การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของคุนเผิงทำให้ทุกคนถึงกับขวัญผวา โดยเฉพาะหงอวิ๋น
วิหคั์นั้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เพียงชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้าคนทั้งสี่
แม้เจิ้นหยวนจื่อจะคอยระแวดระวังจุ่นถีและเจียอิ่นอยู่ตลอดเวลา แต่เขากลับไม่คาดคิดว่าจะมีบุคคลที่สามซุ่มโจมตีอยู่ด้วย หงอวิ๋นจึงถูกคุนเผิงจู่โจมเข้าใส่อย่างไม่ทันตั้งตัว
กรงเล็บวิหคที่แกร่งกร้าวราวกับโลหะตบวูบลงมา หงอวิ๋นรีบยกแขนขึ้นป้องกันแต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง เขาถูกแรงกระแทกมหาศาลจนกระเด็นถอยหลังพลันกระอักโลหิตออกมาคำโต
ยามนี้คิดจะถอยกลับเข้าสู่อารามอู่จวงก็สายเกินไปเสียแล้ว
“คุนเผิง! ข้ากับเ้าหาได้มีความแค้นต่อกันไม่ เหตุใดเ้าจึงต้องลงมือสังหารข้าด้วย! เ้าไม่รู้หรือว่าข้าคือว่าที่ปราชญ์ที่์กำหนด เ้าไม่เกรงกลัวว่าวิถี์จะลงทัณฑ์เ้าหรืออย่างไร!”
จนถึงชั่วขณะนี้ หงอวิ๋นก็ยังคงจมอยู่ในความฝันอันแสนหวานว่าตนเองจะได้บรรลุเป็ปราชญ์
คุนเผิงได้ยินเช่นนั้นก็แค่นเสียงหัวเราะอย่างดูแคลน
“ฮ่า ๆ ๆ บรรลุปราชญ์งั้นรึ? หงอวิ๋น เ้าไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองเสียบ้างว่ามีส่วนไหนที่เหมือนปราชญ์บ้าง
คนอย่างเ้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งปราชญ์แม้แต่น้อย การที่เ้าปราณม่วงหงเิไว้ก็มีแต่จะเสียของเปล่า ๆ มิสู้ส่งมันมาให้ข้าเสียยังจะดีกว่า!”
พูดจบ คุนเผิงก็กางกรงเล็บจู่โจมเข้าใส่รอบสอง
คุนเผิงซึ่งมีพลังบำเพ็ญเหนือกว่าหงอวิ๋นขั้นหนึ่งอยู่แล้ว เมื่อลงมืออย่างเต็มกำลัง ประกอบกับหงอวิ๋นที่าเ็จากการถูกลอบโจมตีเมื่อครู่ ยามนี้หงอวิ๋นจึงตกเป็รองอย่างเห็นได้ชัดจนยากจะต้านทานไหว
เจิ้นหยวนจื่อเห็นท่าไม่ดี รีบเรียก ‘คัมภีร์ปฐี’ ออกมา หมายจะพุ่งเข้าไปช่วยสหายรัก
ทว่าในตอนนั้นเอง จุ่นถีและเจียอิ่นกลับสบตากันแล้วก้าวออกมาขวางหน้าเจิ้นหยวนจื่อไว้ทันที
เมื่อเห็นการกระทำของคนทั้งสอง หัวใจของเจิ้นหยวนจื่อก็หล่นวูบพลางสบถในใจว่าท่าจะแย่แล้ว
เป็อย่างที่คิด เ้าสองคนนี้ไม่ได้มีเจตนาดีมาั้แ่แรก!
เจิ้นหยวนจื่อจ้องหน้าจุ่นถีและเจียอิ่นพลางตวาดเสียงกร้าว
“พวกเ้าจะขวางข้าทำไม? หรือว่าพวกเ้าสมรู้ร่วมคิดกับคุนเผิง! พวกเ้ายังติดค้างบ่วงกรรมต่อหงอวิ๋นอยู่นะ! ระวังจะถูกวิถี์ย้อนกลับมาทำลายพลังบำเพ็ญเสียล่ะ!”
