ซ่า!
เสียงน้ำกระทบใบหน้าของแฟรงค์อย่างรุนแรงจนเ้าตัวที่หมดสติไปค่อยๆเริ่มได้สติเขาสะบัดหน้าอย่างมึนงง พยายามจ้องมองภาพโดยรอบด้วยสติที่ยังคงเลือนราง
เขากำลังนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้โทรมๆสภาพโดยรอบถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมีเพียงแสงไฟจากหลอดไฟที่ส่องริบหรี่มองเห็นไม่ค่อยถนัดตา
ถึงแม้จะมองไม่ค่อยเห็นแต่ดูเหมือนจะรู้ได้อย่างง่ายดายว่าเขากำลังอยู่ในห้องที่กลิ่นค่อนข้างอับชื้นไม่มีหน้าต่างแม้แต่บานเดียวมีเพียงบันใดตรงสุดทางเดินที่เชื่อมขึ้นไปยัง้าเท่านั้น
“ตื่นแล้วสินะคุณสารวัตร”
“อึก!”
แฟรงค์มองไปตามเสียงก่อนจะพบกับนายตำรวจคนที่เขาเห็นก่อนที่จะหมดสติไปข้างตัวเขามีถังน้ำที่ถูกโยนทิ้งอย่างไม่แยแส ทั้งหมดเป็ฝีมือของเขาคนนี้อย่างไม่ต้องคิดสงสัย
“คุณทำแบบนี้กับผมทำไมกัน”
แฟรงค์พยายามเอ่ยถามด้วยริมฝีปากที่แห้งผากเขาพยายามจะดันตัวลุกแต่พึ่งรู้สึกตัวว่าตนนี้เขากำลังถูกมัดมือไพล่หลังเอาไว้อย่างไร้ทางขัดขืนเท้าทั้งสองของเขาก็โดนมัดเอาไว้เช่นกัน
“เื่ทั้งหมดมันเป็เพราะแกนั่นแหละเพราะแกถึงทำให้ฉันถูกสั่งพักงาน!”
“ทั้งหมดมันเป็เพราะความสะเพร่าของคุณเองไม่ใช่หรือไงกันยังไงซะโทษฐานละเลยปฏิบัติหน้าที่ของคุณโดนแค่นี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”
“หุบปาก!”
ผัวะ!นายตำรวจต่อยไปยังสีข้างของแฟรงค์จนเขาล้มหงายหน้าทั้งๆที่ยังติดอยู่กับเก้าอี้ความเ็ปแล่นไปทั้งโสตประสาทจนแทบจะร้องออกมาแต่ก็พยายามอุบเอาไว้อย่างใจดีสู้เสือ
“ฉันจะทรมานจนกว่าแกจะร้องขอชีวิตเลยล่ะ”เขายกตัวแฟรงค์กลับมานั่งท่าเดิม
“ฉะ..ฉันว่านายรีบปล่อยตัวฉันไปดีกว่าอย่าให้เื่ราวมันบานปลายไปกว่านี้เลย เชื่อฉันเถอะ”แฟรงค์พยายามพูดจาประนีประนอม
“เฮอะ!คิดว่าฉันไม่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนหรือยังไงกันจะบอกให้รู้เอาไว้นะว่าฉันเตรียมการเอาไว้หมดเรียบร้อยแล้วไม่มีใครจะรู้ว่าแกหายไปอยู่ที่ไหน รวมถึงไม่มีพยานหลักฐานที่จะมัดตัวฉันเอาไว้อีกด้วย”
นายตำรวจแค่นหัวเราะด้วยน้ำเสียงเ้าเล่ห์เขาทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามก่อนจะควักบุหรี่ขึ้นมาสูบอย่างสบายใจเฉิบ
“ฟู่ว!ที่จริงฉันเหม็นขี้หน้าแกมาตั้งนานแล้ว ทั้งๆที่ฉันก็าุโกว่าแกผลงานที่ทำไปก็ถมเถ แต่ทำไมกัน! คนที่ได้รับเลื่อนตำแหน่งไปไกลโขถึงเป็แกไม่ใช่ฉันคนนี้! ฉันละสมเพชเวทนาในความตาถั่วของเ้าพวกเบื้องบนเสียจริง แต่เอาเถอะพอแกหายไปยังไงซะฉันก็คงได้รับตำแหน่งแทนแกไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้ส่วนแกก็จะหายไปจากโลกนี้โดยไม่มีใครล่วงรู้ยังไงล่ะ ฮะๆๆๆ!”
