ตอนที่ 62: คลื่นใต้น้ำก่อนงานประมูล
ข่าวการปรากฏตัวของ "โอสถพลิกชะตาสมบูรณ์" ถึงสามเม็ดได้แพร่กระจายไปในวงจำกัดของเหล่าผู้มีอำนาจสูงสุดในนครเมฆาล่องอย่างรวดเร็วราวกับไฟป่า มันกลายเป็นหัวข้อสนทนาที่ร้อนแรงที่สุดในหมู่ผู้นำของห้าตระกูลใหญ่และแขกคนสำคัญที่เดินทางมาร่วมงานประมูล
ชื่อของ "คุณชายเฟิง" พ่อค้าลึกลับผู้เป็นหุ้นส่วนของสำนักหมอกคราม ได้ถูกจารึกไว้ในใจของทุกคนในทันที
ภายใน "หอสุริยันจันทรา" ที่พำนักของตระกูลสุริยัน ผู้นำตระกูลกำลังประชุมกับเหล่าผู้อาวุโสด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด
"โอสถที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ได้! หากเราได้มันมาสักเม็ดหนึ่ง ก็เท่ากับว่าเราสามารถสร้างอัจฉริยะรุ่นใหม่ขึ้นมาได้อีกคน! ตระกูลของเราจะแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น!" ผู้อาวุโสคนหนึ่งกล่าวอย่างตื่นเต้น
"แต่ราคาเริ่มต้นถึงหนึ่งล้านหินวิญญาณคุณภาพสูง!" อีกคนค้าน "การแข่งขันจะต้องดุเดือดอย่างแน่นอน ตระกูลอื่นๆ ย่อมไม่ปล่อยให้เราได้มันไปง่ายๆ"
ผู้นำตระกูลสุริยันเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ "เรื่องราคายังไม่ใช่ปัญหาใหญ่...ปัญหาคือ 'ที่มา' ของโอสถเม็ดนี้ต่างหาก...คุณชายเฟิงผู้นี้เป็นใครกันแน่? การที่เขาปรากฏตัวขึ้นมาพร้อมกับโอสถในตำนานเช่นนี้ มันไม่ธรรมดาเกินไป"
เขาหันไปสั่งคนสนิท "ไปสืบประวัติของเขามาให้ละเอียดที่สุด! ข้าต้องการรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเขา!"
สถานการณ์เดียวกันนี้เกิดขึ้นในที่พำนักของอีกสี่ตระกูลใหญ่ที่เหลือ ทุกคนต่างเคลื่อนไหวในเงามืดเพื่อสืบหาตัวตนที่แท้จริงของเฟิงหวง แต่ข้อมูลที่พวกเขาได้มาก็เหมือนกับที่หอร้อยสมบัติเคยได้...ว่างเปล่าและลึกลับ มีเพียงข้อมูลเดียวที่ชัดเจนคือ เขาได้รับการสนับสนุนจากสำนักหมอกคราม
ความลึกลับนี้เองที่ทำให้ทุกคนยิ่งหวาดระแวงและไม่กล้าลงมืออย่างผลีผลาม
ในขณะเดียวกัน ที่หอรับรองเมฆาคราม เฟิงหวงและหลินเยว่กำลังนั่งวิเคราะห์สถานการณ์
"ตอนนี้ทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่ท่าน" หลินเยว่กล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง "การเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่เกินไปก็นำมาซึ่งอันตรายที่ใหญ่หลวงเช่นกัน"
"นี่คือสิ่งที่ข้าต้องการ" เฟิงหวงตอบอย่างใจเย็น "ยิ่งพวกเขาสนใจในตัวข้ามากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะยิ่งไม่กล้าทำอะไรโง่ๆ ในที่แจ้ง และจะหันไปแข่งขันกันด้วย 'เงินทุน' ในงานประมูลแทน...ซึ่งเป็นสนามที่ข้าได้เปรียบที่สุด"
เขารู้ดีว่าด้วยทรัพยากรที่เขาสะสมมาจากการยึดหอร้อยสมบัติและการร่วมมือกับสำนักหมอกคราม ทำให้เขามีเงินทุนมหาศาลพอที่จะแข่งขันกับใครก็ได้
"แต่ข้าคิดว่า...คงจะมีคนบางกลุ่มที่ไม่อยากจะเล่นตามกฎ" เฟิงหวงกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มเย็น "และนั่นคือตอนที่ความสนุกจะเริ่มขึ้น"
คำพูดของเขาราวกับเป็นคำพยากรณ์
คืนนั้นเอง...ขณะที่เฟิงหวงกำลังนั่งสมาธิอยู่ในห้องพัก เขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แผ่วเบาและเต็มไปด้วยจิตสังหารสายหนึ่งกำลังลอบเข้ามาใกล้ห้องของเขา!
มันไม่ใช่การบุกรุกที่โจ่งแจ้ง แต่เป็นการแทรกซึมของ "นักฆ่า" มืออาชีพ!
เฟิงหวงลืมตาขึ้นในความมืด ดวงตาของเขาสงบนิ่งแต่กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เขาไม่ได้ลุกขึ้นหรือแสดงอาการตื่นตระหนกใดๆ เขายังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมราวกับไม่รู้ตัว
เงาร่างในชุดดำสนิทได้ปรากฏขึ้นที่ริมหน้าต่างอย่างเงียบกริบ ในมือของมันคือหน้าไม้ขนาดเล็กที่บรรจุลูกดอกอาบยาพิษร้ายแรงที่สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นราชันย์ได้ในพริบตา!
นักฆ่าเล็งมาที่แผ่นหลังของเฟิงหวง...และเหนี่ยวไก!
ฟิ้ว!
ลูกดอกพุ่งทะลุอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูงและไร้เสียง!
แต่แล้ว...เหตุการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวก็เกิดขึ้น!
ลูกดอกที่กำลังจะถึงตัวเฟิงหวง...พลันหยุดนิ่งกลางอากาศ! ราวกับชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น! มันลอยค้างอยู่ห่างจากแผ่นหลังของเขาเพียงหนึ่งคืบ!
เฟิงหวงยังคงนั่งหันหลังให้ เขาไม่ได้แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงแค่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาและดีดเบาๆ ไปในอากาศธาตุ...
เป๊าะ!
ลูกดอกที่ลอยค้างอยู่นั้นพลันหมุนกลับ 180 องศา และพุ่งย้อนกลับไปหานักฆ่าด้วยความเร็วที่สูงกว่าเดิมหลายเท่า!
"อึก!"
นักฆ่าเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แต่ก็สายไปเสียแล้ว ลูกดอกเจาะทะลุเข้าที่หัวใจของมันอย่างแม่นยำ พิษร้ายแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างทำให้มันสิ้นใจในทันทีโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ส่งเสียงร้อง
เฟิงหวงค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและเดินไปที่หน้าต่าง เขามองลงไปยังร่างของนักฆ่าที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นด้านล่างด้วยสายตาที่เย็นชา
"ดูเหมือนว่า...จะมีคนใจร้อนกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก"
เขาไม่ได้สนใจซากศพนั้น แต่กลับเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางของ "หอร้อยสมบัติ" สาขาใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางนคร
"หอร้อยสมบัติ...พวกเจ้ายังไม่เข็ดหลาบสินะ"