ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 191 : ฝ่าวงล้อมอัสนีบาต

    จารึกที่ 191 : ฝ่าวงล้อมอัสนีบาต | น้ำตาแห่งหมึกวารี


    เปลวเพลิงที่ลุกโชนไม่ได้เผาผลาญเพียงแค่สิ่งปลูกสร้าง แต่มันกำลังแผดเผาจิตวิญญาณและหัวใจของศิษย์สำนักหมึกวารีทุกคนให้มอดไหม้เป็นจุณ


    "ทางนี้! ตรึงกำลังไว้! อย่าให้พวกมันก้าวข้ามไปได้แม้แต่ก้าวเดียว!"


    เสียงตะโกนสั่งการอันแหบพร่าดังก้องมาจาก ลานฝึกยุทธส่วนกลาง ซึ่งเป็นด่านหน้าด่านสุดท้ายก่อนจะถึงเขตเร้นลับของเรือนผู้อาวุโส ศิษย์สำนักหมึกวารีกว่าห้าสิบชีวิตที่เหลือรอด กำลังยืนหยัดตั้งค่ายกลวารีคุ้มภัยอย่างสุดกำลัง โดยมี ศิษย์พี่รอง (ผู้ดูแลกฎระเบียบสายนอก) เป็นแกนนำ ทว่าสภาพของพวกเขานั้นร่อแร่เต็มที ลมหายใจหอบเหนื่อยและหยาดโลหิตที่ไหลริน บ่งบอกถึงขีดจำกัดของร่างกายที่กำลังจะแหลกสลาย


    เบื้องหน้าของพวกเขา คือมัจจุราชในคราบมนุษย์... "หน่วยล่าสังหารสายฟ้า" ของตระกูลเหลยกว่าร้อยนาย พวกมันสวมเกราะสีม่วงเข้มทะมึน ในมือกระชับดาบยาวที่อาบไล้ด้วยประจุอัสนีบาตส่งเสียงเปรี๊ยะประข่มขวัญ


    "หึ... พวกมดปลวก ดิ้นรนไปก็รังแต่จะยืดเวลาตาย!"


    หัวหน้าหน่วยล่าสังหารแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มันชู "ธงรบอัสนี" ขึ้นสู่ฟากฟ้าที่แดงฉาน ทันใดนั้น สายฟ้าสีม่วงก็ผ่าเปรี้ยงลงมาที่ยอดธง ก่อนจะแตกแขนงพุ่งกระจายออกไปเบื้องหน้า ถักทอเป็นตาข่ายอัสนีบาตขนาดมหึมา ครอบคลุมเหนือศีรษะของศิษย์หมึกวารีทั้งหมด


    "ค่ายกลตาข่ายฟ้า : เผาผลาญวิญญาณ!"


    เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!


    อัสนีบาตฟาดฟันลงมาอย่างไร้ความปรานี เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมแข่งกับเสียงฟ้าร้อง โล่พลังปราณวารีของศิษย์สายนอกเดือดพล่านและระเหยกลายเป็นไอในพริบตา ร่างหลายร่างล้มพับลงกับพื้นพร้อมกับกลิ่นเนื้อไหม้เกรียม


    "จบสิ้นแล้ว..." ศิษย์พี่รองทรุดเข่ากระแทกพื้น เลือดข้นคลั่กไหลอาบใบหน้า เขามองดูตาข่ายสายฟ้าที่กำลังบีบวงแคบเข้ามาเรื่อยๆ ด้วยแววตาสิ้นหวัง "ท่านบรรพชน... ข้าไร้ความสามารถ ไม่อาจปกป้องสำนักไว้ได้..."


    ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่เคียวของมัจจุราชกำลังจะบากลงบนลำคอ...


    "เฮ้ย! ไอ้พวกสุนัขลอบกัด! หยุดทำลายพื้นหินอ่อนปูทางหน้าลานเดี๋ยวนี้นะ! รู้ไหมว่ามันแผ่นละกี่ตำลึง!"


    เสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นหูและกวนประสาท ดังกึกก้องมาพร้อมกับเงาร่างสายหนึ่งที่พุ่งทะลุม่านกำแพงเพลิงเข้ามาอย่างห้าวหาญ!


    ตึง!!


    ร่างยักษ์สีดำทมิฬที่สูงตระหง่าน กระโดดลอยข้ามหลังคาซากหอระฆัง ทิ้งตัวลงกระแทกพื้นลานฝึกยุทธจนแผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น มันยืนตระหง่านขวางหน้าศิษย์พี่รองและเหล่าศิษย์น้องที่บาดเจ็บ ราวกับปราการเหล็กกล้าที่ไม่มีวันพังทลาย


    "เจ้าสัว... กางค่ายกลคุ้มภัย!"


    วูบ!


    เจ้าสัวกางท่อนแขนอันทรงพลังออกกว้าง เกราะหยกทมิฬปรากฏเส้นแสงสีม่วงดาราไหลเวียนทั่วร่าง แผ่นหลังของมันส่งเสียงกลไกฟ้าขบกันดังกัมปนาท ก่อนจะแผ่ขยายม่านพลังสีม่วงดำรูปทรงครึ่งวงกลม กางคลุมปกป้องศิษย์หมึกวารีทุกคนไว้เบื้องหลัง


    และบนลาดไหล่กว้างของพยนต์เทวะนั้นเอง ถุงผ้าสีหม่นที่เคยห้อยอยู่แนบเอวของเจ้านาย พลันขยับดิ้นยุบยิบและขยายตัวออก คืนสู่ร่างที่แท้จริง... 'เจ้าถุงเงิน' ในร่างแมงมุมเงาจันทราตัวน้อย เกาะยึดติดแน่นดุจเงาตามตัว เขี้ยวคู่หน้าของมันอาบไปด้วยพิษสีม่วงคล้ำเตรียมพร้อมจู่โจมศัตรูที่กล้าล่วงล้ำเข้ามา


    เปรี้ยง! เปรี้ยง!


    ตาข่ายสายฟ้าจากค่ายกลศัตรูฟาดฟันลงบนม่านพลังของเจ้าสัวอย่างบ้าคลั่ง ทว่าผิวม่านพลังนั้นมิได้สั่นคลอนแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ปราณอัสนีบาตเหล่านั้นยังถูกลวดลายอักขระบนร่างพยนต์ทมิฬดูดกลืนหายไปจนหมดสิ้น ราวกับก้อนหินที่จมลงสู่มหาสมุทร


    "นะ... นั่นมันตัวอัปมงคลอันใด!?" หัวหน้าหน่วยล่าสังหารเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นอสูรศิลายักษ์ที่มีตาสีทองอำพัน


    "มันคือ... 'พยนต์กลืนกิน' ที่ข้าทุ่มทุนสร้างขึ้นเป็นพิเศษต่างหาก!"


    อาเจีย ก้าวเดินออกมาช้าๆ จากเบื้องหลังร่างยักษ์ของเจ้าสัว โดยมี ฉินมู่หลาง ขนาบข้าง


    สภาพของอาเจียในยามนี้ดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าปีศาจจากขุมนรก อาภรณ์สีครามขาดวิ่นเปรอะเปื้อนคราบเขม่าและหยาดเลือด ทว่าดวงตาสีดำขลับของเขากลับลุกโชนไปด้วยไฟโทสะที่แผดเผายิ่งกว่าเพลิงรอบกาย มือขวากระชับ พู่กันนิรันดร์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว


    "ศิษย์พี่รอง! ท่านยังหายใจอยู่ใช่หรือไม่?" อาเจียเอ่ยถามโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปที่ศัตรูเบื้องหน้า


    "อะ... อาเจีย! เจ้ายังมีชีวิตอยู่!" ศิษย์พี่รองน้ำตาไหลพรากด้วยความปีติระคนสิ้นหวัง "แต่พวกมันมีกำลังพลมากเกินไป... ล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งนั้น... เจ้าพาศิษย์น้องหนีไปเถอะ!"


    "หนี?" อาเจียแค่นเสียงหยัน "รากเหง้าของข้าอยู่ที่นี่ ทรัพย์สินสมบัติของข้าก็ฝังอยู่ที่นี่... จะให้ข้าทิ้งบ้านแล้วหนีไปเป็นสุนัขจรจัดงั้นรึ?"


    เขาตวัดปลายพู่กันนิรันดร์ชี้หน้าหัวหน้าหน่วยอัสนีบาต แววตาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมของพ่อค้าหน้าเลือดที่ถูกปล้นขบวนสินค้า


    "พวกแก... ทำลายข้าวของไปเท่าไหร่แล้ว? ประตูซุ้มไม้มังกรแกะสลัก บานละห้าร้อยหินปราณ... พื้นหินอ่อนหยกขาว แผ่นละห้าสิบ... รวมดอกเบี้ยค่าตกใจแล้ว... วันนี้ข้าคงต้องตัด 'หัว' ของพวกแกทุกคนไปขึ้นเงินรางวัล ถึงจะพอคุ้มทุน!"


    "โอหังนักไอ้เด็กเมื่อวานซืน!" หัวหน้าหน่วยอัสนีคำรามลั่น "บดขยี้มัน! สับมันเป็นชิ้นๆ!"


    ศัตรูนับร้อยชูดาบสายฟ้า พุ่งทะยานเข้าประโจนใส่อาเจียดุจฝูงหมาป่ากระหายเลือด


    "สหายฉิน! เจ้าถุงเงิน! ...คุ้มกันปีกซ้ายขวา!" อาเจียตวาดก้อง


    "ย่อมได้!"


    ฉินมู่หลางพุ่งทะยานออกไปเบื้องหน้าดั่งแสงสีเงินฉาน กระบี่วารีไหล ในมือตวัดร่ายรำด้วยความรวดเร็วปานสายน้ำเชี่ยว ฟาดฟันศัตรูที่ดาหน้าเข้ามา ขณะเดียวกัน เจ้าถุงเงินก็พ่นม่านใยพิษสีม่วงออกไปสกัดกั้นศัตรูทางปีกซ้าย กัดกร่อนเกราะสายฟ้าของพวกมันจนส่งเสียงร้องโหยหวน

    ส่วนอาเจีย... เขายืนนิ่งสงบดุจขุนเขาอยู่เบื้องหลังเจ้าสัว ลมปราณในร่างหมุนวนอย่างบ้าคลั่งเพื่อเค้นพลังออกมาใช้ เขาต้องประหยัดปราณให้ถึงที่สุด ปลายพู่กันตวัดร่ายรำกลางอากาศอย่างเยือกเย็น ผูกปมอักขระขั้นพื้นฐานสองตัวเข้าด้วยกัน!


    "วิชาผสานอักขระ : [หนัก] และ [สะท้อน]!"


    เขาประทับอักขระทั้งสองลงบนแผ่นหลังกว้างใหญ่ของเจ้าสัว


    "เจ้าสัว... บุกทะลวง!"


    "ลุย... เลย... ลูก... พี่!"


    เจ้าสัวคำรามลั่น มันก้มลำตัวท่อนบนลงต่ำ แล้วพุ่งทะยานเข้าใส่ดงศัตรูราวกับอสูรแรดบรรพกาล ร่างกายยักษ์ที่ถูกอักขระเพิ่มน้ำหนักมหาศาลบวกกับแรงปะทะ พุ่งชนกลุ่มศิษย์อัสนีบาตปลิวว่อนขึ้นฟ้าไปคนละทิศละทาง ดาบสายฟ้าที่พยายามฟันใส่เกราะศิลาของมัน ล้วนถูกพลังอักขระสะท้อนกลับจนใบดาบหักสะบั้นและผู้ใช้กระอักเลือดจมกองดิน


    การต่อสู้ดำเนินไปอย่างทุลักทุเลและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด อาเจียไม่ได้ไร้เทียมทาน เขาต้องคอยหลบหลีกและอาศัยจังหวะตวัดพู่กันสร้าง "อักขระลื่นไถล" ให้ศัตรูหน้าคะมำบ้าง หรือ "อักขระบดบัง" ขว้างใส่ตาพวกมันบ้าง เพื่อประหยัดพลังงาน อาเจีย เจ้าสัว และเจ้าถุงเงิน ประสานการรบตีฝ่าดงศัตรูนับร้อยจนร่วงหล่นราวกับใบไม้ร่วง ในที่สุดพวกเขาก็ทะลวงวงล้อมเข้ามาจนถึงเขต เรือนผู้อาวุโสสูงสุด ได้สำเร็จ ทว่าลมปราณของอาเจียก็เหือดหายไปกว่าครึ่ง


    ทว่า... ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า กลับกระชากวิญญาณของอาเจียให้ดิ่งลึกลงสู่ห้วงอเวจี


    ประตูเรือนไม้สักทองโบราณที่เคยสง่างาม บัดนี้แตกกระจายเป็นเศษไม้เกลื่อนพื้น...


    และที่ลานดินหน้าเรือน ร่างของศิษย์พี่หญิง หลินชิงเสวี่ย กำลังคุกเข่าอยู่ นางใช้กระบี่คู่กายปักยันพื้นเพื่อประคองร่างที่โอนเอน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน ใบหน้างดงามซีดขาวไร้สีเลือด


    ห่างออกไปไม่ไกล... ร่างของ ผู้อาวุโสไป๋ (เฒ่าใบ้ผู้เฝ้าหอคัมภีร์) นอนแน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้น ลมหายใจรวยรินดั่งแสงเทียนกลางพายุ

    แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของอาเจียหยุดเต้น คือภาพเบื้องหลังพวกเขา...


    ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสายฟ้าหรูหราเต็มยศ กำลังยืนหยัดอย่างโอหัง โดยที่ฝ่าเท้าหุ้มเหล็กของมัน กำลังเหยียบขยี้ลงบนกลางอกของชายชราในชุดคลุมผู้อาวุโสสูงสุด!


    "เหลยเจิ้น..." อาเจียคำรามเรียกชื่อศัตรูคู่อาฆาตด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านและแหบพร่า


    คุณชายแห่งตระกูลเหลยค่อยๆ หันใบหน้าหล่อเหลาแต่อำมหิตมามอง แสยะยิ้มกว้างเมื่อเห็นอาเจียยืนตัวสั่นอยู่บนไหล่ของพยนต์เทวะร่างยักษ์


    "โอ้... มาทันเวลาพอดีเลยนะ เจ้าหนูสวะอาเจีย" เหลยเจิ้นหัวเราะร่า พลางกดน้ำหนักเท้าลงบนอกของชายชราให้แรงขึ้น จนได้ยินเสียงกระดูกซี่โครงลั่นกรอบแกรบ "ข้ากำลังเค้นคอถามตาแก่นี่อยู่พอดีเชียว... ว่า 'กุญแจ' ที่แท้จริงในการเปิดทางเข้าหุบเขาพันอักขระ... มันซ่อนอยู่ที่ไหน?"


    "เอากระดูกเท้าสกปรกของแก... ออกไปจากตัวผู้อาวุโสเดี๋ยวนี้!" อาเจียตะโกนสุดเสียง พลังปราณทั่วร่างระเบิดออก


    ทว่าในวินาทีที่ลมพัดพาม่านควันให้จางลง อาเจียได้เพ่งมองใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตของ 'ผู้อาวุโสสูงสุด' ผู้นั้นอย่างชัดเจน หัวใจของเด็กหนุ่มกลับกระตุกวูบราวกับถูกอัสนีบาตฟาดฟันเข้ากลางอก!


    ใบหน้าที่เหี่ยวย่นนั้น... รอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตานั่น...


    "ทะ... ท่านปู่!?"


    อาเจียเบิกตากว้างจนแทบถลน ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พู่กันนิรันดร์ในมือแทบจะร่วงหล่น ชายชราธรรมดาๆ ที่เก็บเขามาเลี้ยงจากลำธารแห่งหมู่บ้านเมฆาคล้อย... เหตุใดจึงมาสวมชุดคลุมของผู้อาวุโสสูงสุดอยู่ที่นี่ได้!


    "อย่า... เข้ามา... อาเจีย!"


    เสียงแหบพร่าที่คุ้นเคย ดังก้องเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่อาบเลือดของปู่หลิน ชายชราพยายามฝืนลืมตาที่บวมปูดขึ้นมองหลานชาย "หนีไป... อาเจีย... อย่าให้มัน... ได้กุญแจไปเด็ดขาด..."


    "โถๆๆ... ช่างเป็นความรักของปู่หลานที่น่าประทับใจเสียจริง" เหลยเจิ้นแสยะยิ้มชั่วร้าย ชูดาบสายฟ้าในมือขึ้นพาดลำคอของปู่หลิน "มิน่าเล่า ตาแก่นี่ถึงได้หวงแหนความลับนัก... งั้นข้าจะสงเคราะห์ให้ทางเลือกที่ง่ายขึ้น... ส่ง 'ป้ายหยกสีดำ' ที่เจ้าขโมยไปจากหน้ากากอสูรมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะยอมพิจารณาไว้ชีวิตปู่ของเจ้า... ว่าอย่างไร?"


    อาเจียชะงักกึก... ร่างกายแข็งทื่อดุจถูกสาป ความจริงที่ถาโถมเข้ามาทำเอาสมองของเขาแทบระเบิด


    ทางซ้าย... คือศิษย์พี่หญิงและเฒ่าใบ้ที่บาดเจ็บปางตาย


    ทางขวา... คือท่านปู่ผู้เป็นดั่งดวงใจและครอบครัวเพียงคนเดียว ที่แท้จริงแล้วซ่อนเร้นสถานะอันยิ่งใหญ่มาตลอดสิบห้าปี!


    และเบื้องหน้า... คือมัจจุราชที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในทุกประตู


    ท่ามกลางทะเลเพลิงที่แผดเผา บัดนี้... สถานการณ์บีบคั้นได้เดินทางมาถึงขีดสุดแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89