ตอนที่ 1: ลืมตาในแดนร้าง
ความรู้สึกแรกที่กลับคืนมาคือความเ็ป
ไม่ใช่ความเ็ปจากาแ แต่เป็ความเ็ปจากการ "มีอยู่" กล้ามเนื้อทุกมัดกรีดร้องราวกับถูกใช้งานเป็ครั้งแรก ปอดแสบร้อนเมื่ออากาศที่เย็นและชื้นไหลผ่านเข้าไป และหัวใจ... มันเต้นหนักหน่วงและสับสนราวกับเพิ่งเรียนรู้จังหวะของตัวเอง
เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อยๆ ปรือขึ้น ภาพแรกที่เห็นคือท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ถูกบดบังด้วยโครงเหล็กบิดเบี้ยวซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็เพดานของสิ่งก่อสร้างขนาดมหึมา กลิ่นสนิม, กลิ่นดินที่ปนเปื้อนสารเคมี, และกลิ่นอายจางๆ ของพลังงานิญญาที่ตายแล้วลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ที่พื้นผิวของซากโลหะบางชิ้น ยังคงมีอักขระเวทมนตร์จางๆ ที่เคยเรืองแสงสลักอยู่ บัดนี้มันมอดดับลงแล้ว เหลือเพียงร่องรอยของอดีตที่ยิ่งใหญ่
เขาลองขยับตัว... และร่างกายที่หนักอึ้งก็ตอบค่อยๆสนองอย่างช้าๆราวกับทำสิ่งนี้ต้องใช้แรงมหาศาล แต่จิตสำนึกที่อยู่เื้ัดวงตาว่างเปล่า มันคือความรู้สึกว่างเปล่าที่น่าอึดอัด เขามองลงไปยังมือของตัวเอง... เป็มือของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ผิวยังไม่หยาบกร้านนัก อายุคงราวๆ สิบห้าหรือสิบหกปี แต่ที่น่าประหลาดใจคือ... มันสมบูรณ์แบบเกินไป ไม่มีรอยแผลเป็ ไม่มีตำหนิใดๆ ราวกับมือของทารก มากกว่า
ในหัวของเขาว่างเปล่า... ขาวโพลน... ไม่มีชื่อ ไม่มีอดีต ไม่มีภาษา ไม่มีความรู้ใดๆ เลยนอกจากความสับสน มันเป็ความรู้สึกเหมือนคนจากยุคโบราณที่หลงมาในโลกปัจจุบันพร้อมกับภาวะความจำเสื่อมโดยสมบูรณ์ มันว่างเปล่า
และในความว่างเปล่านั้น ก็มีบางสิ่งกำลังร่ำร้องอยู่...สัญชาตญานมันกำลังร้อง
มันไม่ใช่ความคิด แต่เป็การตอบสนองของร่างกาย มันกระซิบสั่งให้เขาลุกขึ้น, หาที่กำบัง, หาน้ำ, หาอาหาร ร่างกายที่อ่อนแอขยับไปตามคำสั่งนั้นอย่างเชื่องช้าแต่แม่นยำ เขารู้ว่าต้องเดินหลบเศษแก้วที่แหลมคม เขารู้ว่าแอ่งน้ำขังสีรุ้งที่เกิดจากแกนพลังงานิญญารั่วไหลนั้นดื่มไม่ได้ เขารู้ว่าต้องมองหาพืชชนิดไหนที่พอจะกินประทังชีวิตได้ เขารู้... แต่เขาไม่รู้ว่าตัวเองรู้ได้อย่างไร
เขากำลังยืนอยู่ท่ากลางซากปรักหักพังของฐานลับขนาดมหึมาที่ถูกธรรมชาติทวงคืนไปเกือบหมดแล้ว เถาวัลย์กลายพันธุ์เลื้อยพันไปตามซากกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก มอสส์เรืองแสงสีเขียวอ่อนเติบโตอยู่ตามซากเครื่องจักรที่ครั้งหนึ่งเคยเป็เทคโนโลยีล้ำสมัย ทุกสิ่งบ่งบอกว่าสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานไม่รู้ผ่านมากี่ปีแล้ว
เด็กหนุ่มไม่มีเป้าหมาย เขาเพียงแค่เดินไปข้างหน้า... ไปยังทิศที่สัญชาตญาณบอกว่ามี "คน" อาศัยอยู่
