ตอนที่ 162
“นี่ซาร่าเธอเข้าไปนอนข้างในเถอะเดี๋ยวจะเป็นหวัดเอานะคืนนี้อากาศค่อนข้างเย็นด้วยสิ” สตีฟหันไปพูดกับซาร่าที่ลงทุนเอาผ้าห่มและหมอนออกมานอนกับเขาที่ระเบียง
“ไม่เป็นไรหรอกน่าพรุ่งนี้ฉันจะเรียกช่างมาทำความสะอาดห้องคืนนี้ฉันจะนอนกับนายที่ระเบียงนี่แหละ แต่นึกไม่ถึงเลยนะนิวยอร์คเราจะมองเห็นดาวได้สวยขนาดนี้” ซาร่าพูดพลางมองดวงดาวบนท้องฟ้า
“อือคงเป็นเพราะโลกเราเปลี่ยนไปมาก พอเข้าสู่ยุคสัตว์กลายพันธ์แล้วอุตสาหกรรมหนักก็แทบจะไม่มีเหลือทำให้ธรรมชาติค่อนๆฟื้นฟู” สตีฟพูด
“นั่นสินะ” ซาร่าพยักหน้าเห็นด้วย
“นี่ซาร่าทำไมไม่บอกฉันล่ะว่าเรากำลังจะมีลูกน่ะ” สตีฟถาม
“ตอนแรกก็แค่อยากให้นายสังเกตุเห็นเองน่ะเลยยังไม่คิดจะบอก...แต่นี่ก็ผ่านมาเกือบเดือนตั้งแต่นายกลับมาแต่นายก็ยังไม่สังเกตุเห็นฉันก็เลยอยากจะลองดูว่านายจะสังเกตุเห็นว่าฉันท้องเมื่อไหร่น่ะสิ” ซาร่าพูด
“เฮ้อ...ผมผิดเองล่ะที่ซื่อบื้อผมก็เห็นอยู่หรอกนะว่าคุณเริ่มอ้วนขึ้น ผมก็แค่นึกว่าคุณอ้วนเฉยๆน่ะสิไม่นึกว่าคุณจะท้องแถมตั้งแต่กลับมาผมก็มีหลายอย่างให้ทำด้วย แถมยังมีเรื่องมังกรดำนั่นโผล่มาอีก” สตีฟพูด
“อือ...ไม่เป็นไรหรอกฉันเองก็ผิดด้วยที่ไม่ยอมบอกนายไปตามตรงว่าท้องดันคิดอะไรพิเรน” ซาร่าเองก็ผิดที่ไม่บอกสตีฟ
“ช่างมันเถอะนี่ซาร่าพรุ่งนี้วันเสาร์เราไปซื้อของให้ลูกเรากันมั้ย” สตีฟถามซาร่า
“นายจะรีบเกินไปแล้วเรายังไม่รู้เลยว่าลูกเราจะเป็นผู้หญิงผู้ชาย แล้วนายแพ้ท้องแบบนี้ไปไหนได้ที่ไหน นายคิดว่าที่ห้างจะไม่ใช้น้ำยาทำความสะอาดหรือไง” ซาพูด
“เฮ้อแพ้ท้องนี่ลำบากชะมัด ว่าแต่เราจะรู้ว่าลูกเราเป็นผู้หญิงผู้ชายเมื่อไหร่เหรอ” สตีฟพูดพลางถามซาร่า
“หมอนัดเดือนหน้าให้ไปอุลตร้าซาวด์น่ะ ตอนนั้นเราถึงจะได้รู้ว่าลูกเราเพศอะไร” ซาร่าตอบ
“งั้นเหรอถึงตอนนั้นผมจะไปด้วยนะ แต่ไม่อยากจะเชื่อเลยนี่เธอและผมกำลังจะเป็นพ่อแม่คนงั้นเหรอเนี่ย อย่างกับฝันไปแน่ะ” สตีฟพูดพลางมองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
“ฝันที่ไหนกันล่ะเรากำลังจะเป็นคุณพ่อและก็คุณแม่แล้วนะ” ซาร่าพูด
“อย่างนั้นเหรอ” สตีฟพูดอย่างไม่ค่อยสบายใจพลางพยักหน้าเบาๆ
“เป็นอะไรเสียงดูเหมือนไม่ค่อยสบายใจ” ซาร่าถาม
“ผมกังวลน่ะสิซาร่า” สตีฟตอบ
“กังวล ???” ซาร่าสงสัยว่าสตีฟกังวลอะไร
“ผมกังวลถึงเรื่องในอนาคตน่ะสิ ยุคนี้มันไม่ปลอดภัยเลยสักนิด อะไรๆก็ไม่สะดวกสบาย ถ้าเกิดในอนาคตมีไอ้เจ้าพวกสัตว์กลายพันธ์ระดับที่ตรวจสอบไม่ได้อย่างมังกรดำตัวใหญ่นั่นบุกเข้ามาล่ะผมกังวลว่าจะปกป้องลูกได้มั้ย” สตีฟพูด
“นายกังวลเรื่องนี้เองเหรอคิดมากไปหรือเปล่าสตีฟ” ซาร่าพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือสตีฟเอาไว้
“ไม่รู้สิผมอาจจะคิดมากอย่างที่คุณบอกก็ได้มั้ง นอนกันเถอะ” สตีฟยักไหล่เบาๆก่อนจะชวนซาร่านอน
เราต้องแข็งแกร่งกว่านี้แข็งแกร่งจนกระทั่งปกป้องซาร่าและลูกที่กำลังจะเกิดของเราจากสัตว์กลายพันธ์พวกนั้นให้ได้ สตีฟคิดในใจไม่นานสตีฟและซาร่าก็หลับไปท่ามกลางดวงดาวบนท้องฟ้าที่มองเห็นจากระเบียงห้องของพวกเขา
วันต่อมา
“จะไม่ต้องลงน้ำยาจริงๆ ???” พนักงานทำความสะอาดถามซาร่า
“ค่ะพอดีสามีฉันแพ้น้ำยาทำความสะอาดอย่างรุนแรงช่วยทำความสะอาดพื้นห้องเราทั้งหมดให้ไม่หลงเหลือน้ำยาทำความสะอาดด้วยค่ะ” ซาร่าพยักหน้าพลางบอกความต้องการ
วันนี้เธอเรียกพนักงานทำความสะอาดมาแต่เช้าเพื่อให้จัดการเรื่องนี้
“อ๋อที่แท้ก็แพ้น้ำยานี่เองได้ครับถ้าอย่างนั้นเราจะทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำร้อน ความร้อนนั้นจะทำให้น้ำยาทำความสะอาดที่ติดพื้นอยู่ระเหยออกไป” พนักงานทำความสะอาดพูด
“แล้วพื้นไม้เราจะไม่เป็นอะไรเหรอคะ” ซาร่าถาม
“ไม่เป็นไรครับเราจะไม่ใช้น้ำร้อนมาก เราจะใช้น้ำที่ร้อนประมาณหกสิบองศา แต่เราอาจจะต้องทำความสะอาดพื้นหลายรอบหน่อยเพื่อให้แน่ใจว่าจะกำจัดคราบน้ำยาทำความสะอาดที่พื้นได้หมด” พนักงานอธิบาย
“อ๋อค่ะ” ซาร่าพยักหน้าเข้าใจ
“ถ้ายังไงผมขอใช้ครัวหน่อยจะได้มั้ยครับผมอยากจะต้มน้ำร้อน” พนักงานขออนุญาติซาร่า
“ตามสบายค่ะฉันจะไปรอที่ระเบียง” ซาร่าพยักหน้า
“ได้ครับขั้นตอนการทำความสะอาดคงกินเวลาราวๆครึ่งชั่วโมง” พนักงานพูดก่อนจะเรียกพนักงานคนอื่นๆที่มาด้วยมาช่วยกันทำงาน
ซาร่าเมื่อเห็นว่าพนักงานเริ่มทำงานกันแล้วเธอจึงเดินออกไปหาสตีฟที่นั่งจ๋องอยู่ที่ระเบียง
“โทษทีนะซาร่าเพราะผมเป็นแบบนี้แท้ๆเลยต้องทำเรื่องให้ยุ่งยากไปหมด” สตีฟพูด
“นายจะขอโทษทำไมกัน ฉันสิต้องขอโทษและขอบคุณนายเพราะมันจะต้องเป็นฉันแท้ๆที่เกิดอาการแพ้ท้องแต่นายดันมีอาการแทนฉันซะได้ หมอยังบอกเลยนะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นยากมาก” ซาร่าพูด
“อือ” สตีฟพยักหน้าเบาๆพลางมองเข้าไปในห้องที่พนักงานกำลังช่วยกัดจัดการทำความสะอาดพื้นให้อยู่
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
“เรียบร้อยแล้วครับถ้ายังไงพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” พนักงานพูดกับซาร่า
“ขอบคุณมากค่ะ” ซาร่าพยักหน้าก่อนจะเดินไปส่งพนักงานที่หน้าประตูห้อง
ปัง !! เสียงซาร่าปิดประตูก่อนจะเดินไปหาสตีฟที่ระเบียง
“สตีฟลองเข้ามาสิ” ซาร่าเปิดประตูระเบียงก่อนจะบอกให้สตีฟลองเข้ามาในห้องดู
“อืม” สตีฟพยักหน้าก่อนจะลองเดินเข้ามาในห้องและลองสูดหายใจเข้าลึกๆดู
