เรียกร้องความสนใจ
เมื่อเนย่าเดินกลับเข้าสู่ข้างสนามก็ต้องพบกับเซนดรินและฮาร์มที่กำลังเดินแยกออกไปคนละฟากเพื่อลงสู่สนามประลอง
“พวกนายจะไม่เอาจริงกันใช่ไหม” เนย่าร้องถาม
“ไม่รู้สิ” เซนดรินตอบก่อนจะรีบเดินผ่านเธอออกไป
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะยายหนูหน้าเขียวซะขนาดนี้” ชูม่าเตือนเพราะยังมีแผลจากการโดนชกอยู่มุมปากของเนย่าจากหมัดของเคนาสที่ทำเอาแก้มช้ำเลยทีเดียว
ภาพที่เซนดรินและฮาร์มเดินลงสนามประลองยืนประจันหน้ากันอยู่ทำเนย่าหวั่นใจไม่น้อยเธอเป็นผู้ฟูมฟัก แต่ไม่เคยได้ฝึกฝนได้ร่วมทดสอบพลังของทั้งคู่เลยที่ผ่านมาต่างไม่ชอบขี้หน้ากันกับเซนดรินและฮาร์มก็ไม่ค่อยเข้าใกล้เธอได้แต่สังเกตอยู่ห่าง ๆ
เมื่อต่างรู้ตัวตนของกันและกันก็ยังเปิดเผยไม่ได้อีกเพื่อป้องกันคนอื่นสงสัยหากวันนี้ทั้งคู่ต่อสู้กันจริงจังจนได้รับบาดเจ็บเธอควรจะช่วยใครดี
“เธอช่วยใครไม่ได้นะยายหนูเพราะนี่คือการประลองถ้าเธอลงไปแทรกมีหวังกฎเปลี่ยนขึ้นมาทั้งคู่จะกลายเป็นฆ่ากันเอง” ชูม่าเอ่ยเตือนเมื่อได้ยินเสียงความคิดในหัวของเนย่า
“ฉันไม่ชอบแบบนี้เลยชู่ม่า” เนย่าตอบกลับอย่างกังวล
“เธอต้องยอมรับข้อนี้ให้ได้ก่อนเพราะเมื่อถึงเวลาจริง ๆ เธออาจจะต้องเป็นฝ่ายเลือกข้างก็ได้ใครจะรู้” ชูม่าเอ่ยก่อนจะทำทีเป็นชื่นชมเล็บมือตัวเอง
“นายหมายความว่ายังไง” เนย่าถึงกับหันไปหาเจ้าตัวเล็กทันควันทำเอาเจ้าหมัดน้อยที่อยู่บ่นบ่าถึงกับเซ
“ราชามีเพียงหนึ่งตอนนี้พวกเจ้ายังอยู่ในขั้นฝึกฝนหากออกเดินทางและเติบโตขึ้นกว่านี้เมื่อวันแห่งการตัดสินมาถึงเจ้าอาจจะต้องเลือก” ชูม่าพยายามทรงตัวให้มั่นคงอีกครั้งพร้อมกับบอกอย่างจริงจัง
“นี่นายมองเห็นอนาคตรึไง” เนย่าแปลกใจ
“ข้าก็แค่พูดไปตามที่ข้าคิดน่ะ” แม้ที่ผ่านมาเขาจะมองเห็นและล่วงรู้แต่มีเพียงอนาคตของเด็กนี่กับเรื่องความลับของโฮล์เบเรียสเท่านั้นที่เขาไม่อาจมองเห็นหรือรับรู้ได้
“อย่าพูดส่งเดชสิ เพราะถึงเวลานั้นจริง ๆฉันนี่แหละอาจจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัว” เนย่าว่าพลางหยิบผ้าชุบน้ำอุ่นที่แพทย์สนามเตรียมมาให้ขึ้นมาประคบแก้มเบาๆ
“ยังไงรึ” ชูม่าเอียงคอถาม
“เอาไว้ถึงเวลานั้นแล้วฉันจะบอกแม้นายอยู่บนหัวฉันตอนนี้ก็ไม่มีทางรู้หรอก เพราะมันเป็นเรื่องของอนาคตที่ฉันเองก็ยังไม่ได้คิดไว้เหมือนกัน” เนย่าบอกไปตามจริง เพราะเธอก็ยังคิดไม่ออกว่าถ้าหากต้องเลือกขึ้นมาจริงๆ เธอจะต้องทำเช่นไร
“เนย่า สองคนนั่นจะต่อสู้กันแล้ว เธอว่าใครจะชนะเหรอ” รินรินเดินเร็ว ๆเข้ามาหาเนย่าที่นั่งพักอยู่ในเต็นท์แพทย์สนาม
“ไม่รู้สิ ใครชนะฉันก็ต้องลงไปสู้กับคนใดคนหนึ่งอยู่ดี” ถ้าถึงเวลานั้นเธอจะยอมแพ้เลยดีไหมนะ
“ก็ต้องเป็นท่านเซนดรินอยู่แล้วที่จะชนะอย่าลืมว่ายังมีฉันอีกคนที่เธอจะต้องผ่านด่านก่อนนะ แต่ถ้าท่านเซนดรินชนะจริง ๆฉันจะยอมหมอบมังกรให้แต่โดยดีเลยล่ะถ้าต้องไปเจอกัน แต่ถ้าเป็นหมอนั่นฉันจะเอาคืนให้ท่านเซนดรินอย่างสาสม” เสียงลาร์เฟียเย้ย เธอเดินตามรินรินมาเพื่อดูอาการเนย่าด้วยไม่ใช่เป็นห่วงแต่อยากมาสมน้ำหน้าและพูดถึงเรื่องเธอที่อาจจะต้องสู้กับเด็กมนุษย์นี่ด้วย
“หุบปากเถอะน่า สองคนนั่นจะลงมือแล้วเธอก็เตรียมใจไว้เนย่า บางทีชีน่าและรีสอาจจะโผล่มา รวมถึงพวกตุลาการด้วยเพราะการต่อสู้ของมังกรก็มีผลกับอาวุธประทับ” ชูม่าหันไปปรามลาร์เฟียก่อนจะเอ่ยเตือนเนย่า
“ไม่ได้มีแค่ฉันที่เรียกใช้พวกเขาได้รึ” เนย่ารู้สึกแปลกใจเมื่อได้รู้ว่าทั้งคู่ก็อาจเรียกใช้อาวุธประทับได้
“มังกรเจ้าของเปลือกไข่ก็มีสิทธิ์ดึงพลังมาจากอาวุธได้เช่นกันหวังว่าทั้งคู่จะไม่รุนแรงจนต้องดึงพลังจากอาวุธประทับร่างมาใช้หรอกนะ” ชูม่ากอดอกเชิดหน้าตอบ ทั้งลาร์เฟียและรินรินต่างเข้ามานั่งร่วมฟังบทสนทนานี้ด้วย
“ตัวมังกรเองมีพลังเวทย์และอาวุธในตัวอยู่แล้วแต่ทั้งคู่มันเป็นกรณีพิเศษเพราะว่าดึงอาวุธส่วนหนึ่งไปใช้สร้างร่างจำแลงลูกมังกรขึ้นมาฉันไม่แน่ใจว่าจะออกมาในรูปแบบไหนเมื่อลูกมังกรเหล่านั้นใช้พลังแต่ถ้าสองคนนั่นเข้าสู่โหมดต่อสู้เต็มกำลังก็อาจจะดึงพลังอาวุธจากเปลือกไข่มาใช้ได้เช่นกัน” ชูม่าอธิบายต่อ
“อ้าว…! อย่างนี้สมมุติถ้าฉันและมังกรต่อสู้ร่วมกันไม่ดึงพลังกันไปมาแย่รึ” เนย่าถามบ้าง
“ไม่หรอกนั่นเพราะผู้ฟูมฟักและมังกรรวมพลังกันเป็นหนึ่งเพื่อปกป้องกันและกันแล้วก็จะยิ่งทวีคูณความแข็งแกร่งเพิ่ม แต่นี่เป็นการต่อสู้แยกเดี่ยวไงถึงได้บอกให้เตรียมตัวไว้เพราะพวกนั้นอาจโผล่มาในสนามเพราะทั้งหมดเป็นอาวุธประทับร่าง”
“แล้วอย่างนี้พวกเขามีสิทธิ์ที่จะไม่ทำตามที่เจ้าของอาวุธร้องขอไหม” รินรินถามบ้าง
“แม้ถูกอาวุธประทับร่างแต่ก็ขึ้นอยู่กับจิตใจของผู้ถูกประทับด้วยนะ ว่าจะทำตามหรือไม่ถ้าไม่ยอมทำตามเจ้าของอาวุธสั่งก็จะเจ็บปวดหน่อยเพราะถูกอาวุธบังคับร่างกายไว้อยู่ถึงเก้าในสิบส่วนแต่โดยส่วนใหญ่ไม่เคยมีการปฏิเสธผู้ใช้มาก่อนนี่ล่ะก็เลยยังไม่เห็นจะเกิดผลกับพวกนั้นตรงไหน” ชูม่าอธิบายพลางหันไปส่งค้อนให้เด็กหัวส้มที่ทำทีเหมือนไม่สนใจแต่ก็ตั้งใจฟังอยู่
“แต่ฉันเคยเห็นรีสเกือบจะแย่เหมือนกันเพราะในตอนนั้นเขาไม่สามารถอยู่ห่างฉันได้เลยอาวุธที่อยู่กับเขาเกือบจะฆ่าเขาเลยด้วยซ้ำ” เนย่านึกถึงตอนที่รีสตามไปเอาเรื่องอาจารย์อีรอส
“ก็คงอาการประมาณนั้นแต่ตอนนี้อาวุธนั่นสมบูรณ์และอัพตัวเองเป็นเทพสมดุลประทับแล้วนี่สิไม่ใช่สัตว์ประทับร่างเหมือนเคยเลยอยู่ห่างได้ กลายร่างได้ตามใจสองปุยนั่นปรารถนา” ชูม่านึกถึงสองวูฟวิงค์ที่ป่านนี้ยังไม่มีบท
“ถ้าเช่นนั้นอาวุธประทับที่ใช้พวกตุลาการอย่างเปลือกไข่ของเซน ดรินนี่ก็จะอัพตัวเองด้วยน่ะสิหรือมันอัพแล้วนะเพราะมันสามารถกลายสภาพเป็นทวนได้” เนย่าพูดถึงอาวุธจากเปลือกไข่ของเซนดรินที่เป็นจี้ห้อยคอของเธอเมื่อคราวที่สู้กับโบอาร์มันกลายรูปร่างได้
“ยัง อาวุธโหมดประทับร่างของเซนดรินยังไม่ถูกอัพเพราะยังไม่ครบองค์ยังไงล่ะแต่ที่มันเปลี่ยนรูปร่างคิดว่าน่าจะเนื่องจากเธอมีพลังเพิ่มมากขึ้นจึงเรียกใช้ให้เหมาะสมกับงานมากกว่า”
“ไม่ครบองค์นี่ยังไงเหรอชูม่า” รินรินถามบ้างเธอตื่นเต้นทุกครั้งที่เนย่ามีสิ่งแปลก ๆ ให้เธอได้เรียนรู้ไปด้วยเสมอ
“ตุลาการมีกี่ทิศ” ชูม่าถามกลับ
“สี่” รินรินตอบ
“ตอนนี้อยู่กับยายหนูตาเขียวกี่คนล่ะ” ชูม่าถามอีก
“เอ่อ...สาม” รินรินไม่ค่อยมั่นใจ ที่เห็นบ่อยสุดก็คือบาร์รามส่วนอีกสองไป ๆ มา ๆ เห็นไม่เคยชัด เพราะทั้งคู่มักจะพลางตัวไม่ให้เธอเห็นแต่เนย่าก็เคยเล่าให้ฟังว่าทั้งสองผู้ปกปักษ์มาอยู่ด้วยเป็นครั้งคราว
“ใช่ ถ้าเวย์นาสปรากฏตัวอาวุธประทับร่างของเซนดรินจึงจะสมบูรณ์” ชูม่าหันไปให้คำตอบกับเนย่าแทน
“อืม…แล้วทำไมของฮาร์มใช้แค่สองของเซนดรินถึงใช้สี่เลยล่ะ ไม่เห็นยุติธรรมเลย” รินรินถามต่อ
“อันนี้มังกรหรือผู้ฟูมฟักไม่ใช่ผู้เลือกแต่เทพหรืออสูรต่างหากที่เป็นผู้เลือกที่จะยอมให้ประทับหรือไม่เมื่ออาวุธเรียกหาร่าง”
“แต่รีสไม่ได้ยินยอมนี่นา” เนย่านึกถึงตอนที่ลงไปในหลุมอากาศในตอนนั้นอัญมณีสีเขียวที่เธอได้มาจากพรายเฝ้าสมบัติในคืนพระจันทร์เย็นมันบังคับฝังตัวเองเข้าไปในหน้าผากของรีส และดูเหมือนรีสจะทรมานมากด้วย
“เธอคิดอย่างนั้นเหรอยายหนู ฮึ ๆ” ชูม่ายกยิ้มเจ้าเล่ห์
“กลายเป็นว่าไม่มีใครถูกอาวุธบังคับเลือกร่างประทับแต่พวกเขายอมเองอย่างนั้นใช่ไหม” เนย่าเริ่มจะเข้าใจจากรอยยิ้มชั่วร้ายนั่นของเจ้าตัวเล็ก
“ใช่ พวกเขายอมเอง” ชูม่ายืนยัน
“นี่มันซับซ้อนสุดยอดไปเลยนะเนี่ย” รินรินถึงกับตาลอย เธอคิดตามไม่ทันจริง ๆดูเหมือนทุกสิ่งรอบตัวเนย่าจะไม่ได้ถูกบังคับฝืนใจมาเลยแม้แต่อย่างเดียวทุกสิ่งทุกอย่างยินยอมพร้อมใจให้เพื่อนของเธอหมดเลย รวมถึงตัวเธอเองก็ด้วย
“ยังมีอีกหลายเรื่องที่พวกเจ้ายังไม่เข้าใจพูดมาถึงตรงนี้สองคนนั่นตีกันไปถึงไหนแล้วล่ะเนี่ย” ชูม่าชะโงกมองลงไปในสนามจึงดึงความสนใจของทุกคนให้จดจ่อกับการต่อสู้ไปด้วย แล้วพากันเดินออกจากเต็นท์แพทย์สนามขึ้นไปนั่งดูข้างบนแทน
การต่อสู้ใสสนามกำลังดุเดือดเมื่อทั้งคู่ต่างเข้าต่อสู้กันแบบไม่ได้สนใจให้ใครหมอบมังกรก่อนทั้งคู่ปล่อยมังกรให้ต่อสู้กันเอง ส่วนพวกเขาก็สาดอาวุธใส่กันไม่ยั้ง
เซนดรินใช้ดาบจันทรคราสหรือที่ใบดาบเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวมีด้ามจับอยู่ด้านในคมดาบโค้งสูงขนาดเท่าตัวของเขาคมปราบเข้าฟาดฟันกับง้าวอนธการของฮาร์มที่มีสีดำสนิท คมของง้าวนั้นมีสองคมทั้งด้านบนและล่างที่หันตรงข้ามกันเขาควงมันเป็นใบพัด ปะทะกับดาบของเซนดรินจนเกิดเสียงดังและประกายแปลบปลาบ
