Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามตะวันจันทรา:ศึกวิหารแห่งแสงศรัทธา

            สิ่งปลูกสร้างรูปทรงสถาปัตยกรรมแบบกรีกโบราณผสมผสานความเป็นจีนย้อนยุคขนาดใหญ่โตมโหราฬจนไม่น่าเชื่อว่านี่คือวิหาร   เพราะมันตั้งอยู่บนพื้นที่อดีตเมืองอาคมทั้งหมด   ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าภายในวิหารแห่งแสงศรัทธานี้มีอะไรสำคัญหรือไม่    เหตุใดถึงให้ความสำคัญมากนัก  ทว่าไม่มีเวลาให้คิด    หรือให้ถูกคือความคิดข้อสงสัยไม่ใช่หน้าที่ของเธอหากแต่เป็นพี่ศิของเธอตางหาก     สิ่งที่ต้องทำตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวสังหารสุริยะเทพหรือไม่ก็อินาริ   

            ไม่ต้องคิดให้มากความ    เธอเลือกที่จะสังหารอินาริเพราะความไม่พอใจส่วนตัว   และจากข้อมูลที่ได้รับมาอินาริอยู่ที่นี่แน่นอน  แม้จะสงสัยและประหลาดใจว่าในเวลาสงครามเธอมาทำอะไรในที่แบบนี้

            ทั่วทางเดินแยบยลซับซ้อนดุจเขาวงกต  เหล่าอาชญากรมากมายกำลังวิ่งสุดชีวิตเพื่อตามหาเป้าหมาย   ทว่าพวกเขาก็ต้องพบกับ  อัสนีเทพขวางทางอยู่เบื้องหน้าพร้อมด้วยผู้เล่นจำนวนนับไม่ถ้วน         อีกด้านหนึ่งนำโดยแปดมงกุฎกำลังพบเจอกับอัคคีเทพและผู้เล่นอีกนับแสนแน่นทางเดิน    โดยที่ไม่กลัวเลยว่าใกล้ชิดแบบนี้จะติดโควิดสิบเก้า

            กองกำลังอาชญากรอีกสี่แสนคนรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน    โดยการจัดกระบวนทับอยู่รอบวิหารพร้อมใช้สกิลซ่อนจิตลบการมีตัวตน   และตามด้วยเวทมนต์สายมายาสร้างภาพให้วิหารแห่งแสงศรัทธาพังพินาศ    ทั้งหมดถูกสั่งการโดยไอซ์หญิงสาวที่เป็นสายลับให้ศิลามาตลอด   มีวารินและอายคอยช่วย   เมตตาและมุทิตา  หน่วยรอบสังหารอิสระคอยดักประจำตำแหน่งในป่า

            “แปลก?...”  ไอซ์เปรยออกมาขณะที่ยืนสงบนิ่งสายตาจับจ้องแต่เบื้องหน้า  

            หากพวกมันไม่ติดกับดักสิ่งที่ต้องทำมีเพียงอย่างเดียวคือสังหาร   

            “แปลกอะไรค่ะ?   อะไรที่ว่าแปลก?”  วารินสงสัยจู่ๆไอซ์ก็พูดขึ้นอย่างไม่มีวี่แวว

            “จันทราเทพน่ะซิ  รู้ได้ยังไงว่าอินาริอยู่ที่นี่  และรู้ได้ยังไงว่าพวกสมาพันธุ์ฮีโร่กำลังบุกมา   หากเป็นเมื่อก่อนยังพอเข้าใจได้เพราะมีเราคอยส่งข่าวให้   แต่ว่าตอนนี้ไม่มีแล้วแท้ๆ”

            “หรือว่าจะมีสปายของพี่ศิลาแฝงตัวอยู่ในสมาพันธุ์ฮีโร่อีก  แต่ว่าพวกเราไม่รู้”  วารินวิเคราะห์

