พ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก

    บทที่ 4 อำนาจตระกูลบริทเทรย์ // ตัวตนของอำนาจ #07 ทรัพย์สินมหาศาล

            ทหารของปราสาทต่างพากันไปดูที่เกิดเหตุ

            “เรียนท่านดยุค   ห้องคลังโดนวางระเบิดครับ!!”

            “คามเสียหายล่ะ   รู้จุดประสงค์คนร้ายมั้ย?”....โอเอนถามลูกน้อง

            “กำลังเร่งตรวจสอบครับ  ยังไงก็เชิญแขกกลับก่อน  เราไม่สะดวกครับ”

            “ได้!  สั่งเชิญแขกกลับ”....โอเอนออกคำสั่ง

            แขกพากันทยอยกลับ

            “ไปกันเถอะแอน ที่นี่ไม่ลปอดภัย!”....อิเรเน่รีบชวนแอน

            “เพคะ ทหาร คุ้มกันองค์หญิง”...แอนสั่งทหารที่ติดตามมา

            “แอน.....แอน...เดี๋ยว......”...เวนนี่พยามรั้งแอน

             

            แอนไปแล้ว ไปพร้อมอิเรเน่กับรถม้าคันที่แอนนั่งตามมา

             

            ครึกๆๆๆๆๆๆ

            เสียงรถม้าวิ่งไปในยามค่ำคืนเข้าไปตัวเมืองเพื่อไปยังปราสาทของเคาน์ราเชน

            “ดูท่าอลันไปได้สวยนะ”...อิเรเน่คุยกับแอน

            “เพคะ องค์หญิงไม่เป็นไรนะเพคะ หม่อมฉันเห็นฟราเชสท์พยามหาเศษหาเลยกับท่าน”...แอนถาม

            “ไม่หรอก  มันทำอะไรมากไม่ได้  แต่นี่ขนาดข้าเป็นองค์หญิงนะ    แสดงชัดพวกมันไม่เห็นเราราชวงศ์เวอรณ์รากีอุสอยู่ในสายตาเลย”...อิเรเน่ตอบ

            “ไม่น่าเชื่อเลยนะเพคะ  หม่อมฉันเคยคิดเสมอว่าผู้มีบรรดาศักดิ์สูงสุดจะมีอำนาจมากที่สุดเสียอีก   แต่ในโลกความเป็นจริงคนที่คุมกำลังอำนาจทางการทหารคือคนที่มีอำนาจมากที่สุดที่แท้จริง...ไม่ค่อยอยากจะยอมรับหรอกนะเพคะ”....แอนพูดแบบขุ่นเคือง

            “แต่ดูแอนไม่เกลียดเวนนี่เลยนะ”....อิเรเน่ถาม

            “ก็...ดูเขาไม่ได้ชั่วร้ายอะไรน่ะเพคะ   แถมเขาเองก็ให้เกียรติหม่อมฉัน    ต่อให้รู้ว่าเขาเป็นศัตรูยังไงก็ต้องวางทีท่าเว้นระยะให้เกียรติเขาในระดับหนึ่งน่ะเพคะ”.....แอนอธิบาย

            “อือฮึ....เราเพิ่งได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราวก็คราวนี้นะ”...อิเรเน่หันมามองแอน

            “อ...อ..เอ่อ...จริงด้วยเพคะ”...แอนเพิ่งรู้ตัวว่าคุยกับอิเรเน่แบบตรงๆ  จึงเริ่มประหม่า

            “ข้าไม่ถือตัวหรอก  เจ้าวางใจเถอะ อีกอย่างในเรื่องของหัวใจข้าเป็นรองเจ้าทุกกรณีเลยรู้มั้ย”....อิเรเน่ถอนหายใจแล้วกอดอก

            “องค์หญิงคิดว่าอลันเลือกวางระเบิดตอนนี้เพราะว่าเห็นเราเต้นรำกับคนอื่นอยู่รึเปล่าเพคะ?”

            “ก็..คิดว่านะ.....อ..ด...เดี๋ยว...เรา?...เราที่ไหนกัน?....ก็เจ้าเท่านั้นมั้งที่อลันหึง”

            “หม่อมฉันอาจจะดูไม่ฉลาดในสายตาใครๆ  แต่หม่อมฉันเองก็ผู้หญิงคนหนึ่ง   ความสัมพันธ์ของอลันกับองค์หญิง  และอลันกับบีนหม่อมฉันรู้หมดแหล่ะเพคะ”

            “ห...หา..?... เอ่อ..  รู้อะไร?”

