ลีโมหันไปยิ้มให้มาริ ก่อนจะหันมาคุยกับกันสึเกะ
“ฉันอยากจะเริ่มสอนพวกเธอคืนนี้เลย นายไหวรึเปล่า” ชายหนวดงามจ้องมองไอ้หนุ่มขาเหล็กที่กำลังนวดไหล่ตัวเองด้วยถุงน้ำแข็งเหมือนนักกีฬาที่เพิ่งผ่านการแข่งขันมาอย่างหนัก
“สบายมาก” กันสึเกะยักไหล่
“ดี” ลีโมกระตุกยิ้ม เขามองดูไอ้หนุ่มขาเหล็กด้วยความเอ็นดู และชื่นชม
…นายเป็นคนดี ไอ้เสือ… เขาคิด ก่อนจะลุกขึ้นและเดินไปเตรียมปืนสำหรับการฝึกให้พวกเธอ
____
“เอาละสาวๆ คืนนี้เราจะมาฝึกยิงปืนกัน”
ลีโมยืนอย่างมั่นคงต่อหน้ามอลลี่ มาริ และอิสซี่ ที่นั่งเรียงกันอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น ความรู้สึกถึงห้องบัญชาการและระเบียบวินัยสมัยเป็นนายทหารกลับคืนมาอีกครั้ง
“กฎข้อแรกของการยิง-”
มีนดาที่เดินมายืนอยู่ตรงประตูห้องทำให้ลีโมหยุดพูด มอลลี่ มาริ และอิสซี่ซึ่งกำลังตั้งใจฟังเขาอยู่หันไปมองเธอเป็นทางเดียวกัน
“เธอดูดีขึ้นนะ” ลีโมมองสำรวจมีนดาอย่างพิจารณา เธอดูเหมือนหุ่นกระดาษน้ำหนักเบาที่สามารถถูกสายลมพัดให้ล้มหรือปลิวหายไปได้ทุกเมื่อ
“เข้ามาสิ เรากำลังจะเริ่มกันพอดี” เขายิ้มให้เธออย่างอบอุ่น
มีนดาก้มหน้ามองพื้น เธอพยายามช้อนสายตาขึ้นมามองทุกคนด้วยแววตาแห่งความรู้สึกผิดและอับอาย
“ฉันขอโทษที่ทำให้พวกคุณต้องลำบาก” เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตา
ลีโมหันไปมองหน้าส่งสัญญาณให้กันสึเกะ ทำให้ไอ้หนุ่มขาเหล็กเดินไปหามีนดาและพาเธอเข้ามานั่งตรงโซฟาซึ่งอยู่หัวโต๊ะ
“เสียใจด้วยนะ เรื่องพ่อกับแม่ของเธอ” ลีโมพูด น้ำเสียงของเขาฟังดูอบอุ่นเหมือนพ่อพูดกับลูก
มีนดาพยักหน้าทั้งน้ำตา “ขอบคุณ” เธอพูดและเริ่มร้องไห้หนักขึ้นเมื่อนึกถึงหน้าพ่อกับแม่
“เธอต้องหัดใช้ปืนพวกนี้” อิสซี่พูด “มาฝึกกับพวกเราสิ” เธอยกมือขึ้นมาจับไหล่ของมีนดา
“พ่อฉันก็ถูกพวกซอมบี้ฆ่าตาย คุณมีนดาต้องเข้มแข็งไว้นะคะ” มาริยิ้มให้เธออย่างร่าเริง
“ฉันเองก็ตั้งใจว่าจะมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด เพื่อแม่กับน้อง” มอลลี่พูดและยิ้มให้เธออย่างจริงใจ
มือของทุกคนที่ยื่นมาสัมผัสตัวของมีนดา ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
“ขอบคุณพวกเธอมากนะ” เธอเงยหน้าขึ้นและยกแขนเสื้อขึ้นมาปาดน้ำตาและน้ำมูก
“พวกเราทุกคนเป็นห่วงเธอนะ มีนดา” กันสึเกะส่งยิ้มไปให้เธอ
“มาฝึกยิงหัวพวกผีนรกนั่นกันเถอะ” น้ำเสียงที่ร่าเริงสดใสของเขาทำให้มีนดาเริ่มกลับมายิ้มได้อีกครั้ง