“อึก!”
แฟรงค์ได้แต่กัดฟันกรอดมองหน้าอันน่าเกลียดของนายตำรวจที่กำลังหัวเราะร่าเริงเขาพยายามแกะปมเชือกที่มัดมือเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำให้หลุดได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ดูเหมือนว่าแฟรงค์จะชะล่าใจไปหน่อยเลยไม่ทันสังเกตส่านายตำรวจได้เดินอ้อมมาด้านหลังเขาเสียแล้วทุกการกระทำของแฟรงค์อยู่ในสายตาของนายตำรวจทุกระเบียดนิ้ว
ผัวะ!นายตำรวจชกเข้าไปที่ใบหน้าของแฟรงค์จนหันไปคนละทิศทาง แฟรงค์รู้สึกถึงความเ็ปที่แล่นส่งมาอย่างหนักหน่วงจนริมฝีปากเริ่มมีเืไหลซึมออกมาสันกรามรู้สึกปวดร้าวจนไม่สามารถเปิดปากพูดออกมาได้ หากเป็อย่างนี้เรื่อยไปเขาคงไม่สามารถรอดพ้นจากเงื้อมมือของมันไปได้
“ฉันว่าแกหยุดพยายามทำอะไรที่มันโง่เง่าเสียเถอะยังไงซะแกจะไม่ได้ออกไปเห็นแสงเห็นตะวันอีกเป็ครั้งที่สอง!”
“แค่ก!”แฟรงค์พ่นเืออกมา
“ตอนนี้แกกำลังอยู่ที่ห้องใต้ดินในบ้านของฉันซึ่งมันเป็ห้องลับที่ไม่มีใครล่วงรู้ทางเข้ามายังที่นี่อีกไม่นานแกก็จะอดตายอยู่ในนี้จนเหลือแค่โครงกระดูก อย่าโกรธเกลียดกันเลยนะเ้าหนูจงรู้สึกผิดในความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองเสียเถอะ”
“แฮ่กๆ!นี่นะเหรอ...หลังจากที่ทำเื่อย่างนี้แล้วยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าตำรวจอีกอย่างงั้นหรือไงกัน!”แฟรงค์พ่นคำพูดออกมากระท่อนกระแท่น
“ทำเป็พูดจาสวยหรูไปเถอะในเมื่อพวกเบื้องบนมันถูกอกถูกใจในตัวแกนักฉันเองก็ต้องหาทางทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะก้าวข้ามแกขึ้นมายังไงล่ะทั้งหมดมันเป็ความผิดของพวกเบื้องบนและแกยังไงล่ะ!”
นายตำรวจตะคอกพร้อมเหยียดยิ้มกว้างราวกับคนบ้าแววตาปราศจากเค้าเดิมราวกับสีขาวที่ถูกถมดำไปอย่างไม่อาจหวนคืน
“หึๆ เอาเถอะยังไงซะแกก็เหลือเวลาอีกเยอะแยะ ถ้างั้นเรามาเล่นเกมกันเสียหน่อย”
นายตำรวจแกะเชือกที่มัดมือของแฟรงค์เอาไว้แล้วกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิมก่อนจะควักมีดพับเล่มสั้นออกมาโยนลงบนตักของแฟรงค์แฟรงค์หยิบมีดมาถือไว้ด้วยสีหน้ามึนงง
“แก้าให้ฉันทำอะไรกัน”
“แค่เกมง่ายๆฉันจะให้เวลาแกสามสิบวินาที ถ้าแกเอามีดที่ฉันให้ไปแทงที่ขาซ้ายของแกฉันจะช่วยสงเคราะห์ให้แกตายไปอย่างไม่ทรมานยังไงล่ะ ว่าไงเป็เกมที่ง่ายมากเลยใช่มั้ย?”