เจิ้นหยวนจื่อเอ่ยข่มขู่ด้วยหวังจะให้ทั้งสองหลีกทางไป แต่ทั้งคู่กลับเพียงแค่เผยรอยยิ้มจาง ๆ
“หามิได้ สหายเต๋าเจิ้นหยวนจื่อโปรดอย่าได้เข้าใจผิด พวกเรากับสหายเต๋าคุนเผิงมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกัน เพียงแต่เห็นว่า่นี้พลังบำเพ็ญของท่านรุดหน้าไปมาก พวกเราจึงอยากจะขอคำชี้แนะและสนทนาเต๋ากับท่านสักประเดี๋ยวเท่านั้นเอง”
จุ่นถีและเจียอิ่นไม่มีวันยอมรับเป็อันขาดว่าตนมีความสัมพันธ์กับคุนเผิง
และในคราวนี้ ต่อให้คุนเผิงเพลี่ยงพล้ำ พวกเขาก็จะไม่ลงมือช่วย ทว่าสิ่งที่ทำคือการ ‘ตรึง’ เจิ้นหยวนจื่อไว้ไม่ให้ไปช่วยหงอวิ๋นได้ก็พอ
แม้การปล่อยให้หงอวิ๋นประสบภัยจะทำให้พวกเขาต้องรับโทษจากวิถี์บ้าง เพราะวิถี์มิใช่คนเขลา แต่เมื่อเทียบกับบ่วงกรรมมหาศาลที่ต้องติดค้างหงอวิ๋นไปชั่วชีวิตแล้ว การยอมเจ็บตัวเพียงเล็กน้อยยามนี้ก็นับว่าคุ้มค่ายิ่งนัก
เมื่อได้ยินคำตอบที่ไร้ยางอายเช่นนั้น เจิ้นหยวนจื่อก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่างแจ้ง
“ดี... ดีมาก! ข้าถือว่าได้เห็นธาตุแท้ของพวกเ้าทั้งสองแล้ว ไอ้คนอกตัญญู! ท่านมรรคาจารย์ช่างตามืดบอดนักที่ยอมให้คนสอพลอไร้ยางอายอย่างพวกเ้าก้าวสู่ตำแหน่งปราชญ์!”
เจิ้นหยวนจื่อแค้นใจจนตัวสั่น
เขาและหงอวิ๋นเป็สหายรู้ใจกันมาเนิ่นนาน บำเพ็ญเพียรและหยั่งรู้เต๋าเคียงข้างกันมาตลอด แต่ดูท่าวันนี้เคราะห์กรรมของหงอวิ๋นคงยากจะหลีกเลี่ยงเสียแล้ว
จุ่นถีและเจียอิ่นยืนปักหลักอยู่เบื้องหน้าเจิ้นหยวนจื่อโดยไม่มีทีท่าว่าจะถอยแม้แต่น้อย
เจิ้นหยวนจื่อตัดสินใจสู้ตาย เขาเร่งเร้าพลังจากคัมภีร์ปฐีพุ่งเข้าโจมตีคนทั้งสองอย่างดุดัน ทว่าพลังบำเพ็ญของทุกคนในที่นี้ล้วนอยู่ในขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นต้นพอ ๆ กัน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับจุ่นถีและเจียอิ่นที่ผนึกกำลังกัน เจิ้นหยวนจื่อเพียงคนเดียวจึงไม่อาจหักหาญผ่านไปได้
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เจิ้นหยวนจื่อยังมิอาจขยับก้าวไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว มิใช่ว่าเขาไม่อยากไป แต่เขาถูกพันธนาการไว้จนมิอาจปลีกตัวออกไปได้เลย
ส่วนทางด้านหงอวิ๋นและคุนเผิงนั้น ยามนี้ทั้งคู่ได้ต่อสู้ไล่ล่าจนหายลับไปจากสายตาเสียนานแล้ว
หงอวิ๋นอยู่ในสภาพสะบักสะบอมยิ่งนัก ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มแจ่มใสยามนี้กลับเต็มไปด้วยความหวาดผวา
บัดซบ! ทำไมคุนเผิงมันถึงได้รวดเร็วถึงเพียงนี้!
