เหลียงซานบอกให้มือปราบไปนำภาพวาดของศพที่สามมา จะได้รู้ว่าตรงกันหรือไม่ สรุปว่าก็ตรงกัน ข้อมูลของศพที่สามมิมีอันใดมาก เห็นว่านางถูกบิดามาขาย พอไปตามหาบิดาของนางก็พบว่าถูกฆ่าตายเมื่อเจ็ดวันที่แล้ว
มันดูเป็การตายที่ใกล้เคียงเป็อย่างมาก
“ เ้าไปซื้อน้ำมันหอมระเหยที่เป็กลิ่นเดียวกันกับศพมาหน่อย “ เหลียงซานได้สั่งมือปราบที่เป็ผู้เจอร้านนี้ไปซื้อมา
“ พ่ะย่ะค่ะ “
“ ถ้าเกิดเป็อย่างที่ท่านอ๋องว่ามา กระหม่อมเกรงว่าเื่นี้ต้องระมัดระวังเป็อย่างมาก “
ทั้งสี่คนมานั่งที่โต๊ะเพื่อพูดคุยในเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานในฟัง ทางด้านเหลียงซานก็รู้เป้าหมายของคนร้าย ส่วนด้านหลิวหยางก็พบอาวุธกับคนร้าย
แต่คนร้ายที่ไปร้านขายน้ำมันหอมระเหยอาจจะเป็คนเดียวกันกับสตรีที่เจอในป่าก็เป็ได้ เพราะรูปร่างบาง ปิดบังใบหน้า แต่เหลียงซานเกรงว่าพวกนี้มันจะใช้พวกมนต์ดำในการพรางตัวนี่สิ
่ระหว่างนั้นก็เป็เสี่ยวซานที่ค่อยตรวจสอบเอกสารของเ้าเมืองอยู่เรื่อยๆ เพราะเหลียงซานเองไม่ว่าง เสี่ยวซานเลยทำหน้าที่นี่แทนไม่ว่าจะเป็การพูดคุยติดต่อราชครู แต่การตัดสินใจก็ยังล้วนแล้วแต่เหลียงซานอยู่ดี
“ ศพที่สองข้าคิดว่าเกี่ยวกับเ้าเมือง “ เลี่ยงหรงเป็ฝ่ายพูดขึ้นมา พรางคิดไปถึงจุดที่อาจจะเกี่ยวข้อง
“ หืม ไยคิดเช่นนั้น “ เป็่ที่เข้ามาจวนเ้าเมืองตอนกำลังจะกลับออกมาเลี่ยงหรงก็มักจะกวาดสายตามองรอบๆอยู่บ่อยครั้งแต่เหลียงซานนั้นมิได้สนใจแม้แต่น้อย จนสายตาไปสะดุดกับปานเล็กๆตรงคอของสตรีนางหนึ่งเข้า แต่มิรู้ว่าเป็ปานรูปอันใด เลี่ยงหรงจึงลองขอให้เยว่ซินเชิงถามถึงปานที่ว่านั้นมา
“ หรงเอ๋อร์ของพี่ช่างสังเกตยิ่งนัก “ หน้าของลู่เฟินตอนนี้เหวอไปแล้วกับความสนิทสนมของทั้งสอง แม้อู๋ซวนจะเคยมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ แต่ก็มิค่อยจะเชื่อมากนัก พอมาได้ยินเองก็เอาทำใมิน้อยเลย
“ แล้วเป็เช่นไรบาง “
“ เห็นว่าเป็บุตรสาวของอนุนางหนึ่งที่ป่วยนางเป็อดีตนางโลมด้วย บุตรสาวของนางเป็คุณหนูเก้า “ คนที่เยว่ซินไปถามมาก็เป็คนใช้ในจวนนั่นแหละ เห็นว่าใครๆต่างก็รู้กันดี
“ ข้าคิดว่าจะลองเอาภาพวาดของคุณหนูเก้าดู “
“ ถ้าคุณหนูนางนั้นมีภาพวาดละนะ “ เมื่อมารดามิเป็ที่โปรดปราน บุตรก็ไม่เป็ที่โปรดปรานเข้าไปด้วย ยิ่งเป็อนุที่มิมีอำนาจอันใดเลย
“ ถ้าเกิดมิมีลองเอาภาพวาดของทางเราไปให้เ้าเมืองได้ดู “ ดูจากความเป็อยู่ดูแล้วคงมิมีเป็ภาพวาดแน่ คงต้องใช้วิธีนี้แหละ
“ ดี เอาเช่นนั้น “
เหลียงซานสั่งให้เยว่ส่างไปกับเสี่ยวซานที่กำลังจะไปจวนเ้าเมืองเพื่อตรวจสอบเอกสารที่ส่งให้ไปแก้มา
“ มีรูปของคุณหนูไป๋ด้วยนิพ่ะย่ะค่ะ “ ลู่เฟินหยิบภาพวาดออกมา เมื่อเห็นว่าหลิวหยางสนใจก็ยื่นให้ดู
“ นางอยู่ที่นี่ด้วย “ เหลียงซานพูดขึ้นมาอย่างรำคาญใจ
“ จริงหรือ แล้วนางจะมิโดยหมายหัวหรอกรึ “ มาอยู่ในถิ่นของคนร้ายเสียด้วย
“ แต่ข้าได้ยินมาว่านางจะกลับวันนี้ ก็ให้หน่วยลับตามประกบเอา “
“ ที่นี่ก็เหลือหาร้านเสื้อผ้า แต่จะมีประโยชน์อันใดหรือไม่นั้นก็อีกเื่ “ หลิวหยางถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนล้า เจอคดีน่าปวดหัวเข้าเสียแล้ว
“ ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมนำน้ำมันหอมระเหยมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ “
เมื่อได้มาก็ทำการเปิดออก ทำให้กลิ่นกระจายไปทั่วห้องของมันกระจายไปทั่วห้องเลยทีเดียว
“ กลิ่นฉุน “ เลี่ยงหรงมิค่อยถูกกับพวกเครื่องหอมมากนักพูดออกมา เหลียงซานเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่คิดในใจ ทำหน้าแบบนี้ยิ่งเหมือนแมวเข้าไปใหญ่
หลิวหยางที่ว่าสหายของตนเริ่มนอกเื่อยู่ในใจก็ไปเหยียบเท้าทีหนึ่ง เพื่อให้ตื่นจากความคลั่งรักก่อน
ขัดจังหวะดีจริงๆเ้าหมอนี่ เหลียงซานได้แต่คิดในใจ
“ ตอนที่อยู่บนศพมิได้ฉุนขนาดนี้ “
“ ก็คงจะใช่เพียงมิมาก “ แต่ที่ซื้อไปเป็จำนวนมากนี่คงไม่ได้เอาดับศพของใครเข้าหรอกนะ
แล้วก่อนหน้านี้เหลียงซานก็ให้หน่วยลับไปหาสตรีตามภาพวาดมา ก็เห็นว่ามีสตรีอยู่สองคนที่ตรงกัน อีกที่เหลือนอกจากภาพวาดของคุณหนูไป๋ก็ยังมิเจอ
สตรีที่เจอนั้น คนแรกไปเจออยู่ร้านขายเครื่องประดับเห็นนางเป็สตรีหม้ายที่สามีเสียชีวิตลงแล้ว แน่นอนว่าก็จะต้องไปสืบประวัติของทั้งตัวนางและสามีที่ตายไปแล้ว ก็มิมีอันใดมาก สามีป่วยตายด้วยโรคที่มิมีทางรักษา ส่วนร้านเครื่องประดับที่เปิดอยู่ก็เป็ทั้งคู่ที่สร้างร้านนี้ขึ้นมา
เห็นมะ ก็ป่วยแต่มิรู้ป่วยแบบใด ถึงรักษามิได้
เนอะ !!
ส่วนสตรีอีกนางหนึ่งทำงานเป็ลูกจ้างอยู่เหล่าอาหารแห่งหนึ่งเป็เด็กล้างจาน ชีวิตส่วนใหญ่ทำแต่งาน เห็นว่าถูกบิดามารดานำมาทิ้งไว้แล้วก็หนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ละชีวิตล้วนดูน่าสงสัยยิ่งนัก ลำพังแค่ใช่ชีวิตก็กำลังมากแล้วยังมาถูกฆ่าตายแบบนี้อีก
คนร้ายมัน้าอะไรกันแน่ ดูแต่ละคนแล้วดูไม่น่าเกี่ยวข้องกันได้เลย หรือคนที่ตายมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับมนต์ดำ แต่ถ้าขนาดนี้มิน่าแค่เกี่ยวข้องเฉยๆหรอก มันอาจจะมีอะไรร้ายแรงแฝงอยู่ก็เป็ไปได้
“ ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ “ ทั้งสี่คนใช้เวลานานในการพูดคุยกันพอสมควรถึงขั้นที่เสี่ยวซานกลับมา
“ เป็เช่นไรบางคราวนี้ “ ราชครูส่งหลักฐานที่เ้าเมืองได้ทำผิดพลาดส่งมายังที่เหลียงซานก็ตรงกับเอกสารก่อนหน้านี้ที่ได้รับจากเ้าเมือง
“ เ้าเมืองยอมรับผิดแต่มิยอมบอกว่าทำงานให้ผู้ใดอยู่พ่ะย่ะค่ะ “ เสี่ยวซานให้หน่วยลับล้อมหน้าล้อมหลังจวนเอาไว้ตลอดคุยกันในจวนเ้าเมืองเพื่อป้องกันอีกฝ่ายเล่นตุกติก
เสี่ยวซานจี้เ้าตัวอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเื่เอกสาร หลักฐาน เ้าเมืองก็มิอาจหาคำอธิบายมาได้ รวมถึงสิ่งที่ยืนยันก็มิมี กลายเป็หลักฐานเหล่านี้มามัดตัวเ้าเมืองเอาไว้ ยากที่หลุด
“ ฝากเ้าด้วย “ เหลียงซานคิดว่าให้หลิวหยางจัดการจะดีที่สุด เพราะยังไงเสียที่นี่ก็เป็บ้านเมืองน่าจะรู้ดีมากกว่าเหลียงซานด้วยซ้ำ
“ ได้ มิต้องเป็ห่วง “ ั้แ่เ้าเมืองคนนี้ขึ้นมาเป็ก็มักจะความขัดแย้งอยู่แต่เป็ประจำ แต่เป็เพียงความขัดแย้งเล็กๆน้อยๆแต่ปัญหาคือถ้าปล่อยไปนานๆปัญหาที่ว่านั้นก็จะเริ่มแก้ไขได้ยาก ก็เหมือนกับสะสมปัญหาทีละน้อยๆนั่นแหละ
“ แล้วเื่คุณหนูเก้าเป็เช่นไร “ เลี่ยงหรงหันไปถามเยว่ส่างบาง
“ เป็อย่างที่ท่านแม่ทัพคิดเอาไว้ขอรับ ปานบริเวณคอเป็รูปกลมๆ มิได้มีรูปร่างอันใดขอรับ “ ถ้าเช่นนั้นก็ชี้ชัดแล้วว่าศพที่สองเป็ของคุณหนูเก้า
“ ตอนเ้ายื่นรูปให้เ้าเมืองมีท่าทีเช่นไร “
“ ทำหน้าสงสัยเพียงเล็กน้อย แววตาดูมิค่อยอยากพูดถึงสักเท่าไหร่แต่ก็ตอบความเป็จริงออกมาขอรับ “
“ เช่นนั้นพวกเ้าก็ไปพักผ่อนเถิด “
“ ก็รู้แค่ประวัติของผู้ตายเพียงเท่านั้นแต่ก็ยังหาแรงจูงใจของคนร้ายมิได้เลย “
“ จวนเ้าเมืองกับหอนางโลม ข้าคิดว่าต้องมีบ้างแหละที่แฝงตัวเข้าไปพวกที่ใช้มนต์ดำ “ ลู่เฟินเสนอออกมา เพราะดูแล้วแต่ละศพตอนนี้มีความเกี่ยวข้องกันมักเป็นางโลมเป็เสียส่วนใหญ่
“ คืนนี้ “ เหลียงซานพูดมาเพียงสั้นๆ พอมาคิดดูอีกทีวันนี้พระจันทร์เต็มดวง เหลียงซานกับเลี่ยงหรงจะไปจวนเ้าเมือง ส่วนหลิวหยางกับลู่เฟินไปที่หอโคมเขียว
ที่เหลียงซานเลือกจะไปจวนเมืองเ้าเมืองเพราะ้าพิสูจน์บางอย่างด้วยตนเอง จึงเลือกที่จะไป
ยามจื่อ
รอมานานกว่าสองชั่วยามแล้วก็มิมีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งในห้องหนังสือของเ้าเมืองได้จุดเทียนขึ้น ก่อนจะได้เห็นว่าเ้าเมืองกำลังพูดคุยกับใครบางคนดู ลักษณะน่าจะเป็ชายร่างสูง ใส่ผ้าคลุมเอาไว้ กำลังยื่นบางอย่างมาให้
ทั้งคู่จึงพยายามเข้าไปให้ใกล้มากที่สุดโดยที่อีกฝ่ายมิรู้ตัว
“ ท่านฆ่านางนั้นแล้วใช้หรือไม่ “ นางนั้น? คงมิได้หมายถึงคุณหนูเก้าหรอกมั้ง
“ หึ เรียบร้อย มันตายแล้ว “
“ แล้วท่านจะทำอย่างไรต่อละ ที่นี่มีทั้งชินอ๋องและมือปราบหลัวมาอยู่ที่นี่ด้วย “
“ ฮ่าๆ “ ชายผู้นั้นหัวเราะออกมาราวกับว่ามิใช่ปัญหาอันใด คนผู้นี้ต้องผู้ที่ใช้มนต์ดำเป็แน่
“ สิ่งนี้คือ “ กลิ่นนี้มันเหมือนกับน้ำมันหอมระเหยเลย
“ มันเอาไว้ดับกลิ่น “ อีกฝ่ายพูดเพียงเท่านี้ก่อนจะออกแต่คราวนี้เหลียงซานจำเป็้าเ้าตัวเพื่อนำมาเค้นเอาคำตอบให้ได้ จึงตามไป ส่วนเลี่ยงหรงและเสี่ยวซานรีบไปคุมตัวเ้าเมืองอย่างรวดเร็ว แล้วให้หน่วยลับที่อยู่รอบๆจวนจับกุมฮูหยินและบรรดาบุตรีของเ้าเมืองเอาไว้ เมื่อจับกุมมาได้ก็เอาไปไว้ที่กองมือปราบก่อนที่จะส่งไปเมืองหลวงเพื่อรอรับโทษ
เสี่ยวซานทำการยึดน้ำมันหอมระเหยออกมา ส่วนเลี่ยงหรงเห็นว่าเ้าเมืองดูแปลกขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาว่างเปล่า ท่าทางดูเฉยๆไม่ค่อยตอบสนอง คงมิได้โดนไปแล้วหรอกนะ เลี่ยงหรงจึงต้องนำยาสลบป้ายก่อนที่จะรีบนำไปที่กองมือปราบ
ส่วนเสี่ยวซานเลี่ยงหรงบอกให้รีบตามพี่เหลียงไปเพื่อเกิดเหตุมิคาดฝันขึ้นยังไงเสียอีกฝ่ายก็เป็ผู้ใช้วิชามนต์ดำ จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด
ทางด้านเหลียงซานที่ตามอีกฝ่ายมาอย่างไว ก็เห็นมีคนเพิ่มมาอีกสามคนตามหลังมา ตนจึงชักกระบี่ออกมาจนเกิดการต่อสู้ขึ้น พวกนี้ก็เป็พวกใช้มนต์ดำแต่ยังมิกล้าแกร่งมากนัก เวลาฟันจึงทำได้ยาก แต่เพราะมัวแต่ใช้วิชามากจนเกินไปทำให้ร่างกายขยับได้ช้าลง เหลียงซานจึงปลิดชีพไปอย่างรวดเร็วโดยอย่างมิไยดีเลยสักนิดเดียว
“ แม้ๆ เป็เกียรติจริงๆที่ชินอ๋องมาด้วยตนเอง “ ชายที่เหลียงซานตามออกมาเปิดผ้าคลุมออกทำให้เห็นใบหน้าที่ดูน่าเกลียดผิดรูปของอีกฝ่าย คงเป็พวกชอบทดลองวิชามนต์หรือฝืนธรรมชาติของวิชาเป็แน่ สภาพร่างกายถึงได้ผิดรูปผิดปกติ
“ หึ “
“ จะตายอยู่แล้วแท้ๆ “
“ เช่นนั้นมาดูกันว่าผู้ใดที่จะตาย “
“ ปากดี “ ชายที่สวมผ้าคลุมได้สั่งสามคนโจมตีเหลียงซาน ควบคุมศพหรือ เพราะยังไงสามคนนี้ก็ตามไปแล้วแน่ๆ
เหลียงซานเองก็พอจับใจความได้บางจึงได้นำแร่สีขาวส่องไปยังดวงจันทร์ที่ตอนนี้มันกำลังเต็มดวง ทำให้มนต์ดำของอีกฝ่ายจู่ๆมันก็ไร้ผลไปอย่างไร้ร่องรอย
ว่าแล้วเชียว!!
แร่สีขาวนี้มีประโยชน์กับพวกที่ใช่วิชามนต์ดำก็จริง แต่หากคนทั่วๆไปหรือผู้มีวงยุธท์รู้จักวิธีการใช้ก็จะประโยชน์ต่อกรกับมนต์ดำได้เช่นกัน เหลียงซานรู้เื่นี้มาจากในนิยายจึงลองนำมาใช้ดู
เพราะรู้อยู่แล้วยังไงก็ต้องเผชิญหน้ากันอยู่ดี
พอเห็นว่ามนต์ดำที่โจมตีเหลียงซานถูกตีกลับเข้าตัวผู้ใช้ ทำให้ศัตรูถึงกับกระอักเืออกมา ซึ่งเืนั้นก็เป็สีดำปนม่วงอยู่หน่อยๆ
“ เ้า!! “ เพราะด้วยความโมโหจึงทำให้จิตใจเกิดความบิดเบียวมากขึ้น แล้วใช้วิชากางอาณาเขตกระมิให้เหลียงซานออกไปได้
เหลียงซานเมื่อรู้ตัวก็รีบทำการหลบหลีกอย่างรวดเร็ว แล้วซัดปราณเข้าไปที่ท้องอย่างแรง อีกฝ่ายแค่เซเพียงเล็กน้อย พอเห็นอย่างนี่ก็ทำการตั้งหลักออกมาก่อน
“ หึ ไม่เลว “ ใบหน้าของอีกฝ่ายเริ่มบิวเบียวมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วทำการกัดเข้าที่แขนอย่างแรงจนเืออก พอเืหยดไปโดนต้นไม้บริเวณรอบๆก็เกิดการสั่นไหว
ต้นไม้ทำการขยับโจมตีเหลียงซานอย่างมิหยุดพัก พอตัดต้นไม้นั้นไปก็งอกขึ้นมาใหม่อยู่ดี งั้นคงต้องจัดการตัวการก่อนถึงจะหยุดหรือไม่ก็ฆ่าศัตรูลง
เพราะต้นไม้เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาทำให้มองแสงจากดวงจันทร์ขึ้นมายากขึ้น
พรึ่บ