“ไม่คิดว่าฉันจะเอามีดที่แกให้มาใช้จัดการกับแกรึไงกัน”
“ยังไงซะแกก็เดินไปไหนมาไหนไม่ได้เสียถนัด”
“อ๋อเหรอฉันว่านายชักจะดูถูกฉันมากไปเสียแล้ว”
กริ๊ก!
เสียงปลายกระบอกปืนถูกชักขึ้นลำก่อนที่นายตำรวจจะชี้ปลายกระบอกปืนที่ควักมาจากใต้อกเสื้อตรงมายังแฟรงค์อย่างน่าหวาดหวั่น
“แกอาจจะคิดว่าฉันชอบทำอะไรไปอย่างไม่ยั้งคิดแต่แกคิดผิดเสียถนัดเลยล่ะ เอาล่ะ แกมีเวลาสามสิบวินาทีทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของตัวแกเอง ถ้าแกยอมเอามีดแทงขาตัวเองเสียดีๆฉันจะใช้เ้าปืนคู่ใจกระบอกนี้ของฉันส่งแกไปอยู่โลกหน้าทันทีหรือว่าแกอยากจะอดตายอยู่ที่นี่ก็เป็เื่ของแกยังไงซะถือว่าฉันยอมอ่อนข้อให้กับแกมากโขแล้ว”พูดเสร็จก็กดโทรศัพท์เริ่มจับเวลา
แฟรงค์มองมีดในมืออย่างชั่งใจยังไงเสียเขาก็ไม่มีโอกาสที่จะรอดไปได้เขามีเพียงตัวเลือกสองข้อคือยอมเ็ปชั่วขณะแล้วจะตายอย่างไม่ทรมานกับทรมานอย่างหนักก่อนที่จะตายไม่ว่าจะเป็ทางเลือกไหนก็ถือว่าน่าหนักใจในการเลือกพอสมควร
นาฬิกายังคงเดินไปอย่างเที่ยงตรงมีเพียงความเงียบสงบคอยเป็ตัวเร่งเวลาให้เขารีบตัดสินใจลงมือก่อนที่จะหมดเวลา
แฟรงค์กุมมีดเงื้อขึ้นสูงด้วยมืออันสั่นเทาความเ็ปจากการถูกทำร้ายกับความหวาดกลัวผสมปนเปกันพัลวันราวกับกำลังมีห่วงเชือกกับเถาวัลย์รัดตัวเอาไว้จนไม่อาจขัดขืน
“เร็วๆเข้าสิแกเหลือเวลาเพียงแค่สิบวินาทีเท่านั้น!”
เสียงเร่งของนายตำรวจช่วยปลุกสติของแฟรงค์ให้ตื่นตัวขึ้นราวกับเสียงปืนที่ส่งสัญญาณบ่งบอกให้นักกีฬาออกตัววิ่งเวลาเริ่มเดินไปอย่างไม่ลดละ จากสิบลดเหลือเก้า จากเก้าลดเหลือแปด ไม่นานเส้นชี้เป็ชี้ตายก็เหลือเพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น
“ฮ้า!”
เกร๊ง! เสียงของแข็งกระทบพื้นดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องก่อนที่บรรยากาศกดดันเมื่อชั่วครู่จะแปรเปลี่ยนมาเป็ความเงียบสงบดั่งเดิมทั้งสองคนได้แต่เงียบกริบราวกับเป่าสากมือทั้งสองของแฟรงค์กุมไปที่ขาทั้งสองซึ่งปราศจากรอยเืและาแนายตำรวจจ้องมองไปยังแฟรงค์ด้วยสีหน้าผิดหวังระคนสมเพช
“เฮอะ!สุดท้ายแกก็เป็ได้เพียงไอ้ขี้ขลาดเท่านั้น”
“อึก!”
