คิดจะจีบผม...มันไม่ง่ายหรอกตอนที่ 16 สายตาส่งกำลังใจให้
เหตุการณ์กำลังดำเนินต่อไปท่ามกลางสายตานับสิบคู่จดจ้องมอง เหล่ารุ่นพี่รุ่นน้องไม่ว่าจะชายหญิงล้วนต่างกำลังเฝ้าจับว่าครั้งนี้เคย์ผู้ใบหน้าหล่อเหลา
จะประสบกับความสำเร็จหรือความล้มเหลวกันแน่
…เอริบอกปฏิเสธกลับไปตั้งหลายรอบ แสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าไม่เคยมีใจให้ก็ยังพยายามไล่สารภาพรัก เอาลูกตื้อเข้าแลก เป็ฉันคงละอายใจแย่
เหมือนว่าความละอายใจจะไม่ทำให้จิตใจตั้งมั่นอีกฝ่ายสั่นคลอน
“ยังกล้าสารภาพรักอีกเหรอ ฉันละเชื่อเลย”คนผู้หนึ่งต้องพานพบเจอกับความล้มเหลวในความรักครั้งแล้วครั้งเล่าแต่ก็ยังลุกขึ้นมายืนหยัดได้ใหม่อีกครั้ง
ทั้งยังกล้ากระทำแบบเดิมอีกต่างหาก ในสายตาผู้อื่นเขาอาจเป็คนสุดยอดยึดมั่นในความรักยึดมั่นใจเดียวจิตเดียว ไม่้ายอมแพ้
สำหรับหญิงสาวผู้มอบคำบอกปฏิเสธให้ มันคือฝันร้ายปฏิเสธบอกตัดสายสัมพันธ์ ขีดเส้นกั้นให้เห็นชัดเจน ก็ใช้ไม่ได้ผลกับอีกฝ่ายทั้งยังพยายามก้าวข้ามเส้นหล่อนขีดเอาไว้ให้ตลอด
เพียงเพราะว่าคำว่า “รัก” เพียงเพราะว่าความหวังดีโดยไม่ได้้าทำความเข้าใจเบื้องลึกเลยว่าหล่อนนั้นแท้จริงกำลัง้าอะไรและไม่้าอะไร
อาศัยหัวใจตัวเองทึกทักมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกซ้ำยังผลักทุกอย่างให้ย่ำแย่ลงอีก
“พี่ไม่อยากให้---” เขาไม่อยากให้หล่อนทำอะไรด้วยตัวเองเลยอาศัยมาทำแทนให้
“พี่้าให้---” เขา้ามอบความหวังดีให้กับหล่อนโดยไม่สนใจเลยว่าหล่อน้ารึเปล่า
“พี่คิดว่าเอริ--” เขาคิดว่าเอริควรชอบอะไรที่เขามอบให้มากกว่าคนอื่นมอบให้
ตรรกะพวกนี้ยิ่งมารวมกับนิสัยหัวรั้นไม่ยินยอมฟังใครมันยิ่งเลวร้ายจนสรรหาคำบรรยายมาบอกเล่าเป็คำพูดได้ไม่ถูก
สำหรับผู้พบเห็นที่ไม่ได้เห็นมาั้แ่เริ่มแรกก็รับรู้ได้ทันทีว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์ตรงหน้าบางแสดงสีหน้าเบื่อหน่าย บางแสดงสีหน้าเอาใจช่วย
“เอาอีกแล้วเหรอ ไม่เบื่อบ้างรึยังไง?”ต่อให้ไม่ได้เห็นหน้าก็รู้ว่าเป็ใครมาจากไหนและยิ่งรับรู้ว่าเหตุการณ์ต่อจากนี้กำลังจะเกิดอะไรขึ้นอีกต่างหาก
เพื่อนชายดูสนอกใจสนใจรีบดึงให้เข้ามาร่วมนอกเหนือจากคนตามติดในตอนแรก เหล่าผู้พบเห็นตามเส้นทางต่างเริ่มหลั่งไหลเข้ามาจับจ้องพื้นที่เฝ้ารอคำสารภาพรัก
จากหนุ่มหล่อเหลาอันดับหนึ่งและผู้รับเป็หญิงสาวงดงามอันดับหนึ่ง
