“ข้ารู้แล้ว”อวิ๋นจือรีบปาดน้ำตาให้แห้ง ฝืนประคองตัวลุกขึ้นนั่ง
ชิวฮว่าเตรียมช่วยนางสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงอยู่หน่อยๆ จูฉุนอี้ก็เดินเข้ามารวดเร็วดั่งสายลมใบไม้ผลิ
รูปพรรณสัณฐานจูฉุนอี้สูงใหญ่ โครงหน้าหล่อเหลาเอาการทุกลีลาย่างก้าวล้วนงามสง่าและเงียบสงบ แม้นล่วงเลยวัยสามสิบมาแล้วแต่กลับดูละม้ายคล้ายว่าอายุยังไม่เกินยี่สิบสี่ยี่สิบห้า เป็หนุ่มรูปงามผู้เลื่องลือในเมืองเจี้ยนผิง
ผู้คนในเมืองเจี้ยนผิงต่างยกย่องเขาว่าเป็บุรุษรูปงามแต่ไม่เ้าชู้ลุ่มหลงในรักแต่ไม่สำส่อน ไม่ว่าจะคุณหนูวัยเพิ่งบรรลุนิติภาวะหรือฮูหยินที่ออกเหย้าออกเรือนไปแล้วก็ล้วนต่างพากันอิจฉาอวิ๋นจือที่มีสามีผู้ปักใจรักนางแต่เพียงผู้เดียว
อวิ๋นจือเผยอยิ้มเ็าในใจด้วยความปลง
“ฮูหยินเหตุไฉนยังไม่นอนอีก” จูฉุนอี้ถอดเสื้อคลุมฉังเผา[1]สีกรมท่าครั้นเห็นสีหน้าอวิ๋นจือซีดเผือด นั่งอยู่ริมตั่ง ข้อนิ้วดั่งปล้องไผ่บนมือลูบไล้พวงแก้มนางอย่างนุ่มนวล“พักผ่อนให้เต็มที่เถิด ไว้รอจนเ้าหายดีพวกเราค่อยมีลูกกันอีก”
ลู่อวิ๋นจือเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงเล็กน้อยเอ่ยวาจาเ็าว่า “ข้ามีเื่อยากจะปรึกษากับท่านโหวสักหน่อยเ้าค่ะ”
นางสงสัยจริงๆ ว่าที่แท้งบุตรครานี้ มีใครบางคนเจตนาให้เป็ไปหรือไม่ฮูหยินผู้เฒ่าดูแคลนนางมาตลอด นอกจากชิวฮว่าแล้ว ข้ารับใช้แต่ละคนในจวนโหวแห่งนี้ล้วนนินทาชาติกำเนิดต่ำต้อยของนางลับหลังกันทั้งนั้น
จูฉุนอี้เห็นนางปฏิบัติกับตนอย่างเมินเฉยถึงเพียงนี้ก็ผิดหวัง“จือจือ เ้ากับข้าเป็สามีภรรยากัน มีอะไรก็พูดมาตรงๆ เถิด”
ลู่อวิ๋นจือพูดตรงไปตรงมามิได้ปิดบังสักนิดว่า“จินสั่วและปี้อู๋เคยเป็นางบำเรอของท่าน นับั้แ่เราแต่งงานกัน ท่านก็ย้ายพวกนางไปปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าตอนนี้เมื่อมาคิดดูแล้ว ตอนนั้นข้าน่าจะเกลี้ยกล่อมให้ท่านรับพวกนางเข้าเรือนเป็อนุเสียยังดีที่ตอนนี้ก็ยังไม่สายเกินไป ฉะนั้นเพื่อจวนเว่ยเหวินโหว เพื่อลูกหลานสกุลจู ท่านโหวโปรดจงรับปากคำร้องขอนี้ของข้าด้วยเถิดข้าคิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าก็คงจะเห็นด้วยกับการที่ข้าทำเช่นนี้เป็แน่”
จูฉุนอี้มองลู่อวิ๋นจือด้วยแววตาสับสนเล็กน้อย“จือจือ หรือว่าเ้าลืมคำมั่นสัญญาของเราแล้วหรือ”
“เกรงว่าคนที่ลืมจะเป็ท่านนั่นแหละจูฉุนอี้! ที่ท่านทรยศคำสัญญาข้าไม่ถือโทษโกรธ แต่เหตุไฉนท่านกับจิ่นผินถึง...”นางเสียงสะอื้น ฝืนกลั้นน้ำตาที่คลอเบ้าให้ไหลกลับ
จูฉุนอี้ใสะท้านไปทั้งร่าง เขาซ่อนความประหวั่นพรั่นพรึงบนหน้าได้เป็อย่างดีแสร้งพูดว่า “ไร้สาระ! อ้ายอีชั้นต่ำที่ไหนมันปากมากงั้นรึ?! ใช่ชิวฮว่าหรือไม่!นางบ่าวนั่นช่างยุแยงตะแคงรั่วเก่งเสียจริง ไม่ช้าก็เร็วข้าจักให้นางเก็บข้าวของแล้วจากไปเสีย!” เดิมทีเขาเคยสั่งกำชับบ่าวไพร่ในเรือนไว้เข้มงวดแล้วบ่าวไพร่เ่าั้คงไม่มีทางว่าร้ายเขาต่อหน้าลู่อวิ๋นจือเป็แน่ ทว่าชิวฮว่าเป็บ่าวรับใช้ประจำกายครั้นแต่งเข้ามาของอวิ๋นจือต้องเป็นางที่ปากพล่อยแน่ๆ!
