ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง...
ปรากฏร่างของหลิงเทียนที่อยู่ในสภาพนอนหงายอยู่บนโขดหินที่ถูกตัดให้เรียบเนียน โดยมีเฮเมราคอยเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด เขาพยายามเดินพลังในร่างเพื่อฟื้นฟูร่างกายตลอดเวลา ทว่าในเวลานี้ร่างกายของเขากลับได้รับความเสียหายอย่างหนัก แม้ว่าบาดแผลใหญ่ที่ช่วงหัวไหล่ห่างจากหัวใจเพียงไม่กี่ชุน จะได้รับการรักษาจากเฮเมราจนหายสนิทแล้ว
แต่เพราะร่างกายของหลิงเทียนนั้นเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดา และเมื่อต้องแบกรับพลังที่มหาศาลของจักรพรรดิอสูรแห่งการทำลายล้างถึงสามชนิดพร้อมกัน ทำให้อวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายเสียหายอย่างหนัก ตอนนี้จึงไม่ต่างไปจากคนที่เป็นอัมพาตไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ และไม่ว่าเขาจะรักษาหรือฟื้นฟูอย่างไรก็ตาม แต่ก็ไม่อาจฟื้นคืนสภาพให้กลับเป็นปกติดังเดิมได้ หลิงเทียนถึงกับเริ่มหวาดวิตกกังวลเพราะหากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ในภายภาคหน้าเขาก็เป็นได้เพียงแค่คนพิการเท่านั้น
"พี่ชายเป็นยังไงบ้างคะ!!" เสียงของเฮเมราเอ่ยถามอย่างใสซื่อ
"ร่างกายเสียหายหนักมาก อาจไม่สามารถฟื้นฟูได้!!" หลิงเทียนได้แต่ถอนหายใจก่อนจะตอบไปตามตรง
"ไม่มีวิธีอะไรเลยหรือคะ!!" เฮเมรายังคงถามต่อ
"ก็พอมีนะ ถ้าพี่จำไม่ผิดล่ะก็ น่าจะต้องใช้โอสถเทวะสวรรค์ มันจะช่วยสร้างกายเนื้อให้เกินขีดจำกัดของความเป็นมนุษย์ สามารถฟื้นฟูร่างกายของข้าได้ แต่ว่ามันคงไม่มีประโยชน์อะไรแล้วล่ะ"
"มีปัญหาอะไรงั้นหรือคะ!?"
"ปัญหาก็คือผู้ที่ปรุงโอสถนี้ได้มีเพียงจักรพรรดิทมิฬที่อยู่ในยุคบรรพกาลเท่านั้น!!" หลิงเทียนได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะกล่าวต่อ "สงสัยพี่คงต้องกลายเป็นเพียงแค่คนพิการแล้วล่ะ!!"
"ไม่เป็นไรคะ เดี๋ยวเฮเมราจะดูแลพี่ชายเอง!!" เฮเมราปลอบด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา
"ขอบใจมากนะ!!" หลิงเทียนที่กำลังอัปจนหนทางได้แต่ซึมเศร้า และคิดถึงเหตุการณ์ต่อจากนี้ไปของตัวเองว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี ก่อนจะเริ่มคิดขึ้นได้พลางจะเปล่งเสียงในความคิดอย่างมีความหวัง
"นี่!! เจ้าระบบพอจะมีวิธีรักษาข้าไหม!?"
".........."
"ได้ยินที่ถามไหมเจ้าระบบ!?"
".........."
"แสดงว่าคงหมดหนทางแล้วสินะ!!" เมื่อหลิงเทียนไม่ได้ยินเสียงตอบรับใดจากระบบ ก็เข้าใจได้ทันทีว่าคงหมดทางรักษาแล้วเป็นแน่ จึงเริ่มทำใจที่จะต้องยอมรับผลที่ตามมา ทว่า..........
"ระบบได้ทำการประมวลผลข้อมูลให้ท่านได้แล้ว ท่านมีสองวิธีในการรักษาร่างกายให็ฟื้นคืนสภาพ"
หลิงเทียนที่เริ่มมีความหวังอีกครั้งรีบถามต่อทันที แต่เมื่อได้ยินประโยคต่อไปจากระบบ เขาแทบจะเอาหัวโขกกำแพงตายเลยทีเดียว
"คำถามนี้มูลค่าหนึ่งล้านพ้อยต์ ท่านตกลงหรือไม่!?"
