จารึกที่ 525 : รุ่งอรุณแห่งความโกลาหล : แสงสว่างที่ปลุกกิเลส
รอยแตกร้าวเล็กๆ บนลูกแก้วสีทองคำ มิได้ขยายวงกว้างจนทำให้มันแหลกสลาย ทว่าคลื่นเสียงอันแหบพร่าและเยือกเย็นที่สะท้อนออกมาจากภายใน กลับฝังลึกลงไปในจิตวิญญาณของอาเจียประดุจเข็มพิษที่ตอกย้ำลงบนกระดูก
'ความวิบัติที่แท้จริง... ไม่ได้อยู่นอกจักรวาล ทว่ามันซ่อนอยู่ในกิเลสของสรรพชีวิตที่เจ้าเพิ่งมอบอิสรภาพให้'
อาเจียกำลูกแก้วสีทองคำไว้ในมือแน่น นัยน์ตาสูญตาทอดมองลงไปยังศูนย์กลางการค้าหมื่นภพ และซากกองเรือรบสีชาดที่ลอยเคว้งคว้างอยู่เบื้องล่าง ความสงบสุขที่ควรจะหอมหวาน กลับเจือปนด้วยกลิ่นอายของพายุคาวเลือดที่กำลังจะก่อตัว
"อาเจีย... เป็นอันใดไป หรือว่าสวรรค์ต้นกำเนิดมันยังไม่ตาย" ฉินมู่หลางสังเกตเห็นสีหน้าที่เคร่งเครียดของสหาย จึงรีบก้าวเข้ามาถาม
"มันตายไปแล้วในฐานะผู้ควบคุม... ทว่าในฐานะผู้เฝ้ามอง มันกำลังหัวเราะเยาะพวกเราอยู่" อาเจียถอนหายใจยาว ชายหนุ่มเก็บลูกแก้วสีทองคำลงในแหวนมิติ ก่อนจะหันมาหามิตรสหาย "การกดขี่ของสวรรค์ ทำให้ผู้ฝึกตนในหมื่นภพคุ้นชินกับการถูกตีกรอบ บัดนี้กรงขังถูกเปิดออกแล้ว... สัตว์ร้ายที่หิวโหยย่อมเตลิดออกไปกัดกินกันเอง"
มู่เฉินพยักหน้าอย่างช้าๆ ชายชราผู้ผ่านโลกมามากย่อมเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี "เมื่อปราศจาก 'เพดาน' คอยกดทับ ผู้ที่เคยอ่อนแอจะก้าวกระโดด ทว่าหากวิถีเต๋าและสติปัญญาของพวกเขายังไม่เติบโตตามพลัง... ความมั่งคั่งและอำนาจที่ไร้ขอบเขต จะแปรเปลี่ยนเป็นยาพิษที่ร้ายแรงที่สุด"
"หากเป็นเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ เจ้านาย" องค์หญิงน้อยที่ลอยอยู่เหนือพู่กัน เอ่ยถามด้วยความกังวล "เราจะปล่อยให้พวกเขาฆ่ากันเองงั้นหรือ"
"วิถีแห่งอักขระ คือการชี้นำ มิใช่การบังคับ" อาเจียตอบเสียงเด็ดขาด "ข้าจะไม่ใช้วิธีของสวรรค์เก่า ที่คอยลงทัณฑ์ผู้ที่คิดต่าง ทว่าข้าจะมอบ 'แสงสว่าง' ให้พวกเขาได้มองเห็นเส้นทาง... ส่วนจะเลือกเดินไปสู่ความเจริญหรือความพินาศ นั่นคือบททดสอบของพวกเขาเอง"
ชายหนุ่มทะยานร่างขึ้นสู่จุดสูงสุดของศูนย์กลางการค้าหