อวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต

    บทที่ 43 คำสัญญาของธนาวินทร์

    ดาริกาที่ตกใจอย่างมากเพราะอยู่ๆ เพนนีก็ถูกเธอแทง ซ้ำอาการก็ยังดูไม่ดีด้วย ไม่รู้ป่านนี้เธอจะเป็นยังไง ดาริกาได้แต่ภาวนาให้เพนนีมีชีวิตรอด ดาริกาจึงโยนมีดทิ้งไว้ที่ห้องรับแขกและวิ่งหนีมาด้วยความตกใจจนกระทั่งมาหยุดชะงักเพราะคุณหญิงเฟื่องทองยืนขวางหน้าอยู่


    คุณหญิงเฟื่องทองเองก็ตะลึงที่เจอดาริกาสภาพนี้


    "หนูดา เป็นอะไรลูก ทำไมตัวหนูถึงมีเลือดด้วย ไปโดนอะไรมาค่อยๆ บอกป้านะลูก" คุณหญิงเฟื่องทองค่อยๆ ตะล่อมดาริกาให้ใจเย็นลงแม้ตัวของเธอจะรู้สึกตกใจมากก็ตาม


    ดาริกาละล่ำละลัก ไม่กล้าพูด เหมือนน้ำท่วมปาก เมื่อนึกหนทางรอดได้จึงบอกไป


    "คุณป้าคะ เมื่อกี้ดาด้าลงไปข้างล่างแล้วดาด้ากำลังจะขึ้นบันไดมาที่ห้องค่ะ แต่ระหว่างทางเจอคุณเพนนีเข้า ไม่รู้ว่ายังไงเธออาจไม่พอใจดาด้าจึงขวางไม่ให้ดาด้าขึ้นมา ตรงทางบันไดมีแจกันค่ะ ดาด้าเลยพยายามขว้างไปหาเธอ แต่ดาด้าขว้างไม่โดนเธอจริงๆ นะคะ แต่ไม่รู้ยังไง กลายเป็นว่า เศษแจกันที่ปาไปมันแตก แล้วคุณเพนนีเธอเลยหยิบส่วนที่แหลมมาขู่ดาด้าค่ะ บอกให้ดาด้าย้ายออกไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้นเธอจะเชือดไก่ให้ลิงดู คุณป้ารู้ใช่มั้ยคะว่าไก่และลิงที่เธอหมายถึงคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากดาด้าและคุณป้า พอได้โอกาสสิ่งหนี ดาด้าก็เลยวิ่งค่ะ แต่คุณเพนนีเธอไม่ยอม เลยหยุดยื้อกันตรงบันไดไปสักพัก สุดท้ายคุณเพนนีเธอโดนเศษแจกันที่เธอหยิบมาแทงโดยหน้าอกตัวเองแล้วล้มลงบันไดไปค่ะ อาการเธอดูไม่ดีเลยค่ะ"


    ดาริกาแสร้งร้องไห้ด้วยความตกใจ ความเป็นจริงกับสิ่งที่ดาริกาเล่ากลับกลายเป็นคนละด้าน แต่คุณหญิงเฟื่องทองถึงจะติดใจสงสัยว่าพนิตพรก็ไม่ได้ดูเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น แต่ดาริกาก็ไม่ใช่คนขี้โกหก ดังนั้นในสายตาเธอ เรื่องที่ดาริกาเล่าจึงมีความเป็นไปได้ พนิตพรอาจหึงหวงธนาวินทร์และกลัวโดนแย่งความรักจนหน้ามืด เธอเลยกล้าทำเหตุการณ์ดังกล่าว คุณหญิงเฟื่องทองจึงปลอบและลูบหัวดาริกาด้วยความสงสาร


    "ใจเย็นๆ นะลูก ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีอะไรมากแล้ว คุณพนิตพรเธอก็คงไม่เป็นอะไรมาก หนูดาอยู่คนเดียวตอนนี้คงจะกลัว หนูมาอยู่กับป้าก่อนแล้วกัน"


    "แต่คุณเพนนีเธอเสียเลือดมากเลยนะคะ คุณป้าคะดาด้าจะกลายเป็นฆาตกรมั้ยคะ"


