ภายในรถม้าที่หลิวอี้กับเยี่ยนฟางนั่ง
“ท่านบอกว่าท่านสามารถปรับปรุงวิชากระบี่ให้ดียิ่งขึ้นได้จริงหรอ”
“เจ้าก็เห็นมาแล้ว เพลงกระบี่ของสำนักป่ากระบี่จุดอ่อนของมันก็คือการไม่มีกระบวนท่าตั้งรับมีแต่กระบวนท่าโจมตี คนที่ฝึกฝนวิชากระบี่ของสำนักป่ากระบี่ได้จะต้องมีวิชาตัวเบาที่ยอมเยี่ยมและมีความคล่องตัวเพราะว่าวิชากระบี่ไม่มีกระบวนท่าตั้งรับจึงต้องใช้ความเร็วและความคล่องตัวในการหลบหลีก นี่คือข้อเสียของมันข้าจึงได้ปรับปรุงให้วิชากระบี่มีกระบวนท่าตั้งรับจากนั้นให้ใช้ความเร็วและความคล่องตัวร่วมกับกระบวนท่าโจมตี หากใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันพลังโจมตีจะมีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกขั้น เหมือนกับกระบวนท่าสุดท้ายที่เจ้าพึ่งจะพบเห็น”หลิวอี้เชิดหน้าและพูดขึ้นมาด้วยความภูมิใจ
เยี่ยนฟางได้ฟังคำอธิบายเกี่ยวกับวิชากระบี่ที่หลิวอี้พูดขึ้นมา นางถึงกับพูดอะไรไม่ออก เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพูดขึ้นมาถูกต้องทั้งหมด แต่สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือหลิวอี้จะสร้างกระบวนท่าตั้งรับและใช้กระบวนท่าจู่โจมด้วยความรวดเร็วแบบนี้ขึ้นมาได้ การสร้างวิชากระบี่หรือคิดค้นกระบวนท่าใช่ว่าทุกคนจะทำได้ จะต้องเป็นคนที่เป็นอัจฉริยะด้านกระบี่เพียงเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้
รถม้าวิ่งมาหยุดอยู่ที่ด้านหน้าของโรงเตี้ยมที่หลิวอี้พัก
“หากท่านมีเวลาว่างมาพบข้าที่หอหงอี้ ข้ามีอะไรจะมอบให้ท่าน”เยี่ยนฟางพูดขึ้นมา
“เอาเป็นว่าหลังจากที่การประลองเสร็จสิ้นข้าจะไปพบท่าน ข้าขอตัวก่อน”
หลิวอี้รีบลงจากรถม้าทันทีเพราะว่าเขากลัวจะอดใจไม่ไหวกับการยั่วยวนของเยี่ยนฟาง ในระหว่างที่เขาอยู่ภายในรถม้ากับนาง นางจะชอบเข้ามานั่งแนบชิดกายเขา บางครั้งยังเอาหน้าอกของนางมาแนบที่แขนหลิวอี้ เวลาพูดคุยนางจะชอบพูดใกล้กับใบหูของเขา เกือบจะทำให้หลิวอี้ควบคุมตัวเองไม่ได้ เขาจึงรีบลงจากรถม้าและเดินเข้าไปภายในโรงเตี้ยม
เยี่ยนฟางนางรู้สึกเสียดาย ขนาดนางยอมใช้ร่างกายของนางยั่วยวนเขาขนาดนี้เขายังไม่ยอมหลงกลนาง จึงทำให้นางรู้สึกผิดหวัง นางจึงอยากที่จะนัดหลิวอี้ให้ไปพบนางที่หอหงอี้ นางจะทำการใช้เเผนเด็จจัดการกับเขาให้เขาลุ่มหลงนางและตกอยู่ภายใต้เสน่ห์ของนาง
หลังจากที่หลิวอี้เข้ามาภายในโรงเตี้ยมเขารีบขึ้นไปบนห้องพักทันที
หลิวอี้เดินเข้ามาภายในห้องพักเขาได้กลิ่นของยาชนิดหนึ่ง ยาตัวนี้จะทำให้คนที่สูดดมเข้าไปเกิดอาการง่วงนอนและทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรง เขารีบมองหาเย่เอ๋อทันที เห็นนางนอนหลับอยู่บนเตียง เขารีบเข้าไปหานางและนำโอสถหนึ่งเม็ดป้อนให้กับนาง นางจึงได้สติขึ้นมา
“นี่ข้าเป็นอะไรไป”
“เจ้าถูกพิษ แต่ข้าให้ยาถอนพิษกับเจ้าแล้ว เจ้านอนพักก่อน”
เย่เอ๋อทำตามคำเเนะนำของหลิวอี้
หลิวอี้ใช้พลังปราณของเขาสลายกลิ่นของยาที่ล่องลอยอยู่ภายในห้องของเขาจนหมด หลิวอี้กลางม่านพลังเพื่อตรวจดูว่าใครเป็นคนที่วางยา แต่ก็ต้องทำให้เขาผิดหวังเพราะว่าเขาไม่พบคนอื่นที่อยู่ใกล้กับห้องพักของเขา
นอกเมืองหลวง ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 สำนักหมื่นโอสถกำลังยืนรอคนของเขา เพียงไม่นานมีชายสองคนใส่ชุดชาวบ้านธรรมดาขับรถม้าเข้ามาหาเขา
“สำเร็จหรือไม่”ผู้อาวุใสลำดับที่ 7 ถามชายทั้งสองคน
“พวกเราทำงานพลาดขอรับ”
“จะพลาดได้ยังไง พวกเจ้าทั้งสองไม่ได้ใช้ยาที่ข้ามอบให้หรือไง”
“ข้าใช้ยาที่ท่านมอบให้กับนางแล้ว พวกข้าทั้งสองกำลังจะเข้าไปนำตัวนางออกมาจากห้องแต่อยู่ๆกับมีชายหนุ่มผู้ฝึกฝนพลังเดินเข้ามาก่อนพวกเราทั้งสองจึงรีบหลบหนีออกมา”
ผู้อาวุโสลำดับที่ 7 รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง
“วันพรุ้งนี้พวกเจ้าทั้งสองต้องหาวิธีนำตัวนางมาให้ข้า”
“ขอรับ”
ทั้งสามคนต่างแยกย้ายกันไป
เย่เอ๋อตื่นขึ้นมาบนเตียงเห็นหลิวอี้กำลังนั่งหลับตาอยู่บนเตียงข้างๆนาง นางลุกขึ้นมานั่งและจ่องมองใบหน้าของหลิวอี้
“ข้าหล่อเหลามากขนาดนั้นเชียวรึเจ้าถึงได้จ่องมองใบหน้าของข้านานขนาดนี้”หลิวอี้พูดจบเขาดึงนางเข้ามาจูบ ทั้งสองจูบกันได้สักพักจึงผละออกจากกัน
“ใครกันที่เป็นคนวางยาข้า"เย่เอ๋อพูดขึ้นมา
“ข้าคิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มนักหลอมโอสถ เพราะว่าคนที่จะปรุงยาชนิดนี้ขึ้นมาได้จะต้องเป็นนักหลอมโอสถระดับสูง”
“พวกเขาจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”
“เจ้าไม่รู้หรือว่าแกล้งไม่รู้”
เย่เอ๋อนางไม่เข้าใจในสิ่งที่หลิวอี้พูดออกมา