สามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB)

    42. ข้าจะไปหาน้องสะใภ้

                    จ้าวห่าวหลินกำลังมองเครื่องเรียงพิมพ์เครื่องแรกของโลกนี้ด้วยความภาคภูมิใจ

                    ถึงแม้ประสิทธิภาพของมันจะไม่ได้มากนักเมื่อเทียบกับต้นฉบับด้วยขนาดเครื่องเล็กลงและกลไกการทำงานที่ปรับเปลี่ยนใหม่เหมาะสำหรับการทำงานด้วยมือด้วยแรงงานคนหนึ่งคน แต่นับว่าผลที่ได้เป็นไปตามต้องการของเขาอยู่ดี

                    จ้าวห่าวหลินพิมพ์หนังสือนิยายเรื่อง‘ความรักของท่านอ๋องกับหมอสาวเล่ม 1’ เสร็จเรียบร้อยแล้ว

                    ภายในเล่มมีการเขียนอักษรได้เรียงตัวสวยเป็นระเบียบอ่านง่ายและสะอาดสะอ้านตัวอักษรแบบสิงซูมีความหนักแน่นสง่างาม แต่ละเส้นฉวัดเฉวียนเป็นเอกลักษ์งดงามยิ่ง

                    รวมกับเนื้อหาที่โดดเด่นแตกต่างกับยุคสมัยนี้เขาเชื่อเหลือเกินว่าหนังสือของเขาเรื่องนี้จะต้องโด่งดังเป็นพลุแตกจนแทบจะมีคนวิ่งเข้ามาล้นทะลักภายในร้านเป็นแน่

                    ไม่ใช่ว่าเขาอวยตัวเองแต่ว่าในโลกเดิมของเขานิยายเรื่องนี้โด่งดังอย่างมากจนมีงานออนไลน์ก็กลายมาเป็นรูปเล่มก่อนจะมีการแปรขายไปยังต่างประเทศมากกว่าหกสิบประเทศ ได้รับรางวัลการันตีมากมาย

                    ถึงโลกใบนี้จะต่างยุคต่างสมัยกับโลกเดิมแต่เขาก็เชื่อว่านิยายเรื่องนี้จะต้องโด่งดังอย่างแน่นอน

                    เขาหยิบหนังสือนิยายที่พิมพ์เข้าเล่มเรียบร้อยแล้วใส่ในอกเสื้อตบมันเล็กน้อยเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่หล่นหายไประหว่างทางในหัวของเขามีแผนการธุรกิจเกี่ยวกับการจัดจำหน่ายนิยายเรื่องนี้ไว้แล้ว

                    ก้าวแรกของแผนการใหญ่สำคัญเสมอ

                    เขาเดินออกจากเรือนมองท้องฟ้ายามเฉินเวลานี้เกวียนวัวของเฉินจ้านที่หน้าหมู่บ้านคงออกไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะเขาไม่คิดจะขึ้นเกวียนวัวคันนั้นอีกแล้ว

                    ตอนที่เจอกับเฉินจ้านครั้งแรกเขาก็รู้ว่าชายคนนี้ไม่ใช่คนดีหากติดเกวียนวัวไปก็ไม่รู้ว่าชายผู้นั้นจะแอบทิ้งเขาลงจากเกวียนข้างทางเพื่อยึดเงินของเขาไปหรือไม่อย่าไปยุ่งด้วยเสียยังดีกว่า

                    อีกทั้งช่วงนี้เขาทำงานในโรงตีเหล็กตลอดรวมไปถึงได้รับการฝังเข็มและแช่สมุนไพรของหลี่เจี่ยหลิงทำให้รู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนการเดินไปในเมืองก็นับเป็นการออกกำลังกายที่ดีเหมือนกัน

                    ไม่รู้ว่าเจ้าโง่อี้โยวมาถึงแล้วหรือยัง

                    คิดแล้วก็กลับไปเอาถุงน้ำที่เขากรอกสาโทเก็บไว้คาดไว้ข้างเอวก่อนจะเดินออกจากบ้าน เขาไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วด้วยแม่กุญแจก่อนออกไป

                    และเพื่อไม่ให้หลินซื่อและพี่ใหญ่เฉินของเขาเป็นกังวลเขาจึงแวะไปยังบ้านของเฉินเหลียง

                    “พี่ใหญ่พี่สะใภ้อยู่หรือไม่?”

