หลังจากตำรวจถอนกำลังกลับไปมัทรีก็สำรวจหนังสือที่เสียหายอย่างเอาเป็เอาตายซึ่งพอนับจำนวนจริงจังแล้วมันมีมากเกือบร้อยเล่ม หญิงสาวจัดการแยกกองตามความเสียหายหากเล่มไหนพอจะซ่อมแซมได้ก็เลือกเก็บเอาไว้ ส่วนเล่มไหนที่เกินจะเยียวยาก็จะฉีกออกเป็แผ่นๆ เพื่อใช้เป็ตัวกันกระแทกในกล่องเวลาส่งของให้กับนักอ่านของเธอกว่าหญิงสาวจะทำงานเสร็จก็ค่ำพอดีเพราะเธอเอาแต่ลูบ ๆ คลำ ๆตอนแยกหนังสือเ่าั้ด้วยความเสียดาย
มัทรีเห็นเงาของใครบางคนอยู่ข้างรั้วเมื่อเดินออกไปปิดประตูหน้าบ้าน ในสมองของเธอไพล่คิดปะติดปะต่อไปว่าคนคนนี้อาจจะเป็คนที่มาดูลาดเลาแล้วแจ้งเบาะแสให้ตำรวจมาค้นบ้านของเธอและความคิดนั้นก็ผลักดันให้หญิงสาวเดินออกไปหาทันทีอย่างไม่นึกกลัวอันตราย
“ใครน่ะ?”หญิงสาวส่งเสียงถามออกไปทั้งที่ยังไม่ทันได้เห็นตัว
นอกจากผู้มาเยือนจะไม่รีบเผ่นหนีหรือใกลัวแล้วยังออกมายืนเผชิญหน้าและมองมาด้วยสายตาที่แสดงความอยากรู้อยากเห็นโดยไม่ปิดบัง
“อ้าวยายอินมาทำอะไรมืด ๆ แบบนี้คะ”
ยายอินเป็เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่สุดหญิงชราอายุราว ๆ เจ็ดสิบถึงเจ็ดสิบสองปี ผมหงอกขาวทั้งหัว รูปร่างผอมเกร็งชอบนุ่งผ้าถุงไม่สวมเสื้อ และกินหมากจนฟันดำเหมือนคนต่างจังหวัดทั่วไปมัทรีไม่เคยถามอายุที่แท้จริงของยายเพราะกลัวว่าแกจะโกรธตอนแรกที่ย้ายมาอยู่ก็เห็นว่ายายเป็คนมีน้ำใจชอบมาถามไถ่และพูดคุยด้วยบ่อย ๆหากมาในระยะหลังหญิงสาวจึงรู้ว่าทั้งหมดนั้นเกิดจากความอยากรู้อยากเห็นของยายอินเป็หลักถ้าจะเรียกว่าชอบยุ่งเื่ชาวบ้านก็คงไม่ผิดเท่าไรนัก
“ยายมาเก็บยอดกระถินต้นข้างรั้วบ้านเอ็งฝั่งโน้นแน่ะยอดกำลังงาม”
ยายอินเอามือไพล่หลังทั้งสองข้างส่วนหลังก็งองุ้มตามวัย มัทรีจึงไม่เห็นว่ามีผักที่ถูกกล่าวถึงอยู่หรือไม่
“วันก่อนยายก็เพิ่งจะเก็บไปมันแตกยอดไวขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“เออสิวะเนี่ยยายว่าจะเอาไปกินกับน้ำพริกกะปิ”
“ทำไมไม่ให้ลูกจันทน์หรือคนอื่นมาเก็บให้ล่ะ”
“กลัวมันเก็บไม่ถูกใจเดี๋ยวได้แต่ยอดแก่ ๆ ไป ฟันฟางยายยิ่งไม่ค่อยจะมีอยู่”
ยายอินมองข้ามไหล่เ้าของบ้านเข้าไปภายในรั้วก่อนจะเอ่ยปากถามเพราะเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
“ยายอยากรู้ว่าเมื่อสายตำรวจมาทำไม”แกลดเสียงลงกระซิบกระซาบ
แน่นอนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเธอคงมีคนรู้เห็นไม่น้อยเหมือนกันแต่ไม่มีใครกล้าเดินมาถามตรง ๆ
“เขามาจับคนขายยาบ้าค่ะ”หญิงสาวตอบตามความเป็จริง แล้วรอดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายแต่ยายอินไม่แสดงออกว่าใสักนิด
มัทรีพอจะรู้เื่อยู่บ้างเหมือนกันว่าพื้นที่ของอำเภอนี้มีการซื้อขายของผิดกฎหมายหลายอย่างแต่ที่หนักสุดเห็นจะเป็ยาเสพติดที่เพิ่งจะเอ่ยชื่อมันออกไปด้วยความที่บ้านของเธอปลูกอยู่โดดเดี่ยวและถนนหน้าบ้านก็เป็ทางผ่านลงไปสู่ทุ่งนาของชาวบ้านในหมู่บ้านเกือบทั้งหมดดังนั้นจึงมีหลายครั้งหลายคราที่เธอสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะการสัญจรของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งจะออกจากบ้านในเวลาค่ำคืนโดยเฉพาะ