            “รู้ว่าถึงขั้นมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพคะ  หม่อมฉันมิบังอาจกล่าวจาบจ้างล่วงเกินองค์หญิง  หม่อมฉันแค่ตอบคำถามขอองค?หญิงประทานอภัยเพคะ”

            “...อ..เอ่อ...แล้ว..ทำไม....เจ้าไม่ทำบ้างล่ะ  อลันคลอเคลียอี๋อ๋อกับเจ้าขนาดนั้น   ถ้าเป็นข้าหรือคนอื่นๆ  ป่านนี้ตกเป็นของอลันตั้งนานแล้ว”

            “ทำไม่ได้เพคะ”

            “ทำไมล่ะ ตระกูลเจ้าถือเรื่องพวกนี้เหรอ?  พวกเขาตายหมดแล้วนะตอนนี้เจ้าคือผู้นำตระกูล”

            ถึงตรงนี้ แอนไม่กล่าวอะไรกลับหน้าแดงออกมา  แล้วปาดน้ำตา

            “แอนมีอะไร  ระบายให้ข้าฟังได้นะ   อลันทำอะไรที่เป็นการหักหาญน้ำใจเจ้าเหรอ?”...อิเรเน่ลุกไปนั่งฝั่งเดียวกับแอนขณะอยู่ในรถม้าแล้จับไหล่แอน

            “เปล่าค่ะคือหม่อมฉัน...”...แอนทำเหมือนไม่กล้าเล่า

            “ข้าขอสั่งเจ้าในฐานะองค์หญิงเลยแล้วกัน ที่เจ้าบอกภักดีข้าและพี่ชายจริงก็จงเล่าระบายความอัดอั้นตันใจมา”

            “คือตัวหม่อมฉันเล็ก.....แล้ว.....”

            “แล้ว?...แล้วอะไร?...”

            “หม่อมฉันเคยเห็นขนาดของอลันที่ห้องอาบน้ำคฤหาสน์ตระกูลฟีลด์ของหม่อมฉัน..มัน...มัน..........”

            “มันใหญ่..”

            “เพคะ มันใหญ่”

            “มากด้วย”

            “เพคะ ใหญ่มากด้วย”

            อิเรเน่รู้แล้วว่าปัญหามันคืออะไร  นางลองชูมือทั้ง 2 ขึ้นมากะการณ์ขนาดของแท่งเขื่องอลัน แล้วเอามือนั้นมาทาบที่หว่างขาหน้าท้องแอน

            “มันใหญ่....ไป...ใหญ่ไปสำหรับเจ้าจริงๆ”

            “หม่อมฉันกลัวเพคะ  กลัวว่าถ้าอลันทำขึ้นมาหม่อมฉันจะทนไม่ได้ตายซะก่อน   ถ้าเป็นแบบนั้น อลันต้องโทษตัวเองแน่เพคะ”

            “ห๊ะ...!!...  แล้วอลันรู้มั้ยว่าเจ้าคิดแบบนี้?”

            “ไม่ทราบเพคะ  อาจจะยังไม่รู้ก็ได้”

            “แล้ว.... ....เจ้าโกรธมั้ย? ที่อลันเอาสิ่งที่น่าจะทำแค่กับเจ้ามาทำกับข้าและบีน   เพราะขนาดแค่หมั้นหลอกๆกับข้าเจ้ายังงอนชนิดต้องให้เสด็จพี่เอียนน์ช่วยอธิบายเลยนี่”

            “แรกๆ ก็โกรธเพคะ   แต่พอรู้ว่าอลันต้องอดทนขนาดไหนเวลาอยู่ด้วยกัน   หม่อมฉันเองก็......ก็....อืม...พอมาคิดๆดูยอดคนแบบเขาคงไม่ได้ครอบครองผู้หญิงแค่คนเดียวแน่  และว่ากันตามตรง   ตามปกติผู้ชายระดับนี้ต้องมีแค่คนที่สวยและเก่งเพียบพร้อมพอเท่านั้นจึงจะเคียงข้างแนบกายแอบอิงเขาได้   การที่หม่อมฉันได้มาเป้นหนึ่งในนั้นก็ถือว่าโชคดีมากแล้วเพคะ   ถ้าไม่มีเขาไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เจอผู้ชายดีๆมั่งมั้ย  อย่างดีก็ลูกขนนางแถวบ้านแค่นั้น”....แอนก้มหน้าอธิบาย

            “ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมหรอก  เจ้าน่ะเบอร์หนึ่งเลยล่ะจ้ะ”....อิเรเน่ยิ้มตอบ

            “..พ...พ..เพ..คะ”...แอนก้มหน้ารับคำด้วยทีท่าทั้งเขินๆ

            “ยังมีเจ้าหนุ่มว่าที่รัชทายาทกบฏสุดหล่อของตระกูลบริทเทรย์อีกนะ   ใครบอกว่าเจ้าด้อยนี่ข้าเถียงแทนเลย”

            “แต่องค์หญิงก็ได้ครอบครองอลันแล้วนี่เพคะ”

            “หยุดเลยนะ!!  ข้าเข้าใจว่าเจ้าถ่อมตัวและพยามพูดปลอบข้า   แต่หยุดทำให้ข้าดูน่าสมเพชไปว่านี้นะ!... ..ถ้าขนาดของอลันสอดใส่ไปในของเจ้าได้   ข้ากับบีนจะยังจำเป็นกับเขาอีกเหรอ รับรองว่าไม่มีโอกาสโดนเขากอดด้วยความตั้งใจแน่นอน”....อิเรเน่กระชากเสียง

            แอนตกใจกลัว

            “พ...พ..เพคะ...ขอประทานอภัยเพคะ..หม่อมฉันพูดไม่คิดสมควรต้องอาญาจริง”...แอนเอามือตีแก้มตัวเอง

            อิเรเน่รีบคว้ามือแอน

            “จะบ้าเหรอ? ขืนอลันรู้ว่าเจ้าตีปากตีแก้มตัวเองเพราะโดนข้าดุ  อลันเอาข้าตายเลย!!...”.....อิเรเน่ลนลานแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มลง

            “อีกอย่าง....พวกเรา 3คนคือเหยื่อไฟรักของชายคนเดียวกัน   ...ดีๆกันไว้เถอะนะ  เรายังต้องช่วยเหลือกันอีกเยอะ”

            “เพคะ”...แอนยิ้มแล้วกล่าวต่อ

            “อ้อ .. เอาจริงๆ ที่ซเปลยังมีอีกคนนะเพคะ  แต่คิดว่านางยังไม่ได้กันกับอลัน”

            “ห๊ะ!!...ยังมีอีกเหรอ!?...แค่นี้ก็แทบจะไม่มีที่ให้ข้าอยู่แล้วนะ  นางเป็นใคร?”

            “เรอา ....ผู้จัดการโรงแรม ที่อลันไปติดต่อด้วยประจำเพคะ   นางรู้เรื่องร้านค้าสิ่งของต่างๆ ทั้งในเมืองและเมืองใกล้ๆ  อลันตอนอยู่ที่นั่นก็พึ่งพาไปไหนมาไหนกับนางบ่อยๆ...”

            “หวังว่าจะมีแค่นั้นนะ”

            “เพคะ...แต่องค์หญิงคือ............”

            “อะไรเหรอ?”

            “จนถึงวันนี้อลันไม่เคยบอกรักข้าเลยนะเพคะ  ถ้าเขาแค่ภักดีกับข้ามากๆหรือเอ็นดูข้าแบบ...........”

            “เจ้านี่ขี้กังวลจริงๆ  ถ้าขนาดเจ้าเขายังไม่รัก  ข้าและบีนคงแค่นางบำเรอล่ะมั้ง....ว่าไง ได้ยินข้าพูดขนาดนี้มั่นใจในตัวเองขึ้นมาบ้างรึยัง?”

            “ขอประทานอภัยเพคะ”....แอนจ๋อย

            “ให้ตายเถอะ ขนาดจ๋อยยังน่ารัก มิน่าอลันรักเจ้าปานแก้วตาดวงใจ”.....อิเรเน่ถอนหายใจแล้วยิ้ม

             

            อลันรอพวกอิเรเน่และแอนอยู่ที่ปราสาทเคาน์แล้ว

             

            พวกแอนมาถึง คนของปราสาทแอบลอบออกอีกทางของเมืองยามค่ำคืนโดยอาศัยไฟฉายของอลัน 10กระบอก  ให้คน 10 คนถือนำเป็นระยะ 10 กลุ่มแล้วมีคนติดตามคนถือกระบอกไฟแต่ละกลุ่มมี10 คน

            เดินเท้าออกยามราตรีไปยังทางลาดของหุบเขาด้วยผังเมือง

            “มันเกิดอะไรขึ้น   แล้วอลันที่มาถึงก่อนเราล่ะ?”..อิเรเน่ถาม

            “ท่านอลันอยู่พระเจ้าข้า เขาสั่งให้พ่อครัวเตรียมอาหารตามสูตรที่ให้มา  แล้วตอนนี้ทำทีเข้าไปประจำในครัวแล้ว   สักพักคนของตระกูลบริทเทรย์ต้องทำทีตามมาดูองค์หญิงกับแอนด้วยความเป็นห่วง แต่แท้จริงแล้วจะมาดูว่าอลันอยู่ที่นี่มั้ยพระเจ้าขา    โอกาสที่พวกมันจะมามีกันสูง”...ราเชนอธิบาย

            “งั้นแล้วคนของท่านกับของข้าที่พากันออกไปล่ะ?”

            “พวกท่านอลันพบเอกสารที่เป็นการยักยอกเงินทอนมากมายมหาศาล   เขาวางระเบิดห้องคลังของปราสาท  ทรัพย์สมบัติเหล่านั้นตกลงไปในพื้นด้านล่างจากดินที่เป็นแอ่ง   น่าจะลึกพอสมควร   จากจุดนั้น พอท่านอลันกลับมาก็ให้ข้ากางผังแผนที่ต่างๆ พบว่าเรามีทางที่น่าจะไปถึงจุดที่สมบัติร่วงลงไปได้  มืดค่ำเช่นนี้พวกมันคงเก็บกู้อะไรไม่ได้  ถึงแม้แต่สว่างแล้ว  ก็ต้องใช้เวลามากมายกว่าจะลงไปสำรวจได้    เราจะฉกฉวยโอกาสนี้ปฏิบัติการรวบทรัพย์ในเงามืดแล้วทยอยขนมาเท่าที่จะหอบมาได้เพื่อเอาเงินทองคืนหลวงและใช้บริหารดูแลชาวบ้านภายหลัง  อีกส่วนหนึ่งก็เก็บไว้ให้พวกเราใช้เป็นทุนรอนในการต่อสู้กับพวกมัน”

            ....ราเชนทูลอธิบาย

            “ทำไมต้องรอใช้ช่วยชาวบ้านล่ะ  ใช้เลยไม่ได้เหรอ?”....อิเรเน่ถาม

            “มิควรพระเจ้าข้า   ท่านอลันคิดเช่นเดียวกับข้าหากเราใช้เงินทองตอนนี้มันต้องรู้ตัวว่าเราเอาไป”

            “อืม.ม.ม.จริง....”

            “งั้นเราแสดงบทให้พวกมันดูกันดีกว่า”...บีนที่ติดตามไปแล้วเงียบอยู่นานเสนอ

             

            .....ตามคาด.....

            ครู่ใหญ่ๆ คนของตระกูลทริทเทรย์เดินทางมาไถ่ถามความปลอดภัยองค์หญิงอิเรเน่และไวเคานเตสแอน จากนั้นจะขอเข้าพบและขออภัยที่ปล่อยให้เกิดเรื่องที่น่าตื่นตระหนก

            “ดั่งที่กล่าวมา   ทางเราเองไม่ทราบจะรับผิดชอบยังไง    ว่าแต่ ท่านผู้กล้าอลันอยู่ที่นี่หรือไม่ครับไต้เท้าเราเชน?”....หัวหน้ากองทหารของปราสาทวินบริคถาม

            “อยู่  เชิญท่าน”..ราเชนพาเข้าไปที่ห้องเตาผิงที่มีโซฟา   ห้องรับรองนี้ใช้รับรองแขกระดับสูง

             

            “อลันข้ากลัวจัง”...แอนพูดโดยมีอลันเอามือโอบหัวลงมาซบที่อกเขา

            “ข้านึกว่าจะไม่ได้กลับมาเจอคู่หมั้นข้าซะแล้ว”...อิเรเน่กล่าวกับอลันอย่างอ่อนหวาน

            อลันเอามือโอบหัวอิเรเน่มาซบตนอีกเช่นกัน

            “ถ้าข้ารู้ว่ามันอันตราย  รู้เช่นนี้ข้าตามพวกท่านไปด้วยแต่แรกแทนการเตรียมอาหารเลี้ยงคนในปราสาท   มิต้องให้ตกในภวังค์หวาดกลัวเช่นนี้  โถนายหญิงและองค์หญิงของข้า  น่าสงสารจริงๆ”....อลันพูดแล้วหอมที่ผมของทั้ง2 นาง

            “ก็....ตามนี้....”...ราเชนหันมาตอบ

            “ปราสาทท่านไม่มีพ่อครัว?”....หัวหน้ากองทหารถาม

            “มี” ..ราเชนตอบ

            “เช่นนั้นทำไมยังให้อลันทำครัว?”

            “ถ้าท่านได้ลองชิมอาหารฝีมือเขา  ท่านจะงดสั่งพ่อครัวของปราสาทท่านคุมครัวชั่วคราว”

            หลังราเชนตอบเสร็จ

            พนักงานครัวก็พากันเข็นรถอาหารออกมา

            กลิ่นหอมที่ไม่เคยมีมาก่อนโชยออกมาจนท้องทหารที่มาพากันร้องไม่เว้นแม้แต่หัวหน้ากอง

            “ดูท่าข้าควรเชิญท่านมาร่วมรับประทานอาหารของอลันด้วยกันแล้ว”...ราเชนยิ้ม

            “ม...ไม่เป็นไรครับไต้เท้า  พวกข้าขอตัว”....หัวหน้ากองพูดจบก็พาทหารจากไป

             

            มองทหารไปจนไกลตา  ราเชนสั่งคนปิดประตูปราสาทแล้วหันมาสนทนา

            “ดูท่าพวกท่านเล่นได้สมบทบาท”

             

            แต่ภาพที่เห็นคือแอนกับอิเรเน่คลอเครียอลันนัวเนียจริงๆ

            “ดูท่าจะไม่ได้สมบาทบาท   แต่เล่นจริงเลยสินะ  ยังไงก็อย่าลืมว่ามีชุดอาหารแสนอร่อยของอลันทำเสร็จพร้อมทานกันแล้วนะทุกคน”....

            ราเชนยิ้มแล้วพาคนในปราสาทดื่มกินกับอาหารชุดนี้

             

            ทั้งหมดทานอาหารและแบ่งส่วนไว้ให้พวกที่ออกไปขนสมบัติ  จวบจนดึงอลันแอบออกมารับขบวนขนย้าย   พวกเขาจำต้องหาที่ซ่อน เพราะหากไว้ที่ปราสาทท่านเคาน์มีโอกาสที่จะโดนขอค้น

            คุกเก่าใต้ดินที่เลกใช้ไปแล้วของเมืองเพราะมีมอนสเตอร์ดุร้ายเข้ามาอาศัย   ตอนนี้อลันลงไปสำรวจแล้วให้ทีมงานเงาปีศาจทยอยขนลงไปกับทหารมีฝีมืออีกจำนวนหนึ่ง  ส่วนอลันมีหน้าที่คุ้มกันพวกเขาจากมอนสเตอร์

            มอนสเตอร์โดนอลันกำราบ  ตัวที่เป็นจ่าฝูงโดนอลันสยบในไม่กี่ท่า  มันเชื่องและกลัวอลัน  ดังนั้นสมบัติที่นี่จึงปลอดภัย

             

            อลันกลับมาด้วยความล้าเพราะตระเวนหลายที่ในวันเดียว

            เขาส่งแอนเข้านอน

            “อลัน”

            “ครับ?”

            “ท่าน....คิดยังไงกับข้า.....?”

            “ทำไมถึงถามครับ?”

            “ทำไม ข้ารู้ไม่ได้เหรอ?....สำหรับท่าน  ข้าเป็นแค่หญิงสาวน่าสงสารไร้ที่พึ่งพิงหรือเป็นมากกว่านั้น?”

            “ข้า..รักนายหญิงครับ...”

            “อ๊ะ...เอ๋?”

            “งงทำไมครับ?  ก็นายหญิงอยากฟังความจริงจากปากข้า”

            “เปล่า ข้า...แค่ไม่นึกว่าท่านจะตอบตรงและ...ไวขนาดนี้”

            “ให้พูดอีกครั้งก็ได้  ข้ารักท่าน ....แอน..”

            “บ้าๆ..รู้แล้ว พอแล้ว ...ข้าเขิน...ว่าแต่...แล้ว ผู้หญิงที่ชื่อแตงโมล่ะ?”