แฟรงค์จุกในลำคอจนพูดไม่ออก ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เพราะความจริงตรงหน้ามันก็ปรากฏให้เห็นเป็ที่แน่ชัดอยู่แล้วความจริงที่ว่าเขาเป็แค่ไอ้ขี้ขลาดไม่กล้าลงมือทำในสิ่งที่มันอาจจะเป็ทางเลือกที่ดีที่สุดสำครับตัวเขาในตอนนี้
นายตำรวจก้มลงไปเก็บมีดบนพื้นก่อนจะมัดมือแฟรงค์เอาไว้ตามเดิมตอนนี้แฟรงค์ไม่มีสติมากพอที่จะขัดขืนอะไรอีกแล้วดวงตาของเขาเลื่อนลอยราวกับจักรกลไม่ได้แพ่งมองไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพราะอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองอย่างปิดกั้น
“อะไรกันดูเหมือนว่าจะสติหลุดไปเลยสินะเนี่ย ช่างเหมาะสมเป็ไอ้ขี้ขลาดเสียจริง ฮ่าๆๆ!”
นายตำรวจมองสภาพอันน่าสมเพชเวทนาของแฟรงค์ก่อนจะควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบอีกรอบเขามองมายังแฟรงค์ด้วยสีหน้าเปี่ยมสุขราวกำลังดื่มด่ำบรรยากาศความสนุกในความทุกข์ใจของคนอื่นเขาสูบบุหรี่ไปสิบมวนพร้อมมองแฟรงค์อย่างไม่เบื่อหน่าย
จู่ๆมีเสียงดังกุกกักมาจากบนเพดานเหนือศีรษะขึ้นไปนายตำรวจลุกขึ้นท่ามกลางห้องที่มีควันโขมงและเหม็นไปด้วยกลิ่นบุหรี่
“ดูเหมือนว่าฉันจะลืมเวลาให้อาหารแมวไปอักโขเสียแล้วเ้าเจเนโรนี่ขี้โมโหหิวเสียจริง ทำเสียงดังประท้วงบอกอยู่ได้”
นายตำรวจเก็บมีดกับปืนไว้ก่อนจะเดินตรงไปยังบันใดเพื่อขึ้นไปยัง้าแต่เขาก็รีบหันมาทำหน้ายิ้มทะเล้นมาทางแฟรงค์
“ถ้างั้นไว้เจอกันใหม่นะเ้าหนูอย่าคิดส่งเสียงดังเชียวนา ยังไงซะห้องนี้มันก็เก็บเสียงได้เป็อย่างดีเทียวล่ะเอ้อ ลืมไปว่าถึงฉันจะพูดอะไรไปแกก็ไม่ได้ยินนี่นา ฮี่ๆๆๆ!”
พูดเสร็จก็เดินหัวเราะขึ้นไปแล้วปิดประตูดังโครมเสียงฝีเท้าค่อยๆดังเป็ระยะๆก่อนที่จะลับไปในที่สุด เหลือเพียงความว่างเปล่าที่ถ่ายทอดผ่านสีหน้าของสารวัตรหนุ่ม
“เรานี่มัน...”
เสียงแ่เบาถูกเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างไร้กำลังแฟรงค์ในตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะขยับเขยื้อนราวกับถูกสะกดเอาไว้ในมนต์ ความกลัวที่เกิดขึ้นเมื่อชั่วครู่ประดังประเดถาโถมเข้ามาในตัวอย่างไม่อาจปิดกั้นสภาพไม่ต่างจากผู้ป่วยที่นอนไร้สติอยู่บนเตียง
“ขี้..ขลาด”
น้ำตาเม็ดโป้งเริ่มไหลอาบแก้มราวกับกำลังช่วยระบายความเ็ปให้ออกไปดวงตาสีแดงก่ำฉาบทอราวกับสีเืสด ความคิดอคติเริ่มฟุ้งซ่านออกมาเต็มสมอง
“ทำใจดีๆเอาไว้สิแฟรงค์!”
จู่ๆก็มีเสียงแ่เบาแต่ดูอบอุ่นดังก้องไปทั่วจนแฟรงค์ที่กำลังคิดเื่ลบเผลอผงะขึ้นมาอย่างใมองเลิกลั่กไปทั่วห้องแต่กลับไม่พบสัญญาณชีพของสิ่งมีชีวิตแม้แต่นิดเดียว
“ใครกัน!”
