ตอนที่ 10 หนิงซื่อไม่สบาย (1)
“ไม่เลว” กู้อวิ๋นหวงเอ่ยอย่างคลุมเครือ
นางทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง แต่ชาติที่แล้วนางกลับไม่รู้เื่อะไรสักอย่าง ไม่แปลกหรอกที่จะพลาดท่าเสียที
เมื่อได้รับคำชม ใบหน้าของเจียงเย่ว์เหยาก็เปี่ยมไปด้วยความยินดี หลังมื้ออาหารนางจึงรีบวิ่งด้วยความดีใจกลับห้องหลิงเสวี่ย ก่อนจะหยิบถุงเครื่องหอมสองถุงกลับมาส่งมอบตรงหน้ากู้อวิ๋นหวงราวกับสมบัติล้ำค่า “ของสิ่งนี้บ่าวได้ปักไว้ก่อนมาเมืองหลวง ด้านในห่อเป็กลีบดอกไม้ที่ทำให้สงบผ่อนคลายจำนวนหนึ่ง หากคุณหนูไม่รังเกียจ บ่าวก็อยากมอบให้คุณหนูและพี่ชิงอวี้ไว้คนละหนึ่งถุงเ้าค่ะ”
ชิงอวี้ชงชาให้กู้อวิ๋นหวงกลับมา จึงรับถุงเครื่องหอมมาจากมือของนาง ถุงเครื่องหอมทั้งสองปักลายดอกบัวและต้นไผ่ ถุงหนึ่งหอมฟุ้งจรุงใจ อีกถุงหอมสะอาด แต่ไม่ว่าจะหอมฟุ้งหรือหอมสะอาด ก็ล้วนมีกลิ่นที่ทำให้รู้สึกสดชื่นผ่อนคลาย
“คุณหนูชอบอันไหนเ้าคะ” ชิงอวี้ยกถุงเครื่องหอมที่ผูกเป็เงื่อนหรูอี้ขึ้นมาอย่างปิดบังความชอบใจไว้ไม่ได้ แล้วให้กู้อวิ๋นหวงเลือกก่อน
กู้อวิ๋นหวงพินิจอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเลือกถุงเครื่องหอมที่ปักลายต้นไผ่เขียว ชิงอวี้ยิ้มด้วยความดีใจก่อนจะผูกถุงเครื่องหอมปักลายดอกบัวไว้ที่เอวอย่างมีความสุข กลิ่นหอมอบอวลขจรขจายตามการเคลื่อนที่ของถุงเครื่องหอม กระทั่งความรู้สึกที่มีต่อเจียงเย่ว์เหยาก็ค่อยๆ ดีขึ้นด้วย
กู้อวิ๋นหวงรู้สึกขบขันกับการกระทำเหมือนเด็กของนาง หลังจากถือถุงเครื่องหอมเล่นในมืออยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงนำมาผูกไว้ที่เอวเช่นกัน
่เวลาบ่ายผ่านไปด้วยเสียงหัวเราะครื้นเครง
ตอนเย็น หลังจากกินข้าวเย็นแล้วกู้อวิ๋นหวงก็เดินเล่นอยู่ในลานเรือน โดยมีชิงอวี้และเจียงเย่ว์เหยาตามหลัง ด้วยไมตรีจากถุงเครื่องหอม ชิงอวี้จึงช่วยรับหน้าที่เฝ้ายามกลางคืนและปล่อยให้เจียงเย่ว์เหยากลับไปพักผ่อนรักษาตัว เจียงเย่ว์เหยาเหลือบมองถุงเครื่องหอมบนตัวของคนทั้งสองแล้วจึงไม่ปฏิเสธ
“คุณหนู” ยามจื่อ[1]ทุกสิ่งเงียบสงัด มีเพียงแสงจากจันทร์เต็มดวงเท่านั้นที่ส่องสว่างในเรือน ชิงอวี้ถือเข็มและด้ายเข้าห้องมาอย่างไร้สุ้มเสียง เมื่อเห็นว่ากู้อวิ๋นหวงเอนตัวพิงอยู่ที่เตียง ถุงเครื่องหอมได้ปลดออกแล้ว และพวกกลีบดอกไม้มีพิษด้านในก็ถูกนำออกมาด้วย หลังได้เห็นกลีบดอกยี่โถที่มีใบแซมอยู่เ่าั้ ใบหน้างดงามของชิงอวี้ก็พลันเย็นเยียบ “ตอนที่เจียงเย่ว์เหยาให้ถุงเครื่องหอมมา เหตุใดคุณหนูไม่ให้บ่าวเปิดโปงนางล่ะเ้าคะ”
