The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๓๐ อนันต์

            หลังจากคุยกันอีกหลายยกกฤษณะที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ก็เริ่มแสดงอาการไม่เห็นด้วยกับความคิดบอกข่าวเรื่องอนันตกาลกลับมาให้กับกิลด์อื่น

            “ถึงความน่าจะเป็นที่พวกนั้นจะยื่นมือเข้ามาช่วยก็ยังมีแต่ฉันว่า พวกนั้นน่าจะเลือกอยู่เฉยๆ มากกว่า แบบนั้นจะไม่ดีต่อพวกเรา”

            จินมยองคิดครู่หนึ่งแล้วก็เห็นด้วย

            ตอนนี้ความสัมพันธ์ของกิลด์ใหญ่ทั้งสี่ต่างจากสมัยก่อนไม่น้อยกิลด์ดาร์ค ฮอไรซอนของพวกเขานับเป็นกิลด์อันดับหนึ่งในด้านจำนวนสมาชิกก็จริงแต่กิลด์ที่ฐานการเงินมั่นคงที่สุดคือกิลด์อนันตนาคราชทำให้โรซาเลียที่มีพื้นที่ครอบครองบริเวณส่วนตะวันตกของทวีปติดกับพื้นที่ทางใต้ของอนันตนาคราชไม่กล้าบุ่มบ่ามแสดงตัวว่าเป็นศัตรูโจ่งแจ้งเกินไปนักนับว่าเป็นมิตรอันดีต่อกันก็พอไหว

            ส่วนกิเลนอัสนีที่อยู่ทางเหนือนั้นแม้จะมีพื้นที่ครอบครองน้อยที่สุดแต่กลับอยู่ไกลจากพื้นที่ของอนันตนาคราชมากที่สุด ทำให้แม้จะเป็นศัตรู แต่ก็ทำอะไรไม่สะดวกนักต่างจากพวกเขาที่อยู่กันฟากตะวันออกและมีชายแดนติดกับอนันตนาคราช

            ดังนั้นถ้าเกิดสองกิลด์รู้ข่าวเรื่องอนันตกาลจริง อาจจะถือโอกาสนี้ยืนบนภู ดูเสือสองตัวอย่างพวกเขากัดกับอนันตนาคราชแทน

            “งั้น เราต้องเก็บเรื่องนี้เอาไว้ให้มิดชิดที่สุดไม่แน่ว่าอาจจะเอามาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง” ปิดเรื่องนี้เอาไว้แต่เตรียมแผนรับมือเอาไว้เนิ่นๆ ก็เป็นแผนหนึ่งที่มีประสิทธิภาพแผนหนึ่ง

            ถ้าเกิดพวกเขาแจ้งข่าวให้สองกิลด์ช่วยกันตามหาตัวอนันตกาลแทนที่กิลด์พวกนั้นจะช่วย อาจกลายเป็นบอกให้พวกนั้นระวังตัว แล้วเตรียมแผนรับมือแต่ถ้าเกิดพวกเขาใช้โอกาสนี้ปรับตัวโดยไม่บอกกิลด์อื่น และอนันต์เกิดฟาดงวงฟาดงาขึ้นมาจริงก็กลายเป็นว่า พวกเขาจะโต้ตอบได้ทันทีโดยไม่ถึงกับหัวหมุนวุ่นวายนับว่าเป็นทั้งทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อพวกเขาที่สุด

            “แต่ถึงยังไงถ้าสืบข่าวเรื่องหมอนั่นได้ก็ยังจะดีกว่า ตามรอยทิ้งเอาไว้อย่างน้อยก็ให้รู้ว่ามันไปไหนมาไหนบ้าง ไม่รู้ว่าเข้าเกมมาใหม่ มันจะเปลี่ยนชื่อไปด้วยหรือเปล่า”กฤษณะยังไม่ละความพยายาม

            “หมอนั่นคงไม่ใช่ชื่ออนันต์เหมือนเดิมหรอกไม่งั้นจะหาตัวได้ง่ายเกิน เรื่องโง่ๆ อย่างนี้มันคงไม่ทำ” จินมยองฟันธง

            ถ้าเกิดพวกเขาหาตัวหมอนั่นเจอแต่แรกก็อาจจะให้สายลับบางคนที่แฝงตัวอยู่ในอนันตนาคราชพาตัวเข้าไปคลุกวงในทำท่าทีตีสนิทดูเผื่อว่าจะล้วงความลับอะไรมาได้บ้างไม่มากก็น้อยไม่ก็ติดตามสถานะตำแหน่งของมันเอาไว้ เผื่อในอนาคตคิดจะทำอะไรจะได้ไม่ต้องเสียเวลาอีกรอบ

            ความจริงตอนนี้พวกเขาก็อยากจับมันมาฆ่ากดเลเวลเหมือนกันแต่สำหรับตอนนี้ การทำก็เท่ากับไม่ได้ทำ

            อนันต์ที่เข้าเกมมาใหม่เพิ่งจะเลเวลเท่าไหร่เองต่อให้พวกเขาจับตัวมันมาแล้วฆ่าจนเลเวลลดฮวบลงไปที่ 1 มันก็คงใช้เวลาไม่นานเพื่ออัปเลเวลขึ้นมาใหม่อยู่ดีจากนั้นอนันตนาคราชที่รู้ตัวว่าอนันตกาลไม่ปลอดภัยจะต้องซ่อนตัวเขามิดชิดกว่าเดิมจนการเข้าใกล้ครั้งต่อไปทำได้ยากมากขึ้น และคราวนี้พวกเขาคงจะตามตัวหมอนั่นได้ยากกว่าเดิมหลายเท่า

            นั่นแปลว่าการลงมือครั้งแรกของพวกเขา ต้องทำให้คุ้มที่สุด คือกดเลเวลอนันต์ลงไปให้มากที่สุด

            และปัจจัยหลักของแผนการนี้ก็คือลอบหาคนเข้าไปสืบการเคลื่อนไหวของอนันตกาล และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ก็ค่อยลงมือโดยไม่ทันให้ตั้งตัวหรือถ้าเกิดไม่มีโอกาสลงมือด้วยตัวเอง ก็สร้างสถานการณ์ปลุกปั่นยุยงเอาก็ได้ กิลด์เล็กกิลด์น้อยที่เป็นศัตรูของอนันตนาคราชก็มีไม่น้อยหาเรื่องไหนโยนตูมลงไปสักเรื่อง แล้วป้ายสีไปใส่อนันตกาล ไปๆ มาๆพวกเขาก็นั่งดูอยู่เฉยๆ สบายแฮ

            ทั้งสองคนคิดคำนวณกันอีกนิดหน่อยก่อนจะพากันออกจากห้อง สั่งการอย่างลับๆ เพื่อดำเนินตามแผนค้นหาตัวอนันตกาลให้เจอเป็นอย่างแรก

             

            ....................

             

            ผ่านค่ำคืนอันเหน็บหนาวมาจนได้อีกสามวันตอนนี้เขาก็เริ่มบ่ายหน้าขึ้นที่สูงเป็นลำดับ จนตอนนี้ต้องเดินลากเท้าอยู่ท่ามกลางป่าสนและหิมะที่โปรยปรายลงมาบางๆและเริ่มเห็นยอดเขาลิบๆ ที่มีหิมะปกคลุมเรียงเป็นทิวไปตลอดทั้งทิศตะวันตกลากยาวไปจรดแดนเหนือราวกับกำแพงกั้นโลก

            หลังจากลัดเลาะเลียบขอบป่าในเส้นทางที่ไม่มีใครเขาเดินกันอยู่นานในที่สุดตอนนี้ วิฬาร์ก็หาเส้นทางหลักที่ผู้คนปกติใช้เดินทางระหว่างเมืองถึงเมืองกันได้แล้ว

            ตลอดเส้นทางอากาศยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆจนตอนนี้เขาหายใจออกมาเป็นไอขาว นี่ยังดีที่เขาผนึกพลังเวทมนตร์ธาตุไฟเคลือบไว้จนทั่วรวมถึงใส่เสื้อกันหนาวที่พระอาจารย์ให้มา ไม่อย่างนั้นคงเดินทางลำบากกว่านี้อีกเท่าตัว

            เขาเดินขึ้นตามไหล่เขาจนถึงช่วงเย็นพยายามมองหาถ้ำหลบลมหิมะสำหรับคืนนี้

            ทว่ายังไม่ทันไรวิฬาร์ก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากเนินหิมะอีกฝั่ง

            เจ้าตัวย่อตัวหลบแล้วสาวเท้าเข้าไปดูใกล้ๆจากนั้นพอยื่นหัวพ้นจากเนินหิมะไปก็เห็นผู้เล่นหญิงคนหนึ่งกำลังสู้กับหมาป่าหิมะสี่ตัวอย่างดุเดือดแต่เพราะเธอหมวกเกราะที่ปิดบังใบหน้าเธอเอาไว้ จึงทำให้เขาเห็นหน้าเธอไม่ชัดนัก

            หมาป่าหิมะพวกนี้เลเวลต่ำสุดก็มีห้าสิบขึ้นแถมยังมีมากถึงสี่ตัว แต่เธอกลับต่อสู้ได้อย่างสูสี เห็นได้ชัดว่าเลเวลและฝีมือของเธอก็ไม่ใช่กระจอก

            แถมอาวุธที่เธอใช้ยังเป็นหอกเหมือนกับเขาซะด้วยทำเอาวิฬาร์แอบเอะใจเบาๆ ว่านี่อาจจะเป็นศิษย์พี่ของตนหรือเปล่า

            สาวในชุดสีแดงใช้หอกได้อย่างเก่งกาจแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถในด้านยุทธเวทไม่น้อยแม้ถูกสี่รุมหนึ่งก็ยังฉวยบางโอกาสโจมตีสวนกลับไปได้ การเคลื่อนไหวนับว่าไหลลื่นดูราวกับจอมยุทธ์กำลังภายในในหนัง วิฬาร์เชื่อว่าเชิงยุทธ์ของเธอเหนือกว่าเขาอย่างน้อยสองขั้นเต็มๆ

            ทว่าทีมเวิร์กของพวกหมาป่าก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นมันล่อหลอกเธอจนจังหวะเริ่มรวน จากนั้นมันก็ฉวยโอกาสที่เธอเผลอใช้กรงเล็บฟาดใส่ศีรษะเธออย่างรุนแรง

            ฉากหวาดเสียวทำเอาหัวใจวิฬาร์ลุ้นระทึกใบหน้าเธอสะบัดอย่างรุนแรงเพราะถูกตะปบ หมวกเกราะที่สวมอยู่พลันแตกเป็นสองเสี่ยงกระเด็นหลุดจากศีรษะของเธอทันที

            วิฬาร์ที่เห็นท่าไม่ดีจึงคิดจะเข้าไปช่วยทว่าใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกเกราะนั้นกลับหยุดลมหายใจของเขาเอาไว้ทำให้มิอาจก้าวขาออกไปได้แม้เพียงครึ่งก้าว

            มันคือความงามที่ผุดผาดราวกุหลาบกลางหิมะ!

             

