ติงเซียงเพียงดีดนิ้ว เอกสารตั้งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาอยู่ในมือเธอโบกมือง่ายๆ เพียงครั้งเดียวเอกสารพวกนั้นก็ลอยไปอยู่ในมือทุกคนโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ปฏิเสธ เธอยิ้มเอ่ย“นี่เป็เอกสารแนะนำ CSIB อย่างละเอียดแต่ขอให้โปรดวางใจได้ เราเป็ข้าราชการพลเรือนของหวาซย่ายังจำได้ไหมว่าหลายปีก่อนการสอบเข้ารับราชการดุเดือดแค่ไหนแต่คุณภาพของเรากับหน่วยงานพวกนั้นไม่เหมือนกันหรอกนะ ทั้งสวัสดิการเงินประกันำาญ มันดีอย่างที่ทุกคนคิดไม่ถึงเชียวล่ะต่อให้ทุกคนจะหยุดอยู่แค่ขั้นเลี่ยนชี่ แต่เชื่อฉันเถอะว่านักฝึกตนแปดในสิบคนก็หยุดก่อนจะไปถึงขั้นจู้จีกันทั้งนั้น อย่างฉันเป็ต้นแต่พวกเธอก็มีโอกาสเป็คนสำคัญในด้านใดด้านหนึ่งเหมือนฉันได้เหมือนกัน”
แบบนี้เป็พวกแชร์ลูกโซ่เสียล่ะมั้งใช่ไหม
ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในใจทุกคนอยู่หลายตลบ แต่ไม่มีใครพูดออกมา
สวีหยางอี้ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็พวกแชร์ลูกโซ่หรือไม่สักนิดเขาสนใจเพียงเื่เดียว นั่นก็คือ CSIB จะให้ผลประโยชน์กับเขาได้หรือไม่
ทันทีที่ได้เอกสารนั้นมา สิ่งที่เขาดูไม่ใช่การแนะนำองค์กร CSIB ที่ยาวถึงเจ็ดหน้ากระดาษ หรือรายชื่อนักฝึกตนที่มีชื่อเสียงหากแต่เป็สิทธิประโยชน์ที่ CSIB มอบให้ต่างหาก
บนหน้าที่แปดแถวแรกตัวอักษรขนาดใหญ่เรียงกันแถวหนึ่ง ‘มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยชิงหวา...’ และรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงสิบอันดับแห่งหวาซย่าได้ร่วมมือกันก่อตั้งคลาสเรียนที่ใหญ่ที่สุด หัวข้อใหม่ล่าสุดแห่งวงการการฝึกตนอย่างการเปลี่ยนแปลงของสิ่งมีชีวิตและการวิเคราะห์จุดอ่อนการฝึกตนของเผ่าปีศาจตามทฤษฎีดาร์วิน
“ฮู้ว...” สวีหยางอี้พ่นลมหายใจเบาๆ พลางกำหมัดแน่น
นี่ต่างหากสิ่งที่เขา้า!
ดูไปแล้วเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกันสินะ
แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น! ไม่ใช่เลยสักนิด!
เขารู้ดีว่าปีศาจทุกตนมีก้อนผลึกที่ได้รับสืบทอดมาั้แ่สมัยาพวกมันมีร่างปีศาจของตัวเอง และร่างปีศาจนี้...ก็เป็สิ่งมีชีวิต!
และในเมื่อเป็สิ่งมีชีวิตก็ย่อมต้องมีจุดอ่อน
ทว่าสิ่งมีชีวิตก็ยังจำแนกย่อยออกเป็อีกหลายลำดับชั้น ทั้งอาณาจักร ไฟลัมชั้น อันดับ วงศ์ สปีชีส์ ซึ่งในแต่ละสปีชีส์ก็ยังมีสปีชีส์ย่อยลงไปอีกพืชก็ยังมีการกลายพันธุ์ แต่ละชนิดก็ยังมีอันดับย่อย ชั้นย่อยหลากหลายมากมายสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็ที่ที่พวกปีศาจถือกำเนิดขึ้นมา
ท่ามกลางวิวัฒนาการโลกกว่าหลายพันล้านปีปีศาจทุกตนหรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์และอยู่มานานกว่านี้ก็ยังอยู่บนโลกใบนี้ด้วยการทำตามแบบอย่าง ทว่าทิศทางของเขาชัดเจนมาโดยตลอดและเขาก็ไม่เคยสับสนแม้สักครั้ง
นั่นก็คือ...นักล่าปีศาจตัวจริง
หากไม่ลงมือก็ยังพอว่า หากครั้นได้ลงแล้ว รุนแรงถึงชีวิต
เขาดูต่อไปเรื่อยๆ
เห็นได้ชัดว่าทาง CSIB มีความสัมพันธ์อันดีกับแหล่งทรัพยากรของทางมหาวิทยาลัยนักชีววิทยาและนักพันธุศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศของหวาซย่าซึ่งถือเป็ไพ่ตายที่ดีที่สุดของ CSIB ข้อมูลที่เผยแพร่ในหน้านี้บ่งบอกว่าพวกเขาได้พยายามอย่างเต็มความสามารถแล้วอย่างเช่นในหัวข้อที่สอง : วิวัฒนาการของปีศาจสัญชาตญาณการรับรู้อาณาเขตการเปรียบเทียบเขตล่าเหยื่อของปีศาจกับสิ่งมีชีวิตทั่วไปตามธรรมชาติรวมถึงการอนุมานเส้นทางในอนาคต
หัวข้อที่สาม : ศาสตราจารย์เฉาเหลียงเหว่ย อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญประจำภาควิชาชีววิทยา คณะสังคมวิทยานานาชาติ มหาวิทยาลัยหวาชิงได้ให้คำนิยามว่าสังคมของปีศาจและมนุษย์มีความสัมพันธ์ในเชิงเสริมสร้าง แก่งแย่งและขับไล่ซึ่งกันและกัน
หัวข้อที่สี่ : ภายใต้สังคมข่าวสารที่นับวันยิ่งใกล้ชิดกันมากขึ้นทุกทีเราจะสามารถค้นพบปีศาจที่แฝงตัวอยู่ในสังคมมนุษย์จากเถาเป่า คิวคิว และวีแชทได้อย่างไรจะสามารถแยกได้อย่างไรว่าพวกมันเป็พวกสังหารเพื่อไต่อันดับหรือไม่
“น่าสนใจดีนี่...” สายตาของสวีหยางอี้เป็ประกายขึ้นมาเล็กน้อยเขายินดีจะฟังว่าติงเซียงจะพูดอย่างไรต่อไป
อย่างน้อยที่สุด อีกฝ่ายโปรยเหยื่อล่อความสนใจเขาได้จริงๆ
แต่ระหว่างที่พวกนักศึกษายังคงปรึกษากันอยู่นั้นเสียงของติงเซียงก็ไม่ได้ดังขึ้นมาอีกทว่าขณะที่สายตาของสวีหยางอี้ละขึ้นจากเอกสารนั้นเองมือขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะมือหนึ่งก็เอื้อมมาช้อนคางเขา
“เป็ยังไงบ้าง น่าสนใจใช่ไหมล่ะ” ใบหน้าติงเซียงขยับเข้ามาใกล้จนเขาเห็นใบหน้าเธอขยายใหญ่ขึ้นริมฝีปากอวบอิ่มเคลื่อนเข้ามาใกล้จนเหลืออีกแค่เซนเดียวก็จะงับติ่งหูเขาได้อยู่แล้วเขาถึงขนาดจินตนาการได้ทีเดียวว่าเรียวลิ้นช่างฉอเลาะเหนือใบหูเขากำลังบิดม้วนเหมือนกับดอกติงเซียงไม่มีผิด
สายตาทุกคู่กวาดมองมาเงียบๆ พวกเขาไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมติงเซียงคนนี้ถึงได้ดูสนใจคนที่เพิ่งขึ้นมาล่าสุดเป็พิเศษนัก
พวกมือวางอันดับหนึ่งมีน้อยเกินไปหรือไงลำพังมณฑลหนานทงก็มียี่สิบเมืองเข้าไปแล้ว ก็เท่ากับมีอันดับหนึ่งยี่สิบคน! ข้างๆ เธอก็มีนั่งอยู่คนหนึ่ง ทำไมถึงต้องทำเหมือนว่าจะต้องเป็สวีหยางอี้คนเดียวเท่านั้นด้วย
“ถ้าสนใจล่ะก็...” ติงเซียงใช้ไหล่หอมกรุ่นดันเขาอีกครั้งก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งม้วนปอยผมเล่นในน้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือแววเกียจคร้านชวนลุ่มหลง“ไม่พิจารณาหน่วยงานเราสักหน่อยเหรอ นักศึกษาอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี๋หยางสวีหยางอี้พี่สาวรอเธออยู่ที่ CSIB นะ~”
“นี่ถือว่าแหกกฎการรับเข้าเชียวนะ...เธอไม่คิดจะ...”ติงเซียงเม้มริมฝีปากแล้วดีดนิ้วขึ้น กระดาษแผ่นหนึ่งก็ค่อยๆ ลอยมาติดอยู่ตรง...
กลางหน้าอกเธอ!
เอกสารแผ่นนั้นแนบติดอยู่กับร่องอกลึกของติงเซียงเธอกะพริบตาแล้วกระซิบที่ข้างหูเขาเบาๆ “ไม่คิดจะให้คำตอบพี่สาวหน่อยเหรอ”
“นี่เป็สัญญาที่เตรียมไว้ให้สำหรับมือวางอันดับหนึ่งโดยเฉพาะเลยนะไม่เหมือนกับของคนอื่นๆ ข้างบนนั้นมีเบอร์โทรศัพท์ของพี่สาวด้วยนะ~”
“เอ๋ ฉันก็ว่าทำไมจั่วหลุนถึงได้อยากดื่มชากับฉันนักหนาบอกว่าเป็ชาใหม่ที่เพิ่งเก็บมาจากเขาเอ๋อเหมยซะด้วย...” ยังไม่ทันสิ้นเสียงเสียงหัวเราะเย็นๆ ก็ดังมาจากหน้าประตูทว่าพอสิ้นเสียงหัวเราะก็เปลี่ยนเป็เสียงผรุสวาททันที “นังผู้หญิงจอมมารยา ไสหัวไปให้พ้นเลยนะพวกเรา ‘อวี้หลินเว่ย’ ยังไม่ทันได้รับสมัครคนถึงคิวพวกเธอั้แ่เมื่อไรไม่ทราบ!”
ทุกคนต่างตะลึงงันสวีหยางอี้จึงใช้โอกาสนี้สลัดออกจากเงื้อมมือของติงเซียงแล้วมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ
ไม่ๆๆ...ให้พวกเราจัดระเบียบความคิดให้ดีกันเสียก่อนว่านี่มันเื่อะไรกันแน่
ยังไม่ทันเรียนจบก็มาแจกใบปลิว...หนำซ้ำยังไม่ได้แจกแค่คนเดียวแต่เป็สองคนงั้นหรือ
CSIB ไม่ได้เป็องค์กรระดับประเทศหรอกหรือหรือว่ายังมีหน่วยงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่านี้อีก
“จะพูดก็ไม่พูดให้มันชัดๆ คิดจะไล่ต้อนให้คนอื่นไปตกหลุมพรางหรือไง”ผู้มาใหม่เป็หญิงสาวผมสั้น ดูไปแล้วคล้ายผู้ชาย ทั้งน้ำเสียงก็ยังค่อนข้างหนักรูปหน้าทรงสี่เหลี่ยม อายุราวสามสิบ เธอเองก็ใส่ชุดลายพรางเช่นกัน “เฮอะ ติงเซียงคิดจะหลอกเ้าพวกไก่อ่อนพวกนี้ ไม่อายบ้างหรือไง”
เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของเธอนักศึกษาที่วาดฝันถึงเสียงระฆังเงินที่ได้ยินเมื่อครู่ก็พลันรีบจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองแล้วนั่งหลังตรงทันที
ทว่าระฆังเงินกลับกลายเป็เสียงกระป๋องไม้เร็วเหลือเกินทำเอาคนตั้งรับแทบไม่ทัน
ติงเซียงแค่นเสียงเย็นๆ “ไก่อ่อนงั้นเหรอ นักศึกษาทุกคนฟังสิ อวี้หลินเว่ยมองพวกเธอแบบนี้! เราเห็นพวกเธอเป็เพื่อนร่วมงานนะ แต่หล่อนกลับคิดจะเอาเปรียบเธอ!”
“ฉันี้เีจะพูดกับเธอ” ฝีปากของหญิงสาวของผมสั้นดูจะไม่เท่าไรนักเธอหันมามองทุกคน “สวัสดีนักศึกษาทุกคน ฉันแนะนำตัวเองสักหน่อยแล้วกัน ฉันคือ C-ฝูหรง”
“ผู้หญิงใช้ชื่อดอกไม้มาตั้งเป็ชื่อทั้งนั้น อวี้หลินเว่ยของเราไม่ใช่พวกหน่วยงานรัฐที่สักแต่พูดดีหรอกนะทุกคนเคยคิดถึงปัญหาข้อหนึ่งไหมว่าหลังจากที่พวกเธอเข้าไปในหน่วยงานระดับประเทศแล้ว รายงานปัญหาต่อเบื้องบนแล้วพวกเขาต้องใช้เวลานานเท่าไรกว่าจะอนุมัติ”
“อย่างเช่นว่าพวกเธอค้นพบแหล่งแร่หินิญญาสายหนึ่ง...เฮ้อย่ามองฉันแบบนี้สิ เื่ปาฏิหาริย์นี่แค่สมมติเท่านั้นแหล่งแร่หินิญญาบนโลกนี้มีไม่มาก ฉันก็แค่เปรียบเทียบเท่านั้นแหละ”ฝูหรงมองตานักศึกษาคนหนึ่ง “แต่ในขณะเดียวกันก็มีคนพบเข้าเหมือนกัน ทำยังไงดีล่ะรายงานหน่วยงานรัฐบาลเหรอ หึๆ...รอไปเถอะรอไปสักเดือนหนึ่งแล้วดูสิว่าจะอนุมัติลงมาหรือเปล่าถึงตอนนั้นกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้กันพอดี!”
“แต่พวกเราอวี้หลินเว่ยไม่เหมือนกัน! เราไม่ได้อ้อมค้อมขนาดนั้นเราเป็ครอบครัวที่อยู่กันเป็สมาคมใหญ่หัวหน้าสมาคมก็ยังเป็อัจริยะขั้นจินตันของหวาซย่าที่อยู่บนจุดสูงสุดของโลก! ถ้าเธอ้า ได้ ก็ไปเอามาสิ! เธอไปยึดครองมาได้แล้วค่อยรายงานทางสมาคมพวกเธอลองคิดดูเองแล้วกันว่า ถ้าเธอเข้าไปใน CSIB แล้วไม่รอการอนุมติจากเบื้องบนแต่ทำไปโดยพลการ เบื้องบนเป็ถึงเซียนขั้นจินตันกันทั้งสี่คนถ้าพวกเขาเอาเื่ขึ้นมาพวกเธอมีใครรับผิดชอบไหวบ้าง”
“หึๆ...ก็แค่พวกทหารรับจ้าง พวกนักสืบเอกชนพาร์ทไทม์ทำไมต้องพูดซะยิ่งใหญ่ขนาดนั้นด้วย” ติงเซียงเองก็ี้เีจะเสแสร้งแล้วเหมือนกันจึงทิ่มแทงอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ “เงินเดือนกับสวัสดิการเทคโนโลยีการวิจัยของพวกเขาเทียบกับหน่วยเราไม่ได้สักนิด! ได้รับภารกิจมาแล้วก็ยังต้องทำให้สำเร็จ ทำสำเร็จแล้วถึงจะได้โบนัส! แต่ถ้าไม่สำเร็จล่ะ หึๆ...โทษทีเถอะนะ...ต่อให้สำเร็จทุกคนกล้ารับประกันไหมล่ะว่าหลังจากทำภารกิจสำเร็จแล้วจะไร้รอยขีดข่วนทุกครั้งไปหน่วยงานที่กระทั่งระบบจัดการกับการได้รับาเ็จากการทำงานก็ยังไม่มีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่มีเงินประกันำาญ! ไม่มีประกันสุขภาพให้! ไร้มาตรฐานที่สุด! เป็พวกหน่วยงานเถื่อนแสนอัตคัดดีๆนี่เอง!”
“แต่แม้กระทั่งภารกิจขั้นต่ำสุดของเราก็ยังมีราคาถึงห้าล้านเหรียญสหรัฐขึ้นไป!”
“ฮ่าๆๆ ตลกชะมัดเลย ก็แค่พวกวางแผงขายของตามตลาดข้างทาง มาทำเป็อวดรวย”ติงเซียงหัวเราะจนตัวงอ “ทุกคนเคยคิดบ้างไหมหินิญญามาจากไหนเคยคิดบ้างไหมว่าของวิเศษหายากพวกนั้นได้มาได้ยังไง ฉันจะบอกทุกคนให้ ที่ CSIB มีหน่วยจัดการพิเศษ เรียกว่าหน่วยสำรวจทางธรณีวิทยาถ้าทุกคนแน่ใจว่ามีที่ไหนเป็แหล่งของวิเศษที่มีของวิเศษหายากอยู่ก็จ้างพวกเขาไปขุดสำรวจได้ และแน่นอนว่าของที่ได้มาก็ถือเป็สมบัติของตัวเองหึๆ...พูดให้ไม่น่าฟังหน่อยก็คือ เราคลุกคลีกับของพวกนี้มาแปดชั่วโคตรแล้ว”
เธอชะงักไปก่อนจะมองฝูหรงคล้ายกำลังยั่วยุ “รู้จักโมจินเซี่ยวเว่ย[1]หรือเปล่าล่ะพวกเขาต่างก็ทำงานให้ CSIB ทั้งนั้นแหละ”
“ฉันี้เีจะพูดกับเธอแล้ว!” ฝูหรงตวาดตัดบทแล้วมองทุกคนด้วยสายตาลึกล้ำจากนั้นก็ดีดนิ้วขึ้นเช่นเดียวกัน เอกสารตั้งหนึ่งพลันปรากฏขึ้นกลางอากาศก่อนจะลอยไปอยู่ในมือทุกคน “อวี้หลินเว่ยกับ CSIB ล้วนเป็หนึ่งในองค์กรที่ใหญ่ที่สุดในหวาซย่าเรามีประวัติความเป็มายาวนานไม่ต่างกัน เบอร์โทรสายด่วนของเราคือ 01086752341 เรายินดีให้นักศึกษาทุกคนโทรไปสอบถามเพิ่มเติม...”
ฝูหรงว่าว่าพลางค้นหาเอกสารสองปึกที่หนายิ่งกว่าออกมาจากกองเอกสารนั้นติงเซียงพลันตาเป็ประกายขึ้นมาก่อนจะควักสัญญาฉบับนั้นออกมาจากกลางหน้าอกดังฟรึ่บ และขณะที่ฝูหรงกำลังยัดเอกสารให้สวีหยางอี้อย่างหยาบคายนั้นเองติงเซียงก็เข้ามาปัดมันทิ้งกระเด็น
สัญญาของ CSIB วางอยู่ตรงหน้าสวีหยางอี้
“หาเื่หรือไง” ฝูหรงตบโต๊ะฉาดแล้วมองอย่างเดือดดาล
“จะลองไหมล่ะ” ติงเซียงหัวเราะเย็นๆ พลางยืนขึ้นโดยไม่มีทีท่าจะยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย
พลังกดดันิญญาสองขุมที่แข็งแกร่งพอๆ กันสูสีกันจนไม่อาจแยกได้ว่าใครเหนือกว่ากำลังปะทะกันอยู่บนเครื่องบินราวกับเครื่องโม่หินที่เสียดสีบดขยี้กันเอง
“ทำไม คนอื่นอยากจะแย่งก็แย่งไปเถอะแต่อันดับหนึ่งสองคนนี้ก็จะแย่งด้วยหรือไง แม่Xทั้งบริการทุกอย่างขนาดนี้แล้วแค่หล่อนเข้ามาเสียบก็จะแย่งไปได้เลยเหรอ ฉันยังนั่งข้างเขาอยู่นี่นะยะ!”
สวีหยางอี้หยิบเอกสารขึ้นมากวาดสายตาดูเงียบๆหากก็ไม่ได้มีเวลาดูละเอียดนัก
“หึๆ อันดับหนึ่งมีใครไม่อยากได้ถึงจะยังไม่ได้ผ่านการสอบจบการศึกษาก็เถอะ แต่การแนะนำจากสาขาย่อยกับผลการเรียนต่างหากถึงจะเป็เป้าหมายหลักในการฝึกอบรม! เธอพูดเื่พวกนี้กับฉันให้น้อยๆ หน่อยเถอะ สองคนนี้ เราอวี้หลินเว่ยจองแล้ว!”