ฝ่ามือจูฉุนอี้ที่ไพล่หลังกำหมัดแน่น
“ท่านอย่าปรักปรำคนดีๆ มั่วซั่วหรือสิ่งที่ข้าเห็นเองกับตายังเป็เื่เท็จได้อีกงั้นหรือหรือว่าดวงตาของข้าสร้างเื่หลอกลวงตัวเองได้งั้นรึ”ลู่อวิ๋นจือจับจ้องเขาอย่างเย้ยหยัน มิหนำซ้ำยังพูดแทงใจดำอีก
ท่วงท่าเกรี้ยวกราดของจูฉุนอี้ผันเปลี่ยนเป็สงบเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งในทันใด“ในเมื่อเ้ารู้แล้ว งั้นก็มิจำเป็ต้องปิดบังอีกต่อไป จินสั่วและปี้อู๋ข้าให้เงินแล้วไล่พวกนางออกจากจวนไปได้ แต่สำหรับจิ่นผินข้าต้องรับนางเข้ามา” ใบหน้าหล่อเหล่าซ่อนความรู้สึกผิดที่มีอยู่น้อยนิดเปล่งวาจาด้วยสุ้มเสียงที่อ่อนโยนอยู่หลายส่วน “จือจือเอ๋ยข้าแค่อยากให้เ้ามีเพื่อนร่วมจวนสักคน จิ่นผินเป็น้องสาวของเ้าข้าเชื่อว่าพวกเ้าจะรักใคร่กลมเกลียวกันได้เป็อย่างดี”
เ้าบุรุษจอมปลอมน่าเกรงขามคนนี้นี่! เขายังจะหาเหตุผลน่าสมเพชให้ตัวเองอีก!
ลู่อวิ๋นจือเ็ปหัวใจด้วยความผิดหวังน้ำเสียงก็ยิ่งจริงจังเพิ่มหลายส่วน “ท่านโหวอย่าลืมนะว่าจิ่นผินได้หมั้นหมายกับเว่ยจ้งซึ่งเป็หลานปู่ของเว่ยกั๋วกง ทั้งยังเป็หลานของฮองเฮาองค์ปัจจุบัน จิ่นผินตบแต่งไปก็ได้เสวยสุขท่านทำลายนางเช่นนี้ ในภายภาคหน้านางจะยังตบแต่งกับใครได้อีกเล่า”
จูฉุนอี้นิ่งเงียบชั่วครู่ พลันกล่าวด้วยความเดือดดาลว่า“จะให้จิ่นผินแต่งเข้าไปทนทุกข์ทรมานไม่ได้”
อวิ๋นจือจับจ้องเขาอย่างเ็าหัวใจคล้ายถูกดาบคมกริบกะซวกแทงเป็แผลลึก ทันใดนั้นก็ขย้ำผ้าเช็ดหน้าในมือแอบกัดฟันพูดว่า“นางจะยอมทิ้งซื่อจื่อ[2]ผู้สูงศักดิ์มิเป็ฮูหยิน หนีมาเป็อนุน้อยในจวนเว่ยเหวินโหวของท่านงั้นหรือ ต่อให้นางไม่รู้จักคิดแต่มารดาเลี้ยงข้าก็ไม่มีทางเลอะเลือนตามนางหรอก! ข้าว่าท่านรีบๆ รับจินสั่วกับปี้อู๋เข้ามาแล้วล้มเลิกความคิดนั้นให้เร็วที่สุดจะดีกว่า!” โต้วสือสยาเป็คนเช่นไรลู่อวิ๋นจือรู้กระจ่างชัดดุจฝ่ามือ ผู้หญิงคนนั้นหาก้าสิ่งใดแล้วก็จะยึดมั่นถือมั่นจะยอมตกปากรับคำให้จิ่นผินเข้ามาเป็อนุได้อย่างไรซ้ำยังเป็อนุที่ต่ำต้อยด้อยชั้นกว่านางเสียอีก
นางอยากจะใช้คืนวันของตนเองกับจูฉุนอี้อย่างสงบสุขเหตุไฉนมารดาเลี้ยงอย่างโต้วสือสยาถึงมักไม่ยอมปล่อยให้นางได้มีชีวิตที่ดีกันเล่า
ครั้นจูฉุนอี้ฟังจบ โทสะค่อยๆ ลุกทะยานขึ้นกล่าวด้วยความไม่พอใจว่า “ลู่อวิ๋นจือ คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าจะใจจืดใจดำเยี่ยงนี้! แม้ว่าเ้ากับจิ่นผินจะต่างมารดากัน แต่ดีร้ายเช่นไรก็ล้วนหล่อเลี้ยงด้วยเืในกายของบิดาเ้าอู่อันโหวเ้าจะนิ่งดูดายมองน้องสาวะโลงเพลิงนรกงั้นหรือ?!”
“เช่นนั้นเพื่อที่จะช่วยนางท่านถึงได้ทำเื่สกปรกโสโครกกับนางอย่างงั้นหรือสวมเปลือกนอกเช่นผู้ดีแต่ทำเื่ต่ำช้าเยี่ยงนั้น พวกท่านช่างทำให้ข้าขยะแขยงเสียจริง...”
เพี้ยะ!!
ลู่อวิ๋นจือหมอบอยู่บนเตียงกุมใบหน้าที่ปวดแสบปวดร้อน หัวใจหลั่งเื ฝ่ามือเรียวบางค่อยๆ กำผ้าห่มทอมือบนเตียงอย่างแค้นเคือง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] เสื้อคลุมชั้นนอกที่ยาวลงมาจนถึงข้อเท้า
[2] ซื่อจื่อ รัฐทายาท เป็คำเรียกบุตรชายผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ต่อจากบิดา