“อย่าไปเสียเวลาคิดให้เหนื่อยเปล่านั่งของเราอยู่ตรงนี้แหละไม่ต้องออกไปไหน”
“นายไม่เบื่อเหรอ มานั่งดูคนอื่นเขาสารภาพรักกัน”
“เบื่อสิ แต่ก็้าดูแหละ” ทุกคนต่างถอนหายใจพลางยิ้มออกมาเป็ปกติธรรมดาที่ชายหนุ่มหล่อจะเกิดความรู้สึกหลงชอบสาวงาม หากชอบก็เข้าจีบหากใช้ก็หลงรัก วัฏจักรล้วนวนเวียนแบบนี้ในบริษัทมาตลอด ครั้งนี้เองก็เช่นกัน
ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งมันอดสอดรู้สอดเห็นไม่ได้จริง ๆ
“คือ พี่”
“...” หญิงสาวเอริเพียงนิ่งเงียบเฝ้ารอ
“เอริ ครั้งนี้พี่้าโอกาสน้องช่วยมอบมันให้กับพี่ได้รึเปล่า” เคย์สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนเริ่มรวบรวมสติกลั่นมันออกมาเป็ความรู้สึกส่งผ่านไปยังสตรีอันเป็ที่รัก
...ครั้งนี้มันต้องสำเร็จ
“...” ผิดกับหญิงสาวที่ไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับฉากเบื้องหน้า ออกจะชินช้าเสียมากกว่าทุกคนต่างโดนบรรยากาศชักจูงนำพาเข้าไปในห้วงแห่งอารมณ์
ยกเว้นคนผู้หนึ่งที่ขมวดคิ้วเป็ปมไม่พอใจอย่างยิ่งยวด
...ครั้งนี้คงจบแบบเดิม ยังทำอะไรที่มันเปล่าประโยชน์เหมือนเดิมเลยนะให้ตายสิ
“น่าหงุดหงิด”
“...เป็อะไรไปอีก” ก้องถามขึ้นหลังจากเห็นใบหน้าชายหนุ่มสวมแว่นราวกับกำลังกัดกินแมลงเน่าเหม็นจำต้องกล้ำกลืนมันลงกระเพาะอาหาร
ทราเวียร์ถอนหายใจ
“ก็เปล่า แค่ไม่พอใจก็เท่านั้น”
“เหรอ?”
“หล่อนช่างแปลกคน ทั้งที่ปฏิเสธเขามาตลอดทำไมถึงได้กล้ามาอยู่ตรงนี้อีก ยังมอบโอกาสให้กับเขา ให้เขาได้มีความหวังมันไม่ต่างอะไรกับทำร้ายอีกฝ่ายเลยนะ ไอ้แบบนี้”ทราเวียร์ไม่ได้ยินดียินร้ายเพียงแค่กล่าวถามไปตามอารมณ์
แต่ยังรู้สึกไม่ชอบใจกับการกระทำของหล่อนอยู่ดีหากไม่้าให้ความหวัง ไม่้าให้เื่ราวไร้สาระดำเนินต่อไปเพียงแค่โยนจดหมายรักออกไปให้หมด
คงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับสถานการณ์แบบนี้หรอก
“มันอาจไม่ง่ายอย่างนั้นกับคนแบบเธอ” ทราเวียร์รู้ว่าก้องกำลังพูดถึงอะไรเลยอดหงุดหงิดไม่ได้
“ใจดีไม่เข้าเื่” ใจดีจนไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องเดือดร้อน
ดูจะไม่ใช่หนทางทราเวียร์้าให้เป็ผิดกับก้องอมยิ้มตลอดพอได้เห็นปฏิกิริยาของชายหนุ่มสวมแว่นมันช่างเป็อาหารตาชั้นดีจนยากเบี่ยงหลบ
เขาเริ่มพูดต่อเพื่อหวังให้ทราเวียร์ได้เข้าใจหล่อนมากขึ้น
