องค์หญิงเซียงเซียงได้ไปทูลขอเสด็จพ่อหรือฝ่าาแห่งแคว้นฉีว่าจะทรงยอมอภิเษกกับฝ่าาแห่งแคว้นฝางเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีระหว่างแคว้นซึ่งฝ่าาแห่งแคว้นฉีทรงรู้สึกดีพระทัยเป็อย่างยิ่งที่บุตรสาวยอมสมัครใจแต่โดยดี
ณตำหนักองค์หญิงเซียงเซียง
“เหตุใดถึงทรงตัดสินพระทัยกระทำเช่นนั้นล่ะเพคะองค์หญิง” เหวยเซียงรู้สึกไม่เห็นด้วย
“เราทำเพื่อเสด็จพี่หยางต้วนพวกเราเป็พี่น้องสายเืเดียวกันหากมันจะช่วยให้ฝ่าาทรงมีพระเมตตาต่อเสด็จพี่ของเราบ้าง เราก็ยอม” องค์หญิงเซียงเซียงตรัส
“ทรงพระทัยร้อนตัดสินพระทัยเร็วจนเกินไปเพคะการที่จะทำให้ฝ่าาทรงพอพระทัยหรือมีพระเมตตาต่อองค์ชายหยางต้วนนั้นมันขึ้นกับความประพฤติ ผลงาน และวีรกรรมขององค์ชายเองนะเพคะไม่มีใครช่วยองค์ชายได้หรอก” เหวยเซียงกล่าว
“เราตัดสินใจไปแล้วเปลี่ยนอะไรไม่ได้หรอก และเ้าก็ต้องติดตามเราไปอยู่แคว้นฝางด้วย” องค์หญิงตรัส
“แล้วเมื่อไหร่หรือเพคะ”เหวยเซียงกล่าว
“อีก 20 วัน” องค์หญิงตรัสสั้นๆ
ในใจของเหวยเซียงคิดว่า “พอดีเลย ข้าคงถอนพิษได้หมดแล้ว” แต่ปากได้กล่าวว่า “เพคะ หม่อมฉันจะติดตามพระองค์ไป”
“ดีมาก เหวยเซียงเราง่วงนอนแล้ว ไปนอนกันเถอะ” องค์หญิงตรัสพร้อมกับหาวนอน
“เอ่อ แต่หม่อมฉันต้องต้องไปพบท่านหมอซวนกู่เพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“เ้าเองก็เป็หมอไม่ใช่หรือทำไมต้องไปหาหมออีก” องค์หญิงทรงสงสัย
“ตัวหมอเองก็ป่วยได้นะเพคะและจำเป็ต้องมีหมอมาคอยรักษาเช่นกัน” เหวยเซียงกล่าว
“เ้าป่วยเป็อะไร”องค์หญิงทรงอยากรู้
“เป็โรคประจำตัวที่เป็ั้แ่กำเนิดเพคะ”เหวยเซียงจำต้องโกหก
“เอาเถอะถึงเ้าบอกรายละเอียดของโรค เราเองก็คงไม่รู้จักหรอก” องค์หญิงตรัส
“งั้นหม่อมฉันขอตัวนะเพคะหม่อมฉันจะรีบกลับมา” เหวยเซียงคิดว่าหากได้ยาแก้พิษแล้วคงได้กลับมาตำหนักนี้ทันที
“ตามสบายเถิดรักษาให้หายก็แล้วกัน เราไปนอนก่อนนะ”องค์หญิงเสด็จไปที่ห้องบรรทม
********************************
แทนที่เหวยเซียงจะไปพบองค์ชายหยางต้วนเพื่อไปรับยาแก้พิษตามที่ได้นัดหมายไว้แต่นางกลับเลือกที่จะไปหาหมอซวนกู่ เพื่อให้เขารักษาแทน นางคิดในใจ “หม่อมฉันไม่ยอมเป็ทาสของพระองค์ตลอดไปหรอกเพคะ องค์ชายหยางต้วน”
