บทที่6 กระท่อมไม้ริมป่าชายเขา
สายตาของหลินเย่วชิงจดจ้องตัวเลขในวงล้อจักรวาลอย่างไม่กะพริบ ในใจของเธอเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นและความกังวล เธอคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างในฝันหลายครั้งก่อนหน้านี้กำลังจะกลายเป็ความจริงแล้วเธอยังไม่รู้ว่าการเป็ภรรยาของเว่ยหลงและเป็แม่ของลูกทั้งสามคนของเขาจะเป็อย่างไร คำตอบคงจะอยู่ในไม่กี่วินาทีข้างหน้า ตัวเลขนับถอยหลังลดลงทีละตัว ๆ ทำให้หลินเย่วชิงไม่สามารถละสายตาออกจากวงล้อมหัศจรรย์นั้นได้
เธอคว้าเสี่ยวตง แมวสีดำตัวโปรดเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนเหมือนหาสิ่งยึดเหนี่ยวสุดท้ายแมวตัวนี้คือสิ่งมีชีวิตเพียงอย่างเดียวที่เธอนั้นอุ่นใจในขณะนี้ เสี่ยวตงเองก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความรู้สึกของเธอ มันขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเธออย่างเงียบๆ สายตาของมันจ้องมองใบหน้าเธออย่างไม่กระพริบ “เมี๊ยว เมี๊ยว”
ตัวเลขในวงล้อจักรวาลลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงตัวเลขสุดท้าย 23.59 00.00 วงล้อแห่งจักรวาลหยุด...แสงสีเขียวสว่างจ้าก่อนที่วงล้อแห่งกาลเวลาจะค่อย ๆ หมุนย้อน หลินเย่วชิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ วงล้อแห่งเวลาก็เริ่มหมุนย้อนกลับ มันหมุนจากความเร็วช้า ๆ ก่อนที่จะเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับกระแสน้ำที่หมุนวนอย่างรวดเร็ว เสียงของวงล้อดังก้องอยู่ในห้อง ขณะที่แสงสีส้มและสีเขียวส่องประกายไปรอบ ๆ
"มาแล้ว... มันกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆ " หลินเย่วชิงพึมพำเบา ๆ สายตาของเธอยังคงจดจ้องไปที่วงล้อมหัศจรรย์นั่น ด้วยความตื่นเต้นและความกลัวผสมปนเปกัน
ร่างกายของหลิงเย่วชิงรับรู้ถึงความรู้สึกเปลี่ยนแปลงเหมือนเธอกำลังถูกดึงด้วยแรงลึกลับที่ทรงพลังมหาศาลปรากฏขึ้น ทุกอย่างรอบกายเริ่มเปลี่ยนแปลง หลินเย่วชิงรู้สึกได้ถึงแรงสั่นะเืที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทุกอย่างในห้องเหมือนจะหมุนวนตามวงล้อแห่งจักรวาลนั่น เธอหลับตาลงแล้วกอดเสี่ยวตงแน่นเข้าไปอีก เสียงลมพัดแรงดังก้องทั่วห้อง ขณะที่วงล้อหมุนเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
แสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้นรอบตัวหลินเย่วชิง มันสว่างจนเธอแทบจะมองไม่เห็นอะไรอีกแล้ว ภาพรอบตัวเริ่มเบลอและค่อย ๆ จางหายไป เสียงของทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มเบาและเงียบลงจนเธอไม่ได้ยินอะไรอีก เหลือเพียงแค่เสียงหัวใจของเธอที่เต้นระรัว
“อย่ากลัวนะ เสี่ยวตง... อย่ากลัว...” หลินเย่วชิงพูดปลอบใจตัวเองและเสี่ยวตง แม้เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าปลายทางที่กำลังจะไปจะเป็เช่นไร
ทันใดนั้นแสงเจิดจ้าก็หายวับไป วงล้อแห่งจักรวาลหยุดหมุนอย่างกะทันหัน หลินเย่วชิงรู้สึกเหมือนร่างกายถูกโยนลงมาในน้ำลึก ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับมามีเสียงและภาพอีกครั้ง แต่ตอนนี้รอบตัวเธอไม่ใช่ห้องคอนโดของเธออีกต่อไป