หงอวิ๋นรู้สึกนึกเสียใจภายหลังที่ตนไม่ยอมฟังคำเตือนของเจิ้นหยวนจื่อ หากเขายอมเก็บตัวเงียบ ๆ อยู่ในอารามอู่จวง เื่ราวเลวร้ายเช่นนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน
ทว่ายามนี้จะเสียใจเพียงใดก็สายไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นว่าพลังปราณของหงอวิ๋นเริ่มเหือดแห้ง คุนเผิงก็เริ่มลงมือขั้นเด็ดขาด
“ฮ่า ๆ ๆ หงอวิ๋น อย่าได้โทษผู้อื่นเลย จงโทษตัวเ้าเองเถิด หากวันนั้นเ้าไม่รั้นจะนั่งบนอาสนะหน้าข้า ปราณม่วงหงเิสายนั้นย่อมต้องเป็ของข้าคุนเผิง! เ้าชิงวาสนาของข้าไป เ้าก็สมควรตาย!”
สิ้นเสียง คุนเผิงก็สำแดงกฎเกณฑ์วารีออกมา กระแสอากาศสั่นะเืเป็ระลอกคลื่น คลื่นน้ำควบแน่นกลายเป็ใบมีดคมกริบพุ่งเข้าตัดร่างหงอวิ๋นด้วยความเร็วสูง
หงอวิ๋นที่อ่อนแรงลงมากมิอาจหลบเลี่ยงได้ทัน เขาถูกโจมตีเข้าอย่างจังจนาเ็สาหัสยิ่งกว่าเดิม
และการโจมตีครั้งนี้คือฟางเส้นสุดท้าย หงอวิ๋นสูญเสียพละกำลังที่จะต่อกรกับคุนเผิงไปโดยสิ้นเชิง ร่างของเขาร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดัง ปัง! พร้อมกับกระอักโลหิตออกมาอย่างต่อเนื่อง
ยังไม่ทันที่หงอวิ๋นจะหยัดกายลุกขึ้น ร่างจริงของคุนเผิงก็พุ่งลงมาเหยียบซ้ำเข้าที่อก าแเก่าและใหม่ทับถมจนเขามิอาจเคลื่อนไหวได้อีก
คุนเผิงก้มลงมองหงอวิ๋นด้วยใบหน้าที่เหี้ยมเกรียม
“หงอวิ๋น ส่งปราณม่วงหงเิมาเสีย แล้วข้าจะยอมเหลือิญญาแท้ของเ้าไว้ให้”
คำพูดของคุนเผิงนั้นจริงครึ่งเท็จครึ่ง ปราณม่วงหงเิเป็ของที่ท่านมรรคาจารย์ประทานให้ หากเขาลงมือโเี้จนเกินไป เขาเองก็มิอาจมั่นใจได้ว่าท่านมรรคาจารย์จะพิโรธหรือไม่
เขาจึงยื่นข้อเสนอหลอกลวงว่าหากหงอวิ๋นยอมมอบปราณม่วงให้ เขาจะปล่อยให้ิญญาแท้ไปจุติใหม่ แต่ความจริงแล้ว หากหงอวิ๋นยอมทำตาม คุนเผิงตั้งใจจะกักขังิญญานั้นไว้ในคุกมืดไปตลอดกาลเพื่อมิให้มีโอกาสกลับมาล้างแค้นได้อีก
หงอวิ๋นมองทะลุถึงแผนการอันชั่วร้ายของคุนเผิง เขารู้ดีว่าวันนี้ตนเองคงไร้หนทางรอด จึงแค่นยิ้มอย่างเวทนาพลางกล่าวเสียงเย็น
“คุนเผิง... คิดจะชิงปราณม่วงหงเิของข้างั้นรึ? ฮ่า ๆ ๆ ฝันไปเถอะ! ดูท่าครานี้เ้าจะวางแผนมาอย่างดีสินะ จุ่นถีและเจียอิ่นก็คงเป็พวกเดียวกับเ้าด้วยล่ะสิ!”
คุนเผิงแค่นยิ้มเ็าโดยมิได้เอ่ยคำใด
“หงอวิ๋นผู้นี้ช่างตามืดบอดนัก นึกไม่ถึงว่าจะยื่นมือช่วยหมาป่าตาขาวสองตัวนั้น! หึ... อยากได้ปราณม่วงของข้านักรึ? ต่อให้ข้าต้องตาย ข้าก็ไม่มีวันมอบมันให้เ้า!”
