ห้องกับดัก
...หลังจากเชื่อััของเด็กผู้หญิงตัวเล็ก...
เริ่มจากประตูที่อยู่ตรงหน้า ห้องถัดไปเป็ด้านขวา จากนั้นก็ซ้าย และขวาอีกทีทั้งคู่ก็ได้พบ
บันไดวนเสมือนเป็ส่วนใจกลางของวิหารหลังนี้ ทำจากไม้ท่อนสี่เหลี่ยมปักคากับขอบผนังโค้งเว้า
เหมือนกับกำลังอยู่ท่อขนาดใหญ่ ตั้งขึ้นจากพื้น สู่ยอดวิหารจุดที่ทั้งสองยืนอยู่
บันไดขดโค้งอย่างเกลียวนอตทอดตัวยาวลงเบื้องล่างสู่หลุมลึกดำมืดไร้ก้นบึ้ง
สองมนุษย์เดินลงไปตามทาง บางแถบขั้นบันไดกว้างเดินสะดวกมีเสาตะเกียงส่องเหนือทางเดินและมีราวให้เกาะ
บางจุดพังทลายลงไปแล้วเกือบครึ่ง บ้างผุกร่อนเหลือน้อยจนต้องเดินหลังติดกำแพงค่อยกระเถิบไปทีละน้อย
นักเดินทางบนบันไดผุและแคบ แทบจะหล่นลงไปหลายครั้งหลายหน จากฝูงดวงไฟเปลวสีเขียวไม่ทราบที่มา
อยู่ดี ๆ มันก็ปรากฏตัวขึ้น ลอยวนก่อกวนตลอดทาง
สลับกับทางเดินต่างระดับเ่าั้ จะมีจุดพักเท้าพื้นระนาบยาวคล้ายระเบียง ขวามือของระเบียงมีประตู
ทั้งคู่ตัดสินใจไม่เข้าห้องเ่าั้ เพราะ้าลงไปให้ถึงชั้นล่างโดยเร็วที่สุด
กระทั่งไม่มีแสงใดส่องให้เห็นพื้นอีกต่อไป การเดินต้องอาศัยใช้ปลายเท้าคลำทางในความมืดเขยิบไปทีละนิด จนััพื้นที่เหลือให้ยืนเพียงคืบเดียว
“ไม่ได้ ๆ ขืนไปต่อ มีหวังตกไปตายแน่” เสียงชายผมยาวดังในความมืด ขณะควานปลายเท้าแตะอากาศ คลำหาพื้นต่างระดับของบันไดเพื่อเป็ที่เหยียบ
แกรก! หินใต้เท้าก้อนหนึ่งลั่น ร่วงหล่นหลังจากถูกปลายเท้ากระทบ ตามมาด้วยเสียงวัตถุตกลงพื้นหินเบื้องล่างดังกังวานสะท้อนก้องทั่วโพรงบันได
สองมนุษย์ไม่สามารถไต่ไปบนทางวนผุพังในความมืดได้อีกต่อไป จึงต้องเดินกลับขึ้นมาทางเดิม หาประตูที่อยู่ใกล้ที่สุดเผื่อจะมีห้องที่สามารถพาพวกเขาออกไปได้...
...ห้องชั้นล่างเมื่อผ่านประตูเข้ามาแล้ว เปลวไฟจากคบเพลิงริมผนังก็จุดตัวเองขึ้นให้แสงสว่างเช่นเดียวกับห้องที่ผ่านมา
ห้องส่วนนี้กว้างขวางผิดกับห้องที่อยู่้าลิบลับ มีประตูอยู่ถึงหกบาน ทว่าไร้วี่แววของบันไดอันจะเป็ทางลงไปด้านล่างได้เลย
แม้เครื่องเรือนอย่างโต๊ะหรือเก้าอี้ก็ไม่มีสักตัว เห็นเพียงแท่งหินสองต้นตั้งไว้ใกล้กับผนังตรงข้ามกัน เท่านั้น
ทั้งสองตัดสินใจพักที่ห้องนี้ชั่วครู่ใช้เวลาคิดหาทางออก
“เธอเปิดประตูนั่นได้ใช่ไหม?” ชายหนุ่มถามขึ้น เขาเก็บความสงสัยเอาไว้นานที่เดียว พยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวของเขาเอง
ตลอดทางลงอันน่าหวาดเสียวของบันไดวน ไม่ว่าเขาจะทบทวนกี่ครั้งก็ไม่สามารถพบคำตอบได้
ท่าทางของเขาอิดโรยยิ่งกว่าปกติมาก เขาพยายามสงบความรู้สึกเ่าั้ไว้ด้วยความนิ่ง ซึ่งยังไงก็ปิดไม่มิด
าแเกิดขึ้นเกือบทุกตารางนิ้วชนิดที่ใครเห็นคงต้องปวดแทนคือสิ่งยืนยัน
“ใช่ค่ะ...หนูคิดว่านะ” ตัวเล็กตอบ สีหน้าของเธอมีแววสงสัยดูจากหัวคิ้วย่น ริมฝีปากล่างดันริมฝีปากบนจนโค้งเป็รูปเรือคว่ำ
“เธอแก้ปริศนานั่นยังไง เธอเปิดมันด้วยวิธีไหนเหรอ?”
