ไม่ทันที่หลี่ฟางซิ่นจะได้กล่าวถามสิ่งใดเป็นเฟยซิ่วเร่งกล่าวแก่นางให้ทราบถึงสถานการณ์ก่อน
“ที่สำคัญมันมีถึง 2 ตัว!และยังเป็นระดับวิญญาณขั้นที่ 3 ทั้งคู่! พวกมันอยู่ห่างจากที่นี่ไม่ถึงครึ่งลี้ด้วยระดับของพวกมัน คงไม่ยากที่จะติดตามข้ากับท่านได้ทัน เพราะฉะนั้น...ข้าจะถ่วงเวลาพวกมันเอาไว้ ให้ท่านรีบหนีออกจากป่าแห่งนี้ไปก่อน”เพราะนายน้อยของตนได้กำชับให้ดูแลแม่นางตระกูลหลี่ผู้นี้ให้ดี หากนางต้องตายไปมันคงไม่มีหน้าไปพบนายน้อยเป็นแน่
“ขะขั้นที่ 3 ถึง..สะสองตัว...” นางกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัวเพราะระดับวิญญาณขั้นที่ 3 ตัวนางไม่สามารถ ที่จะทำอันตรายใดๆแก่มันได้แม้แต่น้อยตอนนี้หลี่ฟางซิ่นเข้าใจได้ทันที หากนางไม่ยอมหนีไปตามที่ข้ารับใช้ผู้นี้กล่าวด้วยระดับพลังที่แตกต่างมากเกินไป คงทำได้เป็นเพียงภาระ และไม่สามารถเอาชีวิตรอดไปได้ทั่งคู่
“ถ้าเช่นนั้น เรารีบออกจากที่แห่งนี้กันก่อน!”เฟยซิ่วกล่าวแนะนำออกไป เพราะหากยังคงช้าไปกว่านี้คงไม่อาจหลบหนีจากอันตรายที่กำลังมาเยือนได้ทัน
เมื่อหลี่ฟางซิ่นได้ตามเฟยซิ่วออกจากถ้ำที่อาศัยนางได้มองไปรอบๆแต่กลับยังไม่พบเจอสิ่งใดเป็นเพราะบริเวณรอบปากถ้ำมีต้นไม้ค่อนข้างหนาแน่นทำให้ไม่สามารถมองออกไปไกลได้มากนัก และตัวนางมีระดับพลังเพียงรวมลมปราณขั้นที่ 9 ทำให้ระยะปราณตรวจสอบยังไม่ไกลเพียงพอ ที่จะสัมผัสถึงสัตว์อสูรเหล่านั้นได้ แต่เสียงของเฟยซิ่วกลับดังขึ้นมาในระหว่างที่นางกำลังครุ่นคิด
“แม่นางหลี่ท่านต้องรีบหนีไปตอนนี้!ไม่เช่นนั้นคงไม่ทันการ!!” เมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของแม่นางน้อยผู้นี้จึงเร่งกล่าวเตือนออกไป เพราะจากสัมผัสปราณของมัน สัตว์อสูรตนดังกล่าวกำลังมาถึงที่ที่พวกตนอยู่ในไม่ช้า
สิ้นเสียงกล่าวเตือนของเฟยซิ่วเพียงชั่วครู่เสียงต้นไม้ล้มลงเริ่มดังขึ้นมาจากบริเวณป่าเบื้องหน้าพร้อมกับพื้นดินที่เริ่มสั่นสะเทือนขึ้น ราวกับมีบางสิ่งกำลังมุ่งตรงมา
โฮกกกกก!!!
เสียงคำรามดังกึกก้องดังขึ้นพร้อมร่างที่สูงใหญ่กว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่าได้ปรากฏ
เมื่อได้เห็นร่างสัตว์อสูรเบื้องหน้าหลี่ฟางซิ่นจึงทราบได้ทันที ว่ามันคือสัตว์อสูรชนิดใด
“มะหมีโลหิต!!”
เพราะด้วยร่างที่มีลักษณะคล้ายหมีพร้อมขนสีแดงเลือด จึงสามารถทราบได้ในทันทีที่พบเจอ
“แม่นางหลี่! ท่านรีบหนีไป!ข้าจะต้านพวกมันเอาไว้เอง!”
หลี่ฟางซิ่นมองไปยังข้ารับใช้ของนายน้อยจูเยว่ด้วยความเป็นกังวล แม้จะเกิดความลังเลอยู่ภายในแต่เมื่อเข้าใจถึงสถานการณ์ร้ายแรงที่อยู่เบื้องหน้าจึงตัดสินใจที่จะหนีไปตามคำกล่าว นางเร่งใช้ทักษะเคลื่อนที่ออกมาพร้อมมุ่งตรงไปยังทางออกของป่าลมหวน
แต่เมื่อสัตว์อสูรทั้งสองเห็นมนุษย์คนหนึ่งคิดจะหนี พวกมันตนหนึ่งจึงเร่งกระโจนออกไปยังทิศทางที่หลี่ฟางซิ่นจากไปเฟยซิ่วเห็นภาพดังกล่าวจึงร้องตะโกนออกมา
“พวกเจ้า! จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น!!”พร้อมกับพุ่งตัวโจมตีไปยังสัตว์อสูร ตัวที่กำลังติดตามหลี่ฟางซิ่น
ดาบขนาดใหญ่ของเฟยซิ่วได้ใช้ออกด้วยทักษะโจมตีทลายปฐพีในทันที คมดาบได้กระทบเข้ากับขนสีแดงบริเวณกลางหลังของหมีโลหิตอย่างเต็มกำลัง!