“เื่นั้นมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับเ้า...”
คุนเผิงกำลังจะเอ่ยข่มขู่ต่อ ทว่าทันใดนั้น เขากลับััได้ถึงกลิ่นอายอันตรายมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของหงอวิ๋น สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงและรีบกระโจนถอยหลังไปอย่างสุดกำลัง!
แต่ในชั่วขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงะเิที่กึกก้องกัมปนาทที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ดังสนั่นเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งจักรวาล!
ตูม!!!
พื้นที่โดยรอบรัศมีหลายล้านลี้พลันสูญสลายกลายเป็ความว่างเปล่าในพริบตา แรงะเิมหาศาลดึงดูดสายตาของยอดผู้บำเพ็ญทั่วทั้งสามภพให้หันมามองที่จุดนี้เป็ตาเดียว
“เกิดอะไรขึ้น?”
“นั่นมันกลิ่นอายของหงอวิ๋น! หงอวิ๋นะเิตัวเอง!”
“เป็ไปได้อย่างไร? เหตุใดหงอวิ๋นถึงต้องทำเช่นนั้น?”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
ยอดฝีมือจากทุกเผ่าพันธุ์ต่างส่งจิตััตรวจสอบด้วยความตื่นตระหนก
ยามนี้คุนเผิงซึ่งรู้ตัวว่าแผนแตกและตนเองตกเป็เป้าสายตาแล้ว เขาก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อพบว่าปราณม่วงหงเิอันตรธานหายไปพร้อมกับแรงะเิ เขาก็รีบหนีออกจากที่นั่นทันที
เพราะหากคนทั้งสามภพล่วงรู้ว่าเขาเป็ต้นเหตุให้หงอวิ๋นต้องตาย ต่อให้เขาไม่ได้ปราณม่วงไป แต่เขาก็ต้องกลายเป็ศัตรูของคนทั้งใต้หล้าอยู่ดี
คุนเผิงพาร่างที่าเ็สาหัสจากการถูกะเิหนีซมซานกลับไปยังทะเลเหนือด้วยความคับแค้นใจยิ่งนัก
ทางด้านหน้าอารามอู่จวง เมื่อััได้ถึงแรงะเิและกลิ่นอายที่ดับสูญไป หัวใจของเจิ้นหยวนจื่อพลันเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง
เขารู้ดีว่าสหายรักของเขา... ได้ดับสูญไปแล้ว
จุ่นถีและเจียอิ่นที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกลับเผยแววยินดีออกมาวูบหนึ่ง
การดั้นด้นมาในครั้งนี้ของพวกเขา... ช่างคุ้มค่าเกินคาดจริง ๆ
“สหายเต๋าเจิ้นหยวนจื่อ การสนทนาเต๋าในวันนี้คงต้องจบลงเพียงเท่านี้ พวกเราออกมาจากลานเต๋านานพอสมควรแล้ว คงมิอาจรบกวนท่านได้อีก ขอตัวลา!”
พูดจบ จุ่นถีและเจียอิ่นก็ซัดฝ่ามือออกไปเพื่อบีบให้เจิ้นหยวนจื่อถอยห่าง ก่อนจะทะยานร่างมุ่งหน้ากลับสู่ทิศประจิมในทันที
เจิ้นหยวนจื่อคิดจะไล่ตามไปล้างแค้น แต่ด้วยกำลังเพียงลำพังเขาไม่อาจต่อกรกับคนทั้งสองได้ จึงต้องจำใจหยุดนิ่งอยู่กับที่พลางแผดเสียงะโด้วยความโกรธแค้น
“จุ่นถี! เจียอิ่น! ไอ้คนถ่อยไร้ยางอาย!!!”
ทว่าเสียงะโของเขาก็หามีความหมายอันใดไม่
พร้อมกับการะเิตัวเองของหงอวิ๋น เหล่าผู้ปราณม่วงหงเิคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกใจคอไม่ดี และจำต้องตื่นจากการปิดด่านบำเพ็ญในทันที