ซู้ด !!!!! เสียงสตีฟสูดหายใจเข้าลึกๆหลังจากเขาสูดจนเต็มปอดเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้เพราะเขาไม่เวียนหัวและคลื่นไส้อีกแล้วพนักงานที่ซาร่าเรียกมาพวกนั้นทำความสะอาดห้องจนไม่หลงเหลือกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดจริงๆ
“เป็นไงบ้าง” ซาร่าถาม
“ไม่เป็นไรแล้วล่ะ” สตีฟพูดพลางยิ้มออก
“โล่งอกไปทีรีบไปอาบน้ำเถอะสตีฟตั้งแต่เมื่อวานยังไม่ได้อาบเลยนี่นา” ซาร่าพูด
“เธอเองก็เหมือนกันนี่ไปอาบด้วยกันสิ” สตีฟพูดพลางยิ้มกรุ้มกริ่ม
เผียะ !! ซาร่าเดินมาฟาดเข้าให้ที่แขนสตีฟ
“ทะลึ่งรู้นะว่าคิดอะไรก็บอกแล้วไงว่าทำไม่ได้เดี๋ยวจะแท้งเอา” ซาร่าพูด
“ฮั่นแหน่ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะแค่ชวนอาบน้ำด้วยเฉยๆแสดงว่าคุณก็คิดสินะเนี่ย” สตีฟแกล้งแซวทำให้ซาร่าหน้าขึ้นสีก่อนจะเดินไปที่ห้องน้ำทันทีแต่ทว่าก่อนที่เธอจะเข้าไปห้องน้ำเธอก็หันมาพูดกับสตีฟ
“รออะไรอยู่ล่ะเร็วสิสตีฟ” ซาร่าพูด
“หึหึ !!” สตีฟหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้ายก่อนจะรีบเดินตามซาร่าเข้าไปในห้องน้ำซึ่งตอนที่สตีฟเดินไปหาซาร่าเขาก็กระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหูเธอ
“ช่วยใช้ปากกับมือให้หน่อยสิ !!” สตีฟกระซิบข้างหูซาร่าทำให้เธอหน้าแดงเข้าไปอีก
จากนั้นไม่นานในห้องน้ำก็มีเสียงจ๊วบๆผสมกับเสียงน้ำจากฟักบัวดังออกมาเป็นระยะ
ทั้งคู่ใช้เวลาอาบน้ำอยู่เกือบสองชั่วโมงพอซาร่าออกมาจากห้องน้ำก็เริ่มบ่นทันที
“ตาบ้าสตีฟไปเก็บกดมาจากไหนฮะเห็นมั้ยเนี่ยฉันต้องสระผมตั้งสามสี่รอบ” ซาร่าพูด
“ก็เธอไม่ยอมกลืนนี่นา” สตีฟพูด
“กลืนบ้ากลืนบออะไรกัน รู้ตัวมั้ยมันเยอะแค่ไหน รอบแรกยังพอทนแต่รอบ ที่สอง สาม และสี่นี่อะไรกันท่อประปาแตกหรือไง” ซาร่าพูด
“ช่วยไม่ได้นี่นาผมอดมาเกือบเดือนเลยนะ” สตีฟพูด
จ๊อก !! เสียงท้องซาร่าร้องออกมา
“จริงสิเรายังไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวานเลยนี่นาอยากกินอะไรล่ะผมไปทำให้” สตีฟพูด
“เอาเป็นยำวุ้นเส้นแล้วกันฉันยังไม่ได้กินเลย” ซาร่าพูดก่อนจะเดินไปหยิบไดร์เป่าผมมาจัดการเป่าผมตัวเองให้แห้ง
“เอาไว้เป็นมื้อเย็นแล้วกันกินยำแต่เช้าเดี๋ยวจะปวดท้องเอา” สตีฟพูด
“อืม” ซาร่าพยักหน้า
จากนั้นสตีฟก็ไปจัดการทำข้าวต้มแบบง่ายๆมาให้ตัวเองและซาร่า
เมื่อสตีฟทำอาหารเสร็จซาร่าก็จัดการเป่าผมเสร็จและมานั่งรอที่โต๊ะอาหารแล้ว
“เอาล่ะเสร็จแล้วกินกันเถอะซาร่า” สตีฟวางชามข้าวต้มลงตรงหน้าซาร่าก่อนจะเดินไปนั่งตรงข้ามและเริ่มกินอาหารเช้ากัน
“นี่วันหยุดนี่เธอมีแพลนอะไรล่ะ” สตีฟถาม
“อืม...ไม่รู้สิจริงๆก็อยากไปเก็บเลเวลสักหน่อยนะแต่ช่วงนี้ท้องยังอ่อนๆอยู่ฉันกลัวออกแรงมากๆแล้วจะแท้งเลยไม่กล้าไป” ซาร่าพูด
