หลังจากรับป้ายประจำตัวศิษย์สายนอกมาแล้ว ไป๋ลั่วไม่ได้ตรงดิ่งไปยังเรือนพักที่ทางสำนักจัดไว้ให้ เพราะเขาตระหนักได้ทันทีจากสายตาของศิษย์คนอื่นๆ ว่า...
"ที่นี่ไม่มีคำว่าปลอดภัย"
เรือนพักศิษย์ใหม่ก็ไม่ต่างอะไรกับเล้าหมูที่รอให้หมาป่าเข้ามาเลือกกิน หากเขาเข้าไปนอนหลับอย่างสบายใจ คืนนี้เขาคงถูกเชือดคอและขโมยสมบัติไปจนหมดตัวแน่ สิ่งที่เขา้าตอนนี้ไม่ใช่ที่นอน แต่เป็ "ทรัพยากร" เพื่อรักษาอาการาเ็ภายในและชะลอการทำงานของตราประทับทาสมาร
ไป๋ลั่วเดินลัดเลาะไปที่ "โถงภารกิจ" ซึ่งเป็เพียงกระดานไม้เก่าๆ ปักอยู่กลางลานดิน มีแผ่นกระดาษเปื้อนเืแปะประกาศจับสัตว์อสูรและค่าหัวอาชญากรเต็มไปหมด
สายตาของเขาไปสะดุดกับภารกิจหนึ่ง:
• เป้าหมาย : ดีงูกระดูกแก้ว
• สถานที่ : บึงทมิฬ (เขตชายขอบสำนัก)
• ระดับความยาก : สัตว์อสูรระดับ 2 (เทียบเท่ามนุษย์ขั้นกรุยเส้นเอ็น)
• รางวัล: 10 หินมาร (หน่วยเงินในสำนัก)
"ระดับ 2... กำลังดี"
ไป๋ลั่วพึมพำ เขาจำได้ว่าดีงูชนิดนี้มีฤทธิ์เย็น ช่วยระงับความร้อนรุ่มจากตราประทับมารได้ชั่วคราว เขาจึงฉีกประกาศนั้นออกมาแล้วมุ่งหน้าสู่ "บึงทมิฬ" ทันที
...
ณ บึงทมิฬ
บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากป่าหมอกด้านนอก ต้นไม้ทุกต้นยืนต้นตาย กิ่งก้านบิดเบี้ยวราวกับมือผี พื้นดินเป็โคลนดูดสีดำส่งกลิ่นเหม็นเน่า และมีหมอกพิษลอยต่ำเหนือผิวน้ำ ไป๋ลั่วเดินย่ำโคลนอย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวแ่เบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง
เขาไม่ได้ใช้ตาดูเพียงอย่างเดียว... ฟุ่บ... เส้นใยโลหิตบางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผม 5 เส้น ถูกปล่อยออกมาจากปลายนิ้วมือซ้าย ลากเลื้อยไปตามพื้นโคลนและพุ่มไม้รอบตัวในรัศมี 10 เมตร นี่คือเทคนิคใหม่ที่เขาเพิ่งค้นพบ: "ใยประสาทัั" เส้นใยเหล่านี้ทำหน้าที่เหมือนหนวดแมลง คอยจับแรงสั่นะเื เล็กๆ น้อยๆ ทำให้เขารู้ตำแหน่งศัตรูก่อนที่ตาจะมองเห็น
กึด... กึด...
