"โอ๊ย ฉันรอแกจนรากจะงอกอยู่แล้วนะหนูดี" มุกดาเห็นเพื่อนสาวเดินมาก็รีบบ่นแทบจะทันที
"ขอโทษทีนะที่ให้รอ ฝากของหน่อย" เมื่อเธอลงมาจากออฟฟิศก็เห็นมุกดายืนรออยู่ก่อนแล้วเธอจึงรีบเอ่ยขอโทษเพื่อนก่อนที่จะรีบฝากของต่างๆไว้กับเพื่อนสาวจากนั้นก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
มุกดาที่เห็นท่าทีของขวัญฤดีที่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปเธอจึงได้เดินตามเข้าไปในห้องน้ำด้วยเช่นกัน
"มุกแกรู้ไหมว่าฉันปวดฉี่ั้แ่บ่ายแล้วเนี่ยแทบจะหมดแรง" ขวัญฤดีบ่นอิดออดกับเพื่อนสาวอย่างน่าสงสาร
"แกไหวไหมหนูดี ฉันว่าแกเปลี่ยนแผนกเถอะเปลี่ยนตอนนี้ยังทันนะ"
"งานนี้แหละดีแล้ว"
"ฉันบอกตรงๆ นะแกทำงานกับคุณพัชรไม่ได้หรอกแกอาจจะยังไม่รู้ประวัติของคุณพัชรดีหากแกได้อยู่กับเขาแกอาจจะทำได้ไม่ถึงเดือนก็ได้นะ"มุกดาเตือนเพื่อนสาวด้วยความเป็ห่วง เพราะเ้านายหนุ่มที่ขวัญฤดีทำงานด้วยนั้นไม่ใช่คนที่จะทำงานด้วยได้ง่ายๆทั้งเ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ แถมเื่มากเป็ที่หนึ่งและที่ทำให้หลายคนต่างเอือมระอาก็คือนิสัยเหวี่ยงวีน ของชายหนุ่มหากใครที่ทำไม่ได้อย่างใจก็จะถูกตวาดจนต้องรีบออกจากห้องแทบไม่ทันไม่ว่าจะหัวงอกหัวดำก็ไม่เว้น และอย่างเพื่อนเธอที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำงานมาก่อนแถมไม่ค่อยจะทันคนจะสามารถทนประธานหนุ่มอย่างพชรดนัยได้อย่างไร
"ทำได้ซิ ฉันไม่ยอมแพ้หรอก" ขวัญฤดีตอบเพื่อนสาวอย่างมั่นใจ
"แกพึ่งทำงานวันนี้วันแรกแกอาจจะไม่เคยรู้ฤทธิ์ของคุณพัชรดี หากแกได้ทำงานจริงอาจจะรับไม่ได้ก็ได้นะ"
"จริงๆ ฉันว่าฉันเจอฤทธิ์เขามากพอสมควรแล้วล่ะ"
"แกว่าอะไรนะ" มุกดาที่ได้ยินคำตอบจากขวัญฤดีเธอก็รีบถามย้ำเพื่อความมั่นใจ สายตาก็จ้องมองเพื่อนสาวอย่างสงสัย
"อย่าพึ่งถามอะไรเยอะได้ไหมตอนนี้หิวข้าวมากเลยไปหาอะไรกินกันเถอะ ขอเป็บุฟเฟ่ต์นะ หิวจนไส้จะขาดแล้วน่ะ"ขวัญฤดีทำสายตาออดอ้อนเพื่อนสาวเหมือนแมวอ้อนบ่าว
"ก็ได้ๆ"
"น่ารักที่สุด"
หลังจากที่มุกดาตอบตกลงขวัญฤดีก็รีบเดินตามมุกดาไปที่รถที่จอดไว้ที่หน้าออฟฟิศอย่างอารมณ์ดีเมื่อมาถึงร้านบุฟเฟ่ต์หญิงสาวก็ตั้งหน้าตั้งตากินเหมือนกับอดข้าวมาเป็เดือนจนเพื่อนสาวที่นั่งมองอยู่ต่างก็แปลกใจ
"หนูดีแกไปตายอดตายอยากมาจากไหนเนี่ยั้แ่มาถึงยังไม่หยุดกินเลย"
"เมื่อเช้าไม่ได้กินอะไรมานะเมื่อกลางวันก็รีบทำงานส่งคุณพัชรเลยไม่มีเวลาได้กินอะไรเช่นกัน แถมตอนบ่ายก็เข้าประชุมต่อแม้แต่เวลาเข้าห้องน้ำก็ยังไม่มี" ขวัญฤดีรีบอธิบายให้มุกดาได้ฟัง