            “ไม่รู้ซิ  ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็เหมือนว่าศิลาเองก็ไม่ไว้ใจพวกเรา  จึงต้องส่งสายลับเข้าไปอีกโดยไม่บอกพวกเรา”  ไอซ์เสียงหม่นจนผู้ฟังสัมผัสได้ถึงความสลดตัดพ้อ  ที่ทำมาทั้งหมดเพื่อให้ได้รับการไว้วางใจและอยากให้เขายอมรับในตัวเธอเพียงเท่านั้น   เท่านั้นจริงๆ   เพราะทุกอย่างจะสานสัมพันธุ์ได้ต้องเริ่มจากยอมรับซึ่งกันและกัน

            “สู้ๆค่ะพี่   อายเป็นกำลังใจให้   หนูเองก็อยากให้พี่ศิลามาเป็นพี่ชาย   พี่ศิลาเหมาะกับพี่ไอซ์ที่สุดแล้ว”  น้องสนับสนุนพี่สาวเต็มที่   ไม่รู้เลยว่าหากจันทราเทพได้ยินเข้าหัวพวกเธอจะขาด

            เส้นทางหนึ่งภายในวิหารแห่งแสงศรัทธา     กองทัพจอมเวทมนต์และนักรบ   คุมกำลังพลโดยสองขุนพลเคียงตะวัน  ชายหนุ่มนักเวทย์ดาบในชุดซามูไรญี่ปุ่นสีน้ำตาลแดงใบหน้าคม  หล่อเหล่าไม่น้อย   ยืนตระหง่าด้านหน้าสุดของกระบวนทัพชื่อว่าเคียวเม   ใจกลางกองทัพเห็นชายหนุ่มในชุดผ้าแพรสีแดงเลือดแบบจอมเวทย์  แววตาสงบนิ่ง  ใบหน้าคมเข้มราวกับคมมีดหนึ่ง   เขามีชื่อว่าซีโร่   ทั้งสองคือขุนพลองครักษ์อินาริ

            ฟ้าคราม  สัมพาที  และสดายุ  วิ่งทะยานพุ่งพรวดดุจเงาร้ายไปตามเส้นทาง   เธอคาดว่าอินาริน่าจะอยู่ชั้นใต้ดินสุดของวิหาร   

            “ภุชจัง  ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง”  ฟ้าครามถามนาคสาวผ่านจิต     ภุชคินทร์และซุนหงอคงรับหน้าที่ขัดตาทัพกองกำลังวานร  ไม่ให้เข้ามาใกล้วิหารแห่งนี้ได้    

            ดูจากกำลังแล้วพวกซุนหงอคงไม่มีทางชนะพาลีได้เลย  แต่ทว่าเป้าหมายแท้จริงคือการถ่วงเวลา

            “นายหญิง    ด้านนี้ยังสงบดี   พวกข้าซุมกำลังสังเกตตามพุ้มไม้และซอกหิน  ไม่พบสิ่งผิดปกติ”     เหล่าอาชญากรหนึ่งหมื่นคนพร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงในยุคโบราณ   ซ่อนตัวทุกระแหงเต็มผืนป่าหน้าเมืองอาคมเก่า  

            “และทางทะเลล่ะ”  ฟ้าครามนึกขึ้นได้ว่าที่บริเวณนั้นมีชายหาด

            “หงอคงใช้ฌาณสัมผัสตรวจสอบ  แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ”

            กองกำลังวานร   พวกมันหายไปไหน?..   หวังว่าคงไม่ดำดินมาหรอกนะ   “ภุชจัง   ให้หงอคงลงไปสำรวจใต้ดินทุกส่วนของเมืองสุริยันที   ฟ้าคิดว่าพวกวานรใช้วิธีดำดิน”

            บนฟ้าไม่มี  ในน้ำไม่พบ  บนดินไม่เห็น  อย่างเดียวที่คิดได้คือใต้ดิน    ฟ้าครามจัดว่ารอบครอบมาก   ทั้งที่นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกกับสั่งการกองกำลังอาชญากรแบบเต็มรูปแบบของเธอด้วยตัวคนเดียว   ไร้ซึ่งศิลา   ทว่าเธอก็ยังทำออกมาได้ดีไม่ขาดตก

            “นายหญิงคิดว่า   พวกวานรใช้พลังธาตุดินสร้างทางเดินเข้ามาประชิดกองกำลังของเรางั้นซินะคะ”

