ห้องฝึกพลังใต้พระราชวังลังกายังคงเงียบงันวงแหวนอาคมโบราณบนพื้นหินส่องแสงช้าๆเหมือนหัวใจของเครื่องจักรพลังงานที่กำลังทำงานอย่างต่อเนื่องทศกัณฐ์ยืนอยู่กลางวงแหวนอีกครั้ง หลังจากการฝึกหลายชั่วโมงที่ผ่านมาเขาเริ่มเข้าใจรูปแบบของพลังผู้สืบสายอวตารมากขึ้น การควบคุมมันไม่ใช่การกดข่มแต่เป็นการนำทางมัน
สีดายืนอยู่ด้านนอกพร้อมเครื่องตรวจวัดพลังงานเหมือนเดิมสายตาของเธอจับจ้องตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งใจ “เริ่มได้” เธอกล่าวทศกัณฐ์หลับตาลงช้าๆ พลังสีดำเริ่มไหลออกมาจากร่างของเขาอีกครั้งแต่คราวนี้มันนิ่งและเสถียรกว่าที่เคย เส้นพลังไหลไปตามร่องอาคมบนพื้นเหมือนกระแสน้ำที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำตัวเลขบนเครื่องตรวจวัดเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หกสิบ…เจ็ดสิบ…แปดสิบเปลวพลังสีดำรอบตัวเขาหมุนวนเหมือนพายุที่ถูกควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่แน่นอนสีดามองค่าพลังอย่างไม่ละสายตา แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ คราวนี้พลังไม่ได้สั่นไหวเหมือนก่อนทศกัณฐ์ยังคงยืนมั่นคง ลมหายใจของเขาสม่ำเสมอ “ดีมาก” สีดากล่าวเบาๆตัวเลขขยับขึ้นต่อ แปดสิบเจ็ด…แปดสิบแปด…แปดสิบเก้าพลังสีดำเริ่มสว่างขึ้นรอบตัวเขาเหมือนเกราะพลังงานที่ปกคลุมทั้งร่างห้องฝึกเริ่มสั่นเล็กน้อยจากแรงกดดันของพลังมหาศาล
“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์”สีดาพูดออกมาอย่างชัดเจน ทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่โดยไม่แสดงอาการเสียการควบคุมดวงตาของเขาลืมขึ้นช้าๆ พลังสีดำหมุนวนรอบร่างเหมือนพายุที่เชื่องแล้ว“ผมยังควบคุมมันได้” เขากล่าว สีดายิ้มเล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขามาถึงระดับนี้โดยไม่เสียสติ “งั้นลองอีกนิด” เธอกล่าว“แต่อย่าฝืนตัวเอง” ทศกัณฐ์พยักหน้า จากนั้นเขาก็ปล่อยพลังเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยตัวเลขบนหน้าจอขยับขึ้น เก้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์ อากาศในห้องเริ่มหนักขึ้นเสียงพลังงานสั่นสะเทือนเบาๆไปทั่วกำแพงหิน ทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่ได้ สีดามองหน้าจออย่างระมัดระวัง“พอแล้วก็ได้” เธอกล่าว “คุณไปไกลกว่าที่เราคิดแล้ว” แต่ทศกัณฐ์กลับพูดเบาๆ“อีกนิดเดียว” จากนั้นเขาก็เพิ่มพลังขึ้นอีกครั้ง ตัวเลขกระพริบเก้าสิบสองเปอร์เซ็นต์ ทันใดนั้น ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปพลังสีดำระเบิดออกจากร่างของทศกัณฐ์ในพริบตา มันพุ่งขึ้นเหมือนเสาแห่งความมืดที่ทะลุขึ้นสู่เพดานห้องฝึกเส้นพลังนับไม่ถ้วนหมุนวนรอบตัวเขาเหมือนพายุขนาดมหึมา
“ทศกัณฐ์!” สีดาเรียกทันทีวงแหวนอาคมบนพื้นสว่างขึ้นอย่างรุนแรงเพื่อพยายามควบคุมพลังนั้นแต่พลังที่ระเบิดออกมากลับรุนแรงเกินกว่าที่วงแหวนจะกักไว้ได้ ในวินาทีนั้นเองทศกัณฐ์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหายไป เสียงทุกอย่างดับลงความรู้สึกของร่างกายค่อยๆเลือนหายไป และทันใดนั้นเขาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความมืดไม่มีที่สิ้นสุดพื้นใต้เท้าเหมือนกระจกสีดำที่สะท้อนเงาของเขาอย่างชัดเจนทศกัณฐ์มองไปรอบๆอย่างระมัดระวัง
“นี่มัน…” เขาพึมพำเสียงของเขาดังก้องไปทั่วความว่างเปล่า แล้วทันใดนั้นเสียงบางอย่างก็ดังขึ้นจากความมืด เสียงฝีเท้า…ช้าๆ…หนักแน่นจากเงามืดที่อยู่ไกลออกไป เงาร่างขนาดมหึมาค่อยๆปรากฏขึ้นร่างนั้นสูงใหญ่กว่าทศกัณฐ์หลายเท่า ร่างกายถูกปกคลุมด้วยพลังสีดำเข้มเหมือนเปลวไฟแห่งความมืดและที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ…มันมีรูปร่างเหมือนเขาเงาร่างนั้นหยุดอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว ดวงตาสีแดงลุกโชนจ้องมองเขาอย่างเงียบงันทศกัณฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นายคือใคร” เงาร่างนั้นยิ้มช้าๆก่อนจะตอบด้วยเสียงทุ้มลึกที่ก้องไปทั่วโลกแห่งความมืด “ข้า…”มันหยุดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “…ก็คือตัวตนที่แท้จริงของพลังที่เจ้าใช้”ทศกัณฐ์จ้องมันนิ่ง เงาร่างนั้นก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าวพลังความมืดรอบตัวมันกระเพื่อมเหมือนทะเลพายุ “ถ้าเจ้าต้องการควบคุมพลังให้ได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์จริงๆ…”เสียงของมันต่ำและหนักแน่น “…เจ้าก็ต้องผ่านข้าไปให้ได้ก่อน”โลกแห่งความมืดสั่นสะเทือนเล็กน้อยขณะที่ทศกัณฐ์ยืนเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อาจเป็นด้านที่ลึกที่สุดของพลังผู้สืบสายอวตารในตัวเขาเอง
ความมืดไร้ขอบเขตยังคงปกคลุมทุกทิศทางราวกับโลกทั้งใบถูกสร้างขึ้นจากเงาเพียงอย่างเดียวทศกัณฐ์ยืนเผชิญหน้ากับร่างขนาดมหึมาที่มีรูปลักษณ์เหมือนเขาก่อนที่ร่างนั้นจะหดเล็กลงจนมีขนาดเท่ากับทศกัณฐ์แต่กลับแผ่พลังที่หนักหน่วงและดิบเถื่อนยิ่งกว่าดวงตาสีแดงของมันส่องแสงเหมือนเปลวเพลิงในความมืด “งั้นนี่ก็คือ…” ทศกัณฐ์พึมพำ“…ตัวตนที่แท้จริงของพลังในตัวผม” เงาร่างนั้นยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย“ไม่ใช่แค่พลัง” มันกล่าว “แต่เป็นทุกสิ่งที่เจ้ากดข่มเอาไว้…ความโกรธความกระหายในการทำลาย และสัญชาตญาณของอสูรที่แท้จริง”พลังสีดำรอบตัวมันพุ่งพล่านขึ้นเล็กน้อยเหมือนเปลวไฟที่ถูกลมพัด“เจ้าคิดจริงๆหรือว่าตัวเองควบคุมมันอยู่” มันถามเสียงต่ำ ทศกัณฐ์ไม่ตอบในทันทีเขาเพียงจ้องมันนิ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พลังสีดำของเขาเองก็เริ่มไหลออกมาปกคลุมร่างเช่นกัน
“ถ้าคุณคือส่วนหนึ่งของผม”เขากล่าวเสียงเรียบ “งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องเอาชนะคุณ” เงาร่างนั้นหรี่ตาลงเล็กน้อย“โอ้?” มันหัวเราะเบาๆ “แล้วเจ้าจะทำยังไง”ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นช้าๆ พลังสีดำเริ่มหมุนวนรอบแขนของเขา “ผมจะควบคุมคุณแทน” สิ้นคำเงาร่างนั้นก็พุ่งเข้ามาในพริบตา หมัดของมันพุ่งเข้าหาทศกัณฐ์ด้วยความเร็วที่แทบมองไม่ทันเสียงกระแทกดังสนั่นเมื่อทศกัณฐ์ยกแขนรับเอาไว้พื้นกระจกสีดำใต้เท้าแตกกระจายเป็นรอยร้าวยาวหลายสิบเมตรแรงปะทะส่งคลื่นพลังออกไปทั่วโลกแห่งความมืด ทศกัณฐ์ถอยหลังไปเล็กน้อยแต่ยังยืนหยัดอยู่ได้ “พลังของเจ้าก็คือข้า!” เงาร่างคำรามก่อนจะโจมตีซ้ำอย่างต่อเนื่อง หมัด เท้าและคลื่นพลังความมืดพุ่งเข้าใส่ทศกัณฐ์ไม่หยุด ทศกัณฐ์เริ่มตอบโต้เขาหมุนตัวหลบแล้วสวนกลับด้วยหมัดที่หุ้มด้วยพลังสีดำเสียงปะทะดังสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่ว่างเปล่า
