ตอนที่ 24 ชักนำ
ถงเชียนมองดูจี้ซิวผิงด้วยความหงุดหงิดใจเพียงเล็กน้อย ทั้งยังมีความคาดหวังบ้างเพียงนิดหน่อย ฉับพลันนั้นก็พูดอะไรไม่ออกไปสักพัก แต่พี่ชายตัวน้อยของตนเองนี้ โตจนป่านนี้แล้วเหตุใดถึงไม่เข้าใจความซับซ้อนเสียบ้าง แต่มันก็คงต้องโทษเ้าของร่างเดิมด้วย ที่ตกอยู่ในสถานการณ์นั้นแล้วยังทำตัวเช่นนั้นอีก
ถึงแม้ยามนี้ตนเองจะช่วยจัดการให้เขาได้ แต่ทว่าภายหลังจากการสอบขุนนาง เมื่อก้าวเข้าสู่ราชสำนัก ยังคงต้องเผชิญหน้ากับสิ่งชั่วร้ายอีกมากมาย อีกอย่างตนเองไม่สามารถอยู่เคียงข้างเขาได้ตลอดเวลา ถึงครานั้นถ้อยคำนินทาเหลวไหลอาจยิ่งส่งผลกระทบต่อเส้นทางขุนนางของเขามากขึ้นไปอีก
เมื่อคิดดังนี้ จึงตัดสินใจได้ นอกจากตนจะให้เขาศึกษาร่ำเรียนกับอาจารย์ชิวแล้ว ยังต้องสอนพวกเล่ห์กลอุบายที่เขาพึงมีอีกด้วย มิเช่นนั้นกระต่ายน้อยใสซื่อตัวนี้ คงถูกจิ้งจอกเฒ่าสารพัดพิษพวกนั้นจับกินจนไม่เหลือซากแน่ ฉะนั้นแล้วควรเริ่มที่จะจัดการเื่นี้ั้แ่ต้นเสียก่อน
นางคลี่ยิ้มหวานแล้วเอ่ยชี้นำ “พี่ซิวผิง หาก้าให้คนในหมู่บ้านเปลี่ยนความคิดที่มีต่อพวกเราล่ะก็ ต้องทำให้พวกเขาเห็นธาตุแท้ของคนในครอบครัวข้าเ่าั้เสียก่อนจริงหรือไม่ เมื่อถึงครานั้น พวกเขาก็จะคิดว่าเื่ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตมากมายนั้น ล้วนเป็พวกเขาจงใจป่าวประกาศออกมาทั้งสิ้นใช่หรือไม่ แล้วก็จะทำให้พวกชาวบ้านนั้นเกิดความเข้าใจผิด”
“ถึงครานั้น พวกชาวบ้านก็จะตำหนิท่านพ่อท่านแม่ของข้าใช่หรือไม่ คงคิดว่าพวกเขาจงใจหาผลประโยชน์จากความใจดีของพวกเรา จากนั้นก็จะเกิดความเห็นใจเรา หรืออาจถึงขั้นรู้สึกละอายใจก็เป็ได้ ถึงเวลานั้น คำพูดที่ไม่ดีเ่าั้ก็คงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างถูกต้องหรือไม่”
“แม้จะบอกว่าทำเช่นนี้อาจส่งผลให้พวกเขาตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ทว่านับั้แ่เริ่มแรก พวกเขาเองก็ไม่เคยใส่ใจความรู้สึกของพวกเรา เพื่อบุตรชายของเขาแล้ว ไม่เคยคำนึงเลยว่าข้าจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก มิหนำซ้ำยังทำให้ท่านเดือดร้อนอีก บัดนี้ลองพินิจคิดให้ละเอียดถี่ถ้วน ข้ายังคิดว่ามีจุดที่ไม่เหมาะสมมากเสียเหลือเกิน”
“ข้าทราบดี บางทีถ้อยคำที่ข้ากำลังจะเอ่ยต่อจากนี้ ท่านอาจฟังแล้วรู้สึกเนรคุณ ทว่าข้าจำเป็ที่จะต้องพูด หากพวกเขาปฏิบัติกับข้าได้ดีสักครึ่งหนึ่งที่ท่านทำให้ข้า ข้าก็คงไม่เอาความ บัดนี้สามารถทำตามนี้เพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยเป็พิเศษของพวกเรา”
เมื่อสิ้นเสียง ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่ออีก หากกล่าวถึงตนเองในอดีตก็คงไม่แคล้วทำไปเพราะ้าให้จี้ซิวผิงคู่ควรกับตน แต่ทว่าเป้าหมายของตนในยามนี้คือ้าเปลี่ยนนิสัยของจี้ซิวผิง ทำให้เขาเห็นด้านมืดที่เลวร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความสามารถ เพียงพอที่จะต่อกรกับเล่ห์เพทุบายเ่าั้ได้