            “น่าจะ   ความเป็นไปได้มากถึง 80%  ฟ้าไม่อยากเสี่ยง   ยังไงคอยสั่งให้จอมเวทต์ตรวจจับสิ่งผิดปกติใต้ดินไว้ด้วย”

            “ทราบแล้วค่ะ   เดี๋ยวข้าจะบอกหงอคงให้”

            ฉู......        สดายุร้องหึกเหิมเมื่อเห็นกองทัพจอมเวทย์นำโดยสองขุนพลเคียงตะวันตั้งทัพขว้างทางอยู่

            “ระวัง!!...     พวกมันมาแล้ว    แม้พวกมันจะมีแค่สาม   แต่ก็อย่าได้ประมาท   ไอ้พวกนี้มันเจนจัดกันทั้งนั้น”   ซีโร่เตือนเสียงเข้มขรึม    

            ระยะห่างของสองฝ่ายย่นเหลือสิบเมตร  และย่นลงด้วยความรวดเร็ว          เสียงบทสวดเวทมนต์ดังกระหึ่ม   จนอากาศสั่นไหว   แสดงถึงความหนักหน่วงของเสียงที่เปล่งออก        

            ไม่ได้ซิ   ตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าอนันตกาลแห่งสูญของพี่ศิมาตกอยู่ที่เรา    ขืนใช้ออกไปตอนนี้บางทีอาจจะกำลังถูกจับตาดูอยู่ก็ได้    เพราะงั้นควรเก็บไว้เป็นไม้เด็ด

            รอยยิ้มหวนลำลึกอ่อนหวานปรากฎขึ้นบนใบหน้าฟ้าคราม                 ‘รู้สึกว่าจะติดนิสัยของพี่ศิมาเต็มๆเลยแหะ’  รอยหวนลำลึกเปลี่ยนเป็นเหี้ยมเกรียมจนผู้จ้องมองสะท้านตัวชา

            ซีโร่ตวัดไม้คฑาเวทมนต์ในมือ  สั่งการดังลั่น  “จัดกระบวนทัพ  ดาราห้าแฉก”    เหล่าจอมเวทย์ระดับสูงกระจายตัวออกรวดเร็วประจำตำแหน่ง     

            ฟ้าครามไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อเห็นกระบวนทัพนี้

            “รูปแบบกระบวนทัพของพวกมัน   เป็นแบบเดียวกับของจอมเวทย์พวกเรานี่ครับ”  สัมพาทีกล่าวขึ้น    ไม่ผิด   ดาราห้าแฉกเป็นกระบวนทัพที่ใช้ตามกองกำลังอาชญากร    ศิลาเป็นผู้คิดกระบวนทัพรูปดาวห้าแฉกขึ้นมาและทุกคนได้เห็นในการถ่ายทอดสดจึงมีการนำไปใช้ตามอย่างแพร่หลาย

            วงเวทย์หลากสีปรากฎขึ้นเต็มทางเดิน     เหล่าจอมเวทย์ระดับสูงตั้งสมาธิกับการร่ายคาถา   มีคนคอยคุ้มกันคือผู้เล่นสายนักรบและนักเวทย์ดาบ   เวทมนต์พร้อมเตรียมยิงทุกขณะจิตหากทั้งสามเข้ามาในระยะสำแดงเดช

            วิ้ง...วิ้ง...วิ้ง...          วงเวทมนต์สีขาวนวลแตกระเบิดออกกลายเป็นสะเกล็ดดาว   ลอยปกคลุมทั่วในอากาศ   ทว่าที่แปลกคือมันไม่ทำอันตรายแก่ศัตรู    

            ฟ้าครามหรี่ตามองสะเกล็ดดาวชั่วครู่   เสี้ยววินาที   รวมถึงสัมพาทีสดายุเปลี่ยนท่าร่างกระทันหันกระโดดถอยกรูดทิ้งระยะห่างออกมา

            “เวทมนต์ตรวจจับสามชั้นฟ้า?   ไม่แค่นั้น   ยังมีเวทมนต์กับดักแอบแฝงอยู่ด้วย”  เจ้าหล่อนประเมินสถานการณ์ตรงหน้า   

