บทที่ 35 ระเบิดกลางบ้าน
บทที่ 35: ระเบิดกลางบ้านพนักงานรักษาความปลอดภัยเปิดประตูแล้วพุ่งตัวออกมา คนทั้งสามราวกับกระต่ายที่หนีเอาชีวิตรอด พุ่งวูบเข้าไปในป่าเล็กๆ ที่ข้างถนน หลบหนีไปไร้ร่องรอย“ไอ้เวรสามคนนี่! ยังกล้าที่จะมา!”“แม่งเอ้ย! ถ้าครั้งหน้ายังมาก่อความวุ่นวายอีก เราจะเรียกตำรวจ!”พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองสบถด่า กำลังจะเดินกลับเข้าไปด้านใน ทว่าเห็นชายหนุ่มกับเด็กสาว สองคนแปลกหน้าเดินเข้ามาหา ก็หยุดชะงักไปโดยไม่รู้ตัว“มีอะไรครับ?” พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งขมวดคิ้ว ขวางไม่ให้หลินเซียวเดินเข้ามาอีก เอ่ยถามขึ้นเสียงต่ำ“พี่ยาม ผมมาตามหาจ้าวจื่อซาน เขาอยู่ที่ชั้นไหนเหรอ?” หลินเซียวแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร ต้องการจะสังเกตท่าทีของพนักงานรักษาความปลอดภัย“นายมาหาจ้าวจื่อซานงั้นเหรอ?”พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองได้ยินเช่นนั้น ดวงตาพลันเบิกกว้าง สีหน้าท่าทีแปรเปลี่ยนไปทันที ยืนด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังอย่างมาก เอ่ยถามเสียงไม่บ่งบอกอารมณ์: “นายเป็นใคร ทำไมถึงได้มาหาเขา?”ท่าทีของอีกฝ่ายค่อนข้างเกินเลยไปสักหน่อย ทำให้หลินเซียวรู้สึกประหลาดใจ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามขึ้น: “พี่ยามทั้งสอง จ้าวจื่อซานอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”“ฮึ่ม! ไอ้หมอนี่ต้องเป็นพวกเดียวกับไอ้เด็กสามคนนั่นแน่ จับเขาเอาไว้ก่อน แล้วพาไปที่สถานีตำรวจ”พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองแลกเปลี่ยนสายตากัน พลันพุ่งตัวเข้าหาหลินเซียวอย่างดุดัน กระโจนเข้าหาเขาอย่างพร้อมเพรียงกันฟึ่บ!หลินเซียวขยับหลบมือของคนทั้งสองวูบ เอ่ยถามขึ้นเสียงต่ำ: “คุณสองคนโจมตีผมทำไม?”“ไอ้หนู! อย่าได้คิดจะทำอะไรคุณจ้าว เขาบอกว่า ถ้าเห็นคนมาทำลับๆ ล่อๆ ให้จับตัวแล้วส่งไปสถานีตำรวจ!” พนักงานรักษาความปลอดภัยเค้นเสียงเย้ย“อย่าไปพูดจาไร้สาระกับเขา!”พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองเดินไปทีล่ะคน ล้อมหลินเซียวเอาไว้ตรงกลาง หยิบเอาไม้กระบองออกมาในทันที ลงมือพร้อมกันอย่างดุดัน ฉวยโอกาสตอนที่หลินเซียวยังไม่ทันตั้งสติ ฟาดศีรษะของเขาอย่างรุนแรง“กรี้ด!” หัวใจของหลิงเอ๋อร์กระตุกวูบ กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว“โฮ่ง!” อาเซว่พลันกระโจนขึ้นสูง ขาหน้าทั้งสองพุ่งตรงไปยังร่างของหนึ่งในพนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างดุดัน เพียงได้ยินเสียงดูแคลนเล็กๆ เสื้อพนักงานรักษาความปลอดภัยด้านบนก็ปรากฎรอยข่วน บนแผ่นอกของเขาปรากฎรอยเลือดจำนวนมากขึ้น“โอ้ย!”พนักงานรักษาความปลอดภัยร้องออกมา เขากุมหน้าอกตนเองก่อนจะถอยออกไปพนักงานรักษาความปลอดภัยอีกคนเห็นสุนัขสีขาวตัวใหญ่กระโดดออกมาอย่างกะทันหัน ก็นึกว่ามันคือสัตว์ประหลาด กลัวจนวิญญาณแทบหลุดลอย รีบถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ทว่าขาดันพันกันเองจนสะดุดล้ม ร่วงลงบนพื้นดังตุ้บ“กรร……” คมเขี้ยวของอาเซว่ปรากฎขึ้นที่รอยแยกมุมปาก ราวกับหมาป่าในป่า มุมปากของมันปรากฏน้ำลายสีเหลืองอ่อนหยดลง ค่อยๆ เข้าใกล้พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองอย่างเชื่องช้า“อย่า! อย่าเข้ามา!”“เอามันออกไป!ทั้งสองไม่เคยคิดเลยว่า สุนัขสีขาวตัวใหญ่นี่จะดุมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็วหรือการตอบสนอง ทั้งหมดล้วนเหนือกว่าเกรย์ฮาวด์ตัวใดที่พวกเขาเคยเห็น“กลับมา!” หลินเซียวสั่งเสียงเบา“หงิ๋ง!!” อาเซว่ครางออกมา เดินกลับไปอย่างช้าๆ ถูไถตัวของมันเข้ากับขาของหลินเซียว จากนั้นจึงหมอบลงอย่างเชื่อฟังหลินเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย กวาดตามองไปรอบๆ เอ่ยถามขึ้นเสียงต่ำ: “พวกคุณบอกว่า จ้าวจื่อซานบอกอะไรก่อนที่เขาจะไปนะ?”ในฐานะของพนักงานรักษาความปลอดภัยของตึก แน่นอนว่าคนที่อยู่ชั้นไหนร่ำรวยหรือคนที่อยู่ชั้นไหนยากจน และย่อมเข้าใจว่าใครคือนายใหญ่ ใครคือพวกลูกกระจ๊อกจ้าวจื่อซานมักจะสวมใส่เสื้อผ้าหรูหราอยู่เสมอ ย่อมเป็นพวกคนใหญ่คนโต เพื่อนที่คบค้าสมาคมด้วยล้วนแล้วแต่สวมใส่เสื้อผ้าดูดี เพียงเหลือบมองก็รู้ว่าทั้งหมดล้วนเป็นคนชนชั้นสูงโดนปกติแล้วเมื่อจ้าวจื่อซานกลับมาบ้าน มักจะนำของขวัญอย่างอาหารและเครื่องดื่มมาให้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งสองอยู่เสมอ ดังนั้นพวกเขาจึงเคารพจ้าวจื่อซานอย่างมาก กลายไปเป็นหูเป็นตาทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับเขาอย่างไม่รู้ตัวคืนก่อนหน้า จ้าวจื่อซานได้เร่งรีบลงมาด้านล่างอย่างกะทันหัน ไปยังห้องรักษาความปลอดภัยแล้วเอ่ยสั่งสองสามคำ แล้วก็มุ่งหน้าออกไปในยามค่ำคืน ไม่เคยกลับมาอีกกระวนกระวายเนื่องด้วยสุนัขสีขาวตัวใหญ่ตรงหน้า พนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งอธิบายอย่างละเอียด รู้ถึงร่องรอยที่อยู่ของจ้าวจื่อซาน ต่างก็บอกออกมาจนหมด“จ้าวจื่อซานไม่น่าเป็นอะไร!”หลินเซียวตัดสินใจก่อน“เราเป็นเพื่อนของจ้าวจื่อซาน อยากจะขึ้นไปดูหน่อย ไม่รู้ว่าสะดวกหรือไม่สะดวก” หลินเซียวเอ่ยถามเสียงต่ำคนทั้งสองมีท่าทีลำบากใจอย่างมาก ลังเลไม่กล้าพูด ส่งเสียงฮึ่มฮัมอยู่ครึ่งค่อนวัน สุดท้ายแล้วก็ยอมโอนอ่อนภายใต้สายตาตักเตือนของอาเซว่พนักงานรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งพาคนทั้งสองและหนึ่งสุนัขขึ้นไปด้วยตนเอง เมื่อขึ้นมาถึงชั้นบนสุดแล้ว ก็ปรากฎบานประตูบ้านหลังหนึ่งและสวนเล็กๆ ที่ด้านหน้า“บ้านของคุณจ้าวมีประตูรักษาความปลอดภัยสองชั้น นอกจากตัวล็อคร่วมที่ประตูด้านนอกแล้ว ประตูบานที่สองต้องใช้ลายนิ้วมือของเขาเองในการเปิด ถ้าคุณเป็นเพื่อนกับคุณจ้าวจริงๆ ก็ช่วยแจ้งข่าวให้เขารู้ให้เร็วที่สุดเถอะครับ ช่วงนี้มีคนเพ่งเล็งบ้านของเขา แอบมาหลายครั้งแล้ว”พนักงานรักษาความปลอดภัยไม่ได้คิดอะไรมาก คนร่ำรวยอย่างคุณจ้าว เป็นเรื่องปกติที่จะมีโจรต้องการขโมยของที่บ้าน ด้วยความเป็นกังวล เขาจึงเอ่ยเตือนหลินเซียว“เข้าใจแล้ว!”หลินเซียวมองไปยังบานประตูอยู่นาน เขาอยากจะใช้กำลังเปิดเข้าไป ทว่ามันจะสร้างความยุ่งยากที่ไม่จำเป็นขึ้น“อาเซว่! ดม!” หลินเซียวพลันตะโกนสั่งอาเซว่อาเซว่พุ่งตัวไปที่บานประตู ดมกลิ่นด้วยจมูกของมัน ก่อนจะพลันลุกขึ้นยืนหลังจากผ่านไปสองสามวินาที ขาหน้าทั้งสองของมันตะกุยกัดประตูไม่หยุด ท่าทีเต็มไปด้วยความเร่งร้อนกึง! กึง!เสียงกระแทกประตูดังขึ้นติดๆ กัน สร้างความสับสนให้กับผู้คน สีหน้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยแปรเปลี่ยนไป หวาดกลัวว่าสุนัขนี่จะบ้าคลั่งอีกครั้ง รีบหลบหนีไปอย่างเงียบงัน“เป็นอะไรไปอาเซว่?” หลิงเอ๋อร์รับรู้ได้ถึงบางอย่างผิดปกติ รีบเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว ลูบศีรษะของอาเซว่ สีหน้าเต็มไปด้วยความเป็นกังวลตอนที่หลิงเอ๋อร์เล่นกับอาเซว่ สุนัขตัวนี้มักจะมีท่าทีเกียจคร้าน แทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่รุนแรงแบบที่เกิดขึ้นตอนนี้เลยจะอย่างไร พวกเธอก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาสองสามเดือน หลิงเอ๋อร์มองเห็นร่องรอยของความเครียดและความร้อนรนในดวงตาของอาเซว่มันมีคำกล่าวว่าสุนัขรับรู้ความรู้สึกได้ดีกว่ามนุษย์ และมีความตื่นตัวต่ออันตรายสูงมาก เกรย์ฮาวด์คือสุนัขล่าเนื้อในบรรดาสุนัข เกิดมาพร้อมกับความเฉียบแหลมที่เกินว่าสายพันธุ์ไหน ไม่ต้องเอ่ยถึงเกรย์ฮาวด์ที่พิเศษอย่างอาเซว่เลย การที่มันแสดงท่าทีแบบนี้ มันมีความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว ภายในบ้านมีความผิดปกติ“อาเซว่! เฝ้าตรงนี้เอาไว้!” หลินเซียวพลันขมวดคิ้ว ดึงหลิงเอ๋อร์แล้วหมุนตัวเดินออกไป“เราจะไปไหนกัน?” หลิงเอ๋อร์วิ่งตามเขาไป เรือนผมปลิวไปด้านหลังเธอพบว่าดวงตาของหลินเซียวเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด หัวใจดวงน้อยพลันเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ทว่าก็ค่อนข้างที่จะตื่นตัวเพื่อรอคอยสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นตูม!ใครจะไปรู้ว่าเมื่อเสียงของหลิงเอ๋อร์ยังไม่ทันจางหายไป เสียงดังลั่นก็ปรากฏขึ้นจากเบื้องหลัง ทั้งชั้นสั่นสะท้าน ทำให้ร่างของคนทั้งสองไหววูบ แทบจะล้มลงกับพื้นไป“ว้าย!” หลิงเอ๋อร์กรีดร้องอย่างตื่นตระหนก พลันโถมตัวเข้าไปในอ้อมกอดของหลินเซียว ดวงตากลมโตเจ้าเล่ห์ กะพริบปริบๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลินเซียวมองย้อนกลับไป ประตูรักษาความปลอดภัยของจ้าวจื่อซานดูราวกับพองตัวขึ้น โป่งออกมาเป็นก้อนใหญ่ มันคือผลจากกระแสลมที่เกิดขึ้นจากการระเบิด“โฮ่ง……” อาเซว่วิ่งวนไปมาด้านหน้าประตู ส่งเสียงเห่าต่ำ“ไป!”หลินเซียวไม่อาจให้ความสนใจว่าเกิดอะไรขึ้นในอ้อมแขนของเขา ดึงร่างของหลิงเอ๋อร์แล้วเดินจากไป ไม่ได้รับรู้ถึงใบหน้าแดงๆ ของเด็กสาว และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปีติยินดีนั้นเลยแม้แต่น้อยพวกเขาถลาออกไปด้านนอกตึก ผู้อยู่อาศัยจำนวนมากได้ยินข่าวและลงมาด้านล่าง มองไปยังสวนเปิดที่ชั้นบนสุดอย่างกระวนกระวาย กระซิบกระซาบกันเอง“มีระเบิดที่บ้านของจ้าวจื่อซาน เกิดอะไรขึ้น?”“คงจะไม่ใช่พวกแก๊งมาเฟียมาล้างแค้นกันหรอกนะ?”“ฉันได้ยินมาว่าเขาติดหนี้เป็นเงินมหาศาลแล้วก็จ่ายคืนไม่ได้ วันก่อนเห็นถูกกลุ่มคนชุดดำข่มขู่ให้รีบคืน ทั้งยังถูกกระทืบมาก่อนด้วยล่ะ”“เฮ้อ! คนดีๆ แบบนั้น ดันเสียเพราะการพนันซะได้”หลินเซียววิ่งลงมาตลอดทาง ได้ยินบทสนทนาเหล่านี้ หัวใจก็กระตุกวูบหรือว่าเป็นเพราะจ้าวจื่อซานติดหนี้การพนัน ทำให้ต้องเสียงลงมือวางแผนการร้ายกับโปรเจคเชิงหลง จากนั้นก็กอบโกยผลประโยชน์จำนวนมากมายมหาศาลจากไปอย่างงั้นรึ?...