แฟรงค์ถามลั่นออกมาน้ำเสียงที่เขาได้ยินช่างดูคุ้นเคยราวกับเป็เสียงที่เขารู้จักเป็อย่างดี เขาเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้วว่าตอนนี้เขากำลังเพ้อพกใจนเกิดได้ยินเสียงหลอนไปหรือเปล่า
“ใจเย็นๆก่อนแฟรงค์ ฉันเชื่อว่านายจะสามารถคิดหาทางออกได้ขอแค่นายมีสติเพียงเท่านั้นก็พอ”
เสียงเดิมดังเข้ามาอีกครั้งราวกับกำลังช่วยเตือนสติแฟรงค์เอาไว้แฟรงค์รู้สึกถึงความอบอุ่นจากน้ำเสียงจนต้องหลับตาพริ้ม ภาพภายในหัวที่มืดมิดเริ่มปรากฏภาพของเจสันที่กำลังยืนจ้องมองเขาด้วยสีหน้านิ่งสงบเหมือนทุกทีแต่บรรยากาศโดยรอบของเขาช่างดูอบอวลไปด้วยความสงบชวนผ่อนคลาย ณ ตอนนี้แฟรงค์เข้าใจแล้วว่าเสียงที่เขาได้ยินนั้นมาจากความคิดในหัวของเขาเอง
“เจสัน นายอยู่ที่ไหนกัน!?”
“นายก็รู้ว่าฉันไม่ใช่เจสันแต่ฉันคือภาพที่ในหัวของนายสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันความกระทบกระเทือนจากความรุนแรงก็เท่านั้นฉันก็คือนาย นายก็คือฉันแฟรงค์”
“จากนี้ไปฉันต้องทำยังไงกัน?”
“ฉันว่านายคงรู้เท่ากับที่ฉันรู้นั่นล่ะแฟรงค์อย่างที่บอกไป นายต้องมีสติมากกว่านี้ ทั้งหมดมันอยู่ที่การตัดสินใจของนาย เอาล่ะหวังว่านายจะหาทางออกได้เสียนะ ฉันขอภาวนาให้นายโชคดี”
สิ้นคำกล่าวทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมามืดมิดดังเดิมอีกครั้งแฟรงค์ค่อยๆลืมตามองกลับมาสู่โลกความจริงในห้องทึบที่มีกลิ่นบุหรี่คละคลุ้งตอนนี้นายตำรวจได้หายไปแล้ว มีเพียงเขาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมความรู้สึกเ็ปเริ่มปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง แฟรงค์ร้องโอดโอยออกมาแต่คราวนี้เขาเริ่มยิ้มออกมาได้แล้วราวกับความอัดอั้นตันใจได้ถูกชะล้างไปอย่างหมดจด
แฟรงค์รวบรวมสติพยายามใช้เวลาทุกขณะในการแกะเชือกอย่างไม่ลดละบากบั่นจากสิบนาทีเริ่มกลายไปเป็หนึ่งชั่วโมงจนในที่สุดหลังจากพยายามอยู่สองชั่วโมงกว่าๆเขาก็สามารถสะบัดห่วงที่ถูกมือเอาไว้ออกได้อย่างบริบูรณ์ข้อมือมีรอยแดงเป็ปื้นและมีเืไหลซึมอย่างน่ากลัวแต่แฟรงค์สะกดความเ็ปรีบแกะเชือกตรงขาออกอย่างรวดเร็ว
แฟรงค์รีบสำรวจไปรอบห้องแต่ก็พบเพียงแต่ความว่างเปล่ามีเพียงเก้าอี้สองตัววางตระหง่านเอาไว้เท่านั้น เขาใช้แรงหักขาเก้าอี้ที่เริ่มปริออกมาหนึ่งข้างเพื่อใช้เป็อาวุธป้องกันตัวถึงแม้มันจะไม่สามารถต่อสู้กับปืนที่มีอานุภาพรุนแรงได้แต่ก็ดีกว่าที่เขาจะไม่มีอะไรติดไม้ติดมือไปเลย
เขาค่อยๆเดินย่องไปตรงบันใดอย่างเชื่องช้าเพื่อไม่ให้เกิดเสียงทุกอย่างก้าวเป็ไปด้วยความระมัดระวังเพราะหากเขาพลาดแม้แต่นิดเดียวนั่นหมายถึงความตายนั่นเอง