            “ถือว่าใช้ได้”  สัมพาทียิ้มถูกใจ  “ดูท่าคนพวกนี้คงจะพอมีกึ๋นอยู่บ้าง”

            เพียงแค่เปิดฉากสัมพาทีรู้ได้ทันทีว่าจอมเวทย์พวกนี้ต่างจากที่เคยเจอมา   เพราะมีวิธีการสู้คล้ายกับจอมเวทย์ของอาชญากรมาก  นั่นคือใช้เวทมนต์ตรวจจับออกมาก่อนเพื่อค้นหาศัตรู   และแอบวางเวทย์กับดักเอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเข้าประชิดตัวได้ง่าย   อย่างที่ทราบ   จอมเวทย์ไม่มีท่าร่างที่รวดเร็วดุจภูติพราย   หากถูกประชิดตัวได้ถือว่าแพ้ทันที    และการจะรับมือกับสามสิ่งมีชีวิตที่แสนจะรวดเร็ว    พวกเขาใช้เวทมนต์ตรวจจับออกมาก่อนถือว่าถูกต้องที่สุด

            เสียงบทสวดดังกระหึ่มอีกครั้ง   วงเวทมนต์สีเขียวอ่อนแตกระเบิดกลายเป็นละอองแสงซึมหายเข้าร่างทหารทุกคนในกองทัพ    

            “เอาล่ะ    เตรียมพร้อมแล้ว”  เคียวเมยิ้มย่อง   แววตาอาบความมั่นใจ   ปีกสายลมสีเขียวปรากฎด้านหลังของทุกคนสร้างความประหลาดใจให้ฟ้าครามไม่น้อย

            “เท่านี้ข้อกำจัดเรื่องท่าร่างของจอมเวทย์ก็หมดไปถ้ามีปีกวาโย”  ซีโร่กล่าวพร้อมจอมเวทย์ลอยสูง   ปีกวาโยเป็นเวทย์สายลมที่จะช่วยให้ผู้ได้รับบัพลอยในอากาศได้ตามใจนึก      

            ฟ้าครามเครียดเล็กน้อย      เธอรู้ดีถึงความแข็งแกร่งในกระบวนทัพนี้   เพราะจะทำให้จอมเวทย์สามารถยิงพลังเวทมนต์ออกมาได้ต่อเนื่องโดยไม่ขาดช่วง    เจ้าหล่อนสบตากับลูกชายตัวน้อย       สดายุพยักหน้ารับ

            สามร่างที่เคยยืนตรงหน้าหายไปในอากาศราวกับไม่เคยมี    

            “เคียวเมระวัง!!..    พวกมันกำลังจะบุกทะลวงเข้ามาแล้ว”  ซีโร่ตะโกนสั่งเพื่อน   พร้อมเพ่งสมาธิตรวจจับ       เวทมนต์ตรวจจับของพวกเขาสัมผัสไม่ได้ถึงการคงอยู่ของศัตรูเลยแม้แต่น้อย    เล่นเอาพวกเขางงเป็นไก่ตาแตก    

            มันหายไปไหน?...     เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะหลบหายไปในเวทย์ตรวจจับสามชั้นฟ้า        

            เงาอรชรดุจผีร้ายปรากฎตัวทะลุมิติออกมาอย่างกระทันหันบริเวณด้านใบหน้าขวาของซีโร่    ดาบสะบั่นเมลัยง้างสุดหล้ากำลังจะฟันสะบั่นคอจอมเวทย์หนุ่ม      ซีโร่ตัวชาสะท้านวูบ   ความรู้สึกหลุดลอยไปไกลลิบโลก   ราวกับถูกเวทมนต์อะไรมัดตรึงร่าง   คล้ายกับเวลาในโลกของเขาหยุดนิ่ง   พยายามข่มกลั้นอารมณ์ไม่ให้หลงใหลกับดวงตางามคู่นั้น    ทว่าความเป็นชายและกิเลศอยู่เหนือเหตุผลทั้งหมดเขายอมจะละทิ้งหน้าที่ขอแค่ได้มองตาของจันทราเทพคนงามอีกสักเสี้ยววิก็ยังดี