    อาทิตย์อัสดงยามสนธยา

    ต้องกายานงเยาว์สะคราญลักษณ์

    แม้นสอดส่องเสาะหาทั้งไตรจักร

    ไม่เทียบพักตร์หนึ่งนางวิลาวัณย์

    พิศปรางผ่องแผ้วเพียงศศิธร

    พิศขนงงองอนราวอัปสรสวรรค์

    พิศเนตรคมดุจพยัคฆ์จ้องโรมรัน

    พิศทันต์ขาวราวมุกแก้วแพร้วพิไล

    พิศโอษฐ์แดงแก่ก่ำดั่งมัทนา

    พิศกรรณคล้ายผกากลีบที่พลิ้วไหว

    พิศศอดั่งคอหงส์งามยั่วใจ

    พิศจุไรราวสุวรรณาภรณ์

    พิศเกศเปล่งปลั่งเช่นหิรัณย์ภูษา

    พิศนาสาคมสันราวสิงขร

    พิศอนงค์องค์เอวบางอรชร

    พิศหัตถ์พิศกรปานงวงไอยรา

    พิศถันนั้นตูมเต่งเช่นบงกช

    พิลาสหมดจดล้ำเลิศในดึงษา

    พิศจริตกิริยาก็ตรึงตา

    ในพสุธามิมีเทียบเทียมทัน

    [ อัสดง=การตกดินของดวงอาทิตย์, สนธยา=ช่วงเวลารอยต่อระหว่างกลางวันและกลางคืน , นงเยาว์/อนงค์=ผู้หญิง , สะคราญ/วิลาวัลย์=งาม, ไตรจักร=สามโลก(สวรรค์/มนุษย์โลก/บาดาล), พักตร์=หน้า , ปราง=แก้ม , ขนง=คิ้ว , อัปสร=นางฟ้า , เนตร=ดวงตา , พยัคฆ์=เสือ , ทันต์=ฟัน , แพร้ว=เงางาม , พิไล/วิไล=งดงาม , โอษฐ์=ปาก , มัทนา=นางในวรรณคดีที่ถูกสาปให้เป็นดอกกุหลาบ, กรรณ=ใบหู , ผกา=ดอกไม้ , ศอ=คอ , จุไร=ไรผม , สุวรรณ/หิรัณย์=ทองคำ , อาภรณ์/ภูษา=สิ่งทอ , เกศ=ผม , นาสา=จมูก , สิงขร=ยอดแหลม/ภูเขา , อรชร=งามอย่างนุ่มนวล, หัตถ์/กร=มือ , ไอยรา=ช้าง , ถัน=หน้าอก , บงกช=ดอกบัว , ดึงษา=เมืองสวรรค์(ดาวดึงส์) , พสุธา=แผ่นดิน ]

             

            วิฬาร์ชะงักไปเพียงชั่ววูบทว่ากลับรู้สึกเหมือนนานนับนาที

            ใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นคือหญิงสาวงามสะพรั่งผู้หนึ่งที่งามเสียจนวิฬาร์กล้าพูดว่า นี่เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่สวยที่สุดเท่าที่วิฬาร์เคยเห็นมาไม่กี่คนในชีวิตต่อให้จะรวมจากดาราจากในทีวีเข้าไปแล้วก็ตาม

            จิตใจของเขาพยายามจับจ้องทุกรายละเอียดของเส้นผมที่ปลิดปลิวยิ่งเมื่อต้องแสงอาทิตย์ยามเย็น เส้นผมก็ยิ่งทอสีทองนวลออกมาราวกับเป็นแหล่งกำเนิดแสงในตัวเองทุกองศา ทุกองคาพยพ ทำเอาวิฬาร์อยากหยุดเวลาเพื่อมองเธอไปชั่วนิรันดร์

            เส้นเกศาสีทองส่องปนน้ำตาลส่องประกายระยับขับเน้นผิวขาวผ่องจนราวกับเรืองแสงได้แต่เค้าโครงวงหน้ากลับส่อแววว่ามีเชื้อสายเอเชีย แฝงแววความอ่อนโยนอันงดงามออกมา

            ยิ่งบวกกับรูปร่างอันได้สัดส่วนภายใต้ชุดกระชับของสายยุทธเวทก็ยิ่งทำให้หัวใจเขาเต้นแรงจนลืมเลือนทุกสิ่งรอบตัว

            ก่อนที่จะได้สติกลับมาในเวลาชั่วครู่

            เขาสะบัดหัวลบความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวแล้วเสกหอกเวทน้ำแข็งขึ้นขัดขวางไม่ให้พวกหมาป่าทำร้ายเธอซ้ำได้

            “ผู้เล่นวิฬาร์พบหมาป่าหิมะเลเวล 50 จำนวน 4 ตัว”

            แทบไม่ต้องคิดพวกหมาป่าเมื่อเห็นว่าวิฬาร์ขัดขวางการหาอาหารของพวกมันก็พลันเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เขาทันที

            สัตว์อสูรเลเวลห้าสิบถึงสี่ตัวไม่ใช่อะไรที่จะสู้เล่นๆได้ วิฬาร์ไม่ออมมือ เร่งเร้าพลังธาตุเวทขึ้นมาจนร่างคุไอร้อนกรุ่นประทับหอกเพลิงลงที่อาวุธในมือ กางเขตแดนมืดเพื่อลดค่าสถานะพวกมันทันทีจากนั้นก็ประสานการใช้เวทมนตร์เข้ากับวิชาหอก ดวลหนึ่งต่อสี่อย่างดุเดือด

            เจ้าของวงหน้างามและเส้นผมสีทองตวัดสายตากลับมาหาผู้ที่ช่วยตนเอาไว้เดิมทีที่เห็นวิฬาร์ในชุดผู้เล่นเริ่มต้นเธอก็กังวลหนักว่าเขาคงจะช่วยอะไรได้ไม่มากทว่าภาพการต่อสู้อันหวือหวากลับทำเอาเธอตกตะลึงจนชะงักเท้า

            บอลเวทหอกเวท กำแพงเวท อาณาเขตเวท ระเบิดตูมตามขึ้นราวกับดอกไม้ไฟในคืนปีใหม่เหมือนว่านี่เป็นการต่อสู้ของคนครึ่งปาร์ตี้ ทั้งๆ ที่มาจากน้ำมือของคนคนเดียวเขาทำได้อย่างไรกัน

            สมองวิฬาร์ประมวลผลอย่างรวดเร็วราวเครื่องคอมพิวเตอร์สองขาขยับวุ่นวายทว่าลื่นไหลเพราะเวทลมที่เสริมเอาไว้สองแขนก็โคจรพลังเวทเพื่อหนุนเสริมกระบวนหอกตัวอาวุธที่เขาใช้เองก็ผนึกพลังเวทมนตร์จนคมกริบ เรียกเลือดจากหนังหนาๆของพวกหมาป่าได้ไม่น้อย ส่วนปากก็ขมุบขมิบร่ายเวทก่อกวนและเสริมการโจมตีไม่มีการเคลื่อนที่ไหนเลยที่สูญเปล่า

            เธอคนนั้นตะลึงเพียงชั่วครู่แต่ก็รับรู้สถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วเจ้าตัวจึงรีบส่งคำเชิญให้เข้าร่วมปาร์ตี้เพื่อร่วมกันสู้ทันที

            “ผู้เล่นฑิฆัมพรเชิญคุณเข้าร่วมปาร์ตี้”

            วิฬาร์แทบไม่ต้องคิดสถานการณ์ที่เขายื้อไว้นับว่าทำเพื่อถ่วงเวลาล้วนๆ ไม่คิดจะฆ่าพวกมันฮุบเอารางวัลอะไรจึงรีบตอบรับทันที

            ทว่าเมื่อเธอเข้ามาร่วมวงวิฬาร์ก็แทบร้องไห้

            สาวเจ้าตัดเข้ากลางจังหวะอย่างดิบเถื่อนตีรวนทั้งจังหวะของเขาและพวกหมาป่า ทำเอาทั้งสองฝ่ายหัวหมุนงุนงงไปตามๆ กันหนึ่งคนสี่หมากระโดดเหยงไปคนละทิศละทาง

            วิฬาร์เองถึงกับแทบจะล้มไปทับหมาป่าตัวที่อยู่ใกล้ๆเพราะต้องหลบการโจมตีของเธอ ก่อนจะรั้งตัวเองกลับมาทันในเสี้ยววินาทีสุดท้ายไม่งั้นคงมีคนได้เห็นภาพวิฬาร์กอดกับมอนสเตอร์แน่

            เขาเหลียวมองเธออย่างสับสนเล็กๆแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ทันสังเกต เขาจึงยังไม่ได้ว่าอะไรจากนั้นก็หันมาช่วยสู้ต่อในทันที