และแล้วยาพิษก็เริ่มออกฤทธิ์เหวยเซียงรู้สึกเวียนหัว อาการเหมือนบ้านหมุนแต่นางก็พยายามเดินไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงหน้าร้านหมอในเมืองจนได้ สักพักหญิงสาวก็เคาะประตู
“ท่านหมอ! ท่านหมอ! ช่วยข้าด้วย” เหวยเซียงเคาะประตูเสียงดัง
ท่านหมอซวนกู่เปิดประตูออกมาถาม“มีอะไร ทำไมมาดึกป่านนี้”
“ข้าถูก…อื้อ”
องค์ชายหยางต้วนปิดปากนางกำนัลและกล่าวว่า“นางมีอาการแพ้ท้องขอรับ”
“ท่านคือสามีของนางงั้นหรือ”ท่านหมอแปลกใจ
“ใช่ขอรับ ข้าขอตัวก่อนนางชอบดื้อไม่ยอมกินยาบำรุง พอมีอาการก็เลยมาหาหมอที่นี่ ต้องขออภัยที่รบกวนท่านตอนดึกดื่น”องค์ชายตรัสโดยปกปิดตัวตนที่แท้จริง
“ไม่เป็ไรมีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกได้ หรือว่าจะให้ข้าช่วยจัดยาบำรุงครรภ์ให้ล่ะ” ท่านหมอเสนอ
เหวยเซียงพยายามดึงมือที่ปิดปากนางออกและกล่าวว่า “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะท่านหมอ ข้าถูก…..อื้อ”
คราวนี้ปากของเหวยเซียงไม่ได้ถูกปิดด้วยมือแต่เป็ปากของใครบางคนนั่นคือนางถูกชายสูงศักดิ์จูบ
เหวยเซียงใสุดขีดที่นางกำลังจูบกับองค์ชายหยางต้วนในใจคิดว่า “เพียงเพื่อปกปิดความชั่วของพระองค์ที่วางยาพิษหม่อมฉันทรงยอมจุมพิตกับคนต่ำต้อยอย่างหม่อมฉันเลยหรือเพคะ”
“เอาล่ะในเมื่อท่านมารับฮูหยินของท่าน งั้นข้าขอตัวก่อน เดินทางดีๆล่ะ” ท่านหมอไม่อยากเป็ก้างขวางคอ
นั่นมันเป็จูบแรกในชีวิตของเหวยเซียงนางจึงใสุดขีดประกอบกับยาพิษได้ออกฤทธิ์แล้ว นางจึงสลบไป
“เหวยเซียงเหวยเซียง เ้าเป็อะไรไปน่ะ” องค์ชายหยางต้วนผู้ซึ่งเป็ผู้เ็ากับเื่รักๆใคร่ๆและไม่ได้รู้สึกอะไรกับรสจูบนั้น พระองค์ทรงอุ้มนางกำนัลไปที่สถานที่แห่งหนึ่ง
********************************
ณ กระท่อมกลางป่า
เหวยเซียงรู้สึกตัวตื่น พอเห็นคู่กรณีนางก็รีบลุกขึ้นนั่งพร้อมกับง้างมือเตรียมตบแต่พอนึกขึ้นได้ว่าชายตรงหน้าเป็ชายสูงศักดิ์ นางจึงชะงักค้าง พอตั้งสติได้ก็รีบวางมือลง
“ทรงทำแบบนั้นทำไมเพคะ”เหวยเซียงรู้สึกไม่พอใจ
“เราก็แค่ไม่้าให้ใครรู้เื่ของเราอีกอย่างเ้าไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรา เ้าจะคิดมากทำไม”องค์ชายตรัสโดยไร้ซึ่งความรู้สึก