ถึงแม้ว่าหลิงเทียนจะมีพ้อยต์เป็นจำนวนมากจนไม่อาจประเมินได้ และหลังจากที่ค่าสถานะของเขาทุกอันขึ้นว่า Over Limit เขาก็แทบจะไม่เคยตรวจดูค่าสถานะอีกเลย แต่ด้วยความที่นิสัยของเขาเป็นคนขี้เหนียวจึงอดบ่นอุบอิบไม่ได้ ก่อนจะยอมตกลงเพื่อแลกกับคำตอบนี้
"ท่านสามารถให้สองนามธรรมหลอมรวมจิตเทพอสูร 1,000 ดวงเพื่อฟื้นคืนร่างกายกลับเป็นดังเดิม และยังช่วยพัฒนาขีดจำกัดร่างกายได้ถึงระดับอนันต์ ส่วนวิธีที่สองตามหาบุคคลที่ชื่อ หวางเยว่ และซื้อขายหรือปล้นชิงโอสถเทวะสวรรค์ ซึ่งสรรพคุณจะเหมือนกัน แตกต่างกันตรงการพัฒนาขีดจำกัดร่างกายเท่านั้น"
"จิตเทพอสูรมันหาได้จากที่ไหน แล้วไอ้คนที่ชื่อหวางเยว่เป็นใครกันและอยู่ที่ไหน ทำไมไม่บอกมาให้หมดฟร่ะ!!" หลิงเทียนสบถอย่างหัวเสีย
"คำถามนี้แยกออกเป็นสองข้อ ข้อละหนึ่งล้านพ้อยต์ ท่านตกลงหรือไม่!?"
"จัดมาไอ้ระบบหน้าเลือด!!!" หลิงเทียนตอบกลับพร้อมแดกดันเล็กน้อย
"ข้อแรก จิตเทพอสูรหาได้จากสัตว์อสูรตั้งแต่ระดับเทพอสูรขึ้นไป เมื่อทำการสังหารเสร็จให้ผนึกจิตวิญญาณของมันลงในศิลาจิตวิญญาณ 1 อันต่อ 1 ดวงจากสถานการณ์ของโลกในปัจจุบันนี้ มีกองกำลังอสูรจำนวนมาก และเทพอสูรก็มีมากกว่าหนึ่งแสนตัว ส่วนมากเป็นผู้นำทัพกองกำลังอสูร ข้อที่สอง ระบบไม่แนะนำเนื่องจากท่านในตอนนี้พิการ และบุคคลที่ครอบครองโอสถเทวะสวรรค์คือ.......... ซ้ำยังเป็นบุคคลที่อันตรายเป็นอย่างมาก"
เมื่อหลิงเทียนได้ข้อมูลมาทั้งหมดถึงกับแปลกใจเป็นที่สุด ตัวเขาแทบจะไม่ต้องคิดให้มากความเขาย่อมไม่ต้องการให้กลุ่มของเขาไปเสี่ยงอย่างแน่นอน เทพอสูรแม้จะไม่แข็งแกร่งเท่ากับกลุ่มของเขาก็จริง แต่ก็เป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญา และยังมีกองกำลังเป็นของตัวเอง การจะบุกฝ่าไปเพื่อสังหารอาจทำให้กลุ่มของเขาพินาศลงไปก็เป็นได้ ยิ่งนามธรรมทั้งสองใช้พลังได้เพียงหนึ่งส่วนในโลกอีกด้วย ฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือปลดปล่อยพลังที่เขาครอบครองให้คนอื่นไป น่าจะเป็นการดีที่สุด
"ตึก!! ตึก!!"
ไม่นานนักหลิงเทียนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของกลุ่มคนจำนวนมาก กำลังมุ่งหน้ามาทางเขาแต่ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่อาจขยับไปไหนได้ จึงได้แต่หันไปมองเฮเมราที่จ้องมาทางเขาด้วยสายตาเป็นประกาย ก็พอจะเข้าใจแล้วว่ากลุ่มคนที่มานั้นไม่เป็นอันตราย ก่อนที่ไป๋หยุนเฟยและหนิงเอ๋อร์จะรีบเข้ามาดูอาการของหลิงเทียน
"อาการเจ้าเป็นยังไงบ้าง!?" ไป๋หยุนเฟยถามขึ้นทันทีที่มาถึง
"ท่านพี่ดีขึ้นบ้างหรือยัง!?" หนิงเอ๋อร์ที่เข้ามาถึงพลันสลายหมอกสีดำของนิกซ์ และเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
"รอเซียงเซียงกับมู่เยี่ยมาถึงค่อยคุยพร้อมกัน!!" หลิงเทียนกล่าวอย่างเรียบง่ายพร้อมใบหน้าที่หม่นลง
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะออกไปจัดแจงเหล่าทหารและชาวบ้านด้านนอก ให้อยู่อย่างเป็นระเบียบ และรีบรักษาตัวให้เร็วที่สุดเผื่อต้องเร่งเดินทาง โดยที่หนิงเอ๋อร์คอยดูและหลิงเทียนอยู่ด้านใน