กลิ่นอับชื้นแผ่ไปทั่วรอบ ๆ กายเย่วชิงดวงตาของเธอยังปิดสนิทในใจเต้นระทึก ยังไม่กล้าแม่แต่จะลืมตาขึ้นมา เธอรู้สึกเ็ปไปทั่วทั้งร่าง เธอตัดสินใจลืมตาขึ้นมาบรรยากาศรอบตัวมืดสนิท ร่างกายตอนนี้ไม่เหมือนเดิมเอาเสียเลย ราวกับว่ามันถูกใช้งานมาอย่างหนักเพราะมันเ็ปไปแทบทั้งร่าง มีแสงสาดส่องจากภายนอกเข้ามาที่ห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ของเธอ เย่วชิงพยายามลุกขึ้นจากแคร่ไม้ไผ่เก่า ๆ อย่างทุลักทุเล ความเ็ปที่แทรกซึมไปทั่วร่าง ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวเป็ไปด้วยความยากลำบาก แสงสว่างที่ส่องลอดช่องประตูเข้ามาทำให้เห็นว่านั่นคือทางออกเธอผลักประตูไม้เก่า ๆและพาตัวเองออกมายืนอยู่นอกเรือน
เย่วชิงหันไปมาซ้ายขวาเพื่อหาทิศทาง สายตาของเธอมองออกไปตรงริมขอบฟ้าเริ่มปรากฏแสงสว่างให้เห็นแต่ไกลๆ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบ เสียงแมลงกลางคืนยังดังเป็ระยะ ๆ ทำให้เธอคาดว่านี่คงเป็เวลาใกล้รุ่งสาง ทางทิศใต้ของเรือน บนขอบูเาที่ล้อมรอบบ้านกระท่อมหลังนี้ พระจันทร์ดวงใหญ่กำลังจะลับขอบฟ้าไป แสงจันทร์สีเงินที่เหลือเพียงเล็กน้อยทำให้บรรยากาศดูเหมือนเป็ภาพฝัน ลมเย็นที่พัดมาปะทะร่างกายทำให้เธอสะท้านหนาว จนต้องกอดตัวเองเพื่อพยายามให้ความอบอุ่น แปลงผักหน้าบ้านออกใบกำลังงามน้ำค้างในตอนกลางคืนเกาะเต็มใบผักสวนครัวหลินเย่วชิงสูดลมหายใจเอาอากาศอันบริสุทธิ์ในตอนเช้าตรู่เข้าไปจนเต็มปอด
เมี๊ยว... เมี๊ยว... เสียงของเสี่ยวตงดังขึ้นในความมืด มันะโเข้ามาใกล้ ๆ เธอแล้วเบียดตัวอยู่ข้างขาของเธอ หลินเย่วชิงก้มลงลูบหัวมันเบา ๆ ราวกับเป็การปลอบใจตัวเองให้รู้สึกปลอดภัยขึ้น แม้เธอจะยังไม่แน่ใจว่าที่นี่คือที่ไหน หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอนั้นเป็ความจริงหรือความฝัน แต่ในขณะนี้ เธอรู้สึกถึงความเปล่าเปลี่ยวและความสงบที่แฝงไปด้วยความลึกลับ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติ
“ที่นี่คือ...ปี 1970 จริง ๆ เหรอเนี่ย?” หลินเย่วชิงพึมพำกับตัวเอง ขณะที่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทั้งยังรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเสี่ยวตงที่ยืนเอาตัวมาเบียดอยู่ด้านล่าง
หลินเย่วชิงนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “แหวน เสี่ยวตงแหวนอยู่ที่ไหน?” เธอลืมไปว่าต้องหาสิ่งสำคัญนั้นก่อนเมื่อมาถึง เธอรีบเดินกลับเข้าไปยังห้องเล็ก ๆ นั่นทันที “ในกระเป๋ากางเกงมีไฟฉาย” เธอนึกขึ้นมาได้และรีบล้วงกระเป๋ากางเกงแบบทหารของเธอ แล้วเธอก็ต้องใตอนนี้เสื้อผ้าในชุดผจนภัยแบบในหนังที่เธอนั้นสวมใส่ตอนนี้กลับกลายเป็ชุดชาวบ้านธรรมดา ๆ และยังมีรอยขาดหลายจุดเธอมองดูตัวเองไม่ชัดเพราะรอบกายนั้นไม่มีไฟหรือเทียนที่ส่องสว่างอยู่เลย “แล้วแหวนล่ะตอนนี้แหวนหล่นอยู่ที่ไหน” เธอพึมพำและพยายามลู้ปดูตรงแคร่ที่เธอตื่นขึ้นมา
ทันใดนั้น เสียง “เมี๊ยว... เมี๊ยว...” ดังขึ้นในความมืด หลินเย่วชิงหันไปตามเสียงและเห็นเสี่ยวตงคาบแหวนอยู่ในปาก มันเดินเข้ามาใกล้และวางแหวนลงตรงแคร่ไม้ไผ่ หลินเย่วชิงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก “เสี่ยวตง ขอบใจมากที่แกหามันเจอ... ขอแหวนวงนั้นให้ฉันนะเสี่ยวตง” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและดีใจ
เธอหยิบแหวนขึ้นมา แสงสลัวของพระจันทร์ที่สะท้อนเข้ามาจากประตูทำให้เธอมองเห็นลูกแก้วเล็ก ๆ ในหัวแหวน และวงล้อแห่งเวลาเล็ก ๆ กำลังหมุนไปตามเข็มนาฬิกาอย่างช้า ๆ หากไม่สังเกตจริง ๆ ก็แทบจะมองไม่เห็น ความรู้สึกที่ได้รับสิ่งของสำคัญคืนมาทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง
“ขอไฟฉาย” นั่นคือคำสั่งแรกที่เกิดขึ้นในโลกใหม่นี้ แสงสว่างเปิดขึ้นในวงแหวนทันที แสงไฟฉายที่ส่องสว่างทำให้เธอสามารถมองเห็นรอบตัวได้ชัดขึ้น เธอหยิบไฟฉายออกมาจากประตูมิติที่เปิดขึ้น และเริ่มใช้ไฟฉายสำรวจห้องที่เธอเพิ่งตื่นขึ้นมา แคร่เก่าที่เธอนอนนั้นมีลักษณะผุพัง แม้ว่าจะได้รับการซ่อมแซมมาอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ข้างๆ แคร่มีตู้ไม้เก่า ๆ ซึ่งภายในมีเสื้อผ้าถูกพับเก็บไว้อย่างเรียบร้อย แม้จะดูเก่าและขาด แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการจัดระเบียบของหญิงสาวที่หลินเย่วชิงอยู่ในร่างของเธอ
เธอส่องไฟฉายสำรวจไปรอบ ๆ ในเรือนหลังนี้แทบไม่มีทรัพย์สินที่มีค่าอยู่เลย สิ่งที่เห็นมีเพียงข้าวของที่เรียบง่ายและเก่าแก่ ทุกอย่างดูบ่งบอกถึงความยากจนและความลำบากในการดำรงชีวิต หลินเย่วชิงรู้สึกถึงความจริงที่เหมือนกับความฝันที่เธอเคยเห็น บ้านหลังนี้ไม่มีสิ่งใดที่แสดงถึงความมั่งคั่ง พวกเขาคงยากจนเหมือนกับในความฝันที่เธอเคยเห็น
หลังจากสำรวจรอบห้องแล้ว หลินเย่วชิงเดินไปที่ประตูไม้ที่นำไปสู่อีกห้องหนึ่ง เธอค่อย ๆ เปิดประตูออกอย่างระมัดระวัง และพบว่าห้องนี้เป็ห้องของเด็กๆ ภายในห้องมีฟูกนอนสามฟูกที่ปูไว้เรียงกันอย่างเรียบร้อย บนฟูกแต่ละอันมีผ้าห่มเก่า ๆ วางอยู่ หญิงสาวรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่ผู้เป็แม่มีต่อลูก ๆ แม้ในยามที่ชีวิตยากลำบาก
เธอส่องไฟฉายไปรอบๆ ห้อง เด็กทั้งสามคนนอนหลับอย่างสงบ เสียงลมหายใจของพวกเขาฟังดูนุ่มนวลและอ่อนโยน หลินเย่วชิงก้มลงมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความตั้งใจแน่วแน่เธอค่อย ๆ นั่งลงข้างๆของเด็กๆที่กำลังหลับ “ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้พวกเธอมีชีวิตที่ดีกว่านี้” เธอกระซิบเบาๆ ราวกับให้สัญญากับตัวเองและเด็กๆ ที่เธอยังไม่รู้จัก
หลินเย่วชิงยืนขึ้นและหันกลับมาสำรวจเรือนอีกครั้ง ในใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามและความตั้งใจที่จะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าต้องเผชิญกับอะไรบ้างในโลกใหม่
ในขณะนั้นเสียงไก่ขันในยามเช้าก็เริ่มส่งเสียงขันรับกันไปมาเป็ทอด ๆ เธอออกมายืนหน้าบ้านอีกครั้งตอนนี้หลินเย่วชิงมองสำรวจตัวเองอย่างตั้งใจอีกครั้ง เย่วชิงในโลกใบนี้เธอดูแก่และกล้านดำลูกสามคนและงานในสวนหลังบ้านคือคำตอบของร่างกายที่ตรากตรำร่างนี้ แต่คำถามที่ถาโถมเข้ามาในใจตอนนี้ก็คือ แล้วิญญาเดิมของร่างนี้ไปอยู่ที่ไหน? เธอเดินกลับเข้าไปในบ้านและส่องกระจกบานเล็ก ๆ ที่เห็นแต่เพียงใบหน้าหลินเย่วชิงจ้องมองใบหน้าที่คล้ายคลึงกับเธอมากเหลือเกินในร่างนี้ “เธอคงลำบากมากสินะเย่วชิงจากนี้ต่อไปฉันจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้น ฉันจะทำให้ลูก ๆ ของเราทุกคนสุขสบายเธอไม่ต้องห่วง” หลินเย่วชิงนั้นเธอไม่ตื่นตระหนกแต่อย่างใดเพราะภาพฝันที่ผ่านมาหลายๆ ครั้งทำให้เธอจะหาคำตอบของมันอยู่ที่นี่...
“คุณแม่...ผมหิวแล้ว!”