“ฮ่าๆ...หล่อนบอกว่าอยากได้ก็จะได้งั้นเหรอ เงื่อนไขของ CSIB เราน้อยหน้าพวกหล่อนอวี้หลินเว่ยซะเมื่อไรพวกเรามาเลือกเฟ้นคนครั้งไหนบ้างไม่ใจป้ำ”
“แค่อาศัยระบบราชการเต่าคลานของเธอน่ะเหรอ”
“ฮ่าๆๆ...แล้วจะให้อาศัยหน่วยงานเถื่อนใต้ดินของพวกหล่อนหรือไง ฉันถามหล่อนหน่อยพวกหล่อนให้โอกาสคนอื่นออกไปเรียนต่อต่างประเทศได้หรือไงให้เหรียญรางวัลระดับประเทศได้เหรอ ให้เงินเดือนกับสวัสดิการระดับมณฑลได้ไหมล่ะ! พวกนักดนตรีบ้านๆ จะมาบรรเลงเพลงชั้นสูงได้ยังไง[2]!”
ระฆังเงินกับกระป๋องไม้เริ่มปะทะกันอย่างดุเดือด คนอื่นๆก็ต่างไม่ส่งเสียงอีกท่าทางของหญิงสาวทั้งสองคนทั้งรังเกียจและดูแคลนอีกฝ่ายเหลือทนใบหน้าของพวกเธอแทบจะแนบติดกันเสียให้ได้
“สุดท้ายก็ต้องรายงานรหัสทำงาน 9310 เื่ที่เขาสังหารปีศาจบ้าคลั่งอยู่ดีไม่ใช่หรือไง...”ฝูหรงหัวเราะเย็นๆ ออกมาในที่สุด เธอกดเสียงต่ำลงไม่ให้คนอื่นได้ยิน“สิบปีมาแล้ว...สิบเอ็ดปีก่อนมีปีศาจกลายพันธุ์เขมือบกินไม่เลือกปรากฏตัวที่เมืองรุ่นเจียงหลังจากที่มีนักศึกษาเข้ารับการทดสอบตายไปด้วยสภาพศพไม่ครบส่วนก็ไม่มีเื่การทดสอบด้วยปีศาจกลายพันธุ์เกิดขึ้นอีกยิ่งไม่ต้องพูดถึงการสังหาร มันเป็ครั้งแรกในรอบสิบปีเธอคงรู้ดีอยู่แก่ใจยิ่งกว่าฉันซะอีก”
“แล้วไง”ตอนนี้แค่จะกระชากโฉมหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่ายพวกเธอก็ยังเกียจคร้านติงเซียงี้เีจะเสแสร้งเต็มที เธอเตะราวจับด้านข้างดังตึงอย่างหัวเสียจนราวจับที่ทำจากเหล็กงอไปในทันที
ติงเซียงมองฝูหรงด้วยสายตาเย็นเยียบ “ยัยอัปลักษณ์ แม่จะเตือนให้คนแซ่ฉู่นั่นพื้นเพไม่ธรรมดาเชียวนะ แม่ไม่เอาแล้วยกให้เธอ แต่คนแซ่สวีนี่สาขาย่อยของ CSIB ประจำมณฑลหนานทงเจาะจงชื่อมาแล้วว่าต้องเอาให้ได้! เธอกล้าแย่งก็ลองดู!”
“แม่กลัวพวกแก CSIB หรือไงล่ะทำอย่างกับขู่เด็กเพิ่งหัดเดิน คิดจะมาขู่ฉันเหรอ”ฝูหรงถลึงตาใส่แล้วตอกกลับอย่างเกลียดชัง “แซ่ฉู่นั่นให้เธอ! แต่แซ่สวีนี่พวกเราสมาคมย่อยมณฑลหนานทงของอวี้หลินเว่ยก็เจาะจงชื่อมาแล้วว่าจะเอาเหมือนกัน!”
--------------------------------------------------------------------------------
[1] โมจินเซี่ยวเว่ย (摸金校尉)เป็ชื่อตำแหน่งขุนนางในสมัยสามก๊กที่โจโฉแต่งตั้งขึ้นมีหน้าที่ขุดสุสานเพื่อขุดเอาทองในหลุมออกมา
[2] พวกนักดนตรีบ้านๆไม่มีทางบรรเลงเพลงชั้นสูงได้ (下里巴人永远做不了阳春白雪) หมายถึง คนที่มีความสามารถธรรมดาไม่อาจทำงานหรือศิลปะชั้นสูงได้