"แกโดนขนาดนี้แกยังอยากจะทำต่ออีกเหรอฉันเข้าใจแกนะหนูดีว่าแกอยากทำงานมากเพราะแกไม่อยากรับ่ต่อจากแม่แกแต่งานที่แกทำนี่ก็ไม่ต่างกันนะ แกไม่สามารถทนคุณพัชรได้หรอกแกเชื่อฉัน"มุกดารีบเตือนเพื่อนด้วยความเป็ห่วง
"ฉันถอยไม่ได้หรอกหากฉันถอนตัวหรือลาออกก่อนก็จะเข้าทางเขานะซิ" หญิงสาวอธิบายให้เพื่อนฟังก่อนที่จะเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าให้เพื่อนสาวฟัง"แกจำเื่เมื่อเช้าได้ไหม"
"เื่ที่แกโดนรถเหยียบน้ำกระเด็นใส่นะเหรอ"
"ใช่" ขวัญฤดีตอบเพื่อนสาวก่อนที่จะเล่าเื่ราวทั้งหมดให้มุกดาได้ฟังต่อ"คนที่เหยียบน้ำใส่ฉันเมื่อเช้าก็คือคุณพัชร แต่ฉันไม่รู้ว่าเป็เขาและในตอนที่เข้าไปสัมภาษณ์งานคุณพิมพรรณ ผู้จัดการทั่วไปได้เลือกฉันให้เป็เลขาซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเขาจะให้ฉันเริ่มงานเลย เพราะเขาถามฉันว่าฉันพร้อมเริ่มงานไหมฉันก็ตอบว่าเริ่มงานได้ทันที จากนั้นเขาก็พาฉันออกจากห้องสัมภาษณ์งานไปตรงไปยังชั้น 8 และปล่อยฉันไว้หน้าห้องทำงานของเขาและในระหว่างรอฉันก็เจอคุณพัชร" ขวัญฤดีทิ้งท้ายก่อนที่จะคีบหมูใส่ปาก
"แกอย่าห่วงกินได้ไหมเล่าฟังให้จบก่อน"มุกดาที่เห็นเพื่อนห่วงแต่กินก็รีบบ่นขึ้นมาทันที
"ก็ฉันหิวนี่หน่า"หญิงสาวตอบเพื่อนอย่างอิดออดก่อนที่จะเล่าเหตุการณ์ต่างๆ ต่อ"หลังจากที่เจอคุณพัชรฉันก็จำเขาได้ทันทีว่าเป็คนที่เหยียบน้ำใส่ฉันฉันก็เลยเดินไปต่อว่าเขา ซึ่งตัวเขาเองก็พยายามไม่สนใจฉันก็เลยดึงแขนเขาไว้จนเราสองคนมีปากเสียงกันแต่พอคุณพิมพรรณเดินมาบอกว่าเขาคือเ้านายใหม่ของฉัน หน้าฉันนี่ชาไปหมดตอนแรกเขาก็ไม่อยากให้ฉันทำงานด้วย เพราะฉันแต่งตัวไม่ดี หน้าตาไม่ดีฉันก็ไปปากดีใส่เขาอีกว่า หน้าตาไม่ดีแล้วไง ทำงานไม่ได้เหรอจากนั้นเขาก็ให้ฉันทำงานเลย แถมต้องทดลองงานตั้ง 6 เดือนหากฉันถอดใจลาออกตอนนี้ก็เท่ากับว่าเข้าทางเขานะซิคนอย่างหนูดีนะฆ่าได้แต่หยามไม่ได้ ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะเป็คนไม่น่าคบไม่น่าทำงานด้วยก็ตาม แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรีนะถอยไม่ได้เด็ดขาด"
มุกดาที่ได้นั่งฟังเพื่อนสาวเล่าเหตุการณ์ที่ได้เจอมา ใจหนึ่งก็นึกสงสารใจหนึ่งก็นึกสมน้ำหน้าไปพร้อมกันด้วยนิสัยไม่ยอมใครของเพื่อนเธอบางครั้งก็ไม่เลือกที่เลือกเวลา แถมไปหาเื่ใครไม่ไปหาดันไปหาเื่ประธานสายโหดอย่างพชรดนัย
"ฉันไม่รู้ว่าจะนึกสงสารแกหรือนึกสมเพชแกดีนะหนูดี ก่อนที่จะปะทะกับใครก็ควรเช็กก่อนไหมว่าเขาเป็ใคร"
"จริงๆ พอฉันรู้ว่าเขาเป็ใครก็สำนึกผิดอยู่นะก็คิดว่าจะขอโทษแต่เมื่อรู้ว่าเขาตั้งใจจะแกล้งฉันนอกจากจะไม่อยากขอโทษแล้วยังอยากจะตอกหน้าเขากลับอีกด้วย ผู้ชายอะไรร้ายชะมัดแกเชื่อไหมว่าเขาให้ฉัน ทำงานให้เขาแต่เขาไม่สอนงานหรือบอกงานอะไรฉันเลยแม้แต่นิดเดียวแถมยังให้ฉันทำรายงานการประชุมจดทุกคำพูดที่คนในห้องประชุมพูดอีกด้วยประชุมเสร็จก็จะเอารายงานเลย รหัสคอมก็ไม่ให้ รูปแบบงานก็ไม่บอก ดีนะว่าคุณรินเลขาคุณพิมพรรณมาสอนงานให้ไม่อย่างนั้นฉันก็ส่งงานไม่ทัน แล้วเขาก็จะบอกว่าถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป" ขวัญฤดีเล่าไปก็คีบหมูเข้าปากไปด้วยความโมโห"ฉันบอกเลยนะมุกว่าฉันจะเอาชนะผู้ชายคนนี้ให้ได้"
"ก่อนที่แกจะเอาชนะเขาได้คงใจขาดตายไปก่อน" มุกดาบอกเพื่อนสาวที่ตอนนี้ยังนั่งกินไม่หยุดหย่อนยิ่งพูดถึงเ้านายหนุ่มก็ยิ่งกินเพิ่มมากขึ้น
"หนูดีฉันจะบอกอะไรให้นะว่าคุณพัชรไม่ใช่ผู้ชายที่สามารถเอาชนะได้ง่ายๆั้แ่ฉันเข้าทำงานมา คุณพัชรเปลี่ยนเลขามากกว่าที่ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าซะอีกบางคนมาแค่เดือนเดียว อาทิตย์เดียว บางคนไม่ถึงวันก็เผ่นแน่บไปเลยและยิ่งเลขาคนไหนที่จัดจ้านหวังจับเ้านายหล่ออย่างคุณพัชรแค่ชั่วโมงเดียวก็อยู่ไม่ได้แล้ว แล้วคิดดูคนอย่างแกที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานหรือแม้แต่ประสบการณ์คบผู้ชายแกก็ไม่เคยมีมารยาหญิงแกก็ไม่มีแกจะเอาอะไรไปสู้ผู้ชายอย่างคุณพัชรได้ จะทำแต่งานทื่อๆให้คุณพัชรจิกหัวใช้อย่างเดียวแกทนไม่ได้หรอกตั้ง 6 เดือนปกติทดลองงานเขาทดลองกันแค่ 1 เดือนเท่านั้นแหละ"มุกดาเตือนสติเพื่อนสาว แต่หญิงสาวตรงหน้าไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนใจเลยด้วยซ้ำจากที่เธอกับหนูดีคบกันมา 20 กว่าปีเธอรู้นิสัยของเพื่อนสาวเธอดี หากตั้งใจทำอะไรแล้วไม่คิดถอดใจอะไรง่ายๆแต่ผู้ชายอย่างพชรดนัยก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ ซะเมื่อไหร่เมื่อมุกดาคิดได้เช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ด้วยความอ่อนใจ"ถ้าแกมั่นใจว่าจะชนะคุณพัชรได้จริงๆ ฉันเอาใจช่วยแล้วกัน"มุกดาบอกเพื่อนก่อนที่จะนั่งกินอาหารตรงหน้าต่อ
เมื่อทั้งสองนั่งกินบุฟเฟ่ต์กันอย่างเอร็ดอร่อย ขวัญฤดีก็เหลือบไปเห็นนาฬิกาก็ต้องใสุดขีดเมื่อเวลาแสดงว่าขณะนี้เวลา20.00 น. หมูที่คีบไว้ก็แทบจะร่วงจากมือ
"แย่แล้วสองทุ่มแล้วฉันยังไม่ถึงบ้านเลย"
"จะรีบทำไม ในเมื่อตอนแกจะมาแกก็โทรบอกแม่แกแล้วนี่"
"ไม่ใช่เื่นั้น"
"แล้วเื่อะไร"
"ลืมสนิทเลยว่าคุณพัชรบอกให้ฉันส่งรายงานการประชุม่บ่ายให้เขาก่อนเที่ยงคืนนี่สองทุ่มกว่าแล้วยังไม่ถึงบ้านเลย" ขวัญฤดีรีบบอกเพื่อนสาว
"แกว่าอะไรนะขนาดเลิกงานแล้วยังต้องส่งงานให้อีกเหรอ จะรอตอนเช้าไม่ได้หรือไง"
"ก็เขาจงใจจะแกล้งฉันยังไงละหากไม่จงใจจะแกล้งคงไม่้าด่วนขนาดนี้"หญิงสาวบ่นเ้านายหนุ่มให้กับเพื่อนของเธอฟังแต่เธอก็ต้องยอมทำหากจะต้องทำงานที่นี่ต่อ ทั้งสองรีบเช็กบิลและรีบออกจากร้านไปอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยวฉันไปส่ง"
"ไม่ต้องก็ได้เดี๋ยวฉันเรียกแกร็บกลับเอง"
"จะเรียกทำไม ฉันนอนบ้านแกก็ได้เสื้อผ้าฉันอยู่บ้านแกก็เยอะแยะ"มุกดาบอกเพื่อนสาวก่อนที่จะรีบขับรถไปที่บ้านของขวัญฤดี
เมื่อมาถึงบ้านหญิงสาวก็ไม่รอช้ารีบขึ้นห้องเปิดคอมจากนั้นก็รีบทำรายงานส่งให้เ้านายหนุ่มขี้วีนแทบจะทันทีปล่อยให้ณฤมนต์ผู้เป็แม่มองตามหลังด้วยความสงสัย
"เพื่อนเราเป็อะไร จะรีบอะไรขนาดนั้น"
"รีบส่งงานให้เ้านายค่ะ"
"ส่งงานให้เ้านาย ไหนว่าแค่ไปสัมภาษณ์งานไงแล้วจะมีงานอะไรทำไมต้องรีบส่ง" ณฤมนต์ถามมุกดาด้วยความสงสัย
"เื่มันยาวนะคะ"
"ยาวแค่ไหนแม่ก็จะฟัง"
มุกดาเล่าเื่ราวต่างๆ ที่ได้ยินจากเพื่อนสาวให้กับณฤมนต์ได้ฟังทั้งหมดหญิงวัยกลางคนต่างก็ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
"แม่ก็ดูดวงแม่นเหมือนกันนะเนี่ย" ณฤมนต์ชมตัวเองอย่างภูมิใจ
"ดูว่าอะไรคะ"
"ก็แม่ดูว่าหนูดีจะได้งานไงเห็นไหมได้จริงดังตาเห็น" มุกดาได้ยินที่แม่ของขวัญฤดีบอกเล่าก็พยักหน้าช้าๆอย่างเข้าใจ
"นอกจากเื่ที่จะได้งานแล้วนะไพ่ยังบอกอีกนะว่าจะเจอเนื้อคู่อีกด้วย" มุกดาที่กำลังดื่มน้ำอยู่ก็แทบพุ่งออกจากปาก
"แม่ว่าอะไรนะคะ หนูดีมันจะเจอเนื้อคู่"
"ใช่ได้ยินไม่ผิดหรอก" ณฤมนต์ย้ำชัดๆ ให้มุกดาได้ฟังอีกครั้งเพื่อให้เพื่อนสาวของลูกได้ยินคำตอบที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
"ได้เ้ากรรมนายเวรซิไม่ว่า"มุกดาตอบหญิงวัยกลางคนแทบจะทันที
"หนูมุกก็ว่าไป อาจจะไม่ใช่เ้านายเขี้ยวลากดินคนนั้นก็ได้อาจจะเป็เพื่อนร่วมงาน คนในบริษัท หรือคนแถวๆ นั้นก็ได้ แต่แม่ก็ภาวนานะว่าอย่าเป็ผู้ชายคนนั้นเลยคิดสภาพไม่ออกว่าจะลงเอยกันยังไง"หญิงวัยกลางคนบ่นพึมพำกับมุกดาด้วยความอ่อนใจก่อนที่จะแยกย้ายไปนอนก่อนจากนั้นก็ตามไปด้วยมุกดาที่ขึ้นห้องไปสมทบกับเพื่อนสาว