ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 313 : แสงทองร่วงหล่น

จารึกที่ 313 : แสงทองร่วงหล่น : สัจธรรมแห่งอักษรท้าสวรรค์


คลื่นกัมปนาทจากการปะทะสะท้านเลื่อนลั่นไปทั่วทุกอณูของมิติแห่งความว่างเปล่า ทะเลเมฆาที่เคยหนาทึบถูกฉีกกระชากออกเป็นวงกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกมิติสีดำสนิทที่เต้นตุบๆ ดุจบาดแผลของเอกภพ ภายในวิหารเทพอนันตกาลที่หล่อหลอมจากทองคำม่วงและหยกขาว บัดนี้เต็มไปด้วยฝุ่นผงและเศษซากของสถาปัตยกรรมที่เคยวิจิตรตระการตา


โลหิตสีทองคำหยดหนึ่ง ร่วงหล่นลงมากระทบแผ่นหยกปูพื้น เสียงหยดเลือดนั้นแผ่วเบา ทว่ากลับดังกังวานก้องไปถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณผู้บำเพ็ญเพียรทุกคนที่อยู่ในอาณาบริเวณ


เบื้องหน้าแท่นบูชาหยกโลหิต ร่างของเซียนสวรรค์ผู้สูงส่ง ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ชุดคลุมสีทองอร่ามที่เคยไร้รอยขีดข่วน บัดนี้ฉีกขาดและมีคราบโลหิตสีทองซึมทะลักออกมาจากการถูก 'กฎเกณฑ์' ของตนเองย้อนศรกลับมาบดขยี้ เรือนผมที่เคยเรียบตึงสยายปรกใบหน้างดงามที่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและตื่นตะลึงสุดขีด


“สวรรค์... ถูกมดปลวกทำให้หลั่งเลือด...” เสียงของเซียนสวรรค์แหบพร่า สั่นสะท้านไปด้วยจิตสังหารที่แปรเปลี่ยนเป็นความคุ้มคลั่ง “วาจาโอหัง! วิชาเดรัจฉาน! เจ้าบังอาจใช้มรรคาต่ำทราม ลบหลู่สัจธรรมที่แท้จริง!”


เซียนสวรรค์ค่อยๆ ยืดตัวลุกขึ้นยืน ดวงตาที่เคยว่างเปล่าไร้อารมณ์ บัดนี้ลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีทองคำ กลิ่นอายของปราณเซียนบริสุทธิ์ที่เหนือล้ำกว่าผู้ฝึกตนในดินแดนเบื้องล่าง ระเบิดออกมาราวกับพายุสุริยะ!


ครืนนนน!


แรงกดดันระดับเซียนสวรรค์ที่แท้จริง ถูกปลดปล่อยออกมาโดยไร้การยั้งมือ! มิติภายในวิหารทองคำม่วงพังทลายลงทีละชั้น เสาหินยักษ์ร้าวลั่นและถล่มลงมา กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินรอบด้านถูกบีบบังคับให้ยอมจำนนต่อเจตจำนงของบุรุษชุดทองผู้นี้แต่เพียงผู้เดียว


อาเจียที่ยืนอยู่ห่างออกไปไม่กี่สิบจั้ง รู้สึกราวกับมีภูเขาเหล็กหมื่นลูกกระแทกทับลงมาบนแผ่นหลัง ร่างของเด็กหนุ่มถูกกดทับจนต้องคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เสียงกระดูกทั่วร่างลั่นเปรี๊ยะราวกับกำลังจะแหลกละเอียด เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากทวารทั้งเจ็ด ทารกวิญญาณสูญตาภายในจุดตันเถียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง รอยร้าวที่เพิ่งสมานตัวในหุบเหวแห่งกาลเวลา เริ่มปริแตกออกอีกครั้ง!


ความห่างชั้นของระดับพลัง... มันคือเหวเหวที่ไม่อาจถมเต็มได้ด้วยความกล้าหาญเพียงอย่างเดียว ขอบเขตวิญญาณแรกเริ่ม กับ เซียนสวรรค์ มันคือความแตกต่างระหว่างเม็ดทรายกับดวงดารา


“อาเจีย!” หลินชิงเสวี่ยที่ต่อสู้อยู่เบื้องหลัง ร้องตะโกนด้วยความเจ็บปวด นางพยายามจะก้าวเข้ามาช่วย ทว่าแรงกดดันของเซียนสวรรค์ทำให้ร่างของนางถูกตรึงติดกับพื้น เลือดไหลซึมจากริมฝีปากที่ขบกัดจนแน่น


ฉินมู่หลาง เย่ปิงอวิ๋น และเฟิงอี้หราน ต่างตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน แม้พวกเขาจะหยิ่งทะนงเพียงใด แต่ต่อหน้าพลังที่เหนือกว่ากฎเกณฑ์ของวัฏสงสาร ร่างกายของพวกเขากลับทรยศต่อเจตจำนง เลือดเนื้อและเส้นชีพจรถูกบดขยี้จนแทบขาดใจ ศัตรูระดับผู้อาวุโสวิหารเทพรอบด้านที่บาดเจ็บ ต่างก็ต้องหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อโทสะของเซียนสวรรค์


“เจ้าคิดว่าการย้อนศรเพียงครั้งเดียว จะพลิกชะตากรรมของแผ่นดินนี้ได้งั้นหรือ?” เซียนสวรรค์ก้าวเดินเข้ามาหาอาเจียอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวทำให้มิติสั่นสะเทือน “เจตจำนงของข้า คือฟ้าลิขิต! พลังของข้า คือสัจธรรม! จงแหลกสลายไปพร้อมกับวิถีอักขระจอมปลอมของเจ้าเสียเถิด!”


มือขวาของเซียนสวรรค์ยกขึ้นเหนือศีรษะ ปราณเซียนสีทองควบแน่นกลายเป็น 'ตราประทับพิฆาตสวรรค์' ขนาดมหึมา กลิ่นอายของการลบล้างทุกสรรพสิ่งแผ่ซ่านออกมา มันพร้อมที่จะประทับลงมาเพื่อลบตัวตนของอาเจียให้หายไปจากวัฏสงสารอย่างถาวร


ท่ามกลางความมืดมิดของความเจ็บปวดและความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ อาเจียกัดฟันกรอด เขาไม่ได้คร่ำครวญถึงสมบัติที่สูญเสีย ไม่ได้คิดถึงการหลบหนี หรือพยายามเจรจาต่อรองด้วยความเจ้าเล่ห์ ดวงตาแห่งความว่างเปล่าของเขาเบิกกว้าง จ้องมองทะลุผ่านแสงสีทองบาดตาเข้าไปยังแก่นแท้ของพลังนั้น


“สวรรค์ที่ต้องพึ่งพาสายโลหิตของผู้อื่นมาหล่อเลี้ยง...” อาเจียเค้นเสียงลอดไรฟัน โลหิตไหลทะลักออกมาตามริมฝีปาก ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความอหังการ “สวรรค์ที่หวาดกลัวแม้กระทั่งมดปลวกที่กล้ายืนหยัด... มีสิทธิ์อันใดมาสั่งให้ข้าคุกเข่า!”


ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง กลิ่นอายอันอบอุ่นและเก่าแก่สายหนึ่ง พลันแผ่ซ่านออกมาจากพู่กันนิรันดร์ที่กำแน่นอยู่ในมือขวาของอาเจีย


“อาเจีย... ศิษย์ข้า”


เสียงของมู่เฉินดังก้องขึ้นในห้วงจิตสำนึก มันมิใช่เสียงที่แหบแห้งหรือเคร่งเครียด ทว่ามันเป็นเสียงของอาจารย์ผู้เฝ้ามองศิษย์ก้าวเดินบนมรรคาด้วยความภาคภูมิใจและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง


“อย่าต้านทานขุนเขาด้วยท่อนไม้... และอย่าใช้สายลมเพื่อดับสุริยัน” ร่างเงาโปร่งแสงของอดีตมหาปรมาจารย์แห่งสำนักหมื่นอักขระ ปรากฏขึ้นซ้อนทับอยู่เบื้องหลังอาเจีย มือขวาของมู่เฉินที่โปร่งแสง วางทาบลงบนมือของอาเจียที่กำลังสั่นเทา


มู่เฉินมิได้ถ่ายทอดพลังปราณเพื่อต่อต้านเซียนสวรรค์ ทว่าเขากำลังถ่ายทอด 'ความเข้าใจ'


“อักษรของสำนักเรา มิใช่ศาสตราที่ใช้เข่นฆ่าทำลายล้าง ทว่ามันคือเครื่องมือที่ใช้ทำความเข้าใจรากฐานของสรรพสิ่ง... มองให้ลึกลงไปในโทสะของมัน อาเจีย สวรรค์ที่จองหอง ย่อมมีจุดบอดซ่อนอยู่ใต้แสงสว่างที่บดบังดวงตาของมันเอง... ใช้ดวงตาของเจ้า ใช้ความว่างเปล่าที่แท้จริง กลืนกินความจองหองของมัน”


คำชี้แนะของอาจารย์ดั่งหยาดน้ำค้างที่ชโลมลงบนจิตใจที่กำลังลุกไหม้ อาเจียหลับตาลง ทิ้งความก้าวร้าวและความพยายามที่จะใช้ปราณดิบๆ เข้าปะทะ เขายอมปล่อยให้แรงกดดันบดขยี้กระดูกจนได้ยินเสียงปริร้าว ยอมรับความเจ็บปวดไว้เป็นส่วนหนึ่งของสภาวะ


เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาแห่งความว่างเปล่าพลันสาดประกายลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงลึกของเอกภพ!


เขาไม่ได้มองไปที่ตราประทับสีทองที่กำลังจะร่วงหล่นลงมา ทว่าเขา 'มองข้าม' พลังนั้นไป อาเจียใช้เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า ชำแหละโครงสร้างการไหลเวียนปราณของเซียนสวรรค์เบื้องหน้า


'เห็นแล้ว...' อาเจียรำพึงในใจ


ภายใต้แสงสีทองศักดิ์สิทธิ์นั้น ปราณเซียนของมันมิได้กำเนิดขึ้นจากจุดตันเถียนของมันเองอย่างสมบูรณ์! ทว่ามี 'เส้นด้ายสีเลือด' นับหมื่นเส้นที่เชื่อมต่อจากแผ่นหลังของเซียนสวรรค์ ฝังลึกลงไปในเสาแสงสีโลหิตกลางวิหาร ซึ่งเชื่อมต่อกับสายโซ่ที่สูบกลืนพลังจากทวีปเบื้องล่าง!


'มันไม่ได้ใช้พลังของตนเองเพื่อกดขี่ข้า ทว่ามันกำลังใช้แผ่นดินแม่ของข้า มาบดขยี้ข้า! ความยิ่งใหญ่ของมัน ล้วนหยิบยืมมาจากความตายของผู้อื่น!'


ความตระหนักรู้นี้ทำให้อาเจียละทิ้งความหวาดกลัวไปจนหมดสิ้น หากศัตรูมิใช่สวรรค์ที่แท้จริง เขาก็ไม่จำเป็นต้องต่อกรกับสวรรค์ เขาเพียงแค่ต้อง 'ตัด' สายสะดือที่หล่อเลี้ยงปรสิตตัวนี้ให้ขาดสะบั้น!


“ตราประทับพิฆาตสวรรค์... จงลบเลือนตัวตนของมันเสีย!” เซียนสวรรค์ตวาดลั่น กระแทกฝ่ามือลงมาอย่างเหี้ยมโหด!


อาเจียกัดปลายลิ้นตนเอง ใช้ความเจ็บปวดรั้งสติสัมปชัญญะที่กำลังจะดับวูบ เขาไม่ได้ยกพู่กันขึ้นต้านทานตราประทับเบื้องบน ทว่าเขาจรดพู่กันนิรันดร์ลงบนพื้นหยกโลหิตที่อาบไปด้วยเลือดของตนเอง!


“มรรคาแห่งอักขระ... มิใช่การวาดตามใจปรารถนา ทว่าคือการแสวงหาสมดุลที่ขาดหาย” อาเจียพึมพำ เลือดสดๆ ไหลทะลักจากบาดแผล ผสมผสานเข้ากับหมึกของพู่กัน


เขากำลังจะผสานอักขระระดับที่เขาไม่เคยทำสำเร็จมาก่อน!


