หลังจากเว่ยเซี่ยนำเย่วฉาง กับเว่ยหลินมาฝากไว้กับฟางเหนียงมารดาคนงามของมันเรียบร้อย เว่ยเซี่ยก็ได้กลับเข้าไปภายในสำนักสตรีหยกสวรรค์อีกครั้ง เตียวเหม่ยดูจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นี่ถ้าหากว่านางคลายจุดได้ และไม่บาดเจ็บ เตียวเหม่ยคงจะสับเว่ยเซี่ยเป็นหมื่น ๆ ชิ้นไปแล้ว
"เจ้าเด็กเมื่อวานซีน! เจ้าพาลูกสาวข้าไปไหนบอกมานะ" เตียวเหม่ยกล่าวถามด้วยความเกรี้ยวกราด แต่พอเว่ยเซี่ยบอกว่า มันพาเว่ยหลินไปให้ฟางเหนียงดูแล ใบหน้าของเตียวเหม่ยก็ยิ่งแดงก่ำหนักกว่าเดิม ยามนี้เส้นเลือดในสมองของนางคงใกล้จะแตกแล้วกระมัง เลือดในกายเดือดปุด ๆ หัวใจเต็มไปด้วยโทสะ และความแค้น
"เจ้า…เจ้า….ว้าย..!!" ยังมิทันที่นางจะกล่าววาจาหยาบคายด่าทอออกมา เตียวเหม่ยก็โดนเว่ยเยังชั่วยใช้มือโอบกอดที่เอว ต่อหน้าศิษย์ในสำนักมากมาย ใบหน้าของคงแดงไปกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว มันผสมปนเปไปด้วยความโกรธ และอับอายในเวลาเดียวกัน แถมนางยังโดนเว่ยเซี่ยเรียกว่า..แม่เล็กอีก
"ขออภัยแม่เล็กที่ข้าต้องล่วงเกิน แต่ยามนี้เราต้องหนีกันก่อนเพื่อให้คนของพรรคมารราคะไม่มายุ่งกับลูกศิษย์ของท่าน" เว่ยเซี่ยกล่าวขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนพาร่างงามอวบอั๋นของเตียวเหม่ยให้ลอยไปกับมัน มิมีลูกศิษย์คนไหนกล้าติดตามไปเนื่องจากภายนอกยังเต็มไปด้วยคนของพรรคมารราคะ
***
ณ บริเวณภายนอกสำนักยามนี้ สามผู้คุ้มกฎแห่งพรรคมารราคะพร้อมกับคนของพวกมันอีกนับร้อยกำลังเตรียมที่จะบุกเข้าไปข้างในแล้ว แต่ทว่า..เหนือหัวของพวกมันขึ้นไปก็ปรากฏสองร่างลอยพุ่งออกมาเสียก่อน พร้อมกับหนึ่งในสองคนนั้นส่งเสียงตะโกนดังกึกก้อง
"พวกเจ้าอยากได้คัมภีร์เล่มสองเล่มนี้ใช่หรือไม่? ถ้าอยากได้ก็ตามข้าซะ ไอ้พวกพรรคมารราคะไร้น้ำยา ฮ่าๆๆๆๆๆ " เว่ยเซี่ยหัวร่ออย่างสะใจก่อนโบกคัมภีร์ล้ำค่าทั้งสองเล่มไปมาในมือ ซึ่งมันก็คือ คัมภีร์เก้าเอ็น กับคัมภีร์เก้าเตียงนี่เอง (คัมภีร์เล่มหลังเจ้าเว่ยเซี่ยถือวิสาสะล้วงมาจากภายในชุดของเตียวเหม่ยโดยพลการ คงไม่ต้องบอกว่านางจะโกรธมันเพิ่มมากขึ้นอีกแค่ไหน..)