            “ปล่อยนังนั่นไปตามเรื่องของมันเถอะครับ ไว้จบเรื่องข้าจะพานางกลับบ้านตามที่รับปากพ่อแม่นางไว้เอง”.....อลันพูดถึงแตงโมแล้วฉุน

            “อย่าโกรธข้านะอลัน   ข้าแค่ถามดูเฉยๆ”...แอนเอามือจับแก้มอลัน

            แล้วยื่นหน้าเข้าไปจูบ

            จุ๊บ..

            เอาปากชนปากเบาๆ

            หน้าแอนแดง

            ที่แดงไม่แพ้กันคือหน้าอลัน

            “นายหญิง......ท่าน”

            “ข้าก็รักอลัน   ข้าไม่สนคุณชายเวนนี่อะไรนั่นหรอก   อลันอยู่ไหนขาไปด้วยอย่าปล่อยให้ข้าไปไหนโดยไม่มีท่านอีกนะ”

            พูดจบอลันประกบปากแอน  แล้วแยงลิ้นเข้าไปที่ปากนุ่มเล็กๆ ของแอน  จนแอนต้องอ้าปากให้ลิ้นอลันควานเข้าไป  นางจูบดูดดื่มไม่เป็น  แต่พอจะรู้ว่าการจูบแบบดูดดื่มต้องแลกลิ้นกัน   นางยื่นลิ้นให้อลัน  อลันเอาปากและลิ้นของเขาดูดรวบลิ้นแอนแล้วแยงลิ้นของเขาเข้าออกเสียดสีกับลิ้นแอน

            อลันทนอีกไม่ไหว  เขางัดแท่งของเขาออกมาจากกางเกง  แต่พอแอนเห็นกลับหน้าซีดมองมันแล้วมองเนินของตัวนางเอง   ใจเต้นแรงไม่ใช่ตื่นเต้น  แต่กลัว  อลันไม่กล้าฝืนแอน  เขาเก็บแท่งกลับ  แล้วจับหน้าอกแอน2-3 ทีก่อนจะหอมแก้มแอน

            “พูดอีกได้มั้ยคะ?”

            “ไหนว่าเขินไงครับ”

            “ข้า..อยากได้ยินมันก่อนนอน”

            “รักนะจ้ะ”

            “ฮิ..”...แอนยิ้มกึ่งหัวเราะชอบใจ

            อลันเปิดผมที่หน้าผากแอนจูบที่หน้าผาก 1 ทีก่อนจะจูบที่ปากกับเบาๆ แล้วรอแอนหลับ

            จากนั้นค่อยดิ่งมาระบายความกระสันกับบีนก่อน  เพราะทำกับบีนเสร็จบีนจึงจะไปเฝ้าแอน

            แล้วอลันค่อยมาระดมกระฉูดกามใส่อิเรเน่  แล้วนอนกกนัวเนียกับอิเรเน่เป็นการคุ้มกันนางไปในตัว

            อลันไม่สามารถทนเฝ้าแอนทั้งคืนบ่อยๆได้เพราะกลัวอดใจไม่ไหวจึงต้องพึ่งบีน แต่กับอิเรเน่เขาไม่ต้องอดทนอะไร แค่ระบายออกมา

             

            “บัดซบ!!เงินข้าหายไปเป็นล้านเลยนะ”....โอเอนโวยวายลั่นปราสาท

            ข้ารับใช้ต่างพากันก้มหน้าด้วยความกลัว  พวกทหารยามเองก็เตรียมตัวรอรับโทษ

            “ท่านพ่อ  ไอ้พวกไร้ประโยชน์พวกนี้เอาไว้ไม่ได้ เลี้ยงไว้มีแต่เสียทรัพย์เปล่าๆ”...ฟราเชสท์อยากจะสั่งฆ่าทหารเต็มแก่

            “ท่านพี่  พวกมันทำเต็มที่แล้ว   ศัตรูเข้ามาทั้งที่ข้าและคนของข้ายังอยู่   แสดงว่ามันคือยอดฝีมือระดับสูง   หรือไม่ก็เข้ามายังตอนที่ข้าออกไปข้างนอก   ดังนั้นทหารยามพวกนี้มันเองก็ไม่ได้มีความผิด”