“แล้วหนูมัทไม่โดนตำรวจจับไปหรอกรึ”
“ก็ยังอยู่สิคะยายถ้าโดนจับไปคงไม่ได้ยืนคุยอยู่กับยายตรงนี้” มัทรีตอบ นึกอยากรู้อยู่เหมือนกันว่ายายอินแจ้งเบาะแสให้ตำรวจหรือเปล่า
“แห่กันมาทั้งโรงพักเลยมั้งนั่น”คำพูดแสดงให้เห็นชัดว่าเหตุการณ์นั้นอยู่ในสายตาโดยตลอด
“ไม่รู้สิคะแต่มัทไม่ได้ขายก็เลยไม่ถูกจับ” เธออธิบายช้าและชัดเพื่อให้คนฟังได้ยินถนัดถนี่
“อ้าวแล้วที่ได้ยินว่าส่งของ ออด้งออเดอร์นี่ส่งอะไรกัน”
“หนังสือค่ะยายมัทเขียนหนังสือขายหนังสือ ไม่ได้ขายยา” หญิงสาวบอกเหมือนที่เคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่าตัวเองเป็นักเขียน
“อ๋อๆ”
แม้ปากจะตอบแต่สีหน้าของยายอินก็ไม่ได้แสดงว่าเข้าใจคำพูดของมัทรีมิหนำซ้ำยังยกมือมาเกาท้ายทอยเสียอีก ส่วนมืออีกข้างก็ตกลงข้างตัว
“ไหนยายว่ามาเก็บยอดกระถินไงทำไมมัทไม่เห็นยายถืออะไรเลย” หญิงสาวท้วง
ยายอินหัวเราะแหะๆ มือที่เกาท้ายทอยอยู่ยิ่งเกาหนักกว่าเดิม
“มันยังไม่แตกยอดอย่างที่หนูมัทว่าไงสั้นนิดเดียว” ปากบอกว่าสั้นนิดเดียวแต่น้ำเสียงนั้นลากยาวแถมยังยกมือใช้นิ้วโป้งจิกนิ้วชี้ประกอบคำพูด
มัทรีส่ายหน้าเบาๆ อย่างอ่อนใจ ไม่มีเลยสักครั้งที่ยายอินจะยอมรับตรง ๆว่าวนเวียนมาหาก็เพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วน ๆส่วนเธอเองก็จับไม่ได้ไล่ไม่ทันสักที
“มัทว่ายายกลับบ้านเถอะค่ะมันมืดแล้วเดี๋ยวเจองูหรือสัตว์มีพิษจะโดนมันกัดเอา”
“ไม่มีหรอกยายเดินจนชินแล้วดึกกว่านี้ยายก็ยังเคยมา” ยายอินเผลอหลุดปาก
มัทรีมองหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งวัยซึ่งดูเหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่าพูดอะไรออกมานั้นด้วยสีหน้าครุ่นคิดเห็นทีเธอจะต้องอยู่ห่างหญิงชราคนนี้เอาไว้ให้มากเสียแล้วก่อนที่จะได้ซักถามอะไรต่อยายอินก็รีบเดินห่างออกไปทันที
พอคล้อยหลังหญิงชราหญิงสาวก็ดึงประตูรั้วจะเลื่อนปิดหากเสียงกริ่งจักรยานที่ดังขึ้นถี่ ๆ ทำให้มัทรีหันไปมองหญิงสาวยิ้มกว้างให้กับผู้มาใหม่ เมื่อเขาหยุดรถใกล้ ๆ
“ไปไหนมาคะลุง”
“แวะมาดูเอ็งนั่นแหละได้ยินชาวบ้านเขาเล่าว่าตอนสายมีรถตำรวจมาจอดหลายคัน เปิดหวอสนั่นทุ่งเลย” กองบุญลงจากรถจักรยานแล้วจูงเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกับหลานสาว
กองบุญเป็ลูกชายคนโตของยายอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ท้ายหมู่บ้านอีกฟากหนึ่งตอนขอพ่อกับแม่มาอยู่บ้านยายที่ต่างจังหวัดพวกท่านก็ไม่เห็นด้วยเท่าไรนักแต่ได้ลุงกับป้าสะใภ้ออกหน้ารับปากว่าจะช่วยดูแลให้ บุพการีของเธอจึงยอมอนุญาตในที่สุดหลังจากนั้นมัทรีจึงได้ย้ายจากกรุงเทพมาอยู่บ้านซึ่งพ่อกับแม่ของเธอปลูกไว้ให้ยายก่อนจะกลายเป็มรดกตกทอดกลับมาเมื่อยายจากไปและยกให้แม่ของเธอพร้อมกับที่นาอีกแปลงหนึ่ง