“ความใจดีนี่แหละที่ช่วยเหลือคนเอาไว้มากมายมันเป็เสน่ห์อย่างหนึ่งของเธอ เสน่ห์ที่ไม่ว่าใครล้วน้าบางคนถึงกับใช้มันเพื่อหาประโยชน์ให้กับตนเอง” ประเด็นคำพูดหลังคงไม่ต้องบอกก็คาดการณ์กันได้ว่ามันเป็ใครมาจากไหน
เพราะคนผู้นั้นกำลังยืนอยู่ตรงหน้าเอริแล้ว
“...” ใช้ความใจอ่อนของหล่อนเพื่อหวังเข้าหาใช้ความดื้อดึงตัวเองเพื่อหวังพิชิตหญิงสาว ไม่สนใจว่ามันจะรบกวนแค่ไหนไม่สนใจว่าอีกฝ่ายเต็มใจรึเปล่า
เพียงเพราะล่วงรู้ในจิตใจว่าเอริคงพร้อมให้อภัยและเข้าใจในตัวเอง
สุดท้ายนอกจากคำว่า “รัก” ที่หลุดออกจากปากมันได้แสดงความรักที่มีต่อหล่อนออกมาให้หล่อนได้เห็นรึเปล่าหรือว่ามันเป็เพียงลมปากหาค่าไม่ได้
“หากเป็ฉันเจอตื้อแบบนี้เข้าไปคงหยิบปืนออกมาะเิหัวมันแล้ว”เสียดายมันไม่ได้เข้ามาหาเื่จนก้าวล้ำเส้นเหมือนกับตอนของศร
ไม่งั้นเขาอาจะเิหัวมันให้เผื่อแผ่นดินจะได้สูงขึ้น
“อย่าพูดอะไรน่ากลัวอย่าง ะเิหัว คนได้ไหม ฉันกลัวนะ”
“...” ประกายแสงในแววตา
ไม่ได้แสดงออกว่าล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย
...เอาจริงดิ
“เอาน่า อย่าไปคิดมาก เธอน่ะแตกต่างออกไป ใช้วิธีการของนายใช้สายตาของนายมาตัดสินไม่ได้หรอกนะ”สุดท้ายก้องต้องห้ามปราบกลัวว่าทราเวียร์คิดลงมือจริง
อาจเพราะว่าตัวทราเวียร์เองเคยมีประสบการณ์ความรักอันเลวร้ายเลยดูมีอารมณ์ร่วมมากเป็พิเศษถึงปากบอกไม่สนใจกับสายตากลับไม่ได้ละออกจากทั้งสองเลย
หูยังทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมรับฟังมาหมดทุกคำไม่ให้ขาด
“อีกอย่างการมาครั้งนี้มันไม่ใช่เพียงเพราะความใจดีอย่างเดียว มันเกี่ยวข้องกับอย่างอื่นด้วย”
“อย่างอื่น”
“เธอมาเพราะให้เกียรติเขาทั้งที่จริงหล่อนไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นก็ได้ เมินเฉยได้ยิ่งดีแต่สุดท้ายก็เลือกมาตามนัดทุกครั้ง มันไม่ง่ายเลยนะที่นายจะเห็นอะไรแบบนี้ได้น้อยคนนักที่จะทำได้แบบพวกเขา” ก้องถอนหายใจ ข่าวเกี่ยวกับพี่เคย์และรุ่นน้องเอริดังกันทั่วบริษัทไปหมดเนื่องจากตัวฝ่ายชายทั้งพยายามสารภาพรักมาตลอดหลายปี
ทำจนกลายเป็เื่ปกติ
“ฉันเชื่อว่าหล่อนคงต้องเปลี่ยนเส้นทางไปแน่นอนหลังจากการสารภาพรักครั้งนี้”
“ไปในเส้นทางที่แตกต่าง เพื่อจบเื่ราวไร้สาระพวกนี้ซะ”แววตาก้องดูอ่อนโยนกว่าปกติหลายเท่าตัวเขาจ้องมองเอริก่อนหันกลับมามองทราเวียร์
มองชายสวมแว่นกำลังตั้งหน้าตั้งตาเฝ้ามองเหตุการณ์อย่างตั้งอกตั้งใจ
“...”
ก้องไม่ได้เหมือนกับทราเวียร์พึ่งมาให้ความสนใจกับสองหนุ่มสาวเบื้องหน้าเขาเฝ้าตามติดอีกฝ่ายมาโดยตลอดรวมถึงเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวตนอีกฝ่ายหวังใช้ให้มันเป็ประโยชน์ในอนาคต เลยพบเห็นมานานหลายปี
ถึงเหตุการณ์สารภาพ ไม่ว่าจะเป็สถานที่ใด เวลาใด ่ใดเขาล่วงรู้มันหมดทุกอย่างทั้งยังรับรู้ว่าหญิงสาวเบื้องหน้ามีความอดทนอดกลั้นมากมายขนาดไหน
เป็หญิงสาวที่มีความรับผิดชอบขนาดไหน มันมากพอทำให้เศษสวะในห้องทำงานของทราเวียร์ต้องละอายไปตลอดชีวิตหากเอามาเปรียบเทียบกัน
เหตุการณ์ในอดีตกำลังวนเวียนเข้ามาในหัวก้องมันล้วนเป็เหตุการณ์การสารภาพของทั้งสอง
“...หนูยังไม่พร้อม”
“หนูยังเด็ก เกรงว่าอาจทำให้พี่ต้องเหนื่อยเปล่า”
“หนูไม่ได้คิดกับพี่เคย์แบบนั้นค่ะ”
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ไม่ว่าจะสถานที่ไหนที่ชายหนุ่มเคย์เลือกมาเพื่อสารภาพรักกับเอริ มันก็ล้วนโดนปฏิเสธกลับมาหมดกระทั่งความบ้าบิ่นของฝ่ายชายมันมากพอทำให้เขากล้าบอกสารภาพต่อหน้าคนนับร้อย
แต่หญิงสาวยังคงบอกปฏิเสธกลับมาอยู่ดี
“หนูไม่อาจรับความรู้สึกของพี่เคย์ได้ค่ะ ขอโทษด้วย”แล้วเธอก็เดินจากไปทิ้งบรรยากาศเศร้าหมองให้กับเหล่าผู้คนที่คอยสนับสนุน
ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มยังไม่ลดละความพยายาม
“พี่จะทำให้เอริมีความสุขให้ได้ ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน”เ้าตัวยังทำงานขยันขันแข็ง พยายามเลื่อนตำแหน่งงานให้สูงขึ้นเพื่อหวังขึ้นเป็ประธานบริษัทคนต่อไป
หวังใช้ตำแหน่งพิสูจน์ตัวเองว่า เขาเหมาะสมกับเอริเป็ที่สุด
“สุดยอดกันทั้งชายและหญิง หนึ่งคนหนักแน่นที่จะสารภาพรักออกไปทั้งที่รู้ว่าต้องโดนปฏิเสธกลับมาอีกคนหนึ่งก็รักษาเกียรติชายหนุ่มยินยอมมาเพื่อรับฟังคำบอกรักแล้วก็ปฏิเสธกลับไปด้วยจิตใจบริสุทธิ์ เหตุการณ์เหล่านี้วนเวียนกันไปมาจนไม่รู้จักจบจักสิ้น” ก้องยังนับถือใจทั้งสองฝ่าย
ผิดกับทราเวียร์ที่มองในมุมตรงกันข้าม
“เหรอ งั้นเคย์มันต้องสารภาพรักอีกกี่ครั้งละกี่ครั้งเพื่อหวังให้เอริรับรัก ยังต้องลองอีกกี่ครั้งถึงจะพอใจต้องอีกกี่ครั้งถึงรู้ว่ามันเป็การกระทำที่สิ้นคิด เสียเวลาเปล่าต่อให้เลือกสารภาพเพิ่มอีกเป็หมื่นเป็พันก็เปลี่ยนความจริงตรงหน้าไม่ได้หรอกมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายเกลียดขี้หน้าเพิ่มขึ้นเท่านั้นแหละ”ทราเวียร์ขมวดคิ้วถอนหายใจ
...ไม่สิ มันไม่ใช่เื่ที่เราควรไปคิดด้วยซ้ำ
“มันเป็การกระทำเปล่าประโยชน์อย่างแท้จริงเื่นี้ฉันเห็นด้วย” ก้องเองคิดแบบเดียวกัน ั้แ่จ้องมองมาตลอดหลายปีเอริยังไม่มีท่าทีหลงรักในความพยายามอีกฝ่ายเลย
ทั้งยังตีตัวออกห่างอีกผิดกับชายหนุ่มดูรุกล้ำความเป็ส่วนตัวของเอริเพิ่มไปอีกหลายเท่าตัว และยังเพิ่มพูนความพยายามหนักหน่วงไปอีกหลายเท่าตัวเพื่อหวังใช้มันพิสูจน์ตัวเอง
หนทางที่สวนทางกันสุดท้ายก็ไม่มีทางเดินไปด้วยกันได้หรอก
...ฉันเข้าใจดีที่สุด
ทราเวียร์หลุดพึมพำออกมา
“...เปล่าประโยชน์สิ้นดี” สุดท้ายมันเป็เพียงการเสียเวลาเปล่าก้องถอนหายใจเขาพักเื่ราวของเคย์และเอริแล้วหันกลับมาให้ความสนใจกับ
ฉากเดิมหมุนวนกลับมาอีกครั้ง
“...พี่ชอบน้องเอริครับ ไม่ว่าจะกี่ครั้งพี่ยังชอบเอริเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ความรู้สึกของพี่ พี่อยากให้น้องรับรู้เอาไว้ว่าบนโลกนี้มีพี่เพียงคนเดียวที่รักเอริมากกว่าใคร มากกว่าใครทั้งหมด” เข้ากรอบเดิมสารภาพรักที่ไม่มีความหวังให้ช่วยปลอบใจครั้งนี้มันเป็ครั้งที่เท่าไหร่แล้วที่ชายหัวดื้อยังคงดึงดันสารภาพรักทั้งที่รู้ว่าตัวเองยังไงก็ไม่มีหวัง
...เจ็บซ้ำไปซ้ำมา ทำไมไม่รู้จักจำ
ทราเวียร์มองด้วยแววตาดำมืด
“...เหมือนกับคนโง่ไม่มีผิด” หากเธอยอมรับสารภาพครั้งสองครั้งเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็ต้องลากมาเป็เดือนเป็ปีแบบนี้หรอก แทนเลือกยอมแพ้กลับหันหน้าเข้าสู้
ความรักมันไม่ใช่เพียงแค่อาศัยความพยายามอย่างเดียวและจะประสบความสำเร็จหรอกนะมันต้องใช้อะไรมากกว่านั้น ซึ่งเหมือนว่าเคย์คงไม่บรรจุในจุดนั้นแน่นอน
“...เห็นกันอยู่ว่าหล่อนไม่ได้รู้สึกอะไรกับมันด้วยทำไมถึงยังกล้าสารภาพรักต่อ ทั้งที่รู้ว่ามันเปล่าประโยชน์สิ้นดี น่าหงุดหงิดวะหากเปลี่ยนมันเป็นายฉันคงลากออกไปกระทืบให้หายโง่ั้แ่เริ่มความคิดบ้าบอแบบนี้แล้ว” อารมณ์ร่วมมาเต็ม
จนชายหนุ่มข้างกายยังรู้สึกแปลกประหลาดในจิตใจ
“มนุษย์เป็แบบนี้แหละ เจ็บไม่จำขอแค่มีใจก็พอเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เหมือนกับนายไง” ก้องหันมายิ้มให้กับทราเวียร์
ซึ่งเ้าตัวดูไม่ค่อยชอบซักเท่าไหร่กับการโดนเอาไปเปรียบเทียบ
...โง่เง่ากล้าเอาฉันไปเทียบกับมัน
“ขอโทษแต่ฉันไม่ได้โง่พอเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเื่ความรักหรอกปล่อยให้ไอ้โง่นั้นมันเป็ไปคนเดียวก็พอ ในบริษัทนี้ไม่จำเป็ต้องมีไอ้โง่สองคนมีคนเดียวก็เพียงพอแล้ว” น้ำเสียงเ็ายังแฝงไปด้วยอารมณ์มากมาย
ถึงอย่างนั้นทราเวียร์เหลือบมองเป็พัก ๆ ก่อนหันออกไปทางอื่น
“...” สายตาเหลือบมองมีเหรอว่าเขาจะไม่เข้าใจ
ว่าในใจทราเวียร์กำลังคิดอะไรอยู่
...คงเห็นภาพตัวเองซ้อนทับลงไปสินะถึงได้อ่อนไหวกับฉากตรงหน้าจนหลุดออกมาแบบนี้ ปากบอกไม่สนใจแต่กับแสดงท่าทีออกมาชัดเจนที่สุด
...นายมันน่ารักเกินไปแล้วนะ เวียร์
“...คนโง่สินะ” ก้องเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้านายน่าจะเป็คนที่รู้ดีที่สุดว่าความพยายามบางครั้งมันก็ไม่ได้ช่วยให้เป้าหมายสำเร็จ
แต่ก็ยังพยายามส่งกำลังใจให้ตลอด นายนี่มันย้อนแย้งที่สุด
“มองอะไร?” ทราเวียร์ขมวดคิ้วแน่น
“เปล่า?...คิดว่านายน่ารักดีก็เท่านั้น”
คำตอบพาชายหนุ่มสวมแว่นขนลุกไปทั่วทั้งตัว
“ขอโทษที ฉันไม่ชอบผู้ชายหล่อ”ทราเวียร์ขยับถอยห่างจากชายหนุ่มหน้าหล่อ ก่อนกลับมาให้ความสนใจกับสถานการณ์เบื้องหน้าอีกครั้ง