ตติรัตน์ คันสรโกรสน หรือที่ใครๆ พากันเรียกสนิทปากว่า ‘รัตน์’ มองดูผู้หญิงคนหนึ่งสะท้อนกระจกออกมา
ผู้หญิงคนนี้มีใบหน้ารูปไข่ คิ้วโก่งสวยได้รูป ดวงตากลมโตราวกับตากวาง ขนตาหนาเป็แผง ยาวงอนอ่อนช้อย ที่ผู้หญิงด้วยกันได้เห็นต่างพากันอิจฉาไปตามๆ กัน เพราะมันเป็ของแท้แม่ให้มา โดยไม่ต้องสรรหาขนตาปลอมมาใส่แต่อย่างใดเลย จมูกสวยได้รูปคลายผลชมพู่ ปากบางอวบอิ่มเป็กระจับ
ซึ่งในเวลานี้ใบหน้าที่ว่าสวยเนียนใสนี้ ได้ถูกแต่งแต้มให้ หน้าสวยหวานซึ้ง เนียนใส ไร้ที่ติและมีมิติมากยิ่งขึ้น ผมที่ยาวนุ่มสลวยดกดำนั้น ก็ได้เกล้ามวยขึ้นไว้รวมกันเป็ช่อดอกไม้ และปล่อยไรผมเล็กๆ ให้ร่วงหล่นลงมาบางๆ เพื่อเน้นให้ใบหน้าที่ว่าสวยหวานซึ้งอยู่แล้ว ให้ดูหวานซึ้งตรึงตาตรึงใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
ส่วนชุดที่ผู้หญิงคนนี้สวมใส่อยู่ เป็ชุดไทยสไบเฉียงสีชมพูทั้งชุด ซึ่งหวานรับกับใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มให้เข้ากัน จนดูราวกับนางในวรรณคดี ที่หลุดออกมาจากภาพวาดก็ไม่ปาน ซึ่งมีหญิงที่ว่ามานี้ ก็คือตัวของตติรัตน์เองนั่นแหละ
“วันนี้เป็วันสำคัญของเธอ วันแต่งงานของเธอนะรัตน์ เธอควรจะดีใจถึงจะถูกสิ!!”
ตติรัตน์ พร่ำพูดบอกกับตัวเองในกระจก เมื่อเห็นว่าสีหน้าของตัวเอง ดูหมองเศร้า ไม่มีความสุขเอาเสียเลย ทั้งๆ ที่วันนี้เป็วันแต่งงานของตัวเองแท้ๆ
ก็จะให้เธอมีความสุขได้อย่างไรกันล่ะ ในเมื่อการแต่งงานของเธอในครั้งนี้ เธอต้องแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก กับผู้ชายที่เธอไม่ได้รักกันเลย และไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนเลย แม้แต่รูปภาพของเขาก็ยังไม่มีเห็นเลย และการแต่งงานในครั้งนี้ ก็ไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของเธอเลยสักนิด เกิดจากการบังคับให้จำยอมล้วนๆ
ซึ่งตติรัตน์จะไม่ทำตามการบังคับนั้นก็ไม่ได้ เพราะหากเธอขัดขืน ดื้อดึง ไม่ยอมแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นแล้ว ครอบครัวเธอจะต้องพังพินาศลงไปในพริบตาอย่างแน่นอน เธอไม่อยากจะเห็นบิดาของเธอเป็อย่างนั้น เธอจึงยอมแล้วความสุขทั้งหมดของเธอ
“เฮื่อออ!!!!....”
ตติรัตน์ถอนหายใจออกมาเบาๆ เพื่อให้ความกดดัน อึดอัดที่มีอยู่ภายในใจ คลายตัวลงไปบ้าง ถึงจะไม่มาก แต่ก็ยังดีกว่าให้มันจุแน่นคับอกอยู่อย่างนี้ เพราะจากนี้ต่อไป ความกดดัน อึดอัด จะต้องมีมากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน
ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้น เรียกให้สติ ความคิดของตติรัตน์ ที่กำลังคิดกังวลไปไกล กลับคืนมาอยู่กับเนื้อกับตัว ตติรัตน์ละสายตาจากกระจกบานใหญ่ตรงหน้า หันไปมองประตูห้องนอน ก็เห็นคนที่เคาะประตู เปิดประตูเข้ามา
“นี่จะได้ฤกษ์แล้ว แต่งตัวเสร็จแล้วสินะ”
จิตฤดี ผู้ซึ่งเป็แม่เลี้ยงของตติรัตน์ เดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมกับ ตติกร ผู้ซึ่งเป็บิดาของตติรัตน์ ก็มองดูผู้ได้ชื่อว่าเป็เ้าสาวของงานแต่งงานในวันนี้ ด้วยสายตานิ่งเรียบเฉยก็จริง แต่ในความเรียบเฉยนั้น ได้แฝงความไม่ชอบที่มีเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว และความสะใจเอาไว้อยู่ภายใน
ที่จิตฤดีไม่ชอบตติรัตน์นั้น ก็ปัญหาเดิมๆ ของแม่เลี้ยงกับลูกเลี้ยง และเหนือสิ่งอื่นใดคือ ตติรัตน์มีอะไรเหนือกว่าลูกสาวสุดที่รักของจิตฤดีมาก มากจนเทียบชั้นกันไม่ติด ไม่ว่าจะเป็รูปร่างหน้าตา การศึกษาเล่าเรียน และแถมบางครั้ง ตติกรยังเอนเอียงให้ความรักแก่ตติรัตน์ มากกว่าลูกสาวของจิตฤดีซะอีก
“ค่ะ”
ตติรัตน์ตอบคำถึงกึ่งบอกเล่านั้นสั้นๆ แต่ได้ใจความ แต่กระนั้นสีหน้าท่าทางของตติรัตน์ก็พยายามทำให้ดูเป็ปกติ นิ่ง เรียบเฉย เพื่อไม่ให้แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น เธอรู้ว่าหากเธอแสดงความอ่อนแอออกมา คนหนึ่งที่จะเหยียบย้ำเธอจนจมดินก็คือจิตฤดูนั้นล่ะ
“เอาล่ะ! ในเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ก็เตรียมตัวเอาไว้นะ นี่เขาคงใกล้จะมาถึงกันแล้วล่ะ”
ตติกรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบก็จริง แต่สายตาที่มองมานั้นก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจ ผู้ได้ชื่อว่าเป็ลูกสาวอยู่มิใช่น้อย ที่ต้องมาทำอะไรเพื่อตนอย่างนี้ แต่จะทำยังไงได้ล่ะ หากตติรัตน์ไม่ยินยอมแต่งงาน ก็ไม่มีใครยอมเหมือนกัน ยิ่งฤดีพรรณ ซึ่งเป็ลูกสาวอีกคน เป็ลูกสาวของจิตฤดี ยิ่งไม่ยอมหัวชนฝาั้แ่แรกเลย
“ค่ะพ่อ!!......”
ตติรัตน์ฝืนยิ้มให้ผู้เป็บิดานิดหนึ่ง พร้อมกับทั้งปรับสีหน้าท่าทางให้เป็ปกติ ราวกับไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ เพื่อทำให้ผู้เป็บิดาคลายความกังวล และไม่สบายใจลง
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