กลิ่นเหล้าราคาถูกปะทะจมูกทันทีที่ลู่เฉินก้าวเข้าโรงเตี๊ยม
กลิ่นเหงื่ออับ กลิ่นเลือดแห้ง และกลิ่นไม้ผุผสมกันจนแยกไม่ออก
โต๊ะไม้ต่ำ ๆ เต็มไปด้วยรอยมีด
รอยหมัด
และรอยเลือดที่ถูกเช็ดครึ่ง ๆ กลาง ๆ เพราะไม่มีใครคิดจะทำให้มันสะอาดจริง
“เห็นไหม…”
เสียงหนึ่งดังจากมุมมืด
“มันไม่หนี”
อีกเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ตามมา
“ต่อยแล้วเจ็บเองด้วยนะ”
แก้วเหล้ากระแทกโต๊ะดัง กรอบ
สายตาหลายคู่เลื่อนมาหยุดที่ลู่เฉิน
ไม่ใช่สายตาของคนกลัว
ไม่ใช่ของคนเคารพ
เป็นสายตาแบบเดียวกับที่คนมอง อาวุธที่ลองแล้วได้ผล
ลู่เฉินนั่งลง
ไหล่ซ้ายตึง
ซี่โครงเจ็บลึกจนหายใจต้องแบ่งจังหวะ
ความเจ็บไม่ถูกดึงออก
ไม่ถูกอ้อม
ไม่ถูกลด
มันอยู่ครบ
กับเขา
ดี
เซิ่งอวี่นั่งฝั่งตรงข้าม
มือวางบนโต๊ะ
ไม่แตะเหล้า
ไม่แตะอาหาร
“เจ้าเข้าใจใช่ไหม”
เขาพูดเบา
“คำชมแบบนี้…อันตรายกว่าคำขู่”
ลู่เฉินไม่ตอบ
เขาเห็นแล้ว
ตั้งแต่วินาทีที่ประตูเปิด
ชายสามคนเดินเข้ามา
ไม่สวมเสื้อคลุม
ไม่ถืออาวุธ
แต่ข้อนิ้วด้านเป็นรอย
ไหล่หนา
ท่ายืนของคนที่เคยสู้ในที่แคบมาก่อน
“ขอคุยหน่อย”
คนหนึ่งพูด
เสียงสุภาพเกินกว่าที่นี่
ไม่มีใครถามว่า “คุยที่ไหน”
ทุกคนรู้
บันไดลงลานใต้ดินแคบ
ผนังชื้น
กลิ่นเลือดใหม่ผสมเก่า
พื้นดินแข็งจนรู้สึกได้ตั้งแต่ฝ่าเท้าแรกแตะ
ไม่มีเวท
ไม่มีค่ายกล
ไม่มีตราสำนัก
มีแค่เชือกขึงเป็นวง
คนดูยืนล้อม
และเงินเดิมพันที่ถูกวางบนลังไม้แตก
“กติกาง่าย”
ชายคนเดิมพูด
“ไม่มีอาวุธ ไม่มีพลัง”
ลู่เฉินก้าวเข้าไปในวง
ฝ่าเท้ากระแทกพื้น
เสียงสะท้อนกลับมา
แรงส่งตอบขึ้นขา
สนามนี้
โลกไม่อ้อม
“สู้จนยืนไม่ได้”
“ใครล้มก่อน แพ้”
คู่ต่อสู้คนแรกก้าวเข้ามา
ร่างใหญ่
ไหล่กว้าง
แผลเป็นพาดเต็มหลัง
ไม่มีคำพูด
หมัดพุ่งทันที
ปึก!