“แน่นอนว่าหม่อมฉันไม่มีวันคิดหรือรู้สึกอะไรกับพระองค์แต่ถึงยังไงหม่อมฉันก็เป็ผู้หญิง แม้จะมีฐานะต่ำต้อยแค่ไหน พระองค์ก็ทรงไม่มีสิทธิ์ข่มเหงรังแกหม่อมฉันแบบนี้นะเพคะ”เหวยเซียงมีน้ำตาคลอ
“เอาล่ะ รีบทานยาซะเรามีอะไรให้เ้าทำ” องค์ชายทรงรีบเปลี่ยนเื่
เหวยเซียงจำต้องรับยาแก้พิษขององค์ชายหยางต้วนมาทานอย่างช่วยไม่ได้
“ยาพิษนั่นมาจากแคว้นอื่นหมอแคว้นฉีไม่รู้จักหรอก อย่าไปหาหมอให้เสียเวลาเลย อีก 19 วันเ้าก็หายแล้ว”องค์ชายตรัส
เหวยเซียงเม้มปากและถอนหายใจ “ก็ได้เพคะ แล้วหม่อมฉันต้องทำอะไรอีกเพคะ”
“ช่วยรักษาฮูหยินของข้านางถูกพิษ” พ่อเฒ่าปรากฏตัว
เหวยเซียงมองไปก็เห็นพ่อเฒ่าเดินเข้ามาในกระท่อม
“วันอื่นๆเราจะมอบยาถอนพิษให้ แต่มีข้อแม้ว่าเ้าจะต้องรักษาแม่เฒ่าให้หายเท่านั้น” องค์ชายตรัส
“ขอหม่อมฉันไปตรวจอาการก่อนเพคะ”เหวยเซียงเดินตามพ่อเฒ่าไปอีกกระท่อมหนึ่งโดยองค์ชายนั้นทรงรออยู่ที่นี่เพียงพระองค์เดียว
เนื่องจากระหว่างสองกระท่อมนั้นไกลกันพอสมควรท่านพ่อเฒ่าจึงชวนคุย
“เ้าหน้าแดงแบบนี้มีอะไรหรือเปล่า” ท่านพ่อเฒ่าทัก
เหวยเซียงนึกถึงจูบแรกของนางสักพักนางก็พยายามเลิกคิดและกล่าวว่า “ไม่มีอะไรหรอกเ้าค่ะ”
“มันคงเป็จูบแรกของเ้าสินะ”ท่านพ่อเฒ่ากล่าวยิ้มๆ
“ท่านรู้ได้ยังไง”เหวยเซียงใ
“ข้าคือหมอดูเทวดาหนานเจียงเป็ผู้หยั่งรู้ความคิดของผู้อื่นมาั้แ่เกิดแล้ว”
“ที่แท้ท่านก็เป็หมอดูเทวดาชื่อดังนี่เองแต่ท่านห้ามพูดเื่ของข้าต่อหน้าพระพักตร์ขององค์ชายเด็ดขาดพระองค์ทรงเป็ผู้อำมหิต ท่านอาจถูกทำร้ายได้”เหวยเซียงกลัวว่าองค์ชายทรงไม่พอพระทัย
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว พระองค์ทรงไม่ได้เป็ผู้เลวร้ายอะไรเพียงแต่ เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก” ท่านพ่อเฒ่าไม่กล้าพูดต่อเพราะรับปากกับองค์ชายไว้
“ท่านไม่ต้องพยายามพูดเกลี้ยกล่อมข้าหรอกยังไงข้าก็เชื่อเช่นนั้นไปแล้ว” เหวยเซียงเชื่อความคิดของตัวเอง
“เอาล่ะ ถึงแล้วฮูหยินของข้าอยู่ด้านใน” ท่านพ่อเฒ่ากล่าว
“ข้าจะรีบไปตรวจอาการเดี๋ยวนี้”เหวยเซียงเห็นแม่เฒ่ามีใบหน้าซีดเซียว
เหวยเซียงเข้าไปก็เห็นแม่เฒ่านอนหลับบนเตียงนางจับชีพจรและตรวจสภาพร่างกาย
“นางทานอะไรลงไปงั้นหรือ”เหวยเซียงอยากรู้
“นางทานน้ำชาที่ผสมยาพิษเข้าไปนี่ไงล่ะ” พ่อเฒ่าชี้ให้ดู