“ ตายไปซะ “ พออาศัยจังหวะที่เหลียงซานหลบการโจมตีอยู่ก็ถูกจู่โจมเข้ามา แต่เหลียงซานก็หลบได้อย่างรวดเร็วแล้วตวัดกระบี่แทงเข้าไปที่หัวไหล่ก่อนจะรีบดึงออกมา เพื่อฟันไปที่ท้อง แต่ศัตรูก็ยังหลบได้ เหลียงซานเห็นว่าศัตรูเริ่มช้าลงแม้จะเพียงเล็กน้อยแต่นี่ก็เป็โอกาสในการโจมตีกลับ แต่เหลียงซานก็เริ่มเห็นว่าแขนที่ถูกกัดเริ่มเน่าอย่างรวดเร็วผิดจากปกติ จึงคิดจะตัดแขนนั้นออก
เหลียงซานอาศัยต้นไม้ที่โจมตีโดยการล่อแล้วหลบหลังต้นไม้เพื่อให้ต้นไม้ไปโจมตีศัตรูแล้วก็เต็มๆ พอเห็นเช่นนี้ก็ซัดปราณเข้าไปที่ใบหน้าแล้วรีบฟันเข้าไปที่แขนที่เริ่มเน่ามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง พอโดยแทงเหลียงซานก็นำยาพิษชนิดหนึ่งฉีดเข้าไปต้นคอของศัตรู
“ อ๊ากกกกกกก เ้า!! “ พิษเริ่มออกฤทธิ์ทำให้ค่อยๆล้มตัวลงอย่างหมดสภาพ เหลียงซานนำแร่สีขาวมาทำเป็สร้อยคอกับข้อมือใส่ไปที่ศัตรูเพื่อระงับการใช้วิชามนต์ดำเอาไว้ มิใช้แค่นั้นยังบดแร่สีขาวให้ละเอียดแล้วนำไปโรยลงบนแขนของศัตรูที่ถูกตัด เพราะเห็นว่าน่าจะมีประโยชน์จึงใช้แร่สีขาวสกัดเอาไว้ก่อน จะได้ไม่เป็อันตราย
ที่แร่สีขาวใช้ได้ผลขนาดนี้เพราะเป็ดูดซับแสงจันทร์มาเป็พลังงานบริสุทธิ์มาเก็บสะสมเอาไว้ แล้ววันนี้ก็เป็วันที่พระจัทนร์เต็มดวง เห็นว่ายิ่งพระจันทร์เต็มดวงมากเท่าใดความบริสุทธิ์ที่ดูดซับมาก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
นี่เป็สิ่งที่เหลียงซานได้รู้มาจากในนิยาย แต่เพราะบางทีตอนที่อ่านนิยายอ่านได้ไม่ละเอียดพอจึงต้องลองเสี่ยงกับการต่อสู้ครั้งนี้ดู
เหลียงซานตอนได้แร่นี้มาก็กำจัดไปกว่าครึ่งเสียแล้วกว่าจะนึกขึ้นได้ก็ทำเอาเสียดายอยู่มิน้อย แต่ก็ทำอันใดมิได้นอกจากใช่ที่เหลืออยู่ให้มีประโยชน์
“ ท่านอ๋อง “ เสี่ยวซานที่ตามมาก็งงกับเส้นทางอยู่บ้างเพราะจู่ๆป่าไม้ก็เปลี่ยนไปเหมือนกับอยู่วังวนอะไรสักอย่างไม่สามารถออกมาได้ จนเมื่อสักครู่นี้ป่าไม้ก็กลับมาสภาพเดิม
“ ไปจับตัวมัน “ เหลียงซานเหนื่อยพอสมควร ตอนนี้ร่างกายอ่อนล้ามิน้อย เพราะสู้อย่างต่อเนื่องกว่าจะจับจังหวะอีกฝ่ายได้เล่นเอาเหนื่อยมิน้อย
“ ท่านอ๋องไหวหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ “
“ รีบกลับไปที่กองมือปราบ “
ได้ยินฝีเท้าที่มาทางนี้อย่างรวดเร็ว หวังว่าจะมิใช่ศัตรูก็พอ
“ พี่เหลียง “ สิ้นเสียงของเลี่ยงหรง เหลียงซานก็สลบไปด้วยความล้า ในใจตอนนี้ก็ดีใจมิน้อยว่าคนที่มาหรงเอ๋อร์
เหลียงซานหลับคาอ้อมอกของเลี่ยงหรงอย่างหมดแรง