มองเห็นเขาที่กำลังคิดไตร่ตรองในสิ่งที่ตนเองเพิ่งพูดไปนั้น ในใจก็พลันรู้สึกปลาบปลื้ม ตนรู้ดีว่ามันคงเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถเปลี่ยนความคิดได้ในเวลาสั้น ๆ ทว่าหนทางนั้นยังอีกยาวไกล คงจะต้องมีสักวัน ที่พี่ชายตัวน้อยของตนนั้นกลายเป็บุคคลที่ไร้เทียมทานได้
ตามที่เขาได้ศึกษาหนังสือที่นางมอบให้เขาเล่มนั้น ก็เห็นได้ชัดเจนเลยว่าความสามารถในการรับรู้ของเขานั้นเยี่ยมยอดมาก ขอแค่ตนมีความอดทนพอ สักวันหนึ่งเขาจะต้องเปลี่ยนไปอย่างมากเลยทีเดียว
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ก็ไม่ตระหนี่กับคำชมของตนเองสักนิดเดียว เพียงแค่มองเขาอย่างนิ่งเฉย รอคอยให้เขาแสดงความคิดเห็นของเขาออกมา ทว่าหากลองพิจารณาดูให้ละเอียด จะเห็นได้ไม่ยากเลยว่ารูปลักษณ์ภายนอกของจี้ซิวผิงนั้นดูดีมากทีเดียว หากลองเทียบกับพวกคนหล่อในยุคปัจจุบันที่นางเคยพอเจอมานั้น ถือว่าทิ้งห่างไปไกลจนเทียบไม่ติดเลยทีเดียวเชียว
ภายใต้สภาวการณ์เช่นนี้จี้ซิวผิงกลับสงบนิ่ง เนื่องจากกำลังพิจารณาในสิ่งที่ถงเชียนนั้นกล่าวมา แม้นางจะจับจ้องตนเองอยู่ตลอดเวลาทว่ากลับไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด อันที่จริงแล้วมิใช่จี้ซิวผิงจะไม่รู้อะไรเลย เพียงแต่สิ่งที่ถงเชียนกล่าวมานั้น มันลบล้างความคิดของตนเองมากเกินไป
นับั้แ่ในอดีตนางไม่เคยกล่าวสิ่งเหล่านี้กับตนเองมาก่อน มิหนำซ้ำยังไม่เคยปรึกษาตนเองเกี่ยวกับเื่พวกนี้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย ตนเองไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเวลาที่ผ่านมานางครุ่นคิดสิ่งเหล่านี้ กระทั่งในใจยังคิดไตร่ตรองอย่างจริงจังมากถึงเพียงนี้
ตนเองรับรู้มาโดยตลอด ไม่รู้ว่าเริ่มั้แ่ตอนไหนที่ถงเชียนไม่เหมือนเช่นในอดีตอีกแล้ว เื่ที่นางพูด หากเป็เมื่อก่อนคงกล่าวได้ว่าตนเองต้องครุ่นคิดให้รอบครอบเสียก่อนที่จะไปพิจารณาบางสิ่งบางอย่างได้ มาบัดนี้ ความคิดของนางกลับล้ำหน้าตนไปแสนไกล จนตนเองไม่อาจที่จะไม่ใส่ใจ
หากทำตามวิธีที่นางกล่าวล่ะก็ จะต้องเปลี่ยนแปลงความคิดในใจของพวกชาวบ้านได้แน่ ทว่าหากจัดการไม่รอบครอบอาจส่งผลกระทบกับถงเชียนจนถึงขั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้
เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ก็ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย “เชียนเอ๋อร์ แม้จะกล่าวว่าชื่อเสียงนั้นสำคัญ แต่ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ ถึงสิ่งที่เ้ากล่าวมาจะเป็วิธีที่ได้ผล ทว่าหากจัดการไม่รอบครอบล่ะก็ มันอาจส่งผลกระทบถึงตัวเ้าได้และอาจทำให้พวกชาวบ้านคิดว่าเป็เพราะข้า เ้าถึงไม่แยแสครอบครัว”