เหวยเซียงยกถ้วยน้ำชาที่มีน้ำชาเหลืออยู่เพียงเล็กน้อยขึ้นมาดมพร้อมกับนำเข็มเงินมาทดสอบ “จากกลิ่น ถ้าข้าเดาไม่ผิดมันคือพิษลืมตื่น”
“มันมีฤทธิ์ยังไง” ท่านพ่อเฒ่าสงสัย
“พิษของมันทำให้ง่วงนอนและหากนางนอนไปแล้ว จะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกเลย” เหวยเซียงกล่าว
“แล้วจะทำยังไงดีมียาแก้พิษหรือไม่” ท่านพ่อเฒ่ารู้สึกเป็ห่วงฮูหยินมาก
“ไม่มียาแก้พิษแต่มีหนทาง” เหวยเซียงกล่าว
“ทำยังไงล่ะ” ท่านพ่อเฒ่ารู้สึกมีความหวัง
“ห้ามนางนอนหลับไงล่ะ”เหวยเซียงกล่าวแบบกำปั้นทุบดิน แต่นั่นก็เป็หนทางเดียวจริงๆ
“ข้าจะปลุกให้นางมาฟังข้าร้องเพลง” ท่านพ่อเฒ่าเสนอ
เหวยเซียงจึงปลุกแม่เฒ่าให้มาฟังสามีร้องเพลงแต่พอฟังไปได้สักหน่อย แม่เฒ่าก็หาวฟอด แล้วกำลังจะหลับ
“ตื่นเถิดท่านแม่เฒ่า” เหวยเซียงพยายามเขย่าตัว
“ข้าง่วงเหลือเกิน”ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“นางชอบทำกิจกรรมอะไรที่ทำให้นางไม่ยอมหลับยอมนอนบ้างเ้าคะ”เหวยเซียงหันไปถามพ่อเฒ่า
“นางชอบเล่าเื่ในอดีตให้ฟังนางสามารถเล่าได้ทั้งคืนเลยนะ” ท่านพ่อเฒ่าเคยฟังมาแล้ว
“งั้นแม่เฒ่าเ้าคะแม่เฒ่าเล่าให้ข้าฟังบ้างจะได้มั้ย” เหวยเซียงพยายามอ้อนผู้าุโ
“ข้าจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ”ท่านแม่เฒ่านึกไม่ออก
“เอาเื่ที่ท่านจำได้แม่นที่สุดก็ได้เ้าค่ะ”เหวยเซียงกล่าว
“ไม่ได้การแล้วข้าจะไปทำพิธีต่อชะตาให้ฮูหยินของข้าก็แล้วกัน เ้าคอยฟังแม่เฒ่าเล่านะ” ท่านพ่อเฒ่ายอมพึ่งไสยศาสตร์
“เ้าค่ะ” เหวยเซียงคิดว่าทำพิธีไปมันก็ไม่ได้เสียหลาย
“เอาเื่อะไรดีล่ะข้าง่วงซะขนาดนี้ คงนึกอะไรไม่ออก” แม่เฒ่ากล่าว
“ดูท่านกับพ่อเฒ่ารักกันดีขนาดนี้เอาเื่ตอนที่พวกท่านจีบกันใหม่ๆ ดีมั้ยเ้าคะ”เหวยเซียงเสนอ
“จะดีหรืออ ข้าอาย”แม่เฒ่าหน้าแดง
“ตอนนี้ท่านพ่อเฒ่าก็อยู่ข้างนอกไปทำพิธีแล้วท่านไม่ต้องเขินหรอกเ้าค่ะ” เหวยเซียงกล่าว
“ก็ได้ เื่มีอยู่ว่า….”แม่เฒ่ายอมเล่า
“ข้ามีชื่อว่า หลินเซียะ เป็ลูกสาวชาวนา ข้าแอบหลงรักหมอดูเทวดาหนานเจียงมานานแล้วแต่ด้วยชื่อเสียงเรียงนามของเขาและความสามารถพิเศษในการอ่านใจผู้อื่นทำให้ข้ากลัวเขามาก ข้ากลัวเขารู้ความในใจของข้า ข้าก็เลยพยายามหลบหน้าหลบตาเขามาโดยตลอดโชคดีที่ในตอนนั้นหนานเจียงเป็คนโดดเด่น ดูสง่างาม ข้ามองแต่ไกลก็รู้ว่าเป็เขาข้าก็เลยสามารถหลบหน้าได้ทุกครั้ง”