    "ไม่หรอกลูก หนูดาไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างเป็นอุบัติเหตุ เอาเป็นว่าตอนนี้หนูดาหลบอยู่ในห้องของป้าก่อนแล้วกัน อย่าเพิ่งออกไป มีใครเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ยืนยันได้ว่ามันไม่เกี่ยวกับหนูดา"


    "ขอบคุณคุณป้ามากนะคะ ถ้าไม่มีคุณป้าดาด้าต้องแย่แน่ๆ เลยค่ะ" 


    "ไปอาบน้ำในห้องน้ำของป้าก่อนนะลูก แล้วเอาชุดป้ามาใส่ มานั่งพักนอนพักตรงโซฟานี้" คุณหญิงเฟื่องทองชี้ไปที่โซฟาภายในห้องนอนของเธอ 


    "ค่ะคุณป้า" ดาริกาจึงทำตามที่คุณหญิงเฟื่องทองพูดแบบว่าง่าย


    ดาริกาไม่รู้เลยว่ามีดที่เธอทิ้งหลักฐานไว้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นความทุกข์ในชีวิตของเธอ


    ในห้องรับแขกที่จัดงานเลี้ยงข้างล่าง


    "รถพยาบาลมารึยัง ตาธัน" ธนาวินทร์พูดด้วยความร้อนใจ


    "เห็นว่ารถพยาบาลกำลังมาใกล้ถึงแล้วครับ"


    "ย้ายไปเองก่อนดีมั้ยคะ" อรสินีพูดขึ้น


    "ไม่ได้หรอกครับน้องอ้อน คนเจ็บแบบคุณพี่เพนนี โดนของมีคม ดูท่าว่าเป็นมีดแทงมาแบบนี้ เคลื่อนย้ายไปอาจจะไปกระทบส่วนไหนเข้าอีก เรารอรถพยาบาลดีกว่าครับ" ธนินทร์เป็นผู้ตอบ


    โชคดีที่ว่าผู้ชายบ้านคุณหญิงเฟื่องทองแต่ละคนได้รับการเรียนรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เมื่อเห็นเพนนีจะหมดสติ พันรบจึงอาสาเป็นคนทำหน้าที่ปั๊มหัวใจของเพนนีเอง เพราะธนาวินทร์ก็ไม่มีสติที่เต็มร้อย ส่วนธนินทร์ก็วุ่นวายกับการประสานงานรถพยาบาล คุณสร้อยสิรินทร์ คุณเอมิกา และอรสินี ก็ได้แต่เอาใจช่วย ส่วนภาสพงษ์ยืนนิ่งด้วยความตกใจ


    "พันรบได้มั้ย"


    "ผมปั๊มหัวใจคุณเพนนีมาสักระยะแล้วครับคุณธัน ตอนนี้เธอหมดสติ แต่ผมฟังเสียงแล้วหัวใจเธอยังเต้นอยู่"


    "พี่เพนนีโดนแทงแล้วเธอมาปั๊มหัวใจแบบนี้จะเป็นอะไรมั้ยคะ"


    "ดูท่าเธอโดนแทงจากข้างหลังนะครับ บาดแผลเลยไม่ได้มีตรงด้านหน้า ตอนนี้ถ้าช่วยให้เธอไม่หัวใจหยุดเต้นได้ เราก็ต้องช่วยครับ ไม่งั้นกว่าจะถึงมือหมออาการเธอแย่แน่"

     

    "คุณพระคุณเจ้าคะ สาธุ ขอให้หนูเพนนีปลอดภัยด้วยเถอะ" คุณสร้อยสิรินทร์กล่าว


    "ขอให้หนูเพนนีเธอไม่เป็นอะไรด้วย แล้วนี่มันอะไรกันทำไมอยู่ๆ เธอก็โดนแทงมันเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครรู้เลยหรือยังไงกัน" คุณเอมิกากล่าว


    "คุณป้าสิรินทร์ คุณป้าเอมคะ หรือบ้านนี้จะมีโจรแอบเข้ามา" อรสินีถาม


    "ป้ามั่นใจว่าไม่ใช่โจรแน่หนูอ้อน เพราะบ้านของท่านนายพลไม่มีใครกล้าหยามถิ่นของท่าน จะมีคนร้ายก็คงเป็นคนในบ้าน" คุณเอมิกากล่าว


    ธนินทร์บอก "เอาอย่างงี้แล้วกันนะครับ เดี๋ยวให้รถพยาบาลมาถึงพวกเราช่วยคุณพี่เพนนีให้รอดปลอดภัย เรามาสืบหาความจริงเรื่องนี้กันทีหลัง อ้าว! พี่ภาส มายืนตรงนี้ด้วยกันเถอะครับ พี่ภาสหน้าซีดหมดแล้ว ไม่ต้องห่วงครับ ยังไงพี่เพนนีก็ต้องรอด"


    "ขอบคุณครับคุณธัน" ภาสพงษ์เองก็ขวัญเสียไม่ใช่น้อย ที่ชายหนุ่มตกใจเพราะชาตินี้ที่เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ ชายหนุ่มไม่ได้ยืนอยู่ข้างเพนนี ปกติเมื่อเพนนีตาย ชายหนุ่มจะหัวใจวายตายตามไปในทันที แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว ภาสพงษ์ยังยืนอยู่เป็นปกติ หัวใจก็ไม่ได้วายตาม จึงหันไปมองอวี๋เฟิงฟ่ง เธอบอกกับเขาว่า


    "ถงฝู ข้าว่าเป็นเพราะแหวนที่ข้าสวมให้เฟยเฟย เหตุการณ์จึงได้แปรเปลี่ยนไปเช่นนี้"


    ภาสพงษ์จึงร้องอ๋อกับตัวเองเลยว่า "ใช่แล้ว ไม่มีผิด แหวนของคุณเพนนีที่ได้มาวงนี้ มีอะไรไม่ปกติแน่"


    เอาล่ะ อย่างน้อยเขาได้มีชีวิตอยู่ เขาก็จะสืบหาที่มาของแหวนและคนทำร้ายคุณเพนนีให้เจอ ส่วนคุณเพนนีชายหนุ่มก็ได้แต่หวังว่า เจ้านายสาวคนจะได้ไปอยู่อีกชาติภพตามที่เธอสัญญาไว้กับอวี๋เฟิงฟ่ง

    เมื่อรถพยาบาลมาถึง การนำพาเพนนีไปโรงพยาบาลก็เป็นขั้นตอนที่รีบปฏิบัติในทันที หมอทำการช่วยเหลือเพนนีไว้ได้ทัน ทำให้โชคดีที่หญิงสาวไม่เสียชีวิตและยังคงร่างเดิมไว้ได้อยู่ แต่โชคร้ายคือ ชาตินี้เพนนีกลับกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทุกคนต่างตกใจทำอะไรไม่ถูก งานขอแต่งงานกลับเปลี่ยนไปทุกคนต่างเศร้าใจเป็นอย่างมาก


    ภาสพงษ์และอวี๋เฟิงฟ่งที่ตามโรงพยาบาลก็ได้ยินว่าเพนนีกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ทำให้เขารู้สึกได้ว่า เพราะเพนนีไม่ได้อยู่ในร่าง ร่างที่หญิงสาวเป็นเจ้าของก็คงรอวันที่เพนนีจะกลับมาใช้ชีวิตในโลกนี้อีกครั้ง


    ธนาวินทร์ที่ตั้งสติได้หลังจากเพนนีรอดชีวิต จึงตั้งปณิธานกับตัวเองและบอกกระซิบที่ข้างหูเพนนีว่า


    "เพนนี คุณไม่ต้องกลัวนะครับ ผมจะยอมเอาชีวิตผมเข้าแลก ผมจะสืบให้รู้ความจริงให้ได้ ว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้นกับคุณ ผมไม่ปล่อยคนผิดให้ลอยนวลแน่ ผมจะไม่มีวันยอม และผมจะรอ รอวันที่คุณฟื้น เราจะมาใช้ชีวิตตอนแต่งงานด้วยกัน ผมขอสัญญากับเพนนีครับ"

    คล้ายกับเรื่องอวี๋เฟิงเฟย หญิงกล้าเหนือชะตาลิขิต ที่คุณอ่าน