ปลายพู่กันตวัดอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น เส้นสายอักขระสีดำทมิฬผสมกับสีโลหิต ปรากฏขึ้นบนพื้น อาเจียไม่ได้วาดเพียงอักขระหลิง (零) ทว่าเขาพยายามผสานอักขระ 'ปฐพี' และ 'พฤกษา' ซึ่งเป็นตัวแทนของรากฐานทวีป เข้าสู่เจตจำนงแห่งความว่างเปล่า


อักขระปฐพีมีความหนักแน่น อักขระพฤกษามีความเชื่อมโยง ส่วนความว่างเปล่าคือตัวตัดขาด


“ผสาน!”


ปัง!


เพียงแค่เส้นสายแรกเชื่อมต่อกัน ความขัดแย้งของธาตุก็ปะทุขึ้น! ปราณแท้ตีกลับอย่างรุนแรง แขนขวาของอาเจียระเบิดออกเป็นแผลเหวอะหวะ เลือดสาดกระเซ็น กระดูกแขนปริร้าว


ทว่าอาเจียไม่ยอมหยุด เขาขบกรามแน่นจนเลือดไหลซึมจากไรฟัน ดวงตาจับจ้องไปที่สมการอักขระที่กำลังจะพังทลาย


'หากใช้กำลังบังคับผสาน มันย่อมต่อต้าน... ข้าต้องไม่แทรกแซง ทว่าต้องโอบอุ้ม...' บทเรียนจากหุบเหวแห่งกาลเวลาผุดขึ้นมา เขาเปลี่ยนวิธีการเดินปราณ ปล่อยให้ความว่างเปล่าเป็น 'ช่องว่าง' ระหว่างปฐพีและพฤกษา ให้พวกมันสอดประสานกันเองตามวิถีธรรมชาติ


และแล้ว สัญลักษณ์วงกลม ( ⦾ ) ที่ไม่สมบูรณ์และเต็มไปด้วยรอยด่างพร้อยของโลหิต ก็ปรากฏขึ้นบนพื้นหยก ลึกลงไปในวงกลมนั้น อักขระหลิง (零) ทำหน้าที่เป็นใบมีดที่ถูกซ่อนเร้นไว้ภายใต้ร่มเงาของปฐพี


“จารึกแห่งการตัดขาด... คืนสัจธรรมสู่ปฐพี!”


อาเจียแผดเสียงคำรามก้อง กระแทกฝ่ามือที่โชกเลือดลงบนจารึกที่เพิ่งวาดเสร็จ ในเสี้ยววินาทีที่ตราประทับพิฆาตสวรรค์ของศัตรูกำลังจะบดขยี้ศีรษะของเขา!


วูบ!


จารึกบนพื้นไม่ได้ระเบิดพลังพุ่งขึ้นไปต้านทาน ทว่ามันซึมซาบหายลงไปในพื้นหยกโลหิตอย่างรวดเร็วดุจเงา! มันพุ่งตรงไปตามเส้นชีพจรของวิหาร ทะลวงเข้าสู่แกนกลางของเสาแสงสีโลหิตเบื้องหลังเซียนสวรรค์!


อักขระหลิง (零) ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลิ่นอายของปฐพีและพฤกษา สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของค่ายกลวิหารเทพได้อย่างหมดจด ทันทีที่มันเข้าถึง 'เส้นด้ายสีเลือด' ที่เชื่อมต่อระหว่างเซียนสวรรค์และสายโซ่แห่งการสูบกลืน...


ฉัวะ!


ใบมีดแห่งความว่างเปล่า ทำการตัดขาดเส้นใยแห่งการผูกมัดนั้นอย่างไร้สุ้มเสียงและไร้รูป!


กึก...


ตราประทับพิฆาตสวรรค์สีทองที่กำลังจะบดขยี้อาเจีย พลันหยุดชะงักห่างจากหน้าผากของเขาเพียงไม่ถึงหนึ่งชุ่น! แสงสีทองที่เคยเจิดจ้าบาดตา พลันกะพริบและหม่นแสงลงอย่างกะทันหัน


เซียนสวรรค์เบิกตากว้าง ร่างกายที่สง่างามสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความรู้สึกถึงขุมพลังอันไร้ขีดจำกัดที่เคยไหลเวียนหล่อเลี้ยงตบะของเขา ถูกตัดขาดไปอย่างกะทันหัน ราวกับถูกกระชากหัวใจออกจากอก!


“เจ้า... เจ้าทำสิ่งใดลงไป!” เซียนสวรรค์แผดเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวและตระหนกสุดขีด ปราณเซียนในร่างของเขาเริ่มปั่นป่วนและตีกลับ

เมื่อปราศจากการสนับสนุนจากสายโซ่โลหิตที่สูบกลืนพลังจากทวีปเบื้องล่าง พลังที่แท้จริงของเซียนสวรรค์ผู้นี้ก็ลดฮวบลงอย่างน่าสมเพช กฎเกณฑ์ที่เขาใช้กดขี่มิติพังทลายลงในพริบตา


แรงกดดันที่บดขยี้ทุกคนมลายหายไป


อาเจียหอบหายใจรุนแรง ร่างกายโงนเงนแทบจะล้มพับ ทว่าเขาใช้ด้ามพู่กันนิรันดร์ยันพื้นไว้ ค่อยๆ พยุงร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลและคราบเลือดลุกขึ้นยืนช้าๆ


สายลมพัดผ้าคลุมที่ขาดวิ่นของเขาสะบัดพริ้ว ท่ามกลางซากปรักหักพังของสวรรค์จอมปลอม อาเจียยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าศัตรูที่กำลังสูญเสียความเย่อหยิ่ง แม้ร่างกายของเขาจะยับเยิน ทว่ากลิ่นอายและเจตจำนงที่แผ่ออกมา กลับน่าเกรงขามดุจเทพมารบรรพกาล


“ข้ามิได้ทำสิ่งใด...” อาเจียแค่นหัวเราะแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขัน ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความเด็ดขาดแห่งผู้แสวงหาเต๋า “ข้าก็แค่... ตัดท่อเสบียงของปรสิตที่เอาแต่สูบเลือดแผ่นดินแม่ของข้าเท่านั้น”


เขายกพู่กันนิรันดร์ขึ้นชี้ตรงไปยังเซียนสวรรค์ที่กำลังกระอักเลือดสีทอง


“บัดนี้... เมื่อไม่มีพลังของผู้อื่นมาค้ำจุนความจองหองของเจ้าแล้ว... เรามาดูกันสิว่า สัจธรรมของสวรรค์ หรือ วิถีแห่งอักขระของมนุษย์ สิ่งใดจะแข็งแกร่งกว่ากัน!”


“อ๊ากกกก!” เซียนสวรรค์คลุ้มคลั่ง เขากัดฟันระเบิดปราณเซียนที่เหลืออยู่ในจุดตันเถียน หมายจะพุ่งเข้าแลกชีวิตกับอาเจีย


ทว่า อาเจียมิได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไป


“บังอาจ!”


เสียงตวาดก้องดังขึ้นพร้อมกับรังสีกระบี่สีเงินที่สว่างวาบตัดผ่านความมืด ฉินมู่หลางที่หลุดพ้นจากแรงกดดัน ทะยานร่างขึ้นสู่อากาศ เจตจำนงกระบี่แห่งความว่างเปล่าที่ถูกกดทับมานาน ระเบิดออกจนถึงขีดสุด!


เฟิงอี้หรานคำรามลั่น เพลิงอัคคีบรรพกาลเปลี่ยนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ พุ่งเข้าเผาผลาญปราณเซียนที่กำลังแตกซ่านของศัตรู


เย่ปิงอวิ๋นสะบัดฝ่ามือ ปราณวิถีพฤกษาพันธนาการร่างของเซียนสวรรค์ไว้ราวกับโซ่ตรวนที่ไร้รูป


หลินชิงเสวี่ยก้าวมายืนเคียงข้างอาเจีย กระบี่หยกในมือทอประกายเย็นเยียบ นางมิได้มองศัตรู ทว่าดวงตาของนางจับจ้องไปที่บาดแผลฉกรรจ์บนแขนของอาเจียด้วยความรวดร้าวลึกซึ้ง


อาเจียไม่ได้ปฏิเสธความช่วยเหลือของสหาย เขาตระหนักดีว่า มรรคาแห่งการปกป้อง ไม่อาจเดินได้ด้วยตัวคนเดียว


“มู่หลาง... ส่งมันไปชดใช้กรรมเสีย” อาเจียเอ่ยเสียงเรียบ


กระบี่นิรันดร์ในมือของยอดกระบี่ ตัดผ่านความว่างเปล่า ทะลวงเข้าตัดขั้วหัวใจของเซียนสวรรค์ที่สูญเสียรากฐานไปอย่างหมดจด!


