เมื่อคาซัสได้เดินมาถึงยังต้นตอของเสียงที่ประกาศก็ได้พบกับรถม้าขนาดมหึบมาที่มีัขนาดเล็กคอยที่จะทำหน้าที่ลากรถ มันทำให้คาซัสประหลาดใจมากว่าทำไมนักผจญภัยยุคนี้ถึงสามารถจับัถึงจะเป็ขนาดเล็กก็เถอะและยังทำให้พวกมันเชื่องได้ขนาดนี้ เพราะเมื่อก่อนัไม่ได้จับกันได้ง่ายๆ ถึงจับได้พวกมันก็ไม่น่าจะเชื่องได้ขนาดนี้ "นี่พวกมันไม่น่าจะอ่อนแอขนาดนี้นิ ไม่สิมันไม่อ่อนแอลงแต่ผู้ต่างหากละที่แข็งแกร่งขึ้น นี้ฉันอยู่ในป่ามานานขนาดนี้เลยหรอ "
- เมื่อเวลาผ่านไปผู้คนก็ได้ตระหนักถึงเื่ราวที่เกิดขึ้น่าได้ว่าต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อจะได้มีอำนาจเหนือกว่าผู้อื่น จึงทำให้่เวลาหลังจากจบานักผจญภัยเริ่มที่จะฝึกฝนตนเอง เพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้นเพราะ่าพวกเขาได้รับรู้ถึงความอ่อนแอและความห่างชั้นของตัวเองกับคาซัส
-คาซัสก็ได้เดินไปตรงไปหาคนกลุ่มหนึ่งที่เหมือนจะเป็เ้าของรถม้าว่า "ม้าจะเดินทางไปที่ไหนกัน" "นี่เ้าไม่รู้จริงๆงั้นหรอ รถม้าคันนี้กำลังจะเดินทางโรงเรียนนักผจญภัยประจำภาคใต้ พวกเรามีหน้าที่มาจอดรับคนที่อยากจะสอบเป็นักผจญภัยในแต่ละหมู่บ้านเพื่อพาเดินทางไม่สอบที่โรงเรียน และเ้าดูท่าทางจะอยากเป็นักผจญภัยละสิท่า แต่งตัวยังกับพวกมาสเตอร์เลยถ้าเ้าอยากไปสอบก็รีบขึ้นรถมาเร็วรถจะออกในอีกไม่ช้าแล้ว" คาซัสได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วจึงเดินขึ้นรถม้าไป เมื่อขึ้นไปบนรถม้าก็พบกับที่นั่งและคนจำนวนมากนั่งอยู่คาซัสพยามมองหาที่ว่าง จึงเหลือบไปเห็นที่ว่างอยู่ 2 ที่หลังสุดจึงเดินไปนั่งอย่างช้าๆ ทำให้คนที่นั่งอยู่ก่อนรู้สึกสงสัยว่าใครกันทำไมแต่งตัวเหมือนพวกนักผจญภัยระดับสูง แล้วทำไมถึงมาอยู่บนรถที่จะพาไปสอบนักผจญภัยหรือเป็ผู้คุ้มกันเราระหว่างทางไปสนามสอบ หรือจะเป็ลูกขุนนางที่ถูกส่งมาเป็นักผจญภัยเพื่อขยายอำนาจทางการเมือง คนในรถก็ได้ต่างพากันคิดไปต่างนาๆ
"ประกาศๆ รถม้ากำลังจะออกเดินทางในอีก 1 นาทีใครที่จะไปสนามสอบให้รีบขึ้นมานี้เป็การสอบรอบสุดท้ายของปี ใครพลาดการสอบครั้งนี้อาจจะต้องรอไปอีกนาน ขอจบการประกาศเพียงเท่านี้"
-ผู้คนก็ค่อยทยอยขึ้นมาบนรถมาเเละที่นั่งบนรถค่อยๆเต็ม จนเหลือแค่ที่นั่งข้างๆคาซัสที่ไม่มีใครกล้านั่ง เพตุผลที่ไม่มีใครกล้าไปนั่งข้างๆเพราะคาซัสปล่อยจิตสังหารออกมานิดๆเพื่อเป็การระวังตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าจิตสังหารที่คิดว่านิดเดียวที่คาซัสไปปล่อยมันรุงแรงมากในสายตาคนอื่น จึงทำให้คนอื่นไม่กล้านั่งข้างคาซัส
จนกระทั่งประตูรถม้าได้ปิดลง ก็ยังไม่มีใครมานั่งกลับคาซัส "ประกาศๆ ขณะนี้รถม้าของเราได้ทำการปิดรับคนเป็ที่เรียบร้อยเราจะทำการออกเดินทาง ณ บัดนี้"
-เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวบรรยากาศในรถม้าก็เงียบสนิท ทุกคนต่างทำสมาธิเพื่อเตรียมตัวในสอบเมื่อผ่านไปสักพักก็มีชายคนหนึ่งรุกขึ้นแล้วพูดว่านี้ "พวกนายทุกคนเรามาแนะนำตัวกันหน่อยไหม ไหนๆเราก็จะได้เรียนที่เดียวกันแล้วนิ" แล้วคนข้างๆชายคนนั้นก็ลุกขึ้นแล้วผู้ว่า"พวกนายรู้กันบ้างไหม ถ้าเราขึ้นรถม้าคันเดียวกันเท่ากับว่าเราอยู่ห้องเดียวกันแล้วนะ อาจจะรวมไปถึงทีมนักผจญภัยที่เมื่อเราเรียนจบแล้วจะได้ร่วมทีมกันก้ได้นะงั้นเรามาแนะนำตัวกันดีกว่านะทุกคน" และก็มีชายรูปร่างใหญ่คนหนึ่งเหมือนจะมีอายุมาสุดในบรรดาผู้เข้าสอบที่อยู่รถม้า "ผู้ขึ้นมาว่าให้ร่วมห้องยังพอว่าแต่จะให้ร่วมทีมงั้นหรออย่าทำให้ตลกหน่อยเลย พวกแกทุกคนท่าทางอ่อนแอกว่าฉันเป็ไหนๆ แล้วทำไมฉันต้องร่วมทีมกับพวกแกด้วยละ 555" ผู้คนในรถต่างทำท่าทางไม่พอใจเมื่อได้ยินแบบนั้นต่างพากกันเอะอะโว้ยวาย
และมีหญิงสาวในผ้าคุมปล่อยจิตสังหารรุนแรงออกมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ผู้คนบางคนก็ใจนเงียบบางคนก็ประหลาดใจกับความรุงแรงบางคนก็หลับไม่รู้เื่(คาซัสเองเหละ) เมื่อทุกอย่างเงียบหญิงสาวคนนั้นก็ลงขึ้นพูดขึ้นมาว่า ฉันชื่อเอลซ่า และฉันจะเป็หัวห้องเอง และจะพาพวกนายทุกคนผ่านการสอบนี้ไปด้วยกันมีใครคัดค้านไหม และก็มีชายคนหนึ่งพูดขึ้นมาว่าเรายังไม่ได้สอบเลย ทำไมเธอถึงมั่นใจว่าเราจะผ่านไปได้ทุกคน และก็มีชายปริศนาอีกคนผู้ขึ้นว่า "นายยังไม่รู้ตัวหรอว่าเราเริ่มสอบแล้ว มองไปข้างนอกสินี่ใช่ทางที่จะไปสนามสอบจริงๆนะหรอ ถ้าใช่จริงทำไมมันอันตรายขนาดนี้ได้ละ หมอกก็ลงแถมรถม้าก็ไม่มีท่าทางว่าจะหยุดวิ่งเลยทั้งๆที่ัไม่ได้ทำการลากรถม้าแล้วมันยังวิ่งอยู่ได้อย่างไร" ผู้คนต่างเริ่มรู้ตัวว่าได้เริ่มการสอบแล้วจริงๆ ก็เริ่มมีเสียงเอะอะโว้ยวายกันอีกครั้ง แต่ก็ได้ไม่นานเพราะจู่ๆก็มี่เสียงประกาศขึ้นมาว่า "ปุกาดปุกาดขณะนี้ เราได้ทำการสอบเป็ที่เรียบร้อย กติกาของการสอบก็ง่ายแสนง่าย ให้ทุกคนปกป้องอัญมณีที่อยู่กลางรถม้าและนำมันกลับมาให้ได้ และก็ห้ามผู้เข้าสอบตกจากรถม้าเด็ดขาดไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตาม ไม่งั้นถือว่าสอบตกและถ้าปกป้องอัญมณีไว้ไม่ได้ก็จะสอบตกทั้งหมด ขอให้โชคดีในการสอบนะจ๊ะ" เมื่อเสียงประกาศจบทุกคนก็ได้สงสัยว่าปกป้องจากอะไร และจู่ๆประตู่รถก็เปิดออก พร้อมทั้งหน้าต่าง และชายรูปร่างใหญ่เมื่อตอนต้นก็ได้ทำการอาลาวาดและพูดขึ้นว่าฉันนี้ละผู้ที่จะทดสอบพวกแกว่ามีคุณสมบัติเข้าเรียนหรือไม่ พอพูดจบก็ได้จับคนที่ใกล้ที่สุดเหวี่ยงลงจากรถม้า และพุ่งตรงไปที่อัญมณี (ถึงตรงนี้ทุกคนก็รู้แล้วว่าทางโรงเรียนได้ส่งคนมาเป็ผู้ทดสอบในรถม้าคันนี้) และกำลังจะคว้ามณี เอลซ่าก็ได้ทำการ เตะเข้าทีมือของชายร่างใหญ่ แต่ก็สกัดได้แปปเดียว ชายคนนั้นก็ได้หันมาจู่โจมเอลซ่าแทน ผู้คนที่อยู่ในรถมีต่างพากันงงๆ และใกับเหตุการ์ณที่เกิดขึ้น และหมัดซ้ายก็ชกเข้าที่ชายโครงของเอลซ่า จนกระเด็นไปนอนใกล้กับชายปริศนาคนนั้น ชายคนนั้นก็พูดว่าไหนไม่เห็นเก่งเหมือนตอนเเรกเลยละ ไหนว่าจะพาเราทุกคนผ่านการสอบไปให้ได้ และเอลซ่าก็ลุกขี้น และบอกว่าถ้านายมีเวลามาบ่นก็ควรเอาเวลานั้นและช่วยฉันสู้ดีกว่าไม่ใช่แค่นายพวกนายทุกคนที่อยู่บนรถลืมแล้วหรอว่าเรามาเพื่ออะไร มาช่วยกันสู้หน่อยสิ สิ้นสุดคำพูดชายร่างใหญ่ก็พุ่งเข้ามาชกเข้าที่หน้า แต่ก็ถูกชายปริศนาใช้ดาบกันเอาๆไว้และพูดว่า ฉันชื่อ ลัคซัส ฉันไม่ได้ชื่อนายก่อนจะขอให้คนอื่นช่วยก็ควรเรียกชื่อเขาอย่างสุภาพสิ และชายร่างใหญ่ก็ถอยไป ผู้คนในรถมาต่างพากันมาล้อมมณีกับเอลซ่าไว้ ทุกคนตั้งท่าเตรียมตัวสู้ และชายร่างใหญ่ก็เริ่มจู่โจ่มเข้าไปหากลุ่มผู้เข้าสอบทั้งสองผ่ายได้ปะทะกันอย่างดุเดือด เป็เวลาชั่วโมงกว่า จนเหลือแต่ลัคซัส เอลซ่า และอีก3 คน เอลซ่าจึงพูดว่าพวกเรามาไกลได้แค่นี้นะหรอ ลัคซัสพูดขึ้นต่อว่าพวกเรายังไม่แพ้หรอกดูสิอีก นิดเดียวจะถึงประตูเมืองแล้วพวกเราใกล้จะสอบผ่านแล้ว สิ้นสุดคำพูด ลัคซัสและคนอื่นก็ลงไปนอนกองกับพื้น เอลซ่าได้เห็นความเร็วนั้นก็ได้แต่ใ แล้วพูดขึ้นว่าการสอบนี้มันรู้ผลแต่แรกแล้วสินะ หลังจากนั้นเอลซ่าก็สลบ และผู้คุมสอบก็พูดว่าพวกนายนี้โชคร้ายเป็บ้าเลยที่มาเจอฉัน พร้อมกันหัวเราะ และก็เดินไปทางมณีเพื่อที่จะทำลาย แต่ก็เหลือบไปเห็นคาซัสที่หลับไม่รู้เื่อะไร ไม่รู้เลยจะกำลังจะสอบตกในอีกไม่ช้า ผู้คุมก็เอะใจเลยนึกขึ้นมาได้เ้านั้นั้แ่ขึ้นรถมาแล้ว เอาแต่ปล่อยจิตสังหารตลอดทั้งการเดินทางทำให้เราไม่มีมีสมาธิสู้เลย แล้วนี้มันเอาแต่หลับอย่างงี้นะหรอ มันจะหยามการสอบที่ฉันเป็ผู้คุมสอบเกินไปแล้ว ผู้คุมเกิดโมโหขีดสุด แล้วพุ่งเขาไปหาคาซัสที่หลับอยู่ด้วยความเร็วที่เร็วกว่าตอนสู้กับผู้เข้าสอบเสียอีกราวกับว่าจ้องฆ่าคาซัสเลยที่เดียว เมื่อกำลังจะได้ถึงตัวคาซัส คาซัสก็ได้ตื่นขึ้นตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัวพร้อมปล่อยจิตสังหารรุนแรงนิดๆ วูบหนึ่งผู้คุมก็ได้ััได้ถึงจิตสังหารที่ไม่เคยเจอมาก่อนรวกับกำลังะโลงเหวยังไงยังงั้น ผู้คุมจึงทำให้ถอยห่างจากคาซัส และจึงะโถามคาซัสว่าแกเป็ใครกันแน่ และเสียงประกาศก็ดังขึ้นนั้นทำให้คาซัสตื่นพอดี "ประกาศๆ ขณะนี้การสอบได้เสจสิ้นเป็ที่เรียบร้อยแล้วผู้เข้าสอบทึ่ผ่านการทดสอบให้มาร่าวตัวกันที่กลางสนามของโรงเรียนภายใน 30 นาทีด้วยจบการประกาศ" คาซัสได้ยินเช่นนั้นจึงได้แต่ งงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรมาก จึงเดินลงจากรถเพื่อไปทางสนามดรงเรียน
-หลังจากคาซัสเดินลงไป หมอประจำโรงเรียนก็เดินขึ้นมาและใช้เวทรักษาให้กับทุกคนที่อยู่ในรถทำให้ทุกคนนั้นตื่นขึ้นไม่นาน เอลซ่าก็พูดขึ้นขอโทษด้วยนะทุกคนฉันรักษาสัญญาไว้ไม่ได้ พวกเราทุกคนต้องสอบตกกันหมด(เอลซ่าก้เริ่มร้องไห้) ลัคซัสก็ตอบว่าพวกเราทำดีสุดแล้วใช่ไหมทุกคนไม่เป็ไรการสอบครั้งหน้าเอาใหม่นะทุกคน ทุกคนก็ต่างพากันพูดปลอบใจเอลซ่า ผู้คุมก็เดินมาพูดว่าจะร้องไห้ทำไมพวกนแกทุกคนสอบผ่านแล้ว เอลซ่าก็ได้หยุดร้องเพราะความสงสัยแล้วถามว่า ทำไมละฉันเป็คนสลบคนสุดท้ายแล้วฉันก้เห็นว่าคุณกำลังจะทำลายมนีอยู่แล้วนิ หรือคุณไม่ได้ทำลายแล้วปล่อยให้พวกเราผ่าน ลัคซัสพูดขึ้นว่าขอบคุณคุณมากเลยผู้คุมทุกคนก็ต่างพากกันพูดขอบคุณ แต่ผู้คุมก็พูดขึ้นมาว่า ต้องขอบคุณฉันหรอ หึหึ เปล่าเลยต้องขอบความโชคดีของพวกนแกที่ขึ้นรถมาพร้อมเ้านั้นละนะ ไม่งั้นพวกนแกสอบตกกันแล้ว พวกแกต้องไปขอบคุรเ้านั้นแล้วหล่ะ "ลัคซัสถามเ้านั้นเป็ใคร" "ก็คนที่เอาแต่ปล่อยจิตสังหารั้แ่ขึ้นรถมาไงละ แถมมันยังเอาแต่หลับตลอดการสอบด้วย ตอนตื่นก็ยังกะสัปหลาด เอาละๆพวกแกรีบไปร่วมตัวกันกลางสนามเร็วพวกปี 1 การปฐมนิเทศจะเริ่มขึ้นแล้วเดียวจะไม่ทันเอานะ" และผู้คุมก็เดินลงจากรถไป เอลซ่าก้ได้บอกคนในรถว่าทุกคนจากนี้เราเป็เพื่อนกันแล้วนะ ไปปฐมนิเทศและไปขอบคุณเพื่อนคนนั้นมี่ช่วยเราไว้กันเถอะทุกคน
-------------------------------------------------------------
อธิบายเพิ่ม
การสอบในครั้งนี้เป็นการสอบความสามัคคีซึ่งต้องช่วยกันปกป้องมณีทุกคนต้องสู้กับผู้คุมหรืออาจารย์ในอนาคตนั้นแหละถ้ามีคนอู่ก็จะเป็นแบบรถม้าคันนี้ที่พระเอกเอาแต่นอนอย่างเดียว เกือบแพ้รถม้าคุมสอบไม่ได้มีแค่คันเดียว แต่มีหลายคันแต่การสอบก็เหมือนกันทุกคนแต่ผู้คุมจะเปลี่ยนไป คันของพระเอกเป็นผู้คุมสอบที่แกร่งระดับ6แต่ปกติการสอบจะผู้คมระดับ3-5 แต่เนื่องด้วยสาเหตุบางอย่างจึงใช้ระดับ 6 มาช่วย