                    เสียงเรียกของจ้าวห่าวหลินทำให้สองสามีภรรยาในห้องโถงมองหน้ากันยิ้มๆ ก่อนหลินซื่อจะเดินออกมา มองไปยังจ้าวห่าวหลินยืนอยู่นอกรั้วบ้านนางก็ยิ้มเดินเข้าไปหา

                    “มาหาพี่ใหญ่เจ้าอย่างนั้นหรือเข้ามาก่อนสิ”

                    จ้าวห่าวหลินส่ายหน้า“ไม่เป็นไรขอรับ ข้าแค่มาบอกท่านว่าข้าจะเข้าเมืองไปทำธุระหน่อย”

                    หลินซื่อมองเขาก่อนจะถอนหายใจ“เหตุใดเจ้าไม่ไปกับเกวียนวัวเล่า”

                    จ้าวห่าวหลินยิ้มเข้าใจความกังวลของนาง“ข้าอยากออกกำลัง”

                    “เฮ้อ...เจ้ารั้นนัก เอาเถอะรีบไปรีบกลับเล่า หากเหนื่อยข้ากลับก็นั่งเกวียนกลับมาเถอะ”

                    “ขอรับข้าไปก่อนขอรับ”

                    “อืม...เดินทางดี ๆ”

                    จ้าวห่าวหลินเดินออกจากบ้านไปยังหมู่บ้านโดยไม่รู้เลยว่าที่หน้าหมู่บ้านตอนนี้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังเตรียมต้อนรับเขาอยู่

                    อี้โยวกำลังแอบฟังแผนการเจ้าพวกโง่ใต้ต้นไม้อยู่หลังจากที่รู้ว่าคนกลุ่มนี้มาหาจ้าวห่าวหลินหลิงซีก็กลอกตาคิดแผนการต้องการหลอกใช้เจ้าพวกโง่เหล่านี้จัดการเขาแก้แค้นแทนนางนางจึงบอกทิศทางบ้านสกุลหลี่และเวลากลับของหลี่เจี่ยหลิงให้พวกเขาก่อนจากไปอย่างรีบร้อน

                    แม้จะเดินทางเดียวกันแต่นางก็ไม่คิดจะอยู่กับเจ้าพวกโง่หน้าตาอัปลักษณ์พวกนี้นาน

                    ตอนที่นางจากไปก็เห็นเจ้าพวกโง่กำลังสุมหัวกันดักทุบชายคนนั้นอยู่นางวิ่งเข้ามาในหมู่บ้านอย่างร้อนรนจนเกือบชนชายคนหนึ่ง

                    จ้าวห่าวหลินเห็นว่ามีคนกำลังพุ่งเข้าใส่เขาเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็วและเพราะหลิงซีคิดว่านางจะต้องชนเขาแน่นางจึงเกิดจังหวะการวิ่งที่สะดุดพุ่งตัวถลาล้มลงไปบนพื้นเบื้องหน้า

                    พวกชาวบ้านหันขวับมองมาทางพวกเขาสองคนพอเห็นว่าเป็นหลิงซีกับจ้าวห่าวหลินพวกเขาก็พากันถอนหายใจระอา

                    ...นางหนูหลิงนี่จริงเลยผู้ชายเขาก็ปฏิเสธเพียงนั้นเจ้าก็ยังตื้ออีก ช่างไร้ยางอายนัก

                    จ้าวห่าวหลินมองหญิงสาวบนพื้นอย่างรังเกียจแวบหนึ่งก่อนจะเดินเลยผ่านไม่แม้จะสนใจระหว่างทางชาวบ้านบางคนก็ทักทายเขาบ้างบางคนคิดว่าเขาไปทำงานที่โรงตีเหล็กก็เอ่ยเตือนให้เขากลับบ้านให้ตรงเวลาด้วยเช่นกัน

                    เมื่อเดินออกจากหมู่บ้านมาได้ประมาณสองลี้ก็พบกับกลุ่มคนที่กำลังยืนพูดคุยกันที่ใต้ต้นไม้เขาไม่ได้สังเกตและไม่ได้สนใจเพียงแค่เดินผ่านไปเฉย ๆ

                    “พี่พี่...” ชายคนหนึ่งในกลุ่มสะกิดพี่รอง

                    “อะไร?”พี่รองปัดออกอย่างรำคาญ เขากำลังตั้งใจวางแผนจัดการเจ้าห่าวหลินอะไรนั่นอยู่ตอนแรกเขาก็คิดว่าเป็นคุณชายชั้นสูงที่มีวรยุทธที่ไหนได้ก็แค่คุณชายตกอับที่เกาะท่านหมอกิน ถุย! เสียเวลาจริง ๆ

                    “พี่พี่…”ชายอีกคนสะกิดเช่นกัน

                    “อะไร?”น้ำเสียงของเขาดังขึ้นกว่าเดิมจนจ้าวห่าวหลินที่เดินพ้นไปแล้วหันกลับมา

                    พี่รองสังเกตว่ามีคนผ่านมาเขาก็หันไปมองเช่นกัน

                    สองคนสบประสานสายตาจ้องตากันและกันข้าเห็นเจ้า เจ้าเห็นข้า

                    อ่า...โจทย์เก่านี่เอง

                    “ไอหยา...ดูสิว่าพวกเราเจอใครกัน?” พี่รองเอ่ยทักน้ำเสียงสดใสกวักมือเรียกให้ลูกน้องอีกสี่คนเขามาล้อม

                    จ้าวห่าวหลินถอนหายใจไม่ได้สนใจเจ้าพวกกระจอกพวกนี้สัญชาตญาณของเขาสั่งให้เงยหน้ามองขึ้นไปบนต้นไม้

                    ชายที่อยู่บนต้นไม้เห็นว่าเขามองขึ้นไปก็ยกมือทักทายเล็กน้อยก่อนขยับตัวให้ถนัดขึ้นมองก็รู้ว่าเขาไม่คิดจะลงมาช่วยแม้แต่น้อย

                    คิ้วของจ้าวห่าวหลินกระตุกเอ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้มองไปบนต้นไม้อีก “มาตั้งแต่เมื่อไร?”

                    พวกพี่รองมองหน้ากันก่อนหัวเราะ“ไม่จำเป็นต้องรู้ รู้เพียงแค่พวกเรา...”

                    “หุบปาก!ข้าไม่ได้พูดกับพวกเจ้า”

                    พี่รองกับลูกกระจ๊อกมองหน้ากันแล้วหันมองไปรอบด้านไม่ใช่มีแค่พวกเขาหรอกหรือ หมอนี่มันบ้าหรือเปล่า? หรือมันคุยกับผี กลางวันเนี่ยนะ

                    จ้าวห่าวหลินไม่สนท่าทางตลกเป็นหมู่คณะของเจ้าพวกนักเลงแต่เอ่ยขึ้นอีกรอบ“ข้าถามเจ้าอยู่ว่ามาตั้งแต่เมื่อไร?”

                    เสียงหัวเราะดังขึ้นทำให้พวกพี่รองสะดุดกวาดตามองรอบด้านก่อนจะเห็นชายคนหนึ่งอยู่บนต้นไม้เห็นชายคนหนึ่งที่สวมชุดผ้าต่วนชั้นดีสีดำและหน้ากากครึ่งใบมองไม่เห็นหน้าแต่มองเห็นผิวดำคล้ำแดดและหัวที่ล้านเลี่ยนของเขาได้อย่างชัดเจน

                    อี้โยวขยับนั่งห้อยขายกน้ำเต้าขึ้นมาดื่มอึกใหญ่ก่อนจะบิดขี้เกียจ“เพิ่งมาถึงหลังจากน้องสะใภ้ออกไปได้ไม่นาน”

                    น้องสะใภ้?

                    เจ้าบ้านี่มาตั้งนานแล้วนี่หว่า?