“ไม่ว่าพวกเขาจะปฏิบัติต่อเ้าอย่างไร แต่ท้ายที่สุดแล้วความกตัญญู ก็เป็สิ่งสำคัญที่เราทุกคนพึงมี ต่อให้ข้าไม่มีทางได้ก้าวเป็ขุนนาง ข้าก็จะไม่ยอมให้เ้าเอาชื่อเสียงของตัวเองไปเสี่ยง เชียนเอ๋อร์ ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะไม่ยอมให้เ้าทำเช่นนี้”
ถงเชียนเห็นท่าทางเอาจริงเอาจังของเขาแล้ว ก็แอบถอนหายใจ แรกเริ่มเดิมทีตนคิดว่าเขาจะสามารถหนีพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากของตนเองได้ ด้วยตนนั้นมองสถานการณ์นี้อย่างเรียบง่ายโดยว่าไปตามเนื้อผ้า แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเขายังคิดคำนึงไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตนเอง ดูท่าแล้วคงจะเป็ความรับผิดชอบที่ยาวนานเสียจริงๆ
จึงได้แต่หยักไหล่อย่างจนปัญญา แล้วเอ่ยอย่างจริงจังด้วยเช่นกัน “พี่ซิวผิง ท่านไม่ต้องคิดมากถึงเพียงนี้ ไม่ว่ายามนี้ข้าจะพูดสิ่งใดกับท่าน ท่านก็ไม่ต้องคิดใคร่ครวญกับคำพูดของข้าอย่างรอบครอบก็ได้ ยิ่งไม่จำเป็ต้องคิดว่าข้าจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร”
“ความจริงแล้วที่ข้าถามท่านเช่นนี้ ข้าก็แค่อยากให้ท่านพิจารณาในมุมมองของตัวท่านเอง ไม่ก็พิจารณาจากมุมที่เกิดเื่ แล้วลองคิดไตร่ตรองดูว่าพวกเราควรทำเช่นไร จึงจะเหมาะสมที่สุด เป็สิ่งควรทำที่สุด ยามนี้ท่านก็ลองคิดดูแล้วกัน”
เมื่อสิ้นเสียง จึงหยิบกาน้ำชาบนโต๊ะขึ้นมาช้าๆ เทน้ำแยกหนึ่งแก้ว โดยเทน้ำให้จี้ซิวผิงรวมถึงตนเอง ยามนี้ตนเริ่มรู้สึกหิวบ้างแล้ว แต่โอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ส่วนเื่กินนั้นรอไปก่อนเถอะ
จี้ซิวผิงทำตามแิของถงเชียน แล้วลองนึกถึงทัศนคติที่ตนควรจะมี หากเปลี่ยนจากบิดามารดาของถงเชียนมาเป็คนแปลกหน้าแล้วล่ะก็ ความคิดเห็นที่ตนน่าจะมีต่อถงเชียนนั้น แน่นอนว่าคงไม่มีข้อซักถามไล่เลียงอื่นใดอีก อย่างไรเสียนี่ก็เป็วิธีแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุด ทั้งยังมีประสิทธิผลมากที่สุด
“ถงเชียน หากไม่คำนึงถึงสิ่งเ่าั้ล่ะก็ สิ่งที่เ้าพูดมานั้น ถือเป็วิธีแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมเป็พิเศษ ทั้งนี้ยังมีข้อดีหนึ่งอย่างก็คือยิ่งคำพูดของพวกเขาน่าเชื่อถือ การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ในทิศทางตรงกันข้าม ก็จะยิ่งพิสูจน์ความจริงของเื่”
“อีกทั้งในระหว่างนี้ ยังสามารถทำให้เพื่อนบ้านที่สนิทสนมกับพวกเรา พิสูจน์ความจริงให้พวกเราได้เช่นกัน สิ่งที่พวกเราทำล้วนแล้วแต่เป็ความจริงทั้งสิ้น เช่นนี้ก็จะยิ่งสะท้อนให้เห็นสิ่งที่พวกเรา้าจะสื่อ”