"นะ…นั้นมัน!!? เจ้าเด็กเมื่อตอนนั้นมิใช่รึไป๋ฟู๋ มันยังไม่ตายอีกหรือเนี่ย แถมยังมีวิชาตัวเบาขั้นสูงกับคัมภีร์ทั้งสองเล่มเสียด้วย วิเศษ วิเศษนัก รีบตามมันไปเร็ว!!" เสียงของเฟิงควางออกคำสั่งเสียงดัง ไป๋ฟู๋ที่ยังตกใจอยู่ก็รีบดึงสติกลับมาแล้วออกตามไป ส่วนวู๋ฟา ค่งชือ แม้มันอยากจะเข้าไปเสพสมกับเหล่าสาวงามในสำนักสตรีหยกสักเพียงใด แต่ก็ไม่อาจขัดคำสั่ง และสายตาอันแข็งกร้าวของ เฟิงควางได้ สุดท้ายจึงต้องเร่งตามไป๋ฟู๋กับคนอื่น ๆ ไป
"นับเป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ นี่เท่ากับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว หากได้คัมภีร์ทั้งสองเล่มมาท่านประมุขจะต้องยินดีเป็นอย่างยิ่ง หึหึ ไอ้หนูสกุลเว่ย ต่อให้เจ้ามีวิชาตัวเบาที่ล้ำลึกสักเพียงไหน ก็อย่าได้คิดที่จะออกจากหุบเขาแห่งนี้ไปได้เลย เพราะพวกข้าได้ปิดล้อมทางออกไว้หมดแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ " เฟิงควางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาราวกับผู้มีชัยก่อนที่มันจะเร่งตามทุกคนไปติด ๆ
***
ตัดกลับมาทางด้านของเว่ยเซี่ยบัดนี้มันได้หนีมาจนพบกับคนของพรรคมารราคะจำนวนมากที่เฝ้าอยู่ทุกทางลงเขาจริง ๆ เว่ยเซี่ยก็เลยเลือกที่จะไปหาถ้ำสูงเพื่อหลบซ่อนตัวเสียก่อน แล้วค่อยคิดหาทางอื่นต่อไป
"เช่นนั้นพวกเราหลบอยู่ที่นี่ชั่วคราวก่อนเถิดท่านแม่เล็ก" เว่ยเซี่ยกล่าวขึ้นในขณะที่ปล่อยมือจากร่างของเตียวเหม่ย นางมิได้พูดอันใดตอบมัน ซึ่งดูน่าแปลกยิ่งนัก เว่ยเซี่ยถึงกับขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงงก่อนเอ่ยถามกลับ "ท่านเป็นอันใดรึ? หรือว่างอนที่ข้าล่วงเกินหลายครั้ง" เตียวเหม่ยยังคงนิ่งเงียบ และหันหน้าไปทางอื่น เว่ยเซี่ยไม่รู้จะทำยังไงดีมันก็เลย นึกสนุกแกล้งยั่วนางต่อทันที
"ท่านแม่เล็กกกกก…อย่าโกรธข้าเลยนะ ๆ ข้าหวังดีหรอกถึงช่วยท่าน กับศิษย์ของท่าน หากข้าเผลอล่วงเกินอันใดไปลูกขออภัยด้วย" คำกล่าวของเว่ยเซี่ยดูคล้ายคำง้อ และคำออดอ้อนขอโทษ ซึ่งหากยามนี้เป็นฟางเหนียงนางอาจจะใจอ่อน แต่นี่หาใช่ไม่ เพราะนางคือเตียวเหม่ย มันก็จึงกลายเป็นตรงกันข้าม ยิ่งเว่ยเซี่ยพูดก็เหมือนยิ่งไปกวนโมโหนาง เว่ยเซี่ยทำไปทำมาจนเตียวเหม่ยหันมามองตาเขียว และกำลังจะเอ่ยปากด่ากลับแต่นางก็กระอักเลือดออกมาเสียก่อน
"นี่ท่าน…ถูกพิษเช่นนั้นหรือ? " เว่ยเซี่ยเอ่ยถามขึ้นด้วยท่าทางตกใจ แต่คำตอบของเตียวเหม่ยก็คือ อย่ามายุ่ง!! และขับไล่ให้เว่ยเซี่ย ออกไปห่าง ๆ นางดุด่ามันราวกับหมูกับหมา เว่ยเซี่ยเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนโดนด่ามาก ๆ ก็ชักจะออกอาการเหมือนกัน แต่อย่างไรเสียมันก็ปล่อยให้เตียวเหม่ยเป็นอันใดไปไม่ได้
เว่ยเซี่ยจึงตัดสินใจไปนั่งข้างหลังของนางจากนั้นก็โคจรลมปราณเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้ แน่นอนยามนั้นเตียวเหม่ยไม่ยินยอมอย่างที่สุดแต่นางก็ขัดขืนใด ๆ ไม่ได้ แถมยังถูกเว่ยเซี่ยถอดชุดออกจนเผยให้เห็นแผ่นหลังเปลือยเปล่าขาวผุดผ่องอีก สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อสะดวกแก่การรักษา