“ดีแล้วล่ะเอาไว้หลังคลอดค่อยคิดเรื่องเก็บเลเวลก็ได้ ตอนนี้สุขภาพเธอและลูกในท้องสำคัญที่สุด” สตีฟพูด
“ถ้าอย่างนั้นทำอาหารเป็นไง ฉันอยากเรียนทำอาหารนายสอนให้หน่อยสิสตีฟ” ซาร่าพูด
“ทำอาหาร !!!” สตีฟอุทานพลางหน้าซีด
“ใช่ถ้าลูกเราโตขึ้นฉันอยากจะทำอาหารให้ลูกกิน” ซาร่าพูดเธอนั้นอยากทำอย่างนั้นจริงๆ
เอาไงดีฟระเอาจริงๆตั้งแต่อยู่ด้วยกันมาซาร่าก็พยายามลองฝึกทำอาหารหลายครั้งแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จเลย สตีฟคิดในใจพลางยกมือขึ้นปาดเหงื่อเพราะการฝึกทำอาหารของซาร่าแต่ละครั้งครัวในบ้านจะต้องปรับปรุงใหม่เสมอเพราะไม่ว่าซาร่าจะทำอาหาร ต้ม ผัด แกง ทอด เครื่องครัวที่ใช้กับเมนูพวกนั้นจะต้องระเบิดหรือไม่ก็พังประจำ ขนาดตอนมีเขาอยู่ด้วยข้างๆคอยสอนทีละขั้นตอนซาร่ายังทำให้รสชาติออกมากลายเป็นเมนูที่กินไม่ได้ตลอด
“น่านะสตีฟสอนฉันหน่อยนะรับรองคราวนี้ฉันจะไม่ทำอะไรพัง” ซาร่าพูด
“กะ กะ ก็ได้ถ้าอย่างนั้นคราวนี้ลองทำเมนูง่ายๆอย่างอบคุกกี้เป็นไง” สตีฟเห็นว่าซาร่าคราวนี้ตั้งใจจริงจึงคิดจะลองสอนดูอีกสักครั้ง
สองชั่วโมงต่อมา
บึ้ม !! กริ๊ง !! เสียงระเบิดดังมาจากภายในห้องของคอนโดตึกหนึ่งย่านใจกลางเมืองนิวยอร์ค ก่อนจะมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังไปทั่วคอนโด
คนที่อาศัยอยู่ในคอนโดนั้นต่างแตกตื่นกันไปหมดไม่ถึงห้านาทีหน่วยดับเพลิงก็มาถึงคอนโดแห่งนี้ก่อนจะขึ้นไปที่ห้องที่มีสัญญาณเตือนภัยดัง
ปัง !! พนักงานดับเพลิงพังประตูห้องคอนโดเข้าไปก่อนจะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งสำนึกผิดอยู่ท่ามกลางกลุ่มควัน
“ขอโทษนะสตีฟฉันก็คิดว่าฉันทำตามที่นายว่าแล้วนะทำไมมันถึงระเบิดได้ล่ะ” ซาร่าพูด
“จะไม่ระเบิดได้ยังไงเล่าก็เธอเล่นปรับอุณหภูมิของเตาอบจนสูงสุดแบบนี้” สตีฟพูดอย่างหัวเสียตอนนี้เขาต้องซื้อเตาอบใหม่อีกแล้ว
“กะ กะ ก็ฉันคิดว่าอบสามสิบนาทีมันนานเกินไปนี่นาฉันเลยเร่งไฟให้แรงๆไงจะได้ร่นระยะเวลาอบ ไม่ได้เหรอ !!” ซาร่ามองสตีฟก่อนจะกระพริบตาปริบๆ
เฮ้อ...มันได้ที่ไหนกันเล่า สตีฟถอนหายใจออกมาพลางมองไปที่ประตูห้องก่อนจะเห็นเหล่าพนักงานดับเพลิงหลายคนยืนอึ้งกันอยู่
“เอ่อ...คือผมดับไฟไปแล้วครับส่วนเรื่องระเบิดพวกเราไม่ได้รับบาดเจ็บตรงไหน ที่สัญญาณเตือนภัยดังก็เพราะควันพวกนี้” สตีฟพูดพลางมองควันที่ฟุ้งเต็มห้องไปหมดเขาและซาร่านั้นมีค่าพลังกายที่สูงมากแรงระเบิดแค่นี้จึงทำอันตรายพวกเขาทั้งคู่ไม่ได้แถมก่อนระเบิดสตีฟยังไหวตัวทันวิ่งเอาร่างมารับแรงระเบิดไปคนเดียวอีกด้วยทำให้ซาร่านั้นเรียกได้ว่าไร้รอยขีดข่วนโดยสมบูรณ์
จบ...