เธอพยักหน้ายิ้มทั้งน้ำตา สูดหายใจเข้าลึก และจ้องมองใบหน้าของทุกคนด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“เอาละ” เสียงตบมือของลีโมดึงความสนใจของทุกคนไปมองที่เขาได้อย่างพร้อมเพรียง
“มาเริ่มกัน จากกฏข้อแรก”
ลีโมหยิบปืนจากมือกันสึเกะมาแสดงให้พวกเด็กสาวดู
“ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุดเสมอ” เขาอธิบายกลไกการทำงานต่างๆ ของปืน ระบบยิงทีละนัด ระบบเซฟปืน และระบบยิงเป็นชุด การบรรจุกระสุน การขึ้นลำ และการเล็งเบื้องต้น ซึ่งทั้งสี่สาวก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี
“กันสึเกะ”
“ครับผม”
กันสึเกะในชุดกางเกงสามส่วนเสื้อยืดรองเท้าแตะ ทำท่ายกอกอึ๊บเหมือนทหาร มันดูตลกและทำให้สาวๆ หัวเราะ แม้แต่อิสซี่และมีนดาก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย นั่นทำให้กันสึเกะพลอยยิ้มไปด้วย
ลีโมกระตุกยิ้มทำให้หนวดเขากระดิก
“ถ้าเป็นสมัยที่ฉันอยู่กองทัพละก็ นายคงได้ไปวิ่งรอบสนามจนไข่เปียกแล้ว” คำพูดของเขาทำให้สาวๆ ที่นั่งดูอยู่หัวเราะออกมา สีหน้าของพวกเธอตอนนี้ดูราวกับว่าไม่เคยมีซอมบี้สักตัวอยู่ด้านนอก
“ไปเอาปืนมาให้พวกเธอ หรือจะให้ฉันสั่งนายวิดพื้นหนึ่งร้อยครั้ง”
ลีโมออกเสียงสั่งเหมือนครูฝึกมาดเข้ม เขาพยายามกลั้นหัวเราะแต่ก็แทบจะกลั้นไม่ไหวอยู่แล้ว
“รับทราบครับ”
กันสึเกะยกมือขึ้นมาตะเบะ ก่อนจะยกขาขวาขึ้นสูงและตบลงพื้นเหมือนทหารกำลังวิ่งออกจากแถวเพื่อเข้าไปชักธงชาติ เขาทำท่าเหวี่ยงขาเหล็กเหมือนหุ่นยนต์โง่ๆ ตัวหนึ่ง ท่าทางเก้งกังเหมือนเป็นหุ่นกระป๋องไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งเขาก็ดีใจมากที่ท่าทางตลกๆ นั่นสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากสาวๆ ได้ รวมทั้งเสียงหัวเราะจากลีโมด้วย
มาริ มีนดา และมอลลี่ ขมวดคิ้วจ้องมองปืนเอ็มโฟร์พร้อมกระบอกเก็บเสียง และแมกกาซีนในมือของพวกเธอเหมือนมันเป็นสิ่งลึกลับที่พวกเธอไม่เคยนึกถึงมาก่อน ยกเว้นอิสซี่ ซึ่งเธอมองพวกมันเป็นเหมือนฆ้อน หรือไขควงชนิดหนึ่ง
ลีโมอธิบายกฎความปลอดภัยในการยิงปืนให้พวกเธอฟังอีกรอบ
“อย่าหันปากกระบอกปืนเข้าหาตัวเองและผู้อื่นที่ไม่ใช่ศัตรู” เขาพูดเน้นประโยคนี้ และให้สาวๆ พูดทวนสามรอบ เหมือนท่องคำปฏิญาณตนของเนตรนารี ก่อนจะเริ่มอธิบายการติดกระบอกเก็บเสียงและการบรรจุและถอด
แมกกาซีนปืน เขาปล่อยให้สาวๆ เล่นกับปืนพวกนั้นอยู่สักพัก และเมื่อสังเกตเห็นว่าสาวๆ คุ้นเคยกับปุ่มและกลไกการทำงานต่างๆ ของปืนดีแล้ว ลีโมและกันสึเกะก็พาพวกเธอเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าของตึก
____