บัวบูชาแม่ของเธอเป็ลูกสาวคนเล็กในบรรดาพี่น้องสามคนหลังจากเรียนจบระดับชั้นมัธยมปลายก็บ่ายหน้าเข้าไปหางานทำในกรุงเทพเหมือนกับคนหนุ่มคนสาวในต่างจังหวัดคนอื่นๆด้วยความที่รักในการเรียนและความก้าวหน้าจึงทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนต่อจนจบปริญญาตรีจากนั้นก็พบรัก แต่งงานกับพ่อที่เป็คนกรุงเทพโดยกำเนิดแล้วลงหลักปักฐานที่นั่นโดยไม่คิดจะกลับมาอยู่บ้านเกิดอีก แต่แม่ก็ยังพามัทรีกับพี่ชายมาเยี่ยมยายปีละครั้งจนกระทั่งยายจากไปและแบ่งสมบัติไว้ให้ตามที่เห็นว่าสมควร
“เขามาจับยาบ้ามัทค่ะเขาคิดว่ามัทขายยาบ้า ก็ไอ้ห่อหนังสือที่เขามาส่งให้นั่นแหละ” หญิงสาวเล่าโดยไม่ปิดบัง
“มันคิดได้ไงวะ”ผู้เป็ลุงมองมัทรีอย่างพิจารณา พิงรถจักรยานไว้กับต้นเสาที่จอดประจำแล้วเดินขึ้นไปนั่งบนม้าหินอ่อนริมระเบียง
“ก็นั่นสิคะว่าแต่ลุงไม่ไปทำงานที่โรงสีเหรอ” หญิงสาวถามถึงงานเฝ้ายามตอนกลางคืนให้กับโรงสีข้าวเยื้องๆ หมู่บ้าน ก่อนจะนั่งลงตรงข้าม
“วันนี้ไอ้โนชมามันก็เลยอาสาไปอยู่แทน” กองบุญเอ่ยถึงลูกชายที่แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่อีกอำเภอหนึ่งใกล้ๆ กัน
“ดีจังเลยนะคะเขาให้ทำแทนกันได้ด้วย”
“เฉพาะจุดที่ลุงอยู่เท่านั้นละลึก ๆ เข้าไปโกดังข้างในเขาก็มีคนเฝ้าประจำของเขาอยู่”
มัทรีขยับปากร้องอ๋อพยักหน้าแสดงความรับรู้ติด ๆ กันสองสามครั้ง
“ลุงกินข้าวเย็นหรือยังมัทแกงส้มไว้หม้อใหญ่เลย เดี๋ยวมัทไปตักให้นะคะ”
หญิงสาวถามแล้วก็ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธเธอรีบเดินไปตักอาหารในครัว พอกลับออกมายื่นส่งให้กองบุญก็ถาม
“ให้ไอ้แป้งมาอยู่เป็เพื่อนดีไหม”
“มัทไม่อยากรบกวนหลานค่ะแป้งต้องตื่นไปเรียนแต่เช้า”
นวินดาหรือแป้งเป็ลูกสาวของมาโนชกับภรรยาเก่าที่เลิกกันไปนานแล้วซึ่งในตอนนั้นนวินดาเพิ่งอายุเพียงหกขวบ
“งั้นลุงกลับแล้วนะแค่แวะมาถามข่าวน่ะมีอะไรก็บอกโทรเรียกได้ตลอดเวลาเลย”
ถึงอีกฝ่ายจะบอกอย่างนั้นแต่มัทรีก็ตั้งใจว่าเธอจะไม่รบกวนอะไรผู้เป็ลุงอีก
“ขอบคุณลุงมากนะคะ”เธอยกมือไหว้ แล้วเดินออกมาส่งกองบุญที่หน้าบ้าน
มัทรีมองตามคนเป็ลุงจนลับตาไปในความมืดของยามค่ำคืนหลังจากนั้นก็ปิดประตูรั้วซึ่งทำจากไม้ระแนงที่เธอรู้ดีว่าไม่สามารถป้องกันอันตรายอะไรได้มากนักทั้งนี้มันมีขึ้นเพื่อกั้นอาณาเขตเอาไว้แค่นั้นเองถึงกระนั้นความเป็ส่วนตัวของเธอก็ยังถูกคุกคามจากเพื่อนบ้านอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะยายอินหรือคนอื่นที่มีความอยากรู้อยากเห็นไม่แพ้กัน
หญิงสาวกลับเข้าบ้านล็อกประตูหน้าต่างทุกบานให้แ่าอีกครั้งกลิ่นหอมอ่อนของดอกราตรีที่แม่ปลูกไว้หลังบ้านั้แ่บ้านเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆลอยเข้ามาจนหญิงสาวเผลอสูดดมเข้าปอดลึก ๆก่อนจะเข้าไปในห้องที่เธอตกแต่งแล้วยึดเป็ห้องทำงานและอยู่ใกล้กับไม้ดอกหอมต้นนั้นวันนี้เธอไม่ได้เขียนนิยายสักหน้าเพราะมีเื่วุ่นวายเกิดขึ้นเสียก่อนและเธอก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่ส่งผลอะไรตามมาอีก