คริสติน่าตัดสินใจด้วยความรู้สึกที่มุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าการช่วยชีวิตอนาเธอร์นั้น เป็นภารกิจที่ต้องใช้ความกล้าหาญและการเสียสละขั้นสูงสุด
สายตาของเธอจ้องมองไปที่ร่างอันบอบช้ำของเขา แฝงไปด้วยความห่วงใยว่าการเสียสละครั้งนี้จะนำมาซึ่งการฟื้นคืนชีวิตของเขา
ไม่นานนัก การรักษาก็ได้เริ่มต้นขึ้น ภายในวิหารส่วนลึกสุด มีเพียงเสียงครวญครางสุดสวาทของเทวทูตที่สุดแสนจะเย้ายวน
“อื้มมมม~❤”
“อ้าาาาาาา~❤”
ขณะที่หญิงสาวกำลังขยับร่างกายและสานสัมพันธ์กันอย่างร้อนแรง แสงศักดิ์สิทธิ์ก็ค่อยๆเปล่งออกจากตัวเธอ ปล่อยให้พลังแห่งแสงนั้นหลั่งไหลเข้าไป มันถูกห่อหุ้มไปด้วยออร่าแห่งการรักษาอันอบอุ่นและบริสุทธิ์ (เดี๋ยวๆ รักษายังไงฟะ?)
“ฮ่าห์ ฟะ..ฟื้นซักทีสิคะ~❤”
ดวงตาของคริสติน่าส่องประกายและดูหวาดเยิ้ม ขณะที่เธอปล่อยพลังของตนเองเข้าสู่ร่างกายของเขา พลังแห่งความบริสุทธิ์หลั่งไหลออกมาจากแก่นแท้แห่งเทวทูตของเธอ ประกายแสงสีทองอันอบอุ่นค่อยๆล้อมรอบร่างของอนาเธอร์
พลังแห่งแสงนั้นทำหน้าที่ชำระล้างความมืดและความเจ็บปวดที่เกาะกุมอยู่ในจิตวิญญาณของเขา ละลายความเจ็บปวดและบาดแผลที่เคยลึกจนแทบสิ้นหวังให้หายไปอย่างช้าๆ
ระหว่างที่พลังศักดิ์สิทธิ์ถ่ายเทไปยังเขาอย่างต่อเนื่อง หญิงสาวก็ยังคงขยับตัวต่อไป
“อู้ววววว!~❤”
“อู้ยยยยย...”
เธอรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยล้าที่ยิ่งทวีคูณ ร่างกายของเธอเริ่มอ่อนแรงลง ดวงตาเริ่มพร่ามัวและเสียวซ่าน แต่หญิงสาวก็ไม่ยอมหยุด
คริสติน่ายังคงส่งพลังศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในร่างของอนาเธอร์ต่อไป ความตั้งใจและการเสียสละของเธอ ทำให้ร่างของเขาค่อยๆฟื้นคืนชีวิตขึ้น
บาดแผลที่เคยลึกแสดงให้เห็นถึงพลังของทานาทอสค่อยๆจางหายไป กลายเป็นผิวเนื้อที่กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ลมหายใจของอนาเธอร์ค่อยๆกลับมาเป็นปกติ ชีพจรที่เคยอ่อนแรงเริ่มเต้นชัดเจนขึ้นอีกครั้ง และสีหน้าของเขาเริ่มกลับมาเป็นปกติ
ขณะเดียวกัน อนาเธอร์ที่กำลังอยู่ในห้วงความเป็นความตาย ตัวของเขาก็ไม่ได้รับรู้การกระทำที่เกิดขึ้นจากภายนอกเลยซักนิด
ชายหนุ่มรู้สึกได้เพียงแรงดึงดูดบางอย่างรอบตัวที่ค่อยๆละลายร่างของเขา มันแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงอันเรืองรอง
แล้วในที่สุด ตัวของเขาก็มาปรากฏตัวขึ้นในดินแดนที่งดงามราวกับสวรรค์เบื้องบน ที่นี่แตกต่างไปจากทุกสิ่งที่เขาเคยพบเจอมา
“อะไรน่ะ?”