โฮกกกก!!
หมีโลหิตส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดพร้อมร่างที่ล้มลงไปยังพื้นดินจากแรงโจมตีเมื่อครู่ ซึ่งมันได้รับบาดแผลบริเวณกลางหลังของมันแต่ไม่ลึกมากเท่าใดนัก
หมีโลหินอีกตัวที่ยังคงไม่เคลื่อนไหวในทีแรกเมื่อเห็นสหายของมันถูกโจมตีจนล้มลงมันจึงเร่งพุ่งตัวออกมาโจมตีมนุษย์เบื้องหน้าทันที!
ไม่ทันที่เฟยซิ่วจะได้ทันตั้งตัวตัวมันก็ได้อยู่ในระยะโจมตีของสัตว์อสูรตนดังกล่าว ซึ่งกำลังง้างอุ้งมือขนาดใหญ่ของหมายตะปบลงมายังร่างของมัน เมื่อเห็นว่าไม่สามารถหลบได้ทันเฟยซิ่วจึงเร่งตั้งใบดาบขึ้นมา เพื่อป้องกันกรงเล็บอันแหลมคม ที่กำลังมาถึง!
แกร๊งงงง!!!
เสียงของกรงเล็บที่แข็งราวกับเหล็กได้ดังขึ้นมาเมื่อมันปะทะเข้ากับดาบใหญ่ สร้างรอยกรงเล็บลากยาวบนใบดาบของเฟยซิ่วที่ยกขึ้นมาป้องกันตนเองเอาไว้ พร้อมผลักร่างให้ถไลออกไปเป็นทางยาวตามพลังโจมตีอันรุนแรงของหมีโลหิต
“อั๊ก!!”
เฟยซิ่วกระอักเลือดออกมาเมื่อรับการโจมตีนั้นเข้าไปตรงๆ ตัวมันไม่คิดเลยว่า แค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวกลับสามารถทำให้ถึงขั้นบาดเจ็บภายใน
เมื่อหมีโลหิตตัวที่ล้มไปจากการโจมตีก่อนหน้าได้ลุกขึ้นมา ด้วยความโกรธแค้นที่ถูกมเฟยซิ่วโจมตียามที่มันไม่ทันตั้งตัว จึงพุ่งตรงมาด้วยความบ้าคลั่งทันที!
เฟยซิ่วสัมผัสได้ถึงหมีโลหิตอีกตัวที่กำลังพุ่งมาด้วยความโมโห ก็ทราบได้ทันทีว่าไม่สามารถรับมือกับสัตว์อสูรทั้งสองนี้ได้เพียงลำพัง จึงคิดที่จะดึงความสนใจของพวกมันทั้งสองให้ไล่ตามตนแทน
แต่เฟยซิ่วกลับสัมผัสได้ว่าหมีโลหิตที่โจมตีเขาเมื่อครู่ ไม่คิดที่จะไล่ล่าตนเองต่อแต่กลับคิดที่จะตามแม่นางน้อยตระกูลหลี่
“เจ้าหมีบัดซบ!!”
เมื่อเห็นดังนั้นเฟยซิ่วจึงกลิ้งหลบการโจมตีของหมีโลหิตที่กำลังโจมตีมา เมื่อทำได้สำเร็จจึงเร่งพุ่งตัวกระโจนออกไปเต็มกำลัง!
ตู้ม!!
เสียงพื้นดินแตกร้าวจากแรงพุ่งตัวของเฟยซิ่วดังขึ้นมาพร้อมกับดาบใหญ่ที่ง้างไปด้านหลัง เตรียมพร้อมโจมตีออกไปยังสัตว์อสูรที่กำลังติดตามหลี่ฟางซิ่น
แต่หมีโลหิตตัวนั้นราวกับรับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังมันจึงหันตัวกลับมาพร้อมกับใช้แขนเพียงข้างเดียวรับใบดาบขนาดใหญ่ที่กำลังเข้ามาถึงตัว
แกร๊งง!!
เสียงปะทะกันระหว่างแขนของหมีโลหิตกับดาบใหญ่ดังขึ้นมาเมื่อสังเกตไปยังบริเวณที่คมดาบฟันลงไปยังขนสีแดงมันกลับบาดลึกลงไปภายใต้ผิวหนังของหมีโลหิตเพียงครึ่งชุ่นเท่านั้นไม่สามารถสร้างบาดแผลสาหัสแก่มันได้ เป็นเพราะขนสีแดงที่ปกคลุมทั่วทั้งตัวกลับมีความแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า ที่ช่วยดูดซับการโจมตี
“อะไรกัน?!!”
เฟยซิ่วรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเพราะไม่คาดคิดว่าสัตว์อสูรตนนี้ จะสามารถหันกลับมารับการโจมตีของตนได้ทันอีกทั้งยังบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยจากการโจมตีดังกล่าว
ขณะที่เฟยซิ่วยังคงตกตะลึงหมีโลหิตที่อยู่เบื้องหน้าได้ใช้แขนอีกข้างที่ยังว่าง โจมตีอย่างรวดเร็วจากระยะประชิดทำให้เฟยซิ่วไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีนี้ได้ทัน จึงพุ่งกระเด็นตามแรงปะทะชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ด้านหลังจนหักโค่นลงมา!