แรงกระแทกเข้าซี่โครง
ลู่เฉินถอยครึ่งก้าว
ลมหายใจสะดุด
เจ็บ
จริง
เขาสวน
หมัดซ้ายอัดเข้าชายโครง
เสียงอากาศถูกอัดดัง อื้อ
อีกฝ่ายคำราม
ยังยืน
ศอกฟาด
หมัดแลกหมัด
เสียงกระแทกดังต่อเนื่องเหมือนท่อนไม้ชนกัน
ไม่มีท่า
ไม่มีลีลา
มีแต่ร่างที่รับได้
กับร่างที่เริ่มรับไม่ไหว
ในที่สุด
อีกฝ่ายทรุด
ไม่สลบ
แต่ลุกไม่ขึ้น
เสียงเฮดังลั่น
เหรียญกระทบกัน
เงินเปลี่ยนมือ
ลู่เฉินหายใจหนัก
เหงื่อหยด
เลือดซึมจากมุมปาก
เขาไม่รู้สึกภูมิใจ
แต่ก็ยังไม่รู้สึกผิด
จนกระทั่งรอบสุดท้าย
ชายที่ก้าวเข้ามา
ผอม
ซี่โครงโผล่
ไหล่ตก
ดวงตาลึกโหล
มือสั่น
ขาไม่มั่น
ก่อนเริ่ม
เขากระซิบ
เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ถ้าข้าล้ม…”
“…ลูกข้าจะได้กิน”
เสียงรอบวงเงียบลงทันที
ไม่ใช่เพราะสงสาร
แต่เพราะทุกคนรู้ว่า
นี่คือเรื่องจริง
ลู่เฉินยืนนิ่ง
หมัดกำแน่น
หัวใจเต้นแรง
ไม่มีโลก
ไม่มีระบบ
ไม่มีใครอ้อมผลให้
มีแค่เขา
กับหมัดของเขา
สัญญาณเริ่ม
ชายตรงหน้าพุ่ง
ไม่ป้องกัน
ไม่หลบ
เหมือนอยากให้จบเร็ว
หมัดลู่เฉินพุ่งออก
แล้วหยุด
ค้างกลางอากาศ
หนึ่งจังหวะ
ยาวพอให้เสียงโห่ดังขึ้น
ยาวพอให้คนดูเริ่มด่า
เขาเห็นชัด
ถ้าไม่ต่อย
ชายคนนี้จะถูกลากออก
แล้วจบแบบอื่น
โหดกว่า
ถ้าต่อย
เขาจะเป็นคนฆ่า
ลู่เฉินลดหมัด
แล้วปล่อยตัวเองล้ม
เสียงเงียบงัน
ก่อนจะระเบิด
“โกง!”
“ลุกขึ้น!”
“มันหนี!”
ใครบางคนกระโดดข้ามเชือก
อีกคนผลัก
อีกคนชก
สนามแตก
เงินหล่น
คนดูทะเลาะกันเอง
ลู่เฉินนอนหงาย
หายใจแรง
หน้าอกปวด
แต่ยังมีชีวิต
เซิ่งอวี่มายืนข้างเขา
มองสนามที่พัง
มองคนที่กำลังแย่งเงิน
“เจ้าเลิกให้โลกอ้อมแล้ว”
เขาพูด
“แต่วันนี้เจ้าได้รู้”
ลู่เฉินหันมอง
“คน…”
เซิ่งอวี่พูดต่อ
เสียงต่ำ
“…อ้อมได้โหดกว่าโลก”
ลู่เฉินหลับตา
ลมหายใจสั่น
เขาเข้าใจแล้ว
การรับผลเอง
ไม่พอ
ถ้าเขาไม่เลือกสนาม
ไม่เลือกว่าผลแบบไหน
ควรถูกโยนมาที่เขา
เขาจะกลายเป็น
ที่ทิ้งของความแค้น
ของความสิ้นหวัง
ของคนที่ไม่กล้าถือมันเอง
ลู่เฉินลุกขึ้นช้า ๆ
เจ็บ
แต่ยืนได้
“ถ้าผลต้องมีเจ้าของ”
เขาพูดกับตัวเอง
เสียงแหบ
“ข้าจะไม่รับมัน
จากมือที่ไม่กล้าถือเอง”
ตั้งแต่วินาทีนั้น
เขารู้แล้วว่า
การสู้ในที่ว่าง
ไม่พออีกแล้ว
เขาต้องเลือก
ไม่ใช่แค่หมัด
แต่ ขอบเขตของมัน
#แนะนำนิยาย เรื่องบัญชีเงา
แวะเข้าไปอ่านแก้เหงาได้นะครับ