                    จ้าวห่าวหลินมีสีหน้าไม่พอใจเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกออกไปวางสัญลักษณ์รอบในและรอบนอกหมู่บ้านอีกทั้งด่าว่าเจ้าบ้าตรงหน้าโง่อยู่นาน ที่ไหนได้คนมาถึงนานแล้วแค่ไม่โผล่หัวมาหาเขาเท่านั้น

                    จ้าวห่าวหลินขี้เกียจสนใจกับคนบ้าเขาพยักหน้าไปทางพวกพี่รอง “ไม่ช่วยหน่อยเหรอ?”

                    พอได้ยินคำพูดนี้พวกพี่รองก็ตั้งท่าต่อสู้มองไปยังคนที่มาใหม่ทันทีก่อนจะตะคอกขึ้นไป“แกเป็นใคร พวกเดียวกันอย่างนั้นใช่ไหม?”

                    “ใช่แน่จริงก็ลงมา” ชายในกลุ่มคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา

                    ทุกคนที่เหลือหันขวับไปมองคนพูด...ไปเรียกมันมาทำไม? ดูก็รู้ว่ามันเก่ง โง่งมสิ้นดี

                    อี้โยวโบกมือไม่ใส่ใจ“กระทืบเลย”

                    เจ้าพวกพี่รองหันกลับมาทางจ้าวห่าวหลินในเมื่อพี่ใหญ่บนต้นไม้อนุญาตแล้ว รออะไรอยู่เล่าพี่น้อง

                    จ้าวห่าวหลินโยนถุงใส่สาโทขึ้นไปบนต้นไม้“ค่าจ้าง”

                    พวกพี่รองหันกลับไปบนต้นไม้อีกรอบพร้อมกันมองเห็นพี่ใหญ่บนต้นไม้กระดกถุงน้ำอึกใหญ่ “ของดี”

                    “แน่นอนข้าหมักเองกับมือเชียว”

                    อี้โยวมีสีหน้าไม่อยากเชื่อ“10 ถุง”

                    จ้าวห่าวหลินมีสีหน้าเบื่อหน่าย“5 ไห ตอนนี้ไม่มีมัดจำแล้ว ข้าต้องหมักใหม่ ที่เรือนมีแค่นี้”

                    “ได้”

                    จบคำพูดเขาก็ถีบตัวกระโดดลงมาจากต้นไม้จังหวะที่เขากระโดดลงมาพริบตาที่พวกพี่รองจะทันได้ตั้งตัวร่างของอี้โยวก็ร่อนลงมายืนอยู่เบื้องหน้าของจ้าวห่าวหลินแล้ว

                    ตุ้บ...ตุ้บ... ตุ้บ.... ตุ้บ.... ตุ้บ

                    ร่างห้าร่างร่วงหล่นตามหลังเขาอี้โยวพลิกข้อมือชี้ไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ “ฆ่าเลยไหม?”

                    จ้าวห่าวหลินชั่งใจเล็กน้อย“แค่ขู่ให้พวกมันกลัวจนไม่กล้ามาอีกก็พอ”

                    อี้โยวแสร้งมองหน้าจ้าวห่าวหลินด้วยท่าทางตกใจเกินจริง“คนเราพอมีเมียก็เปลี่ยนไปจริง ๆ” เขาส่ายหน้าไปมา “น้องสะใภ้ข้าคนนี้เก่งกาจยิ่งลิ่วเย่!”

                    หลงลิ่วเย่เป็นน้องเล็กที่สุดในกลุ่มได้รับหน้าที่ให้คอยติดตามคุ้มครองจ้าวห่าวหลินปรากฏตัวออกมายิ้มแฉ่งให้จ้าวห่าวหลิน

                    จ้าวห่าวหลินมองเขาอย่างเอาเรื่อง“ข้าอยากรู้นักว่าคนจ่ายข้าจ้างพวกเจ้าเป็นข้าหรือเจ้าโล้นนี่”

                    “อย่ามาว่าข้าโล้นข้าเป็นพระภิกษุแห่งสำนักเต๋าย่อมต้องโกนหัวเพื่อระลึกถึงหลักคำสอนเต๋า”