“พี่เห็นแผ่นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ในกรอบรูปนั่นไหม...” ขณะพูดตัวเล็กจ้องมองไปยังดวงตาของชายหนุ่ม ออกท่าออกทางราวกับจะอธิบายให้ลึกถึงจิตใจของชายปริศนา “หนูแตะดูก็รู้ว่ามันเลื่อนได้ หนูลองขยับมันไปเรื่อย ๆ และทวนคำบอกของตาแก่ ๆ ในภาพสามมิติ แผ่นสี่เหลี่ยมพวกนั้นมีบางอันเป็รูปนกบินอยู่ หนูพอจะเดาออกได้ว่า รูปเดิมมันต้องเป็รูปวิว หนูไม่ได้คิดอะไรเลยนะ หนูเลื่อนแผ่นพวกนั้นสลับกันไปมาแค่นั้น ก็เห็นส่วนที่เป็ท้องฟ้า นก รูปพระอาทิตย์ พระจันทร์ เห็นแล้วรู้สึกดูดีหนูก็ลองสลับแผ่นที่เหลือไปเรื่อย ๆ เห็นเป็รูปกระทิง กวาง ควาย เสือ สิงโต ก็ลองจัดหมวดให้เข้ากัน รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็รูปภาพขึ้นมาจริง ๆ ประตูก็เปิดออกเอง”
“อูว! เยี่ยมไปเลยนะ” ชายหนุ่มอดประหลาดใจไม่ได้ ดวงตาเขาโตขึ้น รูม่านตาขยายกว้างส่องประกายแววชื่นชมยินดีให้เห็น แล้วเปรยเบา ๆ ต่อไปอีกว่า “ั้แ่ลองเชื่อความรู้สึกเธอ ดีแล้วนะที่เราปลอดภัย แล้วตอนนี้เราเสี่ยงเดินลงบันไดไม่ได้ เราจะไปต่อกันยังไง หรือต้องถล่มพื้นลงไปดี”
“นั่นสินะคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าประตูไหนจะเป็ทางออก ความรู้สึกบอกแค่ว่าประตูไหนปลอดภัยเท่านั้นเอง ว่าแต่พี่อะ ชื่ออะไรเหรอ? พี่มีชื่อไหมคะ?”
ชายหนุ่มอ้ำอึ้งครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถาม ราวกับว่าชื่อของเขาเป็ความลับมากมาย “ฉัน...คนส่วนใหญ่ที่ฉันรู้จักเขาเรียกฉันว่า คึหลื เท่าที่จำความได้คนเรียกฉันหลายชื่อ ชื่อจริงของฉัน ฉันจำไม่ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะไม่มี”
ตัวเล็กเอียงคอจ้องเข้าไปภายในดวงตาเขา ไม่แปลกหากเธอจะสงสัย สีหน้าของเธอยังมุ่งมั่นไม่ละที่จะหาคำตอบ “พี่มาจากไหนอะค่ะ พี่ไม่มีพ่อแม่เหรอ?”
“ฉัน จำความได้ก็อยู่ในยานที่ไม่รู้จะพาฉันไปที่ไหน” ชายผมยาวยุ่งเล่าความเป็มา “ฉันถูกมัดเอาไว้พร้อมกับคนและสัตว์อีกหลายตน พวกที่จับมาคือพวกค้าขายทาส ฉันมารู้ทีหลังนะ ตอนนั้นฉันไม่รู้อะไรเลย ความทรงจำของฉันเหมือนจะถูกล้างออกไปหมด มีแต่ความรู้สึกระแวง ไม่ไว้ใจ ้าจะหนีออกไปให้ได้ ฉันหนีออกมาจากยานนั่นได้ก่อนที่จะถูกขายหรือเอาไปใช้งาน หากพวกมันเจอฉันมันก็จะจับฉันไปอีก ฉันหลบหนีพวกมันที่มีมากมายมหาศาลในกาแลซีอยู่ตลอด ฉันใช้ชีวิตในอวกาศ ย้ายดาวไปเรื่อย ๆ ไปหลบที่ไหนก็เจอพวกมันอยู่ก่อนแล้ว หลายครั้งที่คิดว่าดาวนั้นต้องปลอดพวกมันแน่ ๆ แต่สุดท้ายพวกมันก็ลงจอดยานบนดาวที่ฉันหลบ จากนั้นไม่นาน พวกมันจะลงมาลักคนบนดาวไปเป็ทาส ฉันหนีออกมาก่อนที่เหตุการณ์จะเกิดขึ้นแทบทุกครั้ง พวกมันมีจำนวนมาก ไม่ใช่แค่ดาวที่ฉันหลบหรอก ดาวดวงอื่นห่างไกล ฉันก็เคยได้ข่าว” ชายหนุ่มที่ชื่อ คึหลื นิ่งสงบจิตแวบหนึ่งแล้วกล่าวประโยคสั้น ๆ “ชีวิตฉันมันไม่ใช่สิ่งที่น่าเรียนรู้หรือน่าจดจำมากหรอกนะ แค่นี้แหละที่ฉันจะบอกเธอได้” ชายหนุ่มก้มหน้าสงบนิ่ง ในแววตาแฝงไปด้วยความเศร้าปนลึกลับ ยากที่จะอ่านออก
ตัวเล็กอาจจะคิดว่าชายหนุ่มกำลังปกปิดอะไรบางอย่าง เอาไว้ก็ได้ ซึ่งมันก็เป็สิทธิ์ของเธอ
“ค่ะ” ตัวเล็กเอ่ยคำสั้น ๆ และก่อนที่จะเงียบกันไปอีกครั้งตัวเล็กได้พูดสิ่งที่ควรจะบอกั้แ่แรก “หนูชื่อตัวเล็กค่ะ”
ชายหนุ่มเพียงแต่พยักหน้ารับ...
©Witchmedal