จวนสกุลฉีตั้งอยู่ในเมืองจี่หนาน เมืองเอกของรัฐฉี เป็จวนขนาดกลางโดยมีประมุขของบ้านคือฉีคุนอ๋อง แม้จะมีฉีคุนอ๋องเป็ประมุขบ้านแต่ไม่ได้หมายความว่าฉีคุนอ๋องจะอาศัยอยู่ในจวนหลังนี้ ด้วยฉีคุนอ๋องมีจวนอ๋องที่ฝ่าาประทานให้โดยเฉพาะตั้งอยู่ใกล้กัน โดยที่จวนทั้งสองหลังสามารถเดินไปมาหาสู่กันได้ในเวลาหนึ่งเค่อก็จะถึงหน้าประตูจวน และความเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งของจวนทั้งสองหลังคือต้นไม้หน้าจวนที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาและยังสามารถกินได้ เป็ต้นพุทราต้นหนึ่ง ว่ากันว่าฉีอ้ายอันโปรดปรานเป็พิเศษจึงปลูกไว้
ด้านหน้าจวนสกุลฉีจะมีตัวอักษรสีทองสลักอยู่บนแผ่นเงิน หน้าประตูมีวงเหล็กให้เคาะได้ อู๋เยี่ยนมาจวนสกุลฉีหลายหนแล้วจึงคุ้นเคยเป็อย่างดีทั้งกับพ่อบ้างโจวและคนเปิดประตู ต่างฝ่ายต่างคาราวะซึ่งกันและกันยามพบหน้า อู๋เยี่ยนโชว์ป้ายประจำตัวตามมารยาททั่วไปก่อนจะยื่นจดหมายให้พ่อบ้านโจว หมายว่าจะไม่เข้าไปข้างในดังเช่นทุกครั้ง ทว่าครั้งนี้พ่อบ้านโจวรั้งตัวไว้เสียก่อน
“รองเ้าสำนักอู๋ คุณหนูเล็กได้แจ้งเอาไว้ล่วงหน้าว่าหากท่านหรือคนจากสำนักคุ้มภัยมาเยือนให้มาพบคุณหนูโดยตรงได้เลย”
อู๋เยี่ยนคิดเล็กน้อยจึงเก็บจดหมายและพยักหน้า ส่งกระบี่ระทมทุกข์ให้เด็กรับใช้เอาไปเก็บไว้ก่อน พ่อบ้านโจวจึงเดินนำไปยังเรือนรับรองโดยที่อู๋เยี่ยนไม่ต้องกล่าวอะไรสักคำ กระทั่งเดินตัดสวนที่ขาวโพลนมายังทางเดินระเบียงสู่โถงรับรอง ด้านซ้ายที่เป็สวนเช่นกัน ก็เห็นสตรีนางหนึ่งสวมชุดกันหนาวสีแดงยาวระพื้น ขนอ่อนนุ่มสีขาวปกคลุมลำคออ่อนบาง เป็ฉีอ้ายอันที่นั่งอยู่บนรถเข็นและมีผ้าห่มชั้นดีที่ได้รับพระราชทานจากฮองเฮาคลุมหน้าตัก โดยมีฉีคุนอ๋องในชุดสีดำทั้งตัวยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ในมือถือร่มกระดาษสีนวลมีลายดอกสีชมพูแต่งแต้มพองาม ร่างกายสูงตระหง่านของฉีคุนอ๋องมีเกล็ดหิมะปกคลุมในขณะที่ฉีอ้ายอันไม่ได้รับแม้แต่เกล็ดหิมะสักเกล็ดเดียว อู๋เยี่ยนหยุดเท้าไม่กล้าเดินเข้าไปมากกว่านี้ ทั้งยังก้มหน้าเล็กน้อยไม่อาจเสียมารยาทต่อทั้งฉีคุนอ๋องและฉีอ้ายอัน เป็พ่อบ้านโจวที่เดินเข้าไปเรียนด้วยตนเอง
“รองเ้าสำนักอู๋โปรดรอสักครู่”
อู๋เยี่ยน “...”
“ฉีอ๋อง คุณหนูเล็ก เรียนท่านทั้งสอง รองเ้าสำนักอู๋มีจดหมายถึงคุณหนูขอรับ คาดว่าจะเป็จดหมายจากเ้าสำนักกู้” พ่อบ้านโจวเอ่ยก่อนจะพยักหน้าไปทางด้านอู๋เยี่ยนที่ยืนประสานมือคาราวะ นิ่ง เงียบ มีเพียงสายลมเท่านั้นที่ส่งเสียงอยู่ในขณะนี้
“พ่อบ้านโจว เ้านำรองเ้าสำนักอู๋ไปที่ห้องโถงแล้วต้อนรับอย่าให้ขาดเหลือ มู่หรง มู่ฮวา พวกเ้าพาคุณหนูเล็กไปพักก่อน พี่จะรับจดหมายแทนเ้าเอง ไปรอพี่ที่ห้องนะ” ฉีคุนอ๋องส่งร่มกระดาษต่อให้บ่าวรับใช้ของอ้ายอัน พลางเข็นออกมาจากสวนด้วยตัวเอง
“พี่ใหญ่ น้องอยากจะขอพบรองเ้าสำนักอู๋เองได้หรือไม่เ้าค่ะ” น้ำเสียงใสกระจ่างดุจระฆังกังวานทั้งยังให้ความรู้สึกบอบบางและน่าฟังไปในเวลาเดียวกัน
“ฟังพี่ ไปรออยู่ในห้อง” แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนดุจเดิมแต่ก็ยังแฝงเร้นไปด้วยคำสั่งและคำประกาศิตที่แสดงว่าไม่อาจจะต่อรองได้แล้ว ฉีคุนอ๋องพยักหน้าให้บ่าวรับใช้พาอ้ายอันเข้าไปในห้อง ทว่ามือเล็กเอื้อมมากุมมือใหญ่ไว้แน่นเสียก่อน
“น้องทราบแล้ว ถ้าเช่นนั้นรบกวนพี่ใหญ่ฝากถามให้น้องเื่อาการของคุณชายกู้ด้วย น้องเป็ห่วง...” ท้ายประโยคเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงหาและสั่นเครือ หากเป็ไปได้ฉีอ้ายอันคงอยากจะไปพบกู้เลี่ยงรุ่ยด้วยตัวเองมากกว่า กระนั้นการจะทำเช่นนั้นล้วนไม่เหมาะสมด้วยฐานะและความต่างเื่ชายหญิงไม่ควรพบหน้า ครานั้นที่ฝ่าฝืนคำสั่งของฉีคุนอ๋อง ภายหลังฉีอ้ายอันโดนกักบริเวณหนึ่งปีไม่ได้พบกู้เลี่ยงรุ่ยตลอดเวลานั้น
ฉีคุนอ๋องไม่กล่าวอะไรอีก เขายืนส่งน้องสาวจนลับสายตา ก่อนจะเดินหายไปจากอีกทางหนึ่งโดยไม่แสดงอารมณ์อื่นใดอีก กระทั่งยามเดินผ่านระเบียงไปก็หยุดเท้าลง เหมือนมองเกล็ดหิมะโปรยปรายลงจนพอใจแล้วจึงเดินต่อ
ส่วนอู๋เยี่ยนเดินตามเด็กรับใช้เดินไปยังห้องโถงซึ่งแยกกันกับเส้นทางของฉีอ้ายอัน เอาจริงๆใบหน้าของฉีอ้ายอันเป็เช่นไรนั้นอู๋เยี่ยนไม่เคยพบ ตอนที่นางดันด้นขึ้นเขามาช่วยกู้เลี่ยงรุ่ยก็ไม่ได้อยู่ ภายหลังทุกครั้งที่มาส่งข่าวก็มักจะมีฉีคุนอ๋องอยู่ด้วยตลอด คนผู้นี้ไม่เคยให้ผู้ใดพบเห็นน้องสาวได้ง่ายๆคนทั้งเมืองที่เคยใบหน้าฉีอ้ายอันจึงนับนิ้วได้ ซึ่งที่เป็เช่นนี้เพราะรูปโฉมของฉีอ้ายอัน หากใครเคยพบฉีคุนอ๋องก็ต้องสามารถเดารูปโฉมของฉีอ้ายอันได้แล้วสักสี่ห้าส่วนด้วยมีบิดาร่วมกัน ฉีคุนอ๋องที่มีรูปโฉมโดดเด่นไหนเลยจะมีน้องสาวอัปลักษณ์ไปได้
มีข่าวลือด้วยซ้ำว่ารูปโฉมของฉีอ้ายอันนั้นเป็หนึ่งในใต้หล้า เป็สาวงามที่ล่มเมืองได้อย่างแท้จริง กระนั้นเื่นี้อู๋เยี่ยนก็ไม่ใคร่สนใจอยู่แล้ว