การต่อสู้ระหว่างทั้งสองรุนแรงขึ้นทุกวินาทีราวกับพายุสองลูกกำลังชนกันกลางความว่างเปล่า แต่ยิ่งต่อสู้ทศกัณฐ์ก็เริ่มสังเกตบางอย่าง พลังของเงาร่างนั้น…ไม่เคยลดลงเลยไม่ว่าจะถูกโจมตีมากแค่ไหน มันก็ฟื้นตัวกลับมาในทันที “เข้าใจแล้วใช่ไหม”เงาร่างพูดขึ้นขณะรับหมัดของเขา “ข้าไม่มีวันแพ้เจ้า” มันยิ้ม“เพราะข้าคือพลังของเจ้าเอง” ทศกัณฐ์กระโดดถอยออกมาเล็กน้อย หายใจลึกเขาจ้องเงาร่างนั้นอย่างครุ่นคิด คำพูดของมันไม่ผิดถ้าเขาพยายามเอาชนะมันด้วยพลังเพียงอย่างเดียว การต่อสู้นี้จะไม่มีวันจบ เพราะตอนนี้มันคือส่วนหนึ่งของเขาเองทศกัณฐ์ค่อยๆลดพลังลงเล็กน้อย ทำให้เงาร่างนั้นชะงักไป “ยอมแพ้แล้วหรือ” มันถามทศกัณฐ์ส่ายหัว “เปล่า” เขาตอบ “ผมแค่เข้าใจแล้วว่าต้องทำยังไง” เขาคลายหมัดลงแล้วก้าวเดินตรงเข้าไปหาเงาร่างนั้นโดยไม่ตั้งท่าต่อสู้พลังสีดำรอบตัวเขาค่อยๆนิ่งลง เงาร่างขมวดคิ้วเล็กน้อย “เจ้ากำลังจะทำอะไร”ทศกัณฐ์หยุดอยู่ตรงหน้ามัน ระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว “คุณพูดถูก” เขากล่าว “คุณคือส่วนหนึ่งของผม”เขายกมือขึ้นช้าๆ แล้ววางลงบนอกของเงาร่างนั้น “และถ้าผมจะควบคุมพลังนี้…”เสียงของเขาหนักแน่น “…ผมก็ต้องยอมรับคุณ” ในวินาทีนั้นพลังสีดำรอบตัวเงาร่างก็สั่นสะเทือนรุนแรง ดวงตาสีแดงของมันเบิกกว้างเล็กน้อยราวกับไม่คาดคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น “เจ้าคิดว่าแค่เจ้ายอมรับข้าแล้วจะควบคุมข้าได้งั้นหรือ!”มันคำราม พลังมหาศาลระเบิดออกมาจากร่างของมัน พยายามผลักทศกัณฐ์ออกไปแต่ทศกัณฐ์กลับยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่ถอย “ผมไม่ได้จะควบคุมคุณด้วยการบังคับ”เขากล่าวเสียงนิ่ง “แต่จะทำให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของผมอย่างแท้จริง”
พลังทั้งสองเริ่มปะทะกันอย่างรุนแรงแต่ครั้งนี้มันไม่ใช่การต่อสู้เพื่อทำลายกันกลับเหมือนการหลอมรวมบางอย่างเข้าด้วยกัน แสงสีดำเข้มเริ่มปกคลุมทุกสิ่งจนโลกแห่งความมืดทั้งหมดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
และในโลกแห่งความจริงภายในห้องฝึกพลังใต้พระราชวังร่างของทศกัณฐ์ที่ยืนนิ่งอยู่กลางวงแหวนอาคมก็เริ่มปลดปล่อยพลังออกมาอีกครั้งแต่คราวนี้ พลังนั้นไม่ได้ปะทุอย่างควบคุมไม่ได้ กลับหมุนวนอย่างเป็นจังหวะราวกับบางสิ่งกำลังเปลี่ยนแปลงจากภายใน สีดามองภาพนั้นด้วยสายตาที่จริงจัง“นี่มัน” เธอพึมพำ ขณะที่ค่าพลังงานบนเครื่องตรวจวัดเริ่มพุ่งสูงขึ้นอีกครั้งและครั้งนี้ มันกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดที่แท้จริงของทศกัณฐ์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน