ในขณะที่บิดาและท่านลุงฝูเดินทางไปที่ท่าเรือ โจวหยวนเฉิงก็ดึงเอาวัสดุก่อสร้างจำนวนมากจากมิติออกมาวางเรียงไว้จนเต็มลานหน้าบ้าน โจวหลี่เฉียงก็ยุ่งอยู่กับการจัดเรียงเสื้อผ้า เครื่องนอน อาหาร และเครื่องใช้ต่างๆ มากมายเพื่อรอต้อนรับคนงานทั้งสามสิบคนอยู่เช่นเดียวกัน
“พี่ใหญ่มาดื่มน้ำอัดลมก่อนเร็วเข้า อากาศร้อนๆ อย่างนี้ น้ำอัดลมใส่น้ำแข็งนี่ล่ะชื่นใจที่สุด”
โจวหลี่เฉียงรับน้ำอัดลมแก้วใหญ่มามอง เขาเห็นฟองเล็กๆ ลอยขึ้นมาจากน้ำในแก้วด้วยความสนใจ เมื่อหันไปเห็นน้องชายกำลังยกน้ำอัดลมขึ้นดื่ม เขาก็ยกแก้วขึ้นแล้วลองดื่มน้ำอัดลมเข้าไปเช่นกัน ไม่นานเขาก็เรอออกมาเสียงดัง โจวหลี่เฉียงรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้ “น้ำหวานของเ้าดื่มเข้าไปแล้วชื่นใจมาก ข้อเสียเพียงอย่างเดียวคือมันทำให้ข้าเรอออกมาเสียงดังน่าเกลียดมาก”
“ท่านดื่มเข้าไปทีเดียวเยอะขนาดนั้นก็ต้องเรอออกมาเป็ธรรมดา ท่านก็ค่อยๆ ดื่มสิ” โจวหยวนเฉิงพูดพร้อมกับหัวเราะให้กับความใสซื่อของพี่ชาย “ท่านหิวหรือยัง เมื่อครู่ข้าใช้พลังงานไปเยอะ ตอนนี้ก็เลยรู้สึกหิวขึ้นมานิดหน่อย”
“ข้าจะไปดูในครัวว่าพอจะมีอะไรให้เรากินได้บ้าง” โจวหลี่เฉียงตั้งท่าว่าจะเดินเข้าไปในบ้าน ก็ถูกน้องชายเรียกเอาไว้เสียก่อน
“ท่านไม่ต้องเดินไปไหนแล้ว มานี่...ท่านลองมากินอาหารของโลกนั้นดูบ้าง มันเข้ากันกับน้ำอัดลมเป็ที่สุด ท่านทำตามข้านะ” โจวหยวนเฉิงหยิบแฮมเบอร์เกอร์ออกมาสองชิ้น เขาแบ่งให้พี่ชายหนึ่งชิ้น แล้วตัวเองก็เริ่มลงมือสาธิตวิธีการกินแฮมเบอร์เกอร์ให้พี่ชายดู
“มันอร่อยมาก” โจวหลี่เฉียงทำตาม เมื่อเขากัดแฮมเบอร์เกอร์เข้าไปก็ถึงกับตาลุกวาว
สองพี่น้องนั่งกินแฮมเบอร์เกอร์และน้ำอัดลมอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่กำลังนั่งเพลิดเพลินอยู่กับการกินอาหารอยู่นั้น ที่หน้าประตูก็มีเสียงร้องเรียกดังขึ้น
“ข้าจะออกไปดูเอง” โจวหลี่เฉียงอาสา
“ท่านรีบออกไปเถอะ ข้าจะเก็บของพวกนี้ก่อน” โจวหยวนเฉิงรีบเก็บกระดาษห่อแฮมเบอร์เกอร์และแก้วน้ำอัดลมเข้าไปไว้ในมิติทันที หากให้ใครมาเห็นของแปลกประหลาดพวกนี้เข้ามันคงไม่ดีแน่
ไม่นานโจวหลี่เฉียงก็พาท่านอาเจียว ฮูหยินเจียว เจียวเป่า เจียวจิ้น และเจียวิ เดินเข้ามาในบ้าน
เจียวิน้อยจำพี่ชายใจดีที่เอาน้ำเชื่อมหวานๆ มาให้เขากินได้ เขาจึงวิ่งเข้าไปหาโจวหยวนเฉิงด้วยความดีใจโดยไม่ทันที่ฮูหยินเจียวจะคว้าตัวเด็กน้อยไว้ได้ทันด้วยซ้ำ
“พี่ชาย ข้าอยากกินน้ำเชื่อมอีกขอรับ มันหวานอร่อยมาก” เจียวิจับชายเสื้อโจวหยวนเฉิงไว้แน่น
“น้ำเชื่อมขวดนั้นคือยาที่ใช้รักษาอาการไข้ของเ้า ถึงมันจะมีรสหวาน แต่จะเอามากินเล่นๆ ไม่ได้” โจวหยวนเฉิงอธิบายให้เด็กน้อยฟัง
“คุณชายรองโจว วันนี้ข้าพาครอบครัวของข้ามาขอบคุณเ้าที่ได้ช่วยเหลือครอบครัวของข้าไว้ในระหว่างที่พวกเราสองผัวเมียไม่อยู่ อีกทั้งข้ายังพาเจียวเป่ามาขอโทษเ้าด้วย เ้าอุตส่าห์มีน้ำใจช่วยเหลือ แต่เขากลับพูดจากับเ้าไม่ดี เป็ข้าที่อบรมเขาไม่ดีเอง หวังว่าคุณชายรองโจวจะให้อภัย” เจียวตง หรือเ้าสำนักเจียวพูดด้วยความเกรงใจ อีกทั้งก่อนที่จะมาที่นี่ เจียวจิ้นก็ได้เล่าให้เขาฟังมาบ้างแล้วว่านายท่านโจวได้รับโจวหลี่เฉียงเป็บุตรบุญธรรมและมีสถานะเป็คุณชายใหญ่ของบ้านโจว ดังนั้นเขาจึงเรียกโจวหยวนเฉิงว่าคุณชายรองโจวได้อย่างไม่ติดขัด
“ท่านอาเจียว ท่านอาสะใภ้เจียว เชิญนั่งก่อนขอรับ” โจวหยวนเฉิงเชิญผู้าุโนั่ง “หากจะต้องขอโทษ ก็ควรเป็ข้าที่ต้องขอโทษพี่เป่ากับอาจิ้นมากกว่าขอรับ เพราะเมื่อก่อนข้าทำตัวเกเรและคอยรังแกพวกเขาไม่หยุด หากพวกเขาจะไม่เชื่อใจข้าก็เป็เื่ธรรมดา ส่วนเื่ความช่วยเหลือ ท่านอาทั้งสองก็ไม่ต้องเกรงใจหรอกขอรับ พวกเราเป็เพื่อนบ้านกัน หากเป็สิ่งที่ข้าพอจะช่วยเหลือได้ ข้าก็ยินดี สิ่งนี้ไม่ถือเป็บุญคุณเลยแม้แต่น้อย”
“จะเป็เช่นนั้นได้อย่างไรกัน ทั้งยา ทั้งอาหาร เ้าล้วนมอบแต่ของดีราคาแพงให้พวกเรา หากนี่ยังไม่เรียกว่าบุญคุณแล้วยังจะเรียกว่าอย่างไรได้อีก” ฮูหยินเจียวพูดขึ้น
“คุณชายรองโจว เวลานี้ครอบครัวของเราลำบากมาก ตัวข้ายังไม่มีสิ่งใดที่จะตอบแทนความมีน้ำใจของเ้า หากในวันหน้า เ้า้าให้พวกเราช่วยเหลือสิ่งใด เ้าบอกพวกเรามาได้โดยไม่ต้องเกรงใจ” เจียวตงพูดความตั้งใจ
“หากเป็ความตั้งใจของท่านอาแล้วล่ะก็ ข้าก็จะไม่เกรงใจแล้วนะขอรับ แต่มันก็ไม่ใช่เื่ใหญ่โตอะไรหรอกนะขอรับ ข้าคิดว่ามันเป็สิ่งที่สำนักคุ้มภัยของท่านถนัดอยู่แล้ว” โจวหยวนเฉิงพูด
“เ้าพูดมาได้เลย หากทำได้ ข้าจะไม่ปฏิเสธเ้าแม้แต่คำเดียว” เจียวตงรับคำหนักแน่น
“ข้าอยากให้ท่านอาช่วยสอนวรยุทธ์ให้พี่ใหญ่และคนงานชายในบ้านของข้าได้หรือไม่ขอรับ ข้าจะรบกวนให้ท่านช่วยสอนพวกเขาในระดับที่สามารถป้องกันตัวได้เท่านั้น ท่านอาขอรับเพราะคนที่ข้าจะให้ท่านช่วยฝึกยุทธ์ให้นั้นมีจำนวนไม่น้อยเลย และข้าก็ยังไม่มีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าเรียนของพวกเขาให้ท่านอาได้ ข้าจึงอยากจะนำอาหารมาจ่ายเป็ค่าเรียนแทนเงินได้หรือไม่ขอรับ” โจวหยวนเฉิงบอก
“ก่อนหน้านี้เ้าก็ได้มอบอาหารให้พวกเรามาแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องจ่ายสิ่งใดเพิ่มอีก หากแค่้าฝึกยุทธ์เพียงเพื่อให้พวกเขาใช้ป้องกันตัวได้ มันก็ไม่ได้สร้างความลำบากให้พวกข้าเลย สิ่งของที่เ้าว่าก็ไม่ต้องเอามาให้พวกข้าหรอก” เจียวตงปฏิเสธที่จะรับสิ่งของตามที่โจวหยวนเฉิงเสนอ
“ท่านอาขอรับ คนงานของข้ามีทั้งหมดยี่สิบคน การที่จะสอนพวกเขานั้น มันอาจจะทำให้ท่านเสียเวลาไปไม่น้อยเลย ท่านอาอย่าปฏิเสธข้าเลยนะขอรับ อีกอย่างหนึ่งข้ายังมีข้อเสนออื่นที่อยากจะพูดกับท่านอาอีกขอรับ”
“นี่เ้า! ท่านพ่อบุญธรรมข้ามาพูดกับเ้าดีๆ แต่เ้าก็ยังเรียกร้องไม่หยุด เ้าอยากให้ท่านพ่อข้าฝึกยุทธ์ให้คนงานของเ้า พวกเราก็ยอมรับแล้ว แต่เ้าก็ยังไม่พอ ยังเรียกร้องสิ่งนั้นสิ่งนี้ต่ออีก ตกลงแล้วเ้าอยากขอร้องหรืออยากจะบังคับให้พวกเราทำอะไรกันแน่” เจียวเป่าพูดอย่างทนไม่ได้
“เป่าเอ๋อ! หากเ้ายังไม่หยุดล่วงเกินคุณชายรองโจวอีก ข้าจะให้เ้าไปคุกเข่าอยู่ในห้องเก็บฝืนเดี๋ยวนี้” เจียวตงพูดขึ้นเสียงดัง
“ท่านอาใจเย็นๆ ก่อนนะขอรับ เป็ข้าที่ไม่พูดให้ชัดเจนเอง” โจวหยวนเฉิงรีบพูด “เื่ฝึกยุทธ์ให้คนงาน ข้ายังยืนยันจะจ่ายค่าตอบแทนเป็อาหารให้กับพวกท่านตามเดิม หากท่านไม่ยอมรับข้อเสนอนี้ ข้าก็จะไม่ส่งคนงานไปฝึกยุทธ์กับท่านอาแม้แต่คนเดียวขอรับ ส่วนธุระอีกเื่คือครอบครัวของข้ากำลังจะกลับมาเปิดกิจการค้าขายอีกครั้ง ในอนาคตข้ายัง้าคนที่จะมาช่วยขนส่งสินค้าให้ข้าด้วย ข้าเห็นว่าสำนักคุ้มภัยของท่านอาเหมาะสมที่สุด ข้าไม่เร่งรัดที่จะเอาคำตอบ ท่านอาสามารถกลับไปปรึกษากับคนในครอบครัวก่อนได้ขอรับ ถ้าหากท่านอาสนใจข้อเสนอของข้า ข้ายังมีแผนปรับปรุงกิจการของสำนักคุ้มภัยมาเสนอให้ท่านอีกนะขอรับ”
เจียวตงยังไม่ตอบรับข้อเสนอในทันที เขาเพียงแค่ขอเวลากลับไปปรึกษากับครอบครัวก่อน และกล่าวว่าอีกสามวันให้หลัง เขาจะกลับมาให้คำตอบแก่โจวหยวนเฉิงแน่นอน