แรงสั่นะเืเบาๆ ส่งผ่านมาทางเส้นใยนิ้วนาง "เจอแล้ว"
ไป๋ลั่วหยุดนิ่ง กลั้นหายใจ เบื้องหน้าห่างไป 8 เมตร บนซากต้นไม้ล้ม มีเงาสีขาวขุ่นเลื้อยผ่านอย่างช้าๆ มันคือ "งูกระดูกแก้ว" ลำตัวยาว 3 เมตร เกล็ดใสจนมองเห็นกระดูกสันหลังสีขาวโพลนข้างใน ดวงตาสีเหลืองซีดของมันสอดส่ายหาเหยื่อ
ปกติสัตว์อสูรระดับ 2 จะมีความเร็วสูงมาก หากพุ่งเข้าไปตรงๆ ไป๋ลั่วอาจจะพลาดท่าโดนฉกสวนกลับได้ และพิษของมันสามารถละลายกระดูกคนได้ในถ้วยชาเดียว ไป๋ลั่วเลือกที่จะ "วางกับดัก"
เขาค่อยๆ บังคับเส้นใยโลหิตให้เลื้อยอ้อมไปด้านหลังงู ผูกเงื่อนเข้ากับกิ่งไม้แห้งและรากไม้ ขึงเป็ตาข่ายที่มองไม่เห็นกลางอากาศ จากนั้น เขาหยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมา แล้วดีดออกไปกระทบต้นไม้ด้านซ้ายของงู
แปะ! แปะ! แปะ!
ฟ่อ! ฟ่อ!
งูกระดูกแก้วสะดุ้งสุดตัว มันพุ่งฉกไปทางต้นเสียงด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ แต่ทว่า...
ฉึก! ฉึก! ฉึก!
ร่างของมันพุ่งชนเข้ากับ "ตาข่ายเส้นใยโลหิต" ที่ไป๋ลั่วขึงดักไว้! เส้นใยที่คมกริบและเหนียวแน่นบาดลึกเข้าไปในเนื้อ รัดลำตัวของมันจนขยับไม่ได้ ยิ่งดิ้น เส้นใยก็ยิ่งบาดลึกเข้าไปจนเืสีเขียวทะลักออกมา
"เสร็จข้า"
ไป๋ลั่วพุ่งตัวออกมาจากที่ซ่อน นิ้วมือขวาเกร็งพลังมารรวมเป็จุดเดียว แทงเข้าที่ตำแหน่งหัวใจของงู (จุดเจ็ดนิ้ว)
สวบ!
งูกระดูกแก้วดิ้นพล่านเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป
ไป๋ลั่วไม่รอช้า เขากรีดท้องมัน ล้วงเอา "ดีงูสีมรกต" ออกมากลืนกินสดๆ ทันที รสชาติขมฝาดบาดคอไหลลงสู่ท้อง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็ความเย็นะเืที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ช่วยดับความร้อนที่หน้าผากลงได้เปลาะหนึ่ง
แต่ในขณะที่เขากำลังจะใช้เส้นใยดูดกลืนเืเนื้อที่เหลือของงูเพื่อฟื้นฟูาแ... เส้นใยตรวจสอบที่วางไว้รอบตัวพลันสั่นะเือย่างรุนแรง!
ตึง... ตึง... ตึง...
ไม่ใช่เสียงฝีเท้ามนุษย์... และไม่ใช่สัตว์อสูรระดับต่ำ แรงสั่นะเืนี้หนักหน่วงราวกับูเาเคลื่อนที่!
ไป๋ลั่วรีบกระชากซากงูหลบเข้าไปในโพรงไม้ใหญ่ใต้รากไม้ กลั้นหายใจและเก็บกดกลิ่นอายโลหิตจนหมดสิ้น หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความระทึก
ผ่านไปเพียงอึดใจ... เงาทะมึนขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอก มันคือ "คางคกศิลาทมิฬ" (สัตว์อสูรระดับ 4 - เทียบเท่าขั้นโลหิตเดือด) ตัวของมันใหญ่เท่ารถม้า ิัเป็หินขรุขระ ลิ้นยาวตวัดกินแมลงและนกที่บินผ่านโดยไม่ทันรู้ตัว แรงกดดันที่มันปล่อยออกมา ทำให้ไป๋ลั่วรู้ทันทีว่า
"สู้ไม่ได้"
คางคกั์หยุดเดินตรงจุดที่ไป๋ลั่วเคยฆ่างู มันดมกลิ่นเืสีเขียวที่หยดอยู่บนพื้น
ครืดดด... ครืดดด...