ร่างที่เคยมองผู้คนเป็นเพียงมดปลวก บัดนี้ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นหยกโลหิต เลือดสีทองคำค่อยๆ หม่นแสงและแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำดุจมนุษย์ธรรมดา เจตจำนงแห่งสวรรค์ถูกทำลายล้างลงด้วยเงื้อมมือของผู้ฝึกตนจากดินแดนเบื้องล่าง


ความเงียบสงบกลับมาเยือนวิหารเทพอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง


อาเจียทรุดตัวลงคุกเข่าในที่สุด เลือดสีดำคล้ำถูกพ่นออกมาอีกระลอก การต่อสู้ครั้งนี้รีดเค้นพลังวิญญาณและเส้นชีพจรของเขาจนถึงขีดจำกัดสูงสุด ร่างกายของเขาราวกับตะเกียงที่น้ำมันเหือดแห้ง


“อาเจีย!” หลินชิงเสวี่ยและเย่ปิงอวิ๋นถลันเข้ามาประคองร่างเขาไว้ เย่ปิงอวิ๋นรีบถ่ายทอดปราณพฤกษาเข้าประทังชีวิตอย่างสุดความสามารถ

มู่เฉินปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในร่างโปร่งแสง เขามองดูศิษย์รักที่บาดเจ็บสาหัสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเวทนา “เจ้าทำได้ดีมาก อาเจีย... เจ้าทำลายสายโซ่แห่งการพึ่งพา และพิสูจน์ให้เห็นว่าความเข้าใจในรากฐาน ย่อมเหนือกว่าพลังทำลายล้างที่ไร้สติ”


อาเจียฝืนยิ้มบางๆ ลมหายใจรวยริน ทว่าดวงตายังคงจับจ้องไปยังแท่นบูชาหยกโลหิตที่แตกร้าว


“วิหารเทพ... ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้...” อาเจียกระซิบเสียงแผ่วเบา “สายโซ่เหล่านั้น... เป็นเพียงส่วนหนึ่ง... ศัตรูที่แท้จริง... ผู้คุมกฎแห่งสัจธรรม... มันกำลังลืมตาตื่น”


ราวกับเป็นการตอบรับคำเตือนของเขา ทันทีที่เซียนสวรรค์สิ้นลมหายใจ เกาะศิลาลอยฟ้าทั้งเกาะก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!


เสียงคำรามที่มิใช่ของมนุษย์ หรืออสูร ทว่ามันคือเสียงของ 'เจตจำนงแห่งเอกภพ' ที่โกรธเกรี้ยว ดังกังวานมาจากส่วนลึกที่สุดของทะเลแห่งความว่างเปล่า ความกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเซียนสวรรค์เมื่อครู่นับร้อยเท่า กำลังรวมตัวกันและพุ่งเป้ามายังวิหารทองคำม่วง!


การทำลายล้างสวรรค์จอมปลอม เป็นเพียงการเปิดประตูบานแรก... นำไปสู่การเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่แท้จริงเบื้องหลังวัฏสงสาร ราชันหมื่นอักขระและสหายของเขา แม้จะยืนหยัดด้วยความชอบธรรม ทว่าบททดสอบข้างหน้า จะต้องแลกมาด้วยสิ่งใด... ยังไม่มีผู้ใดหยั่งรู้ได้!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.44M 2988
Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
337K 1011
กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
1.18M 1115
ความโกรธแค้นของชูร่า

ความโกรธแค้นของชูร่า

นิยาย เกมออนไลน์
2.39M 852
เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

นิยาย แฟนตาซี
1K 34
God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
146K 311
บันทึกราชันย์เทพอสูร

บันทึกราชันย์เทพอสูร

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.52M 508
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
5.95M 1357