            ...เวนนี่ค้านการลงโทษตาย

            “จริงของเวนนี่   เราฆ่าพวกมันไป  ยิ่งทำให้คนของเราลดลงเปล่าๆ   เผลอๆ จะเข้าทางศัตรูมันด้วย”...โอเอนเห็นพ้องกับเวนนี่

            “แต่ท่านพ่อ.............”....ฟราเชสท์ยังพูดไม่จบ

            หัวหน้ากองก็กลับมา   ตรงกับตอนที่มิลัวร์ลงมาจากห้องของดยุคโอเอน

            “ท่านพ่อ  ห้องนั้นไม่มีอะไรสูญหาย  ทุกอย่างวางอยู่มุมเดิมหมดค่ะ”

            “อืม  แสดงว่ามันยังไม่ได้เข้าไปยังห้องนั้น และคงยังไม่รู้ว่าห้องลับของเราอยู่ในนั้น   ว่าแต่หัวหน้ากองเจ้าได้อะไรมาบ้าง?”

            “เรียนท่านดยุค    อลันยังอยู่ที่นั่น  เข้าครัวเตรียมมื้อใหญ่ให้คนในปราสาทและ.........”....หัวหน้ากองอ้ำอึ้งมองมายังเวนนี่

            “มีอะไรพูดมา   อย่าลีลาเยอะ”....เวนนี่สั่ง

            “เขากำลังละมือจากงานครัวออกมานั่งปลอบขวัญองค์หญิงอิเรเน่......และ...เลดี้แอน...แบบนั่งแนบกอดแอบอิงกันนัวเนียเลยครับ”.....หัวหน้ากองเล่าตามที่เห็น

            ทุกคนในห้องเงียบหมด  แล้วมองไปยังเวนนี่

            “ขอบใจมาก มีอีกมั้ย?”....เวนนี่ถาม

            “แค่นี้ครับ ทางปราสาทของเคาน์ราเชนก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ..”

            “งั้นข้าขอตัวไปพักก่อน  พรุ่งนี้ข้าน่าจะมีอะไรให้ทำอีกเยอะเลย  ราตรีสวัสท่านพ่อ”....เวนนี่เดินไป  ตามด้วยแอลทีร์

             

            เข้าห้องมา  เวนนี่เอามือจับหัวแอลทีร์กดลงที่โต๊ะทำงานดังตึง  แล้วกระชากกางเกงของแอลทีร์ลงมา    เขาจ้วงนิ้ว 2 นิ้วยัดพรวดเข้าไปในกลีบของแอลทีร์

            แอลทีร์เม้มปากไม่อุทานออกมาแม้นิดเดียว

            “ไอ้ลัน  มันถือดียังไงกอดหอมว่าที่เมียข้า   กว่าข้าจะเจอผู้หญิงที่น่ารักสดใสคู่ควรกับข้า   ก็ต้องมามีไอ้อลันมันมาทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของทั้งที่มัน..ทั้งที่มันเป็นแค่ขี้ข้าของนางแท้ๆ..”

            เวนนี่เดือดดาล เอามือที่จับหัวแอลทีร์เปลี่ยนมาขยำแก้มก้นนาง  จากนั้นจับขาแอลทีร์พลิกขึ้นมาเป็นท่านอนหงายบนตะทำงาน  กระชากชุดออกจนเห็นเต้าอกเด้งต่อหน้า  ก้มลงไปจับขยำ งับ ขบอย่างหนักหน่วงรุนแรง

            แล้วยัดแท่งเข้าไปในรูกลีบของนาง

            พรวด

            “อึก..”....เสียงนางลอดออกมา

            “แอน แอน แอนจ๋า  แอน  อาห์ แอน อูยส์  แอน”.....เวนนี่ตะบันเอวขยี้ใส่รูของแอลทีร์ไม่ยั้งโดยที่ครางชื่อแอน

            จนกระทั่งเขาแตกในใส่

            “ไปอาบน้ำซะ...”

            “แล้ว...คุณชายจะทำอีกมั้ยคะ?”

            “ทำ... ข้าจะระบายจนกว่าจะพอใจ”

            “ค่ะ คุณชาย ถ้าเพื่อคุณชาย”

            “ไอ้อลัน  ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นคนทำเรื่องนี้หรือว่าไม่เกี่ยว   แต่ถ้ามันไม่ตาย  แอนจะไม่มีทางหันมามองข้า

    คล้ายกับเรื่องพ่อบ้านลูกครึ่งต่างโลก กับการผจญภัยตามหารัก ที่คุณอ่าน