ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 48 ฟ้าคำรามครั้งที่สอง

            อินทราชยืนประจันหน้าคารันอีกครั้งท่ามกลางฝุ่นควันที่ยังลอยฟุ้งจากแรงระเบิดเมื่อครู่เสียงสายฟ้าแตกตัวเปรี๊ยะรอบร่างของเขายังคงดังไม่หยุดราวกับหัวใจที่กำลังเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ “ถ้าพลังแค่นี้ยังไม่พอ”เขากำหอกแน่นจนแสงสายฟ้าสว่างวาบ “งั้นก็ต้องดึงมันออกมาให้มากกว่านี้!” ทันใดนั้นแกนพลังงานบนเกราะเทพสายฟ้าก็เปล่งแสงรุนแรงกว่าที่เคยเส้นพลังสีฟ้าแตกแขนงไปทั่วร่าง ราวกับสายฟ้าที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดอินทราชคำรามลั่น พลังอวตารในตัวเขาถูกปลดปล่อยออกมาอีกขั้นเกราะเริ่มเปลี่ยนรูปเล็กน้อย แผ่นเกราะบางส่วนขยายตัวและเสริมชั้นพลังงานเข้าไป

            “โหมดเสริมกำลัง…ปลดล็อก” เสียงระบบของเกราะดังขึ้นเบาๆคารันหยุดก้าวชั่วครู่ ดวงตาของมันจับจ้องไปที่การเปลี่ยนแปลงนั้น“พลัง…เพิ่มขึ้นอีก” “ใช่…แต่มันก็มีขีดจำกัด” อินทราชตอบเสียงต่ำ“ก่อนที่ร่างกายชั้นจะรับไม่ไหว…ชั้นต้องจบมันให้ได้” พูดจบ เขาก็พุ่งออกไปอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่เป็นการระเบิดพลังในทุกย่างก้าว ตูม!!!พื้นดินแตกกระจายเป็นเส้นยาว อินทราชหายไปจากสายตาในพริบตาก่อนจะปรากฏเหนือศีรษะของคารัน หอกสายฟ้าถูกยกขึ้นสูงพลังทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ที่ปลายหอก

            “อัสนีพิฆาต!” เปรี้ยงงงงง!!!สายฟ้าขนาดมหึมาฟาดลงมาพร้อมกับการแทงหอก เสียงระเบิดกึกก้องไปทั่วสนามรบแสงสีฟ้ากลืนกินพื้นที่โดยรอบ คารันยกแขนขึ้นรับแรงปะทะทำให้พื้นดินใต้เท้ามันยุบตัวลงอย่างรุนแรงเกราะพลังสีม่วงดำเริ่มแตกร้าวเป็นวงกว้าง “ยังไม่พอ!” อินทราชคำรามเขาผลักพลังลงไปอีก สายฟ้ารอบตัวหมุนวนรุนแรงขึ้น คลื่นพลังฟาดซ้ำลงไปไม่หยุด ตูม!ตูม! ตูม! ในที่สุด รอยแตกบนเกราะของคารันก็ลุกลามไปทั่วลำตัว ฉึก!!!หอกสายฟ้าทะลุผ่านชั้นพลังเข้าไปได้ลึกกว่าที่เคย “เข้าแล้ว!” อินทราชตะโกนแต่ในวินาทีเดียวกันนั้นเอง…มือยักษ์ของคารันก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเขาไว้

            “จับได้แล้ว” เสียงของมันดังขึ้นช้าๆ อินทราชเบิกตากว้าง“อะไรนะ!” คารันกำมือแน่นทันที ตูมมม!!! แรงบีบมหาศาลทำให้เกราะเกิดเสียงลั่นอินทราชกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง พลังสายฟ้ารอบตัวสั่นไหวอย่างไม่เสถียร“พลังดีขึ้น” คารันกล่าว “แต่ยังอ่อนเกินกว่าจะจัดการข้าได้”มันเหวี่ยงร่างของอินทราชลงพื้นอย่างรุนแรง ตูมมม!!!หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เศษหินกระเด็นกระจาย อินทราชนอนนิ่งไปชั่วขณะเกราะยังคงทำงาน แต่แสงเริ่มกระพริบไม่สม่ำเสมอ “ระบบ…เสียหายบางส่วน…”เสียงของเกราะรายงานแผ่วเบา เขากัดฟัน พยายามพยุงตัวลุกขึ้นช้าๆ มือยังคงกำหอกแน่นแม้จะสั่นเล็กน้อย “ยัง…ไม่พอจริงๆสินะ…” เขาพึมพำ แต่ดวงตายังไม่ดับลง