คอยไม่นานนักฉีคุนอ๋องในชุดลำลองใหม่แต่ยังสีดำเช่นเดิมก็เดินเข้ามาภายในโถงรับรอง ใบหน้าไม่แสดงคลื่นอารมณ์ หลังทรุดตัวนั่งยังตำแหน่งที่จัดของวางเป็ขนมและน้ำชาไว้ก็ไม่แตะต้องและไม่กล่าวอะไร อู๋เยี่ยนเองก็มีอาการเช่นเดียวกัน ไม่ได้สนใจของว่างหรือชา ทั้งยังอาจเรียกได้ว่ามีอาการนิ่งเรียบเช่นเดียวกัน ภายในห้องไม่มีผู้ใดพูด ต่างนิ่งเงียบอยู่ในอาการสงบ จนกระทั่งผ่านไปหนึ่งเค่อ ฉีคุนอ๋องก็ขยับมือไล่เด็กรับใช้ออกไปให้หมด แม้กระทั่งพ่อบ้านโจวก็ด้วย การกระทำเช่นนี้เหมือนเป็การส่งสัญญาณแล้วว่า พูดธุระของเ้ามา
อู๋เยี่ยนประสานมือคาราวะก่อนจะเดินขึ้นหน้าไปวางจดหมายลงตรงหน้าฉีคุนอ๋องและถอยหลังกลับมาสองก้าว
ฉีคุนอ๋องไม่แม้แต่จะชายตามองจดหมายด้วยซ้ำ ร่างนั้นหันไปหยิบม้วนหนังสือร้องเรียนมาอ่านแทน ทั้งยังพูดขึ้นมาอย่างเรียบเฉย “เ้ากลับไปได้แล้ว”
ทว่าคราวนี้อู๋เยี่ยนยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ประสานมือคาราวะแล้วนั่งลงยังที่นั่งเบาะนุ่ม มองตรงไปยังฉีคุนอ๋องด้วยสายตาเปี่ยมคำถาม และสับสนว่าจะเอ่ยดีหรือไม่ สุดท้ายจึงตัดใจมิถาม
"เ้ายังมีเื่?"ถึงกระนั้นก็ไม่เงยหน้าขึ้นมามองอีกแล้ว ราวกับว่าม้วนหนังสือในมือคือสิ่งน่าอัศจรรย์ที่ไม่อาจละสายตา การกระทำเช่นนี้นับว่าเสียมารยาททั้งยังเป็การไม่ให้เกียรติอู๋เยี่ยนและสำนักคุ้มภัยสกุลกู้ก็ตามแต่
"..."อู๋เยี่ยนใช้นิ้วจุ่มลงไปในน้ำชา กวาดของบนโต๊ะไปอยู่ข้างๆก่อนจะเขียนอักษรสี่ตัวบนโต๊ะ หลังจากนั้นก็ประสานมือคาราวะแล้วจากไป
ฉีคุนอ๋องวางม้วนหนังสือในมือลง ขยับปลายดรรชนีเพียงเล็กน้อยโต๊ะก็ลอยละลิ่วมาอยู่ด้านข้าง ข้าวของก็มิได้ตกหล่นหรือเคลื่อนที่ไปจากเดิมแม้เพียงนิด ตะเกียงที่จุดไว้ในห้องเพียงสั้นไหวตามแรงลมทีเกิดจากพลังปราณที่อวลอยู่ภายในห้อง ฉีอ๋องปรายตามองโต๊ะทีหนึ่ง
'รักษาตัวด้วย'
หลังอ่านจบ ฉีอ๋องวาดมือผ่านโต๊ะทีหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ร่องรอยทุกอย่างก็เลือนหายไปในพริบตา ั์ตาสีอ่อนเหลือบเทาทิ้งสายตาไว้บนจดหมายนานแสนนาน ก่อนจะเก็บใส่ไว้ด้านในอกเสื้อ เดินออกไปจากห้องโถง หยุดลงตรงหน้าประตูห้องอ้ายอัน ยามนั้นมืดสนิทแล้ว ตามทางเดินมีตะเกียงจุดไว้เป็พักๆ บ่าวรับใช้ยอบกายคาราวะพร้อมเปิดประตูให้ กระนั้นฉีคุนอ๋องก็ยังคอยอยู่ด้านนอกก่อน
"อันเอ๋อร์ พี่เอง เข้าไปได้หรือไม่"
"พี่ใหญ่ น้องรอท่านอยู่ เข้ามาเลยเ้าค่ะ"เป็ดังที่พูด ฉีอ้ายอันยังสวมชุดเตรียมพร้อมรับแขก ทั้งที่ยามปกติควรสวมชุดนอนแล้ว ฉีอ๋องเดินตัดเข้าไปยังด้านใน ผ่านม่านลูกปัดมาถึงตั่งเตียงของฉีอ้ายอัน อีกฝ่ายขยับรถเข็นไม้ห่างเตาอบอุ่นมาหาอย่างกระตือรือร้น "พี่ใหญ่"
ฉีอ๋องหยิบจดหมายมาส่งให้"นี่ให้เ้า"
"ขอบคุณพี่ใหญ่เ้าค่ะ น้องขออนุญาตอ่านสักครู่"
"เ้าไม่ต้องรีบ ค่อยๆอ่าน พี่ต้องเข้าเฝ้าองค์รัชทายาทแต่เช้า คงต้องกลับก่อน"
"น้องจะไปส่ง..."ฉีอ๋องพูดขึ้นก่อน
"มิต้อง ข้างนอกอากาศเย็น เ้าอยู่ในห้องดีแล้ว คืนนี้หลังอ่านจดหมายจบ เ้าคงอยากเขียนตอบกลับเ้าสำนักกู้ เ้าก็จะได้เขียนเลย ไม่เบียดเวลาเ้าพักผ่อน พรุ่งนี้เ้าให้คนนำมาให้พี่ที่จวน พี่จะไปส่งให้ถึงมือเ้าสำนักกู้เอง"
"รบกวนพี่ใหญ่แล้ว"ฉีอ้ายอันยิ้มหวาน มือกุมจดหมายไว้อย่างถนุถนอม
"เื่เล็กน้อย พี่ไปก่อน วันหลังจะมาหาเ้าใหม่"ฉีอ๋องวางมือลงบนศีรษะนุ่มมือเบาๆั์ดวงตาสีอ่อนเจือความอบอุ่น
"พี่ใหญ่กลับดีๆนะเ้าค่ะ"ฉีอ๋องยิ้มเล็กน้อย สั่งให้พ่อบ้านโจวเพิ่มเตาในห้องของอ้ายอันเนื่องจากยังรู้สึกว่าหนาวกว่าที่ควรจะเป็ ทั้งยังกำชับบ่าวรับใช้และตรวจสอบความปลอดภัยทุกอย่าง เมื่อแน่ใจจึงจากมา
ร่างสูงเดินออกมาจากประตูจวนแล้วเดินต่อไปยังทางเส้นนั้นอย่างไม่รีบร้อน ผ่านต้นพุทราที่ขาวโพลนไร้ใบ ก่อนจะเดินห่างออกมามากพอสมควรแล้ว ร่างที่ตั้งสูงตระหง่านเอนพิงกับกำแพงแล้ว กระอักโลหิตออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่นานก็มีเงาของคนสองคนเคลื่อนกายมาจากความมืด ทั้งเงียบและรวดเร็ว จื่อหย่งย่อตัวยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ ฟ่านเฉินเตรียมเข้าไปประคอง แต่ฉีอ๋องยกมือห้าม
"ข้าไม่เป็ไร"
ฟ่านเฉิน"ท่านอ๋อง ข้าจะไปเชิญท่านหมอมา"
"มิต้อง อาการของข้าข้ารู้ดี"กระนั้นคำพูดที่เอ่ยออกมาก็ดูทรมานยิ่ง
"ท่านอ๋อง ท่านควรจะบอกคุณหนูไม่ก็คนผู้นั้นเื่ที่ท่าน..."
ฉีอ๋องปลายตามอง จื่อหย่งหุบปากฉับไม่กล้าพูดต่อ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่สายตาดุ"เื่นี้ห้ามให้ผู้ใดรู้เด็ดขาด มิเช่นนั้นข้าจะไม่เอาไว้ ต่อให้เป็เ้าสองคน"
หลังเช็ดโลหิตที่เปรอะเปื้อนออกก็สูดหายใจลึกๆแล้วเดินต่อไป โดยมีคนสองคนเดินตามอยู่ด้านหลัง ด้วยอาการหดหู่เมื่อทำอะไรไม่ได้เลย ไม่มีใครรู้ว่าอาการท่านอ๋องเป็เช่นไรบ้าง คนที่ติดตามท่านอ๋องมานานอย่างพวกตนรู้ดีว่าต่อให้เจ็บเจียนตายท่านอ๋องก็ไม่มีทางพูดออกมา ทั้งยังจะไม่บอกผู้ใดเด็ดขาด มีเพียงหยาดเหงื่อที่โผล่ออกมาจากขมับและฝ่ามือที่กำเข้าหากันจนเส้นเืนูนเท่านั้นที่บ่งบอกว่าตอนนี้ร่างกายของท่านอ๋องกำลังทรมานและเ็ปแค่ไหน
ทว่าไม่มีผู้ใดรู้เลย...