มันส่งเสียงคำรามในลำคอ ก่อนจะแลบลิ้นยาวเหยียดตวัดไปทั่วบริเวณเพื่อหาเ้าของผลงาน ลิ้นของมันฟาดเฉียดโพรงไม้ที่ไป๋ลั่วซ่อนอยู่ไปเพียงคืบเดียว! เศษไม้กระเด็นว่อน
ไป๋ลั่วกัดฟันแน่น เหงื่อเย็นไหลอาบแผ่นหลัง เขารู้ดีว่าถ้าขยับเพียงนิดเดียว เขาจะกลายเป็อาหารว่างของมันทันที โชคดีที่กลิ่นอายของเขาถูกพลังมารปกปิดไว้อย่างมิดชิด และกลิ่นเืงูช่วยกลบกลิ่นมนุษย์ คางคกั์วนเวียนอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อไม่พบเหยื่อที่ใหญ่พอ มันจึงะโจากไป ทิ้งแรงสั่นะเืไว้เื้ั
"เกือบไปแล้ว..."
ไป๋ลั่วถอนหายใจยาว เขารู้สึกตื่นเต้นมากกว่าหวาดกลัว "นี่สินะโลกภายนอก... มีตัวตนที่แข็งแกร่งกว่าข้าอยู่เต็มไปหมด"
เขาคลานออกมาจากโพรงไม้ เตรียมจะเดินทางกลับเพื่อนำซากงูที่เหลือไปแลกของ แต่ทว่า... ความระทึกยังไม่จบลงแค่นั้น
ขณะที่เขากำลังจะก้าวออกจากบึง สายตาของเขาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่โคนต้นไม้ใหญ่ มันคือ
"ศพ"
ไม่ใช่ศพเก่า แต่เป็ศพใหม่ที่เืยังไม่แข็งตัว เป็ชายหนุ่มสวมชุดศิษย์สายนอกของสำนักมารไร้เงา สภาพศพถูกฟันขาดครึ่งท่อน เครื่องในไหลกอง เครื่องแบบถูกค้นกระจุยกระจาย ป้ายหยกและถุงสมบัติหายไป
ไป๋ลั่วหรี่ตาลง เดินเข้าไปดูใกล้ๆ "รอยแผลเรียบเนียน... ฝีมือดาบที่รวดเร็ว... ไม่ใช่สัตว์อสูรทำแน่" "คนทำ"
แกรก... แกรก...
เสียงเหยียบกิ่งไม้ดังขึ้นจากด้านหลัง! พร้อมกับเสียงหัวเราะแหลมเล็กที่ชวนประสาทเสีย
"ฮี่ๆๆ นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กใหม่ที่เพิ่งเข้ามาวันนี้นี่เอง"
ไป๋ลั่วหันขวับกลับไปอย่างใจเย็น เบื้องหน้าของเขา มีชายฉกรรจ์สามคนยืนล้อมกรอบทางหนีทีไล่ไว้หมดแล้ว คนหนึ่งถือดาบยาว อีกคนถือขวาน และคนตรงกลางที่ดูเป็หัวหน้าถือมีดสั้นคู่ ทั้งสามคนสวมชุดศิษย์สายนอก แต่ดูเก่าและมีรอยเย็บปะเต็มไปหมด บ่งบอกว่าเป็พวก "ศิษย์รุ่นพี่ที่ตกอับ"
"ข้าเห็นเ้าฆ่างูกระดูกแก้วได้... ฝีมือไม่เลวนี่เ้าหนู" หัวหน้ากลุ่มเลียมีดสั้น สายตาโลมเลียมองซากงูในมือไป๋ลั่ว "ส่งดีงูนั่นมา แล้วทิ้งซากไว้ ข้าอาจจะใจดีหักแขนเ้าแค่ข้างเดียวแล้วปล่อยไป"
ไป๋ลั่วเข้าใจสถานการณ์ทันที นี่คือ...
"กฎแห่งป่า"
ของสำนักมาร พวกศิษย์เก่าที่ไม่มีปัญญาทำภารกิจยากๆ มักจะรวมกลุ่มกันดักปล้นศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาและยังไม่รู้ทางหนีทีไล่
"ข้ากินดีงูไปแล้ว" ไป๋ลั่วตอบหน้าตาย
"กินไปแล้ว!?" หัวหน้าโจรตาถลน
"ไอ้บัดซบ! ของราคา 10 หินมาร เ้ากลืนมันลงไปดื้อๆ ได้ยังไง! เสียของชะมัด!" มันหันไปสั่งลูกน้อง "ฆ่ามัน! แล้วผ่าท้องเอามันออกมา! อาจจะยังย่อยไม่หมด!"
"รับทราบลูกพี่!" ชายถือขวานพุ่งเข้ามาคนแรก "ตายซะไอ้เด็กใหม่!" ขวานั์ฟันลงมาหมายจะผ่าหัว
ไป๋ลั่วไม่ขยับถอย แต่เขาเอี้ยวตัวหลบคมขวานในระยะเผาขน
วูบ!
ลมจากขวานพัดผ่านแก้มเขาไปเพียงนิดเดียว ในจังหวะที่ศัตรูเปิดช่องว่าง ไป๋ลั่วซัดฝ่ามือเข้าที่ใต้คางของมัน ไม่ได้ใช้แรงกระแทก... แต่ใช้ "เส้นใย"
ฉึก!
เส้นใยโลหิตเส้นเดียว พุ่งออกจากนิ้วกลาง แทงสวนขึ้นไปทะลุคาง ทะลุลิ้น และเจาะเข้าสมองของชายถือขวาน! ร่างนั้นกระตุกเกร็ง ตาเหลือกค้าง ก่อนจะล้มตึงลงไปโดยไม่มีโอกาสได้ร้อง
"อะไรกัน!?"
อีกสองคนที่เหลือชะงักกึก มองเพื่อนที่ล้มลงไปนอนจมกองเืด้วยความตกตะลึง พวกมันไม่เห็นอาวุธของไป๋ลั่วด้วยซ้ำ
ไป๋ลั่วสะบัดมือ เส้นใยโลหิตดึงเืและมันสมองจากศพนั้นกลับมาสู่ร่างเขา ความอบอุ่นไหลวาบเข้ามา... อาการาเ็ภายในดีขึ้นอีกนิด เขาเงยหน้ามองศัตรูที่เหลือด้วยแววตาที่ทำให้พวกมันขนหัวลุก มันไม่ใช่แววตาของเหยื่อ... แต่มันคือแววตาของ "นักล่า" ที่เจออาหารจานใหม่
"พวกเ้าบอกว่าจะผ่าท้องข้าใช่ไหม?" ไป๋ลั่วก้าวเดินเข้าไปหาพวกมันช้าๆ "งั้นข้าขอ... กินพวกเ้าแทนก็แล้วกัน"
"ปีศาจ... มันเป็ปีศาจ! ฆ่ามันพร้อมกัน!"
หัวหน้าโจระโก้อง พุ่งเข้ามาพร้อมลูกน้องอีกคน ทั้งสองรุมโจมตีไป๋ลั่วอย่างบ้าคลั่ง
การต่อสู้ในบึงทมิฬเปิดฉากขึ้น ไม่ใช่การประลองยุทธ์ที่สวยงาม แต่เป็การฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงทรัพยากร ไป๋ลั่วไม่ได้ใช้พลังที่เหนือกว่า เพราะระดับพลังของพวกมันคือ ขั้น 2 (กรุยเส้นเอ็น) เท่ากับเขา แต่สิ่งที่เขาเหนือกว่าคือ ความอำมหิต และ อาวุธที่คาดเดาไม่ได้
เขาใช้ซากงูต่างโล่ ใช้เส้นใยขึงสะดุดขา และใช้เืของตัวเองเป็อาวุธ
การล่าครั้งแรกในสำนักมาร... กำลังจะจบลงด้วยสีเืของศิษย์รุ่นพี่