    คารันเดินเข้ามาอีกครั้ง เงาร่างมหึมาปกคลุมเขา“จบได้แล้ว” มันยกแขนขึ้น เตรียมจะฟาดลงเป็นครั้งสุดท้าย อินทราชเงยหน้าขึ้นมองร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล แต่ในดวงตานั้น…ยังคงมีประกายบางอย่าง “ยังไม่จบ”เขากล่าวเบาๆ จากนั้น…เสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากแกนพลังงาน “ตรวจพบขีดจำกัด…ปลดล็อกขั้นสุดท้าย…ชั่วคราว”ดวงตาของอินทราชเบิกกว้าง

            “นี่มัน…” ทันใดนั้นพลังสายฟ้าก็ระเบิดออกจากร่างเขาอีกครั้ง รุนแรงยิ่งกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาเปรี้ยงงงง!!! แสงสีฟ้าสว่างจ้าจนกลบทุกสิ่ง คารันชะงักไปเสี้ยววินาที “พลังนี้…”อินทราชค่อยๆลุกขึ้นยืนอีกครั้งร่างทั้งร่างถูกห่อหุ้มด้วยสายฟ้าที่เข้มข้นจนแทบกลายเป็นรูปร่างใหม่เกราะเทพสายฟ้าส่องแสงสว่างดุจเทพลงทัณฑ์ “รอบนี้” เขายกหอกขึ้นช้าๆเสียงสายฟ้าคำรามก้องไปทั่วสนามรบ “ชั้นจะไม่หยุดแค่ทำให้แกถอย”ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้าไปในคารัน “ชั้นจะล้มแกให้ได้ตรงนี้”บรรยากาศรอบตัวทั้งสองระเบิดออกเป็นคลื่นพลัง ดวงตาทั้งสองคนจ้องมองอย่างไม่ละสายตาออกจากกัน

            เปลวไฟสีแดงทองยังคงลุกโชนอยู่ทั่วแนวรบฝั่งหนึ่งของสนามเสียงระเบิดดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย และท่ามกลางเปลวเพลิงนั้นอัคนียืนประจันหน้ากับพราย ร่างยักษ์ที่เล็กกว่าแม่ทัพตนอื่นเล็กน้อยแต่กลับแผ่พลังอันบิดเบี้ยวและอันตรายออกมาอย่างชัดเจน “สายตาแบบนั้น…ข้าชอบ”พรายยิ้มกว้าง เผยเขี้ยวแหลมคม “ยิ่งดิ้นรน…ก็ยิ่งสนุก”อัคนีจ้องกลับอย่างไม่หวั่น “งั้นก็อย่าตายเร็วล่ะ ชั้นยังอยากเผาแกให้หมดทั้งตัวอยู่เลย”พูดจบ เขาก็ยกมือขึ้นแตะที่แกนพลังงานกลางอก ทันใดนั้นเกราะสีดำแดงก็เริ่มกางออกจากแกนกลาง รอยแยกเหมือนหินหลอมเหลวปรากฏทั่วร่างเปลวลาวาสีส้มแดงไหลผ่านรอยต่อของเกราะราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต “ชุดเกราะหินลาวา”เสียงพลังงานคำรามต่ำ เกราะส่วนแขนขยายตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนที่สนับแขนทั้งสองข้างจะประกอบเข้าที่ เส้นพลังงานสีส้มแดงพุ่งผ่านกลไกภายในเสริมทั้งแรงโจมตีและความเร็วในเวลาเดียวกัน จากนั้น อาวุธขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาค้อนลาวา ขนาดใหญ่เกือบเท่าตัว เปลวไฟไหลวนอยู่บนผิวอาวุธตลอดเวลาพื้นดินใต้เท้าเริ่มละลายเพียงเพราะเขาถือมันไว้ พรายหรี่ตามอง “อาวุธใหม่”“ของจากรัฐบาลโลก” อัคนีตอบ “เค้าบอกว่า…มันเหมาะกับชั้นที่สุด”