“อ้าวถ้าอย่างนั้นพวกท่านจะเจอกันได้อย่างไรเ้าคะ” เหวยเซียงสงสัย
“อย่าเพิ่งขัดข้าสิเดี๋ยวก็ไม่เล่าต่อหรอก” แม่เฒ่ากล่าว
“เล่าต่อเถิดเ้าค่ะข้าไม่ขัดแล้ว” เหวยเซียงกล่าว
“ตอนนั้นข้ารู้สึกเศร้าใจมากข้ารู้สึกว่าเขาอยู่สูงเกินเอื้อมมีครั้งหนึ่งที่ข้าได้หลบอยู่หลังพุ่มไม้และได้เฝ้ามองดูชายที่ข้าหลงรักเดินออกจากหมู่บ้านไปเพราะคนในวังเรียกเขาไปพบเพื่อทำนายชะตาบ้านเมือง”แม่เฒ่ากล่าวเสียงเศร้า
“ท่านก็ดูงดงามหากท่านยอมพบและพูดคุยกับท่านหมอดูเทวดาสักครั้ง เขาเองก็ต้องชอบท่านมากเป็แน่”เหวยเซียงเห็นว่าท่านแม่เฒ่ามีเค้าโครงสวยน่าจะสวยมาั้แ่สาวๆแล้ว
“เ้ารู้มั้ยว่าเขามีความดีความชอบ เนื่องจากคำทำนายของเขาแม่นยิ่งกว่าตาเห็นดังนั้นฝ่าาในสมัยนั้นทรงพระราชทานองค์หญิงให้อภิเษกสมรสกับเขาด้วย” ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“เขายอมหรือเ้าคะ”เหวยเซียงคิดว่าถ้าเขายอม ป่านนี้ผู้าุโทั้งสองคงไม่ได้ลงเอยกัน
“ข้าไม่รู้ความคิดของเขาหรอกแต่เห็นในตอนนั้นเขาตอบฝ่าาไปว่า ขอคิดดูก่อนพะย่ะค่ะ” ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“จากนั้นเป็อย่างไรต่อหรือเ้าคะ”เหวยเซียงอยากรู้
“มีวันหนึ่งข้าได้รู้ข่าวที่เขากำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในวังและกำลังตัดสินใจยอมสมรสกับองค์หญิง ข้าอยากเห็นหน้าเขาเป็ครั้งสุดท้ายข้าก็เลยไปส่งในวันออกเดินทางของเขา และตอนนั้นข้าก็นึกขึ้นได้ว่าเขาสามารถอ่านใจคนได้ ข้าก็เลยพยายามท่องในใจว่า ไม่เอาไม่คิดข้าไม่ได้ชอบเขา ไม่ได้ชอบ ท่องไว้สิ ไม่ชอบระหว่างข้ากับเขาไม่มีทางเป็ไปได้หรอก”แม่เฒ่ามีอาการเขิน
“แล้วยังไงต่อหรือเ้าคะ”เหวยเซียงอยากรู้
“พลังความคิดข้ามันรุนแรงเกินไป เลยทำให้ท่านหมอดูได้ยินความคิดของข้าน่ะสิ”ท่านแม่เฒ่ากล่าว
“แล้วเขาก็” เหวยเซียงรอลุ้น
“เขาหันมายิ้มและกล่าวว่า นี่เ้าชอบข้ามากขนาดนั้นเลยงั้นหรือ” หมอดูเทวดากล่าว
“ข้าเปล่านะท่านเอาอะไรมาพูด” หลินเซียะหน้าแดงด้วยความเขิน
“ข้าเองก็ชอบเ้า และชอบมานานแล้ว ข้ารู้นะว่าเ้าชอบแอบดูข้าบ่อยๆแต่รู้มั้ย ถึงอย่างนั้นข้าก็สามารถได้ยินความคิดของเ้าทุกครั้ง” หมอดูพูดอวด