ผ่านไปราวๆ 2 เค่อ [30 นาที] เซียงเซียงกับมู่เยี่ยก็มาถึงพร้อมกับกลุ่มคนจำนวนนึง ไป๋หยุนเฟยเล่าให้เซียงเซียงฟังว่า หลิงเทียนมีเรื่องจะพูดคุยเฉพาะในกลุ่ม นางจึงได้ให้กลุ่มคนที่นางช่วยเหลือมาจัดแจงระเบียบด้านนอก และเข้าไปรวมตัวกันภายในถ้ำ
"ข้าจะปลดปล่อยพลังของจักรพรรดิแห่งการทำลายล้างให้พวกเจ้าสามคนรับช่วงต่อ!!" หลิงเทียนเปิดประเด็นอย่างไม่รอช้าทันที ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
"หมายความว่าไง!?" เซียงเซียงถามขึ้นอย่างแปลกใจ
"ข้าไม่สามารถฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาดังเดิมได้จึงจำเป็นต้องทำแบบนี้ จากนั้นให้พวกเจ้ารีบกลับไปยังตระกูลหลิงโดยเร็ว และทิ้งข้าไว้ที่นี่มิเช่นนั้นอาจไปไม่รอดถึงตระกูลได้" หลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ข้าขอปฏิเสธ!!" เซียงเซียงกล่าวขึ้นอย่างทันควัน
"ข้าก็ด้วย" มู่เยี่ยตอบรับอย่างรวดเร็ว
"ข้าก็ขอปฏิเสธเช่นกันท่านพี่" หนิงเอ๋อร์ก็ทัดทานเหมือนกัน
"นั่นสิข้าไม่ยอมรับการตัดสินใจนี้" ไป๋หยุนเฟยก็ไม่เห็นด้วยเช่นกัน
"พวกเจ้า!! อย่าได้เหลวไหลหากยังดันทุรังพวกเราจะไม่มีใครรอด พลังที่ข้าถือครองมีผลร้ายแรงมากถ้าจักรพรรดิอสูรได้มันกลับคืนไป" หลิงเทียนพยายามเกลี่ยกล่อม
"ข้าไม่สนใจ!!" เซียงเซียงยังคงปฏิเสธเช่นเคย โดยที่ทุกคนในกลุ่มยังคงยืนคำเดิมเช่นกัน
หลิงเทียนได้แต่พลางส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะหันไปทางเฮเมราเพื่อให้นางช่วยอธิบายถึงผลร้ายแรงที่อาจตามมา ทว่าเขาเองก็กลับผิดคาดเหมือนกันเมื่อเฮเมรานั้นได้พูดในสิ่งที่เขาไม่อยากให้เกิดขึ้น ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยห้ามเซียงเซียงพลันหายตัวไปปรากฏเบื้องหน้าของหลิงเทียน และรีบใช้มือปิดปากทันที
"คร่า...พี่ชายไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนในการรักษาตัวของพี่ชาย เพราะวิธีในการรักษาคือต้องล่าสังหารสัตว์อสูรระดับเทพอสูรจำนวน 1,000 ตน ผนึกจิตเทพอสูรลงในศิลาจิตวิญญาณ ด้วยความที่ว่าภายในโลกตอนนี้กำลังถูกรุกรานอย่างหนัก ทำให้เทพอสูรเกือบทุกตนมีกองกำลังเป็นของตนเอง พี่ชายจึงเลือกที่จะยอมสละตัวเองนะคะ" สิ้นเสียงของเฮเมราเซียงเซียงถึงกับตาเขียวปั้ดก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอย่างเด็ดขาด
"ข้าจะทำต่อให้เจ้าจะไม่ยอมก็ตามที!!"
"ตะ..แต่.........." หลิงเทียนพยายามจะปฏิเสธ
"นี่!! หลิงเทียนเจ้าเห็นพวกเราเป็นคนนอกหรือไงกัน นอกจากเจ้าจะเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเราแล้ว ยังเป็นสหายที่ดีที่สุดอีกด้วย หากมีหนทางในการรักษาไม่ว่าจะยากเย็นเพียงใดพวกเราก็จะทำ" ไป๋หยุนเฟยพูดขัดหลิงเทียนที่กำลังจะพูดทันที
"ท่านพี่ ข้าก็ยินยอมที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่เช่นกัน อย่าได้ห้ามพวกเราเลยนะ!!" หนิงเอ๋อร์พยายามพูดให้หลิงเทียนเห็นด้วย
"ข้าบอกแล้วว่าจะให้ท่านเป็นสามีข้า หากมีทางรักษาข้าก็จะทำ หากการรักษาไม่ได้ผลข้าก็จะไม่มีวันทิ้งท่านไว้เพียงลำพังแน่นอน" มู่เยี่ยยืนยันอย่างหนักแน่น
"เฮ้อออ!! ตามใจพวกเจ้าก็แล้วกัน" หลิงเทียนพยายามเบือนหน้าหลบไปอีกทางนึง เพื่อไม่ให้ใครเห็นน้ำตาที่เริ่มปริ่มๆ คลอเบ้าตา