กู้อวิ๋นหวงส่งถุงเครื่องหอมในมือให้นาง และขณะที่นางรับมาเย็บเสริมก็รื้อถุงเครื่องหอมอีกถุงหนึ่งต่อ “จะเปิดโปงนางอย่างไรเล่า จะบอกนางหรือว่าข้าก็รู้วิชาแพทย์ ทั้งยังเป็หนึ่งในใต้หล้าด้วย”
ชิงอวี้เม้มปากแน่นแล้วเอ่ยอย่างไม่พอใจว่า “เช่นนั้นจะปล่อยนางไปอย่างนี้หรือเ้าคะ”
“นางมีาแที่ใบหน้า นางมอบถุงเครื่องหอมให้เ้า ตามมารยาทแล้ว เ้าก็ให้ถุงเครื่องหอมกับนางได้เช่นกัน” กู้อวิ๋นหวงมองนาง และพลันได้เห็นรอยยิ้มสดใสขึ้นในสองตาของนาง
ทั้งสองใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วยามในการเลือกกลีบดอกไม้มีพิษออกจากถุงเครื่องหอม หลังจากเย็บใหม่แล้วก็ผล็อยหลับไป
เมื่อคืนเจียงเย่ว์เหยานอนดึกไปหน่อย เนื่องจากต้องมอบถุงเครื่องหอมให้สำเร็จเป็เหตุผลแรก สองเพราะาแบนใบหน้าแม้จะทายาแล้ว ทว่าความปวดแสบปวดร้อนก็ยังคงอยู่ รุ่งเช้าเมื่อตื่นขึ้นมาท้องฟ้าด้านนอกจึงสว่างมากแล้ว แต่นางกลับไม่ได้รีบร้อนไปเรือนชิงจื่อเพื่อปรนนิบัติกู้อวิ๋นหวง
มีชิงอวี้อยู่ กู้อวิ๋นหวงจะไม่ให้นางมารับใช้ข้างกายแม้ชั่วขณะเดียว นางนั่งอยู่ด้านหน้ากระจกทองเหลือง ใช้น้ำสะอาดล้างใบหน้าด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะใช้สำลีก้อนเล็กทายาที่าแ
นางทายาที่ซุนหมอมอมอบให้ ซุนหมอมอเคยบอกไว้ว่าเป็ยาพระราชทานจากฮ่องเต้ สามารถรักษาาแได้โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็ หลังจากทายาและเห็นว่าปากแผลดูเกือบจะเป็ปกติ เจียงเย่ว์เหยาจึงโล่งใจอยู่บ้าง เมื่อลุกขึ้นและเดินไปถึงห้องครัวเล็กก็พบว่าเฉี่ยวเอ๋อร์รออยู่ตรงนั้นนานแล้ว
เจียงเย่ว์เหยาเดินเข้าไปอย่างสนิทสนม “พี่เฉี่ยวเอ๋อร์”
“เ้าเป็สาวใช้ข้างกายของคุณหนู ข้าเป็เพียงบ่าวชั้นต่ำที่เก็บกวาดในเรือน ไม่คู่ควรเป็พี่สาวของเ้า” เฉี่ยวเอ๋อร์หลบเลี่ยงมือที่ยื่นเข้ามาของนาง “ต่อไปเ้าก็ตื่นให้เร็วหน่อย คุณหนูกินข้าวตรงเวลาทุกวัน”
“เมื่อคืนเจ็บแผลมากจนเช้าถึงได้ผล็อยหลับไปครู่หนึ่ง ต่อไปข้าจะระวัง ขอบคุณพี่เฉี่ยวเอ๋อร์ที่ตักเตือน” แม้ใบหน้าจะประดับรอยยิ้มแสนเ็า ทว่าเจียงเย่ว์เหยาก็ยังคงเรียกนางว่าพี่สาว
เชิงอรรถ
^ ช่วงเวลา 23.00 น.- 0.59 น.