                    “คนอื่นในสำนักไม่เห็นโกนมีเพียงเจ้าคนเดียว”

                    “ข้าเป็นคนที่เข้าถึงเพียงผู้เดียว”อี้โยวเถียงอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะเอ่ยปิดฉากอย่างผู้ชนะ“แล้วก็คนที่จ่ายค่าจ้างพวกข้าคือตาเฒ่าหลี่ต่างหาก”

                    หลงลิ่วเย่มองทั้งสองคนสลับกันไปมาไม่กล้าเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระองค์ใหญ่ทั้งสองจับพวกลิ่วล้อทั้งห้ารวบเข้าด้วยกัน “ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” ว่าแล้วก็รีบไป

                    จ้าวห่าวหลินไม่คิดจะสนใจเขาเขาเดินตรงไปทางเมืองฉาง โดยมีอี้โยวเดินตามไปเคียงข้าง

                    “เรื่องเป็นอย่างไรบ้าง?”ไม่ต้องเกริ่นให้มากความ จ้าวห่าวหลินถามตรงเข้าประเด็นทันที

                    อี้โยวหัวเราะ“แน่นอนว่าไม่มีหลักฐานและไม่มีคำสารภาพ ระหว่างที่ปล่อยให้เจ้าหวานกับเมียที่นี่พวกข้าห้าคนก็วิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อสืบหาร่องรอยของพวกมันและคอยลบร่องรอยของเจ้าไปด้วยวุ่นวายสุด ๆ”

                    “เข้าเรื่องเลย”

                    “เจ้าไร้หัวใจขึ้นทุกวันเป็นเช่นนี้น้องสะใภ้จะต้องปวดใจแย่”

                    “เมียข้าต้องให้เจ้าสอนด้วยหรือว่าควรดูแลอย่างไร?อ่า...เจ้าไม่มีเมีย”

                    “ข้าน้อยยึดหลักเต๋าจิตใจอยู่ในศาสนาและหลักคำสอนของเต๋า ไม่อาจมุ่งยุ่งเกี่ยวกับทางโลกได้”

                    จ้าวห่าวหลินกลอกตา“แล้วอย่างไร?”

                    อี้โยวมีท่าทีจริงจังขึ้นมาทันที“เพราะไม่มีหลักฐานและคำสารภาพ พวกเราล้วนเข้าถึงทางตันแต่ว่าต่อให้ไม่มีหลักฐานพวกเราก็ล้วนรู้ดีว่าคนพวกนี้เป็นทางเมืองหลวงส่งมาฆ่าเจ้าเหอะ...จะมีใครสักกี่คนที่มีอำนาจและเงินมากพอที่จะจ้างยอดฝีมือจำนวนมากมาจัดการเจ้า”

                    จ้าวห่าวหลินยิ้มสมเพชตัวเองแต่ไม่ได้เอ่ยอะไร

                    อี้โยวเห็นเขาเป็นเช่นกันก็ไม่ได้เอ่ยเรื่องนี้ต่อ“แล้วเรื่องน้องสะใภ้นี่อย่างไร เจ้าไม่ตามหาหมอปีศาจแล้วอย่างนั้นหรือ?”

                    “นางชื่อหลี่เจี่ยหลิง”

                    “สกุลหลี่...สกุลนี้เป็นที่ต้องการในตลาดหรือ?”

                    อะไรคือเป็นที่ต้องการของตลาด?จ้าวห่าวหลินไม่คิดจะสนใจความคิดประหลาดที่ไร้เหตุผลของอี้โยวหมอนี่ปกติก็ทำตัววางมาดไม่พูดแต่หากพูดก็ไร้สาระจนจับแก่นสารไม่ได้

                    แน่นอนว่าคนที่ทรมานมีเพียงเขาเพราะมันก็กล้าแสดงความโง่ของตัวเองให้คนอื่นรู้

                    “เจ้ามาก็ดีแล้วข้าวานให้เจ้าไปสืบตัวตนของหลี่เจี่ยหลิงหน่อย”

                    อี้โยวมองจ้าวห่าวหลิน“เจ้าแต่งงานอยู่กินกับน้องสะใภ้ตั้งนานเกือบสองเดือนแล้วเจ้าก็ยังไม่วางใจอย่างนั้นหรือ อย่าลืมว่านางเป็นคนลากเจ้ากลับมาจากปรโลก”

                    “ข้ารู้ที่ข้าอยากรู้ก็เพราะอยากรู้ว่าครอบครัวนางเป็นใคร และนางมาจากไหน?”