            “เฮ่ยยยย...ซีโร่!!...”  เคียวเมร้องเสียงหลงชั่วพริบตาคมดาบฟันทะลุมิติเข้าแสกหน้า           เคียวเมรีบยกดาบในมือผนึกพลังขึ้นต้านรับเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นคลื่นลมแตกกระจาย    ชายหนุ่มกระเด็นลิ่ว

            ท่านซีโร่.....!!     จอมเวทย์คนหนึ่งพุ้งทะยานด้วยปีกวาโยเอาตัวเข้าขวางคมดาบของฟ้าคราม   

            ฉัวะ!..    เสียงกระชากเนื้อดังขึ้น   ร่างชายหนุ่มใจกล้าขาดเป็นสองท่อนก่อนจะตกลงพื้น    

            “ธะ...เธอ”  ซีโร่ยกมือเรียกฟ้าครามกำลังหายไปในเงามืด    ทว่าเจ้าหล่อนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย     ต่างกลับชายหนุ่มกำลังตกอยู่ในอาการเคลิ้มฝัน

            เวทมนต์ที่หน่วงเอาไว้พลั้งพลูกระหน่ำยิงใส่ฟ้าครามราวห่าฝนเป็นจังหว่ะเดียวกับที่เจ้าหล่อนหายกลับเข้าในเงา

            “เฮ่ยซีโร่    เป็นอะไรของเองวะ”  เคียวเมพยายามเรียกสติเพื่อน

            ซีโร่หันมายิ้มหวานให้ผู้ถาม   “ฉันรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจทันทีที่ได้เห็นดวงตาหวานระยับคู่นั้นกับใบหน้าแสนงามของเธอ    เคียวเม   ฉันว่าฉันเจอคนที่พรหมลิขิตและล่ะ”

            โอ๊ยยย...พ่อคุณเอ้ย   อยากจะเพ่งกระบานมันสักที    เขารู้กันทั่วหล้าว่าแม่นั่นเป็นหญิงของใคร    

            “เอ่อ...    ถ้าชนะสงครามนี้เธอต้องสนใจนายแน่”  เคียวเมหลอกล่อ

            ฮึ..  “จริงซิ   หากชนะศึกนี้  เท่ากับชนะใจเธอ”  ซีโร่หึกเหิมอย่างหน้าประหลาด   ออร่าพลังเวทมนต์มหาศาลพวยพุ้งออกมาจากร่าง

            เปรี้ยง!...    เท้าขวาสัมพาทีเตะเข้ากลางลำตัวเคียวเมอย่างจัง    ชายหนุ่มลอยลิ่วไปไกลลิบๆพร้อมกระอักเลือดออกมาตามทาง     ร่ำไห้ฟันผ่าอากาศส่งคลื่นพลังโจมตีซ้ำติดตามไป    

            ดวงดาวเคลื่อนไหวอีกครั้ง    จอมเวทย์ที่ยิงพลังใส่ฟ้าครามไปแล้วถอยร่นกลับมาอยู่ในแนวหลัง    ปล่อยให้จอมเวทย์ชุดใหม่ขึ้นมาแทน   ในขณะที่กำลังจะโจมตีสัมพาทีจอมเวทย์ต้องชะงักแตกกระเจิงเป็นผึ้งแตกรัง    เด็กที่ไหนไม่รู้มายืนร่วมกระบวนทัพด้วย  ทำให้กระบวนทัพรวนเลปั่นป่วนไปหมด

            “ระวัง!!..   ไอ้เจ้าเด็กนั่นคือสดายุ”  ซีโร่เตือนทว่าสายเกินไป

            ฉู่....วี่....   สดายุร้องลั่นชูสองมือขึ้นเพลิงสีรุ้งแผ่กระจายออกทั่วทิศทางเผาทุกคนในบริเวณที่หลบไม่พ้นให้ตกตาย

            แกกกกกกก......แก!!       ซีโร่คำรามลั่นฟันกัดแน่น      คฑาสะบัดวูบวาบก่อเกิดวงเวทย์เจ็ดสีตามแต่ละธาตุ   เตรียมยิงมหาเวทย์ปลิดชีพสดายุ