ประตูห้องไม่ได้ถูกล็อคเอาไว้ผิดคาดแต่นั่นก็ถือเป็เื่ดีของเขาแฟรงค์ก้าวออกมาจากห้องใต้ดินสู่บานประตูที่ถูกตู้เก่าๆกั้นเอาไว้เอาผลักตู้หนังสือออกช้าๆก่อนจะเดินผลุดออกมา
“ฟู่ว”
แฟรงค์ถอนหายใจเสียงเบาเขาเริ่มใจชื้นขึ้นมาหน่อยหนึ่งแล้วอากาศตรงนี้กับด้านล่างค่อนข้างแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้แฟรงค์อยู่ในห้องโถงใหญ่ที่มีเพียงแสงไฟสลัวๆจากตะเกียงช่วยส่องบอกทิศทางเท่านั้นเขาเดินท่ามกลางความมืดมิดเพื่อซ้อนเร้นไปกับความมืดอย่างกลมกลืน เสียงสายฝนจากด้านนอกดังเป็ระลอกราวกับกำลังส่งเสียงเชียร์อย่างรื่นเริง
แฟรงค์เดินผ่านห้องโถงไปยังระเบียงทางเดินที่ทอดยาวเชื่อมไปยังห้องรับประทานอาหารไร้ซุ่มเสียงของสิ่งมีชีวิตตามเดิม แฟรงค์โผล่ออกมาจากที่ซ่อนมองซ้ายแลขวาสำรวจโดยรอบห้องรับประทานอาหารมีโต๊ะยาวหนึ่งตัวกับเก้าอี้แปดตัวจัดเรียงเอาไว้เป็ระเบียบมีโคมไฟตั้งตระหง่านเหนือโต๊ะ
กุกกักๆ
มีเสียงดังมาจากด้านขวามือจนแฟรงค์ต้องรีบหันหน้าไปมองตามต้นเสียงด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักด้วยความประหม่า
“เมี๊ยว!”
เบื้องหน้าของเขาคือแมวตัวกลมฟูที่กำลังก้มหน้าก้มตากินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยพอมันเห็นแฟรงค์ก็ร้องออกมาเสียงใสก่อนจะขยับตัวแบกร่างอ้วนตุตะมาออดอ้อนแฟรงค์อย่างเป็มิตร
แฟรงค์ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเขาลูบหัวแมวน้อยก่อนที่จะรีบเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว ผ่านห้องทานอาหารไปเป็ทางเดินที่มีประตูสามบานซึ่งเขาไม่อาจล่วงรู้ว่ามันจะพาเขาไปยังที่ไหนเผลอๆพอเปิดประตูออกไปอาจจะได้ประจันหน้ากับนายตำรวจคนนั้นก็ได้
บานประตูทั้งสามไม่มีแสงไฟส่องลอดออกมาแฟรงค์ยืนชั่งใจคิดอยู่เบื้องหน้าบานประตูทั้งสามด้วยสีหน้าประหวั่น
เขาไม่มีที่ทางที่จะให้ถอยกลับได้อีกแล้วยังไงเขาก็ต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้ ถึงจะต้องต่อกรกับเ้าหมอนั่นก็เถอะแฟรงค์เริ่มฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง เขาเลือกประตูทางซ้ายมือแง้มเปิดพร้อมกับยื่นหน้ามองไปยังด้านในห้องที่มืดมิดเพื่อดูต้นทาง
ดูเหมือนว่าบานประตูนี้จะเชื่อมไปยังห้องนอนเพราะมีเตียงขนาดใหญ่ตั้งอยู่สุดมุมห้อง ไม่มีบานประตูเชื่อมในห้องนอนดังนั้นเขาจึงรีบปิดประตูอย่างแ่เบาตัวเลือกในตอนนี้เหลือเพียงแค่บานประตูอีกสองบานเท่านั้น แฟรงค์ไม่รอช้าเลือกบานประตูตรงกลางแง้มเปิดพร้อมมองลอดไปตามเดิม
ห้องนี้ค่อนข้างมืดกว่าห้องอื่นๆจนเขาต้องใช้เวลาสักพักกว่าสายตาจะเริ่มชินกับความมืด ดูเหมือนว่าจะเป็ห้องทำงานเพราะมีตู้หนังสือวางขนาบซ้ายขวา ตรงกลางมีโต๊ะทำงานวางหราเอาไว้
“อึ่ก!”