ตลอดระยะเวลาที่เว่ยเซี่ยถ่ายเทลมปราณรักษาพิษ ภายในจิตใจของเตียวเหม่ยนั่นมีแต่ความเคียดแค้นและอับอาย นางตั้งใจว่าถ้าค่อยยังชั่วเมื่อไร นางจะต้องสังหารมันให้ได้
หลังจากผ่านไปราว ๆ หนึ่งก้านธูปอาการของนางก็ค่อย ๆ ดีขึ้น เตียวเหม่ยจึงสบโอกาสเพื่อที่จะหันมาเล่นงานเว่ยเซี่ย
"ตายซะเถอะเจ้าเด็กสารเล..!!" หากแต่เมื่อหันไป นางก็พบกับเว่ยเซี่ยในท่าทางผิดปรกติ เหงื่อกาฬของมันแตกพล่านเต็มหน้า ตาขวางคล้ายคนเสียสติ แถมมีรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายน่าขนลุก เตียวเหม่ยรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก และกำลังจะถอยหนีแต่นางก็โดนเว่ยเซี่ยพุ่งเข้าไปหาแล้วใช้มือจับปทุมถันคู่งามของเตียวเหม่ยพร้อมๆ กับประกบปากทันที เตียวเหม่ยตกใจมากที่เว่ยเซี่ยกล้าทำเช่นนี้ นางจึงผลักเว่ยเซี่ย ออกและตบหน้าเว่ยเซี่ย อย่างแรงแถมด่าทออย่างหยาบคายที่มันกล้ามาล่วงเกิน แต่เว่ยเซี่ยไม่สนใจแล้ว มันถูกพิษดอกราคะอีกหนึ่งส่วนในร่างครอบงำเรียบร้อยจึงหมายที่จะข่มเหงสตรีนางนี่ตรงหน้าให้ได้
เว่ยเซี่ยจึงตรงเข้าไปหมายจะย่ำยีนางทันที โดยมันใช้สองมือจับเสื้อเตียวเหม่ยก่อนจะกระชากออก จนเผยให้เห็นตู้โตวสีเขียนอ่อนที่ปกปิดเนินนมที่ขาวสวยขนาดใหญ่ น่าสัมผัสจับต้อง แม้เตียวเหม่ยจะฟื้นฟูอาการบาดเจ็บได้สามสี่ส่วนแล้ว แต่ด้วยวรยุทธ์ของเว่ยเซี่ยยามนี้ มันก็ทำให้นางพ่ายแพ้อยู่ดี
ในที่สุดเว่ยเซี่ยก็ลอกคราบเตียวเหม่ยได้สำเร็จ เผยให้เห็นรูปร่างที่ได้สัดส่วนผิวขาวเนียนนุ่มและที่สำคัญหัวนมนั้นยังเป็นสีชมพูอยู่แสดงให้เห็นว่ายังไม่ค่อยโดนดูดสักเท่าไร คนเพียงผู้เดียวที่เคยได้ลองลิ้มชิมรสนางก็น่าจะเป็น เว่ยถัง บิดาของมันนั้นเอง นี่จึงถือเป็นเรื่องดีที่เดียวสำหรับเว่ยเซี่ยที่จะได้ทำบ้าง
เตียวเหม่ยร้องห้ามดังลั่นว่า "อย่าทำอะไรข้าเลยนะ ขอร้องล่ะ ข้าผิดไปแล้ว ถือซะว่าเห็นแก่บิดาของเจ้า หากนับกันตามศักดิ์ ข้าก็เป็นแม่ของเจ้าคนหนึ่งนะ.."
พอเว่ยเซี่ยได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น มันก็หัวร่อออกมาเบา ๆ "แม่เช่นนั้นรึ? ช่างเป็นวาจาที่ไร้สาระเสียจริง ข้ามีท่านแม่ฟางเหนียงเพียงผู้เดียว ส่วนเจ้านั้นหาใช่ไม่" เมื่อกล่าวจบมันก็ตรงเข้าจู่โจมเตียวเหม่ยทันที โดยจูบปากและไซร้ซอกคอ ติ่งหู และลากลิ้นลงมาเรื่อยๆ เตียวเหม่ยทีแรกก็ขัดขืนแต่พอโดนไปสักพัก นางก็เริ่มที่จะส่งเสียงคราง ซึ่งได้อารมณ์เว่ยเซี่ยจริง ๆ เว่ยเซี่ยไซร้ลงมาเรื่อยๆ จนถึงปากถ้ำซึ่งมีน้ำซึมออกมาบ้างแล้ว จากนั้นก็ลงลิ้น ทั้งเลียทั้งดูด และเม้มติ่งเสียวเตียวเหม่ย เตียวเหม่ยร้องครวญครางสะบัดหน้าไปมาเพราะเสียวเป็นอย่างมาก มือเตียวเหม่ยจับหัวเว่ยเซี่ยกดลงไปอย่างลืมตัว นางส่งเสียงร้องดังมากแต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะนี่เป็นถ้ำที่ห่างไกลผู้คน
จบบท
บทต่อไป 12/3/65