การเดินทางผ่านแดนรกร้างที่ปนเปื้อนนั้นเต็มไปด้วยอันตราย เขาได้พบกับสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์มากมาย แต่สัญชาตญาณของเขาก็เฉียบคมกว่าเสมอ เขาสามารถรับรู้ถึงการมาของพวกมันได้ล่วงหน้าและหลบซ่อนตัวได้ทันท่วงที ร่างกายที่อ่อนแอนี้ไม่พร้อมสำหรับการต่อสู้ การหลีกเลี่ยงคือทางรอดเดียว
หลายวันผ่านไป... ร่างกายของเขาเริ่มคุ้นชินกับความเ็ปและความหิวโหย แต่จิตใจของเขาก็ยังคงว่างเปล่าเช่นเดิม จนกระทั่งเขามาถึงซากหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
มันถูกทำลายจนย่อยยับ... บ้านไม้ถูกฉีกกระชากเป็ชิ้นๆ รอยเล็บขนาดมหึมาฝากรอยลึกไว้บนพื้นดิน กลิ่นคาวเืแห้งกรังยังคงคละคลุ้งปะปนมากับสายลม
เขาก้าวเข้าไปในซากบ้านหลังหนึ่งอย่างระมัดระวัง ที่นั่นเขาเห็นตุ๊กตาผ้าเก่าๆ ตัวหนึ่งตกอยู่บนพื้น มันเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นและคราบเืแห้งๆ ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เขาก้มลงไปหยิบมันขึ้นมา
ทันทีที่ปลายนิ้วัั...
...เสียงกรีดร้องของเด็กผู้หญิง...ภาพของเงาร่างขนาดใหญ่ที่พังประตูเข้ามา...ความหวาดกลัวสุดขีด...ความเ็ปสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะมืดดับลง...
"อ๊า!"
เขาสะดุ้งและปล่อยตุ๊กตาหลุดจากมือ ภาพที่เห็นมันชัดเจนราวกับเกิดขึ้นกับตัวเอง นี่คือครั้งแรกที่เขาได้ัักับพลังที่หลับใหลอยู่... พลังที่เขาไม่เข้าใจ
โฮกกกกก!
เสียงคำรามอันดุร้ายดังขึ้นจากนอกหมู่บ้าน ทำลายความเงียบสงัดลงทันที สัญชาตญาณของเขากรีดร้องเตือนภัยในระดับสูงสุด มันคือเ้าของรอยเล็บพวกนั้น... และพวกมันกำลังกลับมา
เงาร่างสามร่างปรากฏขึ้นที่ขอบหมู่บ้าน พวกมันคือ "ครอว์เลอร์" สัตว์ประหลาดที่เกิดจากการกลายพันธุ์ ร่างกายคล้ายหมาป่าแต่มีขนาดใหญ่กว่าสองเท่า ิัเป็เกล็ดแข็ง ขาหน้ายาวและมีกรงเล็บที่แหลมคมราวกับใบมีด ดวงตาสีเหลืองของพวกมันจับจ้องมาที่เขา... เหยื่อเพียงชิ้นเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่
ไม่มีทางหนี... สัญชาตญาณบอกเขาเช่นนั้น ทางรอดเดียวคือการต่อสู้
อู่จินคว้าท่อนเหล็กที่ตกอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา ร่างกายของเด็กหนุ่มอายุสิบหกสั่นเทาด้วยความกลัว แต่สัญชาตญาณนักสู้ที่หลับใหลมานานกำลังตื่นขึ้น
ครอว์เลอร์ตัวแรกกระโจนเข้าใส่ ความเร็วของมันน่าเหลือเชื่อ แต่ในสายตาของอู่จิน... มันกลับดูเชื่องช้า สัญชาตญาณของเขากำลังบอกทุกการเคลื่อนไหวของมันล่วงหน้า... มันจะตะปบด้วยขาซ้าย...
เขาก้มตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว สวนท่อนเหล็กฟาดเข้าที่ข้อต่อขาหน้าของมันอย่างแม่นยำ
แกร๊ก!
เสียงกระดูกหักดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนของมัน แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันตั้งตัว ครอว์เลอร์ตัวที่สองก็พุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
เร็วเกินไป! ร่างกายนี้ตอบสนองไม่ทัน!
ฉัวะ!
กรงเล็บแหลมคมฉีกกระชากสีข้างของเขาเป็ทางยาว ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วร่างจนเข่าแทบทรุด นี่คือความจริงที่โหดร้าย... แม้สัญชาตญาณจะเฉียบคมแค่ไหน แต่ร่างกายที่อ่อนแอนี้ก็ยังเป็จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุด
เขาถอยหลังไปตั้งหลัก เืไหลทะลักออกมาจากาแ ครอว์เลอร์ทั้งสามตัวเริ่มเดินวงล้อมเข้ามาอย่างช้าๆ พวกมันกำลังเล่นกับเหยื่อ
"ต้องสู้..." เขากระซิบกับตัวเอง "ต้องรอด..."
เขาตัดสินใจทุ่มสุดตัว พุ่งเข้าใส่ตัวที่าเ็อีกครั้งโดยไม่สนใจการป้องกัน แต่ร่างกายที่เสียเืไปมากเริ่มเชื่องช้าลง การโจมตีของเขาพลาดเป้า และนั่นคือโอกาสที่พวกมันรออยู่
ครอว์เลอร์ตัวที่สามกระโจนเข้าทับร่างของเขาจนล้มลง น้ำหนักมหาศาลกดทับจนเขาแทบหายใจไม่ออก กลิ่นเหม็นสาบจากลมหายใจของมันปะทะเข้าที่ใบหน้า กรงเล็บแหลมคมเงื้อขึ้นสูง เตรียมจะฉีกร่างของเขาเป็ชิ้นๆ
...จบแล้วงั้นหรือ... เขาคิดอย่างสิ้นหวัง
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนพลังงานดังขึ้นติดต่อกันสามครั้งราวกับสายฟ้าฟาด ร่างของครอว์เลอร์ที่ทับเขาอยู่กระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะแน่นิ่งไป อู่จินที่สติใกล้จะเลือนราง พยายามหันไปมองผู้มาใหม่
กลุ่มคนในชุดเกราะสีดำไฮเทคกำลังเดินเข้ามาในหมู่บ้านอย่างเป็ระเบียบ อาวุธในมือของพวกเขายังคงมีควันจางๆ ลอยออกมา พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและทรงประสิทธิภาพ จัดการครอว์เลอร์อีกสองตัวที่เหลือได้อย่างง่ายดาย
หญิงสาวคนหนึ่งในชุดเกราะที่ดูแตกต่างและเป็ผู้นำก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา เธอย่อตัวลงมองเขาด้วยสายตาที่ประเมินและเต็มไปด้วยความสงสัย
"เด็ก...?" เธอพึมพำเบาๆ "เด็กที่ไหนจะมาอยู่ที่นี่... แล้วรอดจากการโจมตีของครอว์เลอร์ได้ยังไง?"
เธอคือ ลี ชุน หัวหน้าหน่วย "หมาป่าเดียวดาย" แห่งกองกำลังลาดตระเวน
อู่จินพยายามจะพูด แต่ก็ทำได้เพียงไอออกมาเป็เื สติของเขากำลังจะดับลง
"หัวหน้าครับ... เขาาเ็สาหัส" ลูกทีมคนหนึ่งรายงาน
ลี ชุน มองาแฉกรรจ์ที่สีข้างของเขา ก่อนจะหันไปมองซากครอว์เลอร์ตัวแรกที่ขาหัก... เป็การโจมตีที่แม่นยำและเด็ดขาด ไม่ใช่ฝีมือของเด็กธรรมดาแน่นอน
"พาเขาไปด้วย" เธอสั่ง "เราอาจจะได้คำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านพวกนี้... และบางที... เราอาจจะได้อะไรที่น่าสนใจกว่านั้นก็ได้"
ภาพสุดท้ายที่อู่จินเห็นก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลง คือใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นของหญิงสาวในชุดเกราะ...