“เป็ความจริงหรือท่าน ท่านชอบข้าจริงๆงั้นหรือข้าไม่ได้ฝันไปใช่มั้ย” หลินเซียะพยายามหยิกตัวเอง
ท่านหมอดูกอดหญิงชาวบ้านต่อหน้าทุกคนในหมู่บ้าน
“ข้าจะปฏิเสธงานสมรสพระราชทานเพื่อเ้า” ท่านหมอดูกล่าว
“ท่านยอมทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์เพื่อข้าเนี่ยนะท่านสติดีหรือเปล่า” หลินเซียะไม่เชื่อหู
“บางทีการอยู่อย่างสมถะกับคนที่รักมันมีความสุขมากกว่าการใช้ชีวิตที่มีแต่การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่น ไม่ใช่หรือ” ท่านหมอดูกล่าว
“ท่านยอมแต่งงานกับข้าจริงหรือ”หลินเซียะถามย้ำ
“แน่นอนพวกเราจะต้องอยู่ด้วยกันจนแก่จนเฒ่าแน่ๆ” ท่านหมอดูทำนายเขารู้ั้แ่แรกแล้วว่าหลินเซียะคือเนื้อคู่ของเขา
หลินเซียะในยามเป็แม่เฒ่ายิ้มอย่างภูมิใจที่นางได้เป็คนรักของท่านหมอดูเทวดาแม้ว่าจะไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรแต่นางก็มีความสุขตามที่หมอดูท่านได้ทำนายไว้ในอดีต
“ท่านหมอดูเทวดาพูดเหมือนพ่อข้าเลย” เหวยเซียงนึกถึงคำพูดของท่านพ่อ
“ข้าทดสอบมาทั้งชีวิตแล้วจงเลือกทางสงบมากกว่าหนทางที่วุ่นวายเถิด” แม่เฒ่ากล่าว
“โห นี่เช้าแล้วงั้นหรือท่านเล่าเื่เก่งจริงๆ” เหวยเซียงเห็นแสงแดดยามเช้า
“ฮูหยินของข้ารอดแล้วใช่หรือไม่”ท่านพ่อเฒ่าเดินเข้ามาดู
“ใช่แล้วล่ะท่านหมอดูเอ้ยท่านพ่อเฒ่า” เหวยเซียงกล่าวยิ้มๆ
พ่อเฒ่าเข้าไปกอดฮูหยินอย่างดีใจที่นางได้รอดจากการถูกพิษแล้ว และหันไปหาหญิงสาวรุ่นหลาน “ขอบใจเ้ามากจริงๆท่านหมอเหวยเซียง” ท่านพ่อเฒ่ารู้สึกซึ้งใจ
“ข้าคงต้องกลับแล้ว”เหวยเซียงกล่าว
“ข้าไม่มีอัฐตอบแทนเ้างั้นข้าทำนายดวงให้เป็การตอบแทนก็แล้วกัน”ท่านหมอดูเทวดาเสนอ
“ไม่เป็ไรหรอกท่านข้าอยากลิขิตชีวิตของตัวเองมากกว่า” เหวยเซียงไม่เชื่อเื่ดวง
“คนหรือจะสู้ฟ้ากำหนดเอาล่ะยังไงข้าก็จะทำนาย ในภายภาคหน้าเ้าจะได้เป็ถึงพระชายา” ท่านหมอดูทำนายจากโหงวเฮ้งและจิตัั
“ท่านล้อข้าเล่นอีกแล้วนางกำนัลตำแหน่งเล็กๆอย่างข้าเนี่ยนะ” เหวยเซียงไม่เชื่อ
“แต่เ้าต้องเกิดใหม่น่ะ” ท่านหมอดูกล่าวและยิ้มเจื่อนๆ
“ข้าว่าแล้วข้าต้องเกิดใหม่จริงๆนั่นแหละ เพราะสภาพข้าในภพปัจจุบันคงไม่มีใครเลือกข้าอยู่แล้ว” เหวยเซียงรู้สึกปลงกับรูปลักษณ์ของตนเอง
“คอยดูต่อไปเถิดข้าทำนายได้เพียงเท่านี้เท่านั้น ลากันเพียงเท่านี้ ข้าไม่ส่งนะ” ท่านหมอดูเป็ห่วงฮูหยิน อยากไปดูอาการของนาง