                    จะบอกได้อย่างไรว่าหากนางหนีไปเขาจะได้ไปตามกลับมาได้...ขายหน้าแย่

                    อี้โยวหรี่ตาเหมือนต้องการหาบางอย่างจากท่าทีของจ้าวห่าวหลินแต่อีกฝ่ายนิ่งสงบราวกับไม่ได้สนใจเรื่องที่พูดมากนัก

                    “บอกข้ามาก่อนว่าทำไมเจ้าถึงสงสัยเรื่องนี้”

                    “นางไม่ได้ดูเหมือนหมอชาวบ้านทั่วไปถึงแม้ว่าข้าไม่สามารถฝึกวรยุทธได้จึงไม่อาจวัดพลังของนางได้แต่นางกับสาวใช้ต้องมีวรยุทธสูงอย่างแน่นอน อีกทั้งวิชาแพทย์ที่นางใช้เองก็ค่อนข้างสูงอย่างมากข้าคิดว่านางคงมาจากสำนักไหนสักแห่งในดินแดนเซียน หรือไม่ก็หุบเขาสมุนไพร”

                    อี้โยวนิ่งคิดหุบเขาสมุนไพรซ่อนตัวอยู่ในเป่ยเฉิง เพียงแต่ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน หากมีลูกศิษย์ในสำนักออกมาหาประสบการณ์ที่ด้านนอกหุบเขาก็นับว่าไม่ใช่เรื่องแปลก

                    ไม่ใช่ว่าเขาดูถูกน้องสะใภ้แต่ว่าตัวตนของจ้าวห่าวหลินค่อนข้างพิเศษสักหน่อย หากจะฝากเขาไว้กับน้องสะใภ้ก็ควรจะต้องตรวจสอบภูมิหลังให้แน่ชัดไม่ใช่ว่ากลัวว่านางทำร้ายเขา แต่กลัวจะหิ้วเจ้าหมอนี่หนีหายไปนะสิ

                    ถึงตอนนั้นเขาจะร้องไห้กับใคร?

                    “ได้ข้าจะไปจัดการให้ แล้วเรื่องหมอปีศาจ” เขานิ่งไปเล็กน้อย มองคนข้างตัวอย่างหนักใจแม้ว่าน้องสะใภ้จะมีวิชาแพทย์สูงส่งเพียงใด แต่คงไม่อาจรักษาพิษนั้นได้แน่มีเพียงต้องหาหมอปีศาจผู้นั้นให้พบ

                    จ้าวห่าวหลินยิ้ม“ไม่ต้อง เจี่ยหลิงรู้วิธีถอนพิษของข้าแล้ว”

                    “หา?”อี้โยวตกใจจริง ๆเขาถลึงตามองจ้องจ้าวห่าวหลินราวกับต้องการมองให้แน่ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ได้โกหกเขา

                    จ้าวห่าวหลินพยักหน้าอย่างจริงจัง“เจี่ยหลิงค้นพบว่าข้ามีพิษชนิดนั้นในร่างตั้งแต่แรกที่พบกันแล้วตอนนี้ยังคิดค้นยาถอนพิษได้แล้ว นางกำลังรวบรวมสมุนไพรอยู่”

                    อี้โยวขมวดคิ้ว“ข้าจะรีบไปหาน้องสะใภ้เดี๋ยวนี้”

                    จ้าวห่าวหลินมองแผ่นหลังที่หายวับไปของอี้โยวก่อนจะไม่สนใจอีกแล้วเดินมุ่งตรงไปทางเมืองฉางแทน ...หวังว่าเจอกันครั้งแรกจะไม่ตีกันหรอกนะ

    คล้ายกับเรื่องสามีบำเรอหมอปีศาจสาว (มีอีบุ๊ค MEB) ที่คุณอ่าน

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258