ทั้งคู่ปะทะด้วยความรวดเร็วชนิดที่ตาเปล่ามองไม่ทันผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบอยู่เช่นนี้เป็นนานสองนาน
ลูกมังกรของทั้งคู่ต่างพ่นไฟปะทะกันจนกลายเป็นวงแหวนเพลิงสองสีทั้งสีเงินและสีนิลในสนามกองเชียร์ทั้งสองฝ่ายต่างลุ้นกันจนแทบลืมหายใจ
“คู่นี้ทำข้าสนุกขึ้นมากทีเดียว” ดาร์ชิกถึงกับยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าเด็กปีหนึ่งทั้งสองต่อสู้กันแบบชนิดที่ว่า ถ้าหากมีใครเพลี่ยงพล้ำก็อาจถึงแก่ชีวิตได้
“ดีใจนะที่ท่านชอบ” ทรีบาสเอ่ยตอบแต่ก็ไม่ได้ละสายตาจากการต่อสู้เขารู้สึกกังวลเกรงว่าทั้งคู่อาจใช้อารมณ์มากไปจนทำผิดพลาด
“ว่าแต่ ถ้าสองคนนี้จบการศึกษาจากที่นี่ไปข้าขอตัวเอาไว้ที่แคว้นข้าได้หรือไม่ข้ามีหน้าที่ที่เหมาะสมกับพวกเขาไว้รองรับอย่างดีเลยนะ” ดาร์ชิกหันมายื่นข้อเสนอกับคนที่แสดงสีหน้าเรียบเฉย
“เห็นทีคงจะต้องยกหน้าที่การตัดสินใจนี้ให้พวกเขาในอนาคตเพราะตัวข้าไม่สามารถบังคับหรือบงการชีวิตพวกเขาได้” ทรีบาสตอบโดยไม่หันมาสนใจคนข้าง ๆ
“ข้าก็ลองทาบทามไว้เผื่อท่านจะได้พูดคุยกับพวกเขาไว้เป็นทางเลือก” ดาร์ชิกวางแผนในใจ แม้จะยังเด็กแต่ทั้งคู่ก็เก่งกาจ หากมีโอกาสฝึกฝนมากกว่านี้แคว้นของเขาคงจะเป็นที่เลื่องลือเกี่ยวกับการรวบรวมนักรบฝีมือดีจนไม่มีแคว้นใดเทียบกลับไปเขาควรจะเสนอเรื่องนี้ให้ผู้ครองแคว้นของเขาเสียหน่อยเพื่อเอาความดีความชอบ
“คงจะไม่ทำตามคำขอท่านล่ะมีโอกาสก็ลองคุยกับพวกเขาเองแล้วกันนะ” ทรีบาสบอกปัด ไม่อยากต่อความด้วยเขารู้ดีว่าการที่ทูตแคว้นบาร์เรมบูมาเยือนต้องการสิ่งใดการมาเยี่ยมชมการทดสอบของเด็ก ๆ เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อเฟ้นหาคนที่เก่งกาจนำไปเป็นกำลังให้แคว้นตัวเองก็เท่านั้น แต่ที่ทางเซนเทียน่าฯ ต้องทำเป็นต้อนรับเพราะว่าทรีบาสเองยังต้องส่งเด็กๆ ออกไปเยือนแคว้นอื่นให้ได้เรียนรู้เพิ่มเติม หากขัดใจอาจทำให้เสียการใหญ่ได้
ไม่มีการพูดพล่ามท้าทายกันไปมามีแต่การต่อสู้เพื่อเอาชนะไม่มีใครสนใจจะหมอบมังกร มีแต่เพียงต้องการให้อีกฝ่ายหมอบราบก็เท่านั้น
คมง้าวอนธการมีกระแสพลังสีดำหมุนวนอยู่โดยรอบและเริ่มแผ่ขยายวงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ดาบของเซนดรินก็เปล่งประกายสีทองเจิดจ้า ทุกครั้งที่เข้าปะทะประชิดตัวจึงเกิดประกายต้านกันวูบไหวไปทั่ว
ฮาร์มหวดง้าวแหวกอากาศก่อนจะมีเงาดำมากมายพุ่งออกมาจากรอยแยกอากาศนั้นเข้าโจมตีเซนดรินที่ใช้ดาบจันทรคราสหมุนวนรอบตัวเป็นเกราะไม่ให้เงานั้นเข้าใกล้พร้อมกับตัดเงาร่างนั้นจนขาดและสลายไป
“แบบนี้ไอ้หนูทั้งสองคงสู้กันทั้งวันแน่” ชูม่าเริ่มหมดอารมณ์ลุ้น เขาถอนหายใจเบา ๆ
“คงรอจังหวะกันอยู่น่ะสิหากเผลอนิดเดียวเจ็บหนักแน่” เนย่าเหมือนจะรู้ดีที่สุดเพราะความรู้สึกทั้งคู่ส่งมาถึงเธอได้
แต่แล้วก็มีเงาดำค่อย ๆคืบคลานเข้ามาหาเนย่าอย่างช้า ๆท่ามกลางเหล่านักเรียนมากมายเงาดำนั้นหมายตาเธอก่อนมันจะค่อย ๆยืดร่างคล้ายยางเหนียวเหนี่ยวคอเนย่าจนหงายหลังตกจากเก้าอี้
“ยายหนู” ชูม่าร้องอย่างตกใจเมื่อตัวเองก็ถูกลากลงไปด้วยแต่ยายหนูของเขากำลังต่อสู้กับบางอย่างอยู่ในขณะที่เขาทำได้แค่ช่วยยื้อยุดเจ้าสิ่งนั้นอย่างสุดกำลังให้ออกพ้นคอเด็กหญิง
“เนย่า” รินรินพยายามช่วยดึงเจ้าร่างดำเหนียวหนึบนั่นทุกคนต่างหันมาให้ความสนใจเด็กหญิงที่ถูกเงาดำตรึงร่างไว้
รวมถึงทั้งคู่ในสนามแค่เพียงเสี้ยววินาทีที่รู้สึกได้ว่าผู้ฟูมฟักถูกเล่นงานเซนดรินชะงักหยุดการต่อสู้ทำให้พลาดท่าถูกเงาภูติของฮาร์มทำร้ายเข้าอย่างจังจนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ฮาร์มเองก็หันมาสนใจข้างสนามเช่นกัน แต่เพียงแค่เขาหยุดมือไม่ทันเงาภูติของเขาจึงทำร้ายเซนดริน
เนย่าดิ้นทุรนทุรายก่อนสร้อยจากเปลือกไข่จะเปล่งแสงสว่างจ้าเผาไหม้เงาร่างสีดำเหนียวหนึบนั่นจนมันสลายไป
“เฮือก..!.” เนย่าผุดลุกขึ้นมาสูดหายใจเข้าปอดทันที
“มาได้ยังไงเนี่ย” รินรินรีบช่วยประคองเนย่าให้ลุกขึ้นนั่งเหมือนเดิมมาดามรีรีนถึงตัวเธอก่อนใครรีบเข้ามาดูอาการ แต่เนย่าก็บอกเพียงแค่ว่าไม่เป็นอะไรมาก
เงาดำที่โผล่เข้ามาทำร้ายเธอแม้จะดูคล้ายกับภูติเงาของฮาร์มแต่มันก็ไม่ใช่เสียทีเดียวเนย่ารู้ดีแต่ทว่า...
“ฮาร์มขี้โกงส่งภูตินั่นมาเบี่ยงเบนความสนใจท่านเซนดริน” ลาร์เฟียตะโกน ทำให้เกิดเสียงฮือฮาขึ้น
“หยุดนะลาร์เฟียเธอกำลังทำให้ทุกคนเข้าใจผิดนะ” เนย่าลุกขึ้นแล้วผลักลาร์เฟียให้หยุดพูด
“จะผิดได้ยังไงเธอก็รู้ว่ามันคืออะไรถ้าเธอมีอันตรายท่านเซนดรินก็ต้องรู้อยู่แล้ว จึงเสียสมาธิ...อื้อ..!” ลาร์เฟียยังพ่นออกมาไม่หยุดจนรินรินกระโจนเข้าไปเอามือปิดปากลาร์เฟียไว้
“หุบปากน่า” รินรินทั้งยึดทั้งปิดปากลาร์เฟียไว้แน่น เพื่อไม่ให้ลาร์เฟียพูดอะไรทำให้คนอื่นสงสัยไปมากกว่านี้
“ออกไปเร็วเข้าอย่าเพ้อเจ้อนะ” รินรินออกแรงลากแม้จะมีเพื่อนของลาร์เฟียเข้ามาพยายามดึงรินรินออกเพื่อช่วยลาร์เฟียแต่ก็ถูกมาดามรีรีนปรามจนต้องถอยออกไปทำให้รินรินจัดการลาร์เฟียได้อย่างสะดวกขึ้น
“เรื่องนี้ฉันจะตรวจสอบทีหลังให้การประลองจบลงไปก่อน” มาดามรีรีนโบกพัดสีม่วงอย่างร้อนรนก่อนจะส่งสัญญาณให้ซาร์เรียควบคุมการประลองต่อไป
เซนดรินกระอักเลือดออกมากองโตโดยมีสายตาของฮาร์มมองมาอย่างไม่ยินดียินร้ายแต่เขาก็ไม่ได้เข้าทำร้ายเซนดรินเพิ่ม
มังกรของเซนดรินเมื่อเห็นว่านายเจ็บมันผละจากการต่อสู้แล้วบินโฉบพ่นไฟใส่ร่างของฮาร์มทันทีแม้มังกรของฮาร์มจะบินตามมาฉุดมันกลับเข้าไปต่อสู้ด้วยแต่เปลวไฟที่มันพ่นใส่มาเมื่อครู่ก็ต้องเข้ากับใบหน้าซีกขวาของฮาร์มจนเป็นแผลพุพอง
การที่เขาถูกมังกรเซนดรินทำร้ายได้นั้นเหมือนจะจงใจให้เกิดขึ้นเสียมากกว่าเพราะนอกจากไม่ปัดป้อง ฮาร์มก็ไม่หลบเลี่ยงลูกไฟนั่นด้วย แม้เขาจะทำได้ก็ตาม
“เรียกร้องความสนใจรึไง” เซนดรินที่คุกเข่าอยู่ถามคนตรงหน้าที่ยืนนิ่งเหมือนหุ่นสีหน้าเย็นชานั่นทำเอาคนเสียเปรียบโมโห
“กำลังดูอยู่ว่าเนย่าจะทำยังไง” ฮาร์มตอบเสียงเรียบพวกเขาสองคนทำเพียงจ้องหน้าแล้วส่งกระแสจิตคุยกันไปมาเพราะมีเต่าทองไมค์โครโฟนติดอยู่การพูดคุยเปิดเผยอาจทำให้คนในสนามรับรู้
“นายกำลังจะบีบให้เธอแสดงตัวรึไงมีคนอื่นดูเราอยู่นะ” เซนดรินว่า
“เปล่าแค่กำลังดูว่าจบเกมนี้เนย่าจะเลือกมาดูฉันรึนายก่อน” ฮาร์มเลิกคิ้วยียวน
บรรยากาศในสนามราวภาพค้างทั้งสองไม่ขยับไหวติงไม่มีการพูดคุย ใด ๆมีแค่มังกรของทั้งคู่ที่ยังโรมรันกันอยู่บนอากาศเหนือศีรษะพวกเขา
“แต่ฉันยังไม่แพ้” เซนดรินกระอักเลือดอีกพร้อมกับชันเข่าลุกขึ้นยืน
“นายรู้ไหมถ้าเราเสมอกันอะไรจะเกิดขึ้น” ฮาร์มลดอาวุธลงสายตาอ่านยากคู่นั้นทำเซนดรินยุ่งยากใจ
“ยังไง” เซนดรินขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจ
“เนย่าจะต้องสู้กับเราทั้งคู่ไงล่ะ” ว่าแล้วฮาร์มก็พุ่งตัวเข้าหาเซนดรินก่อนทั้งคู่จะลงไปนอนคุลกฝุ่นแผ่หลาอยู่กลางสนามด้วยกันและลูกมังกรของทั้งคู่ก็ร่วงลงมาจากฟ้าก่อนที่หลังของพวกมันจะกระแทกลงพื้นเสียงดังสนั่นจนเป็นหลุมใหญ่ในเวลาเดียวกัน
มังกรทั้งสองตัวหัวและหางจรดพื้นแล้วทั้งผู้ฟูมฟักและมังกรไม่มีใครลุกขึ้น จนอีรอสต้องประกาศอย่างเป็นทางการ
“เสมอ” อีรอสประกาศก่อนนกสีฟ้าจะบินมาหาทั้งคู่
“นายทำอย่างนี้ทำไม” เซนดรินหอบหายใจนอนมองนกสีฟ้าหลายร้อยตัวที่บินเข้ามา
“ฉันอยากประลองในตอนที่มีผู้ฟูมฟักอยู่ด้วยคงสนุกมากนายว่าไหม” น้ำเสียงราบเรียบของฮาร์มกับคำพูดที่ฟังดูเหมือนสนุกนั่นช่างขัดแย้งกันจนเซนดรินนึกขัดใจเพราะไม่รู้แน่ชัดว่าแท้จริงแล้วฮาร์มรู้สึกยังไง อยากแย่งชิงกับเขาจริง ๆหรือแค่สนุกกันแน่
“ได้ ถ้าถึงรอบนั้นก็ค่อยมาตัดสินเอาแล้วกัน” ทั้งสองลุกขึ้นพร้อมกันต่างคนต่างมีบาดแผลและเดินเข้าสู่เต็นท์แพทย์สนามเนย่าออกมายืนรอรับฮาร์มและเซนดรินอยู่แล้วด้วยสีหน้ากังวล
ทั้งเซนดรินและฮาร์มจ้องหน้ากันราวกับจะดูว่าเนย่าจะถึงตัวใครก่อนแต่แล้วเด็กมนุษย์ก็เดินมาคว้ามือทั้งคู่พร้อมกันก่อนจะจูงเข้าไปในเต็นท์ทำเอาเซนดรินเอียงคออย่างประหลาดใจ ในขณะที่ฮาร์มขมวดคิ้วน้อย ๆอย่างขัดใจแต่ไม่ได้แสดงสีหน้าไปกว่านี้
“พวกนายนี่นะ ทำฉันเป็นห่วงรู้ไหม” เนย่าเอ่ยเสียงเครียด สุดท้ายสองคนนี่ก็บาดเจ็บหนัก
“ฉันก็เป็นห่วงเธอ” ทั้งคู่พูดพร้อมกันและเนย่าหันมามองทั้งสองสลับไปมาอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ผ่านมาเคยจะพูดแบบนี้เสียเมื่อไรกัน
“มีคนพยายามทำให้เราเสียสมาธิ” เซนดรินเป็นคนตัดความกระอักกระอ่วนใจนี้แทน
“ใช่” ฮาร์มตอบสำทับ
“ฉันรู้ มาดามรีรีนกำลังหาตัวคนก่อกวนอยู่” แต่พวกนายมานี่เลยฉันจะรักษาให้
ว่าแล้วเนย่าก็คว้ามือคู่ทั้งคู่ที่นั่งขนาบเธอซ้ายขวามาวางบนตักก่อนจะใช้พลังรักษาจนแผลทั้งสองคนหายดี
ในระหว่างการรักษาทั้งสองเบือนหน้าหนีเนย่าเพราะรู้สึกขัดใจที่ทั้งคู่มีความสำคัญเสมอกันทั้งที่ความจริงมันต้องไม่ใช่แบบนี้
“นี่ ๆ ไอ้หนูทั้งสองไหน ๆก็เป็นมังกรของยายหนูตาเขียวทั้งคู่ทำไมไม่ร่วมมือกันล่ะหือ?” ชูม่ายื่นข้อเสนอ
“ไม่มีทาง” ทั้งสองตอบพร้อมกัน ทำเอาเนย่าถึงกับกลอกตาแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายยังไม่ได้ตกลงกันเลยก็เริ่มดื้อกันเสียแล้ว เธอควรทำตัวยังไงเพื่อให้ทั้งคู่อยู่ร่วมกันได้ในแบบที่เธอไม่ต้องลำบากใจเลือกดีนะ