แฟรงค์เห็นร่างหนาทึบกำลังนั่งนิ่งอยู่ตรงโต๊ะทำงานเงาสีดำนั้นไม่ขยับไหวติงจนน่าประหลาดใจหากเขามองไม่ผิดยังไงมันก็คล้ายร่างของคนอย่างไม่ผิดแผก
ดูเหมือนว่าร่างนั้นจะไม่รู้สึกตัวถึงการมาของเขาหากเขาปิดประตูแล้วเลือกประตูบานสุดท้ายไปก็คงสามารถทำให้เขาออกไปจากบ้านอุบาทหลังนี้ได้แต่ตรงกันข้าม ด้วยความสงสัยอยากรู้อยากเห็นทำให้ขาเ้ากรรมของแฟรงค์เริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปยังโต๊ะทำงานอย่างแช่มช้า
แสงจันทร์จากหน้าต่างด้านหลังส่องให้เห็นร่างหนาที่กำลังก้มคู้ตัวลงบนโต๊ะทำงานบนโต๊ะมีปืนกระบอกเดิมวางเอาไว้ แฟรงค์เอื้อมมือไปหยิบปืนมาถือไว้กระชับมือเขามองร่างที่นั่งบนเก้าอี้นิ่งพลางคิดในใจ
‘หรือว่าเ้าหมอนี่มันกำลังหลับอยู่หรือเปล่านะ?’
หากเป็เช่นนั้นจริงๆนับว่าเป็ความผิดพลาดอย่างมหันต์ในการไม่ระมัดระวังตัวอย่างสุดโต่งเช่นนี้ช่างเป็ผู้ร้ายที่โง่เขลาเสียจริง
“เฮ้!”
แฟรงค์ส่งเสียงเรียกพร้อมกับจ่อปลายกระบอกปืนไปยังร่างใหญ่โดยเว้นระยะห่างเอาไว้เพื่อความปลอดภัยแต่ก็ไร้สัญญาณตอบรับ
“นี่!คิดจะหลับลึกขนาดนั้นเลยหรือไงกัน!”
แฟรงค์เริ่มตะเบ็งเสียงดังขึ้นพร้อมกับใช้มืออีกข้างเขย่าเรียกเขาไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอใครที่หลับลึกได้เช่นเขาคนนี้อีกแล้วในชีวิต
ไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับดั่งเดิมใจคอของแฟรงค์เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะเล่นอะไรแผลงๆกับเขาอยู่หรือเปล่า
“เฮ้ย!?”
แฟรงค์สะดุ้งใจนตัวโยนเมื่อสังเกตเห็นว่าใต้ฝ่าเท้าของเขามีของเหลวบางอย่างรวมตัวกันเป็แอ่งน้ำจากตอนแรกที่ไม่ได้รู้สึกตัว บัดนี้เริ่มได้กลิ่นคละคลุ้งลอยโชยมาจากแอ่งน้ำใต้ฝ่าเท้าของเขา
“นี่!นายคิดจะทำอะไรกันแน่!”
แฟรงค์ดึงไหล่ที่ก้มต่ำของอีกฝ่ายขึ้นมาเพื่อคาดคั้นแต่ปรากฏว่าเบื้องหน้าของเขาซึ่งควรจะเป็ใบหน้าที่ยิ้มเยาะอย่างทุกทีบัดนี้กลับกลายเป็ใบหน้าอันไร้ชีวิตชีวาราวกับถูกสูบิญญาออกไปรอยแผลเหวอะหวะไหลหยดจากลำคอลงสู่พื้น
อีกฝ่ายซึ่งดูดุร้ายจนถึงเมื่อกี้บัดนี้ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าสมเพช