“ท่านรีบกลับไปหาฮูหยินของท่านเถิดฮูหยินรักท่านมาก รู้มั้ยเื่ที่นางเล่าทั้งคืนล้วนแต่เป็เื่ของท่านทั้งสิ้น” เหวยเซียงกล่าวและรู้สึกชื่นชมในความรักของคนทั้งคู่
“ข้าก็รักนางมากเช่นกันขอบใจท่านหมอมากจริงๆ” ท่านหมอดูกล่าว
เหวยเซียงยิ้มให้กับความรักของคนทั้งคู่นางเองก็อิจฉาและคิดว่าตนคงไม่มีวันได้เจอคนที่รักนางมากเช่นนี้ดังนั้นนางจึงไม่ได้มุ่งไขว่คว้าหาความรัก สิ่งที่นาง้าคือการเป็หมอหลวงหญิงคนแรกของแคว้นฉี
“รีบกลับวังได้แล้ว” องค์ชายตรัส
“นี่พระองค์ทรงยังไม่กลับหรือเพคะ”เหวยเซียงใ
“ผู้าุโทั้งสองเป็ผู้มีพระคุณของเราเราต้องเห็นแม่เฒ่ารอดชีวิตเสียก่อน เราถึงจะยอมวางใจ” องค์ชายตรัส
“โชคดีที่แม่เฒ่าไม่ได้รับพิษรุนแรงเพคะผู้วางยาน่าจะแค่ข่มขู่เสียมากกว่า” เหวยเซียงกล่าว
“แม่เฒ่าแย่งถ้วยน้ำชาของพ่อเฒ่ามาดื่มถ้วยน้ำชานั่นมันเป็ของ…” องค์ชายทรงไม่้าตรัสต่อ
“เป็ของใครเพคะ” เหวยเซียงกลับอยากรู้
“ไม่มีอะไรหรอกรีบกลับตำหนักองค์หญิงได้แล้ว” องค์ชายตรัสเปลี่ยนเื่
“เอ่อองค์หญิงเซียงเซียงทรงรักพระองค์มากพระนางจึงยอมสมัครพระทัยไปอภิเษกกับฝ่าาแคว้นฝางเพคะ” เหวยเซียงฟ้อง
“เ้าว่าไงนะ” องค์ชายทรงตกพระทัย
“พระนางทรง้าให้ฝ่าาแคว้นฉีทรงเอ่อ ทรงมีพระเมตตาต่อพระองค์บ้างเพคะ” เหวยเซียงกล่าว
“ไม่ว่าทำยังไงฝ่าาทรงไม่มีวันมีพระเมตตาต่อเราหรอก ช่างเถิด รีบกลับไปนอนได้แล้ว บอกองค์หญิงว่าเ้าไม่สบายก็แล้วกันเ้าจะได้มีเวลานอนพัก คืนนี้พวกเราต้องเจอกันอีก” องค์ชายทรงนัดหมาย
“ทรงมอบยาแก้ให้หม่อมฉันเลยไม่ได้หรือเพคะทำไมต้องให้หม่อมฉันพบพระองค์ทุกวันด้วยล่ะเพคะ” เหวยเซียงไม่เข้าใจ
“อย่าเข้าใจผิดคิดว่าเราชอบเ้าเราแค่้ารู้ข่าวจากเ้าเท่านั้น” องค์ชายตรัสอย่างเ็า
“ที่ส่งหม่อมฉันไปตำหนักองค์หญิงเพื่อให้หม่อมฉันสอดแนมหาข่าวหรือเพคะ” เหวยเซียงสงสัย
“จะว่าอย่างนั้นก็ได้และเื่จูบอะไรนั่น อย่าเก็บไปฝันหวานล่ะ เราทำแค่ตบตาท่านหมอเท่านั้น” องค์ชายตรัส
“หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”เหวยเซียงคิดในใจว่า “อุตส่าห์ลืมไปแล้ว พระองค์ก็ยังตรัสย้ำเตือนขึ้นมาอีกดีที่องค์ชายไม่ได้มีความสามารถพิเศษอ่านใจได้เหมือนท่านหมอดูเทวดา”