            วินาทีถัดมา ตูม!!! อัคนีพุ่งเข้าใส่ทันทีความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน สนับแขนปล่อยแรงขับมหาศาลส่งร่างพุ่งทะลุอากาศค้อนลาวาถูกเหวี่ยงลงมาอย่างรุนแรง ตูม!!! พื้นดินแตกกระจายเป็นหลุมขนาดใหญ่พรายกระโดดหลบได้อย่างเฉียดฉิวแต่แรงระเบิดของลาวาก็ยังเฉี่ยวร่างมันจนเกราะพลังบางส่วนละลาย “ร้อนดีนี่”พรายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหายวับไปจากตำแหน่งเดิม อัคนีเบิกตากว้าง “เร็วมาก!” ฉับ!!!เงาของพรายปรากฏด้านข้าง กรงเล็บสีม่วงดำฟาดเข้ามาอย่างรวดเร็ว อัคนียกแขนขึ้นรับสนับแขนรับแรงปะทะได้ แต่ร่างของเขาก็ยังถูกผลักไถลไปหลายเมตร

            “ไม่ได้มีแค่แรงสินะ” เขาพึมพำ “ความเร็วก็ใช่เล่น”ยังไม่ทันตั้งหลัก พรายก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง คราวนี้เป็นการโจมตีต่อเนื่องกรงเล็บฟาดใส่รัวราวกับพายุ อัคนีหมุนตัวหลบและรับไปพร้อมกันเสียงโลหะและพลังปะทะกันดังสนั่น ตึง! ตึง! ตึง! “ช้า!” พรายคำรามก่อนจะแทงกรงเล็บเข้ามาตรงกลาง อัคนีเบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววินาทีจากนั้นก็สวนกลับทันที เขาหมุนตัวเต็มแรง พร้อมเหวี่ยงค้อนลาวาฟาดเข้าใส่ด้านข้างของพรายตูมมม!!! เปลวลาวาระเบิดออกอย่างรุนแรงร่างของพรายถูกกระแทกกระเด็นไปกระแทกพื้นหลายสิบเมตร พื้นที่โดยรอบลุกเป็นไฟในพริบตาอัคนีหอบเล็กน้อย แต่ดวงตาเป็นประกาย

            “โดนเข้าไปเต็มๆ ไม่ตายก็ต้องเจ็บบ้างล่ะวะ” แต่แล้ว เสียงหัวเราะก็ดังขึ้นจากกลุ่มควัน“ฮ่าฮ่าฮ่า ร้อนดีจริงๆ” พรายค่อยๆลุกขึ้น ร่างของมันมีรอยไหม้และแตกเป็นบางส่วนแต่พลังสีม่วงดำก็เริ่มฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว “แต่ยังไม่พอ” มันยิ้มกว้างกว่าเดิมอัคนีกัดฟันแน่น “พวกแกนี่มัน” เขากำค้อนแน่นขึ้น พลังลาวารอบตัวเริ่มปะทุแรงขึ้น“ถ้างั้นก็ต้องเผาให้ไม่เหลือแม้แต่เศษ!” สนับแขนทั้งสองข้างเริ่มปล่อยพลังมากขึ้นความร้อนรอบตัวพุ่งสูงจนบรรยากาศบิดเบี้ยว เปลวไฟลุกขึ้นรอบร่างเขาเหมือนพายุ“มาลองกันอีกรอบ!” เขาพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้เร็วกว่าครั้งก่อนอย่างชัดเจนพื้นดินหลอมละลายทุกก้าวที่เขาเหยียบ ค้อนลาวาถูกยกขึ้นสูงก่อนจะฟาดลงอย่างไม่ยั้ง

    เปรี้ยง! ตูม! เปรี้ยง! การโจมตีต่อเนื่องราวกับภูเขาไฟระเบิดไม่หยุดพรายเริ่มถอยเป็นครั้งแรก มันหลบอย่างรวดเร็วแต่แรงระเบิดจากลาวาก็ยังตามติดไม่หยุด “แบบนี้สิ” พรายยิ้มดวงตาเป็นประกายอันตราย “ถึงจะเรียกว่าสนุก” ทันใดนั้นพลังของมันก็พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เงาสีม่วงดำแผ่ขยายออกจากร่างกลืนกินเปลวไฟบางส่วน “คราวนี้ ตาข้า” อัคนีหยุดชะงักเล็กน้อย ดวงตาหรี่ลง“เอาจริงแล้วสินะ” เปลวไฟและเงามืดปะทะกันกลางสนามรบการต่อสู้ระหว่างลาวาและพรายกำลังเข้าสู่จุดเดือด

    คล้ายกับเรื่องทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา ที่คุณอ่าน