ทั่วทุกพื้นที่เต็มไปด้วยผลไม้มากมายที่ผลิดอกออกผลอย่างสมบูรณ์แบบ หลากสีสันสดใสของผลไม้พืชพันธุ์แปลกตาแผ่กระจายไปทั่วหุบเขา
กลิ่นหอมหวานละมุนลอยมาพร้อมกับสายลมอ่อนโยน ราวกับว่าโลกทั้งใบถูกบรรจงสร้างขึ้นอย่างวิจิตร เพียงเพื่อรองรับการดำรงอยู่ของเขาในชั่วขณะนี้เท่านั้น
ความมึนงงเข้าครอบงำจิตใจของชายหนุ่ม ตนเองจำได้แม่นว่าร่างกายของเขาถูกดาบแห่งความมืดของทานาทอสตัดขาดจนแทบไม่มีหวังรอดชีวิต เหตุใดกันที่เขาถึงมายืนอยู่ที่นี่ได้
“หรือว่านี่จะเป็นความฝัน? หรือว่าจิตวิญญาณของฉันได้ถูกปลิดปลงจนดวงวิญญาณหลุดออกมาอยู่ในห้วงมิติอันลี้ลับ?”
อนาเธอร์ยังคงบ่นพึมพำกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตน ทว่าทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็จับจ้องไปยังสิ่งมีชีวิตผู้หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไปนัก
ชายหนุ่มผู้นั้นกำลังนอนเอกเขนกเท้าคางอยู่บนหินก้อนหนึ่ง ขณะที่ในมือหนึ่งถือผลไม้สุกฉ่ำผลใหญ่แล้วกัดเข้าไปด้วยท่าทีที่ดูสำราญใจ
สายตาของชายผู้นั้นจ้องมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มเย้าหยอกที่ทั้งลึกลับและดูมีเลศนัย แสงแดดอันอ่อนละมุนทาบทอลงบนใบหน้าของเขา เผยให้เห็นแววตาที่แสนมีชีวิตชีวา
“ยินดีต้อนรับสู่หุบเขาผลไม้ สถานที่จุดเริ่มต้นของตำนาน ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ซุนหงอคง”
ชายผู้นั้นเอ่ยพร้อมรอยยิ้มขี้เล่น
เมื่อได้ยินดังนั้น หัวใจของอนาเธอร์พลันเต้นรัวขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกนับถือและเกรงขามต่อหน้าผู้ที่มีพลังอำนาจล้นเหลืออันเป็นตำนานของโลกนี้ ได้เต็มเปี่ยมขึ้นมาในหัวใจของเขา "ซุนหงอคง" ผู้เป็นเทพวานรแห่งท้องนภา
บุคคลที่ถูกขนานนามว่าเป็นผู้ไม่เคยเกรงกลัวฟ้าหรือแผ่นดิน และเคยท้าทายแม้แต่สวรรค์เองก็ยังต้องยอมศิโรราบ
อนาเธอร์พยายามควบคุมสติและอารมณ์ที่สั่นคลอนของตน แล้วโค้งคำนับเล็กน้อยด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด
“ผมไม่คาดคิดเลยว่าจะมีโอกาสได้พบกับท่าน.. ซุนหงอคง”
เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กลั้นไว้ไม่ให้สั่น
“ผมสับสนว่าทำไมตนเองถึงมาอยู่ที่นี่ และยิ่งไม่เข้าใจว่านี่เป็นสถานที่ใดกันแน่?”
ซุนหงอคงหัวเราะเบาๆ แววตาของเขาประกายแห่งความสนุกสนาน
“เจ้าอาจจะเรียกที่นี่ว่าห้วงจิตแห่งจักรวาล หรือแม้แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ได้”
เขาตอบพลางขยับร่างลุกขึ้นยืน
ก่อนจะโยนผลไม้ที่เหลือในมือขึ้นไปกลางอากาศ และใช้หางจับมันไว้อย่างง่ายดาย
“และที่เจ้ามาที่นี่ได้น่ะ เป็นเพราะพลังของข้าในตัวเจ้าต่างหาก”
“อนาเธอร์ เจ้ามีพรสวรรค์ในการยืมพลังของเทพเจ้าจนสร้างสมดุลให้เกิดขึ้นในร่างได้”
“แม้กระทั่งพลังของข้าและพลังของตาแก่โอดินก็ไม่อาจครอบงำเจ้าได้อย่างสมบูรณ์”
“บอกตรงตรงเลยนะ.. เจ้าอาจเป็นหนึ่งในมนุษย์ผู้หายากนักที่ทำเช่นนั้นได้”
คำพูดนี้ของเขานั้นจริงจังเป็นอย่างมาก ทำให้ชายหนุ่มยังต้องผงะไปอยู่เล็กน้อย
“อะไรคือพรสวรรค์...?”
“หรือว่าเขาหมายถึงระบบผู้สืบทอด!”
อนาเธอร์บ่นพึมพำตาม หัวใจของเขาเริ่มรู้สึกถึงความหวังบางอย่าง
แม้ไม่อาจเข้าใจความหมายทั้งหมดของซุนหงอคงได้อย่างชัดเจน แต่เพียงรู้ว่าตนยังไม่สูญสิ้นการปกป้องในยามนี้ก็เพียงพอแล้ว
ขณะที่พูดคุยกัน ตัวของซุนหงอคงก็ไม่พอใจที่ทานาทอสได้เข้าไปแทรกแซงการกระทำที่เกิดขึ้นภายในดันเจี้ยน
“ส่วนเรื่องที่เจ้าถูกแทรกแซง...หึ?”
ซุนหงอคงแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็น มือกำผลไม้แน่นจนมันแหลกคามือ ก่อนที่เขาจะปล่อยร่างไปพิงต้นไม้ใหญ่ ขณะที่สายตานั้นเหม่อลอยเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขายกมือลูบคางช้าๆ รอยยิ้มเย้าหยอกและแววตาท้าทายเปล่งประกาย
“เจ้านั่นคิดว่าเทพเจ้าได้ปล่อยให้มันกระทำการตามอำเภอใจในโลกได้อย่างนั้นหรือ?”
“พวกมันไม่เคยรู้เลยว่าข้าและพวกเราเหล่าเทพเจ้าเองก็มีวิธีการแทรกแซงกลับคืน ให้มันได้ลิ้มรสความพินาศแบบนี้เช่นเดียวกัน!”
“ในเมื่อมันกล้ามาแทรกแซงโลกของพวกเรา งั้นข้าก็จะไปแทรกแซงโลกของพวกมัน กระทำยังไงก็ต้องตอบโต้คืนกลับไปเท่านั้น”
เสียงของเขาเจือความเย้ยหยันเมื่อพูดถึงทานาทอส และแฝงไปด้วยอำนาจที่ซ่อนอยู่
“นี่มัน..”
อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ข้างๆยังคงจับความรู้สึกของซุนหงอคงได้ แววตาของเขาสะท้อนความมั่นใจอันไร้ขีดจำกัด จนอนาเธอร์ต้องพยักหน้าอย่างช้าๆเป็นการตอบรับ
คำพูดของซุนหงอคงฟังดูเหมือนกำลังจะก่อให้เกิดการตอบโต้ที่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป
ซุนหงอคงหัวเราะออกมาและกล่าวต่อ
“ข้ามอบการสืบทอดให้เจ้า และได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกของเจ้า เข้าใจถึงสิ่งที่พวกเทพปีศาจเหล่านั้นพยายามจะทำ”
“ทั้งการแทรกแซงและบงการชีวิตของผู้เล่นอย่างพวกเจ้า.. ไม่เพียงแต่ทานาทอส แต่แม้กระทั่งเจ้าเทพเจ้าผีดิบที่เคยแอบส่งพลังข้ามมิติมาแทรกแซง มันก็จะต้องรับผลกรรมเช่นเดียวกัน”
“และหลังจากนี้ระบบโลกจะคุ้มครองให้ดันเจี้ยนไม่ถูกแทรกแซงอีกต่อไป”
“เกิดเรื่องอยู่หลายครั้งหลายครา ระบบโลกคงไม่ยอมให้มีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!”
เขาเย้ยหยันและเหยียดริมฝีปากเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวขึ้ึ้นด้วยนัยน์ตาที่สว่างงาบ
“แต่ข้าจะไม่รอให้ระบบโลกจัดการทั้งหมดเสียทีเดียวหรอก ข้าอยากให้พวกมันลิ้มรสของการถูกแทรกแซงบ้าง จะได้รู้ถึงความเจ็บปวดและความลำบากใจ เช่นเดียวกับที่เจ้าต้องเผชิญ”
ขณะที่พูด ซุนหงอคงก็ยกมือขึ้นมาและกำหมัดแน่น เกิดประกายพลังสีทองลุกโชนขึ้นมารอบๆตัว เสียงของพลังที่ประทุเป็นเส้นสาย และกลิ่นอายที่แผ่กระจายออกมาทำให้บรรยากาศสั่นสะเทือน
อนาเธอร์สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นในใจของซุนหงอคง เหมือนท่านจะมีความปรารถนาที่จะลงโทษในตัวของทานาทอสอย่างสาสม
“และอีกไม่นาน ระบบโลกจะเริ่มลงทัณฑ์ในสิ่งที่พวกมันกระทำลงไป ทั้งพวกเทพปีศาจและเทพเจ้าผีดิบที่คิดว่าตนสามารถบงการทุกสิ่งได้ ทั้งหมดนั่นกำลังจะเปลี่ยนแปลงไป”
“ข้าจะทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นเช่นเจ้าจะสามารถท่องไปในโลกนี้ได้อย่างอิสระ และจะไม่มีสิ่งใดมาบงการหรือชี้ชะตาเจ้าด้วยการแทรกแซงที่ขี้ขลาดแบบนี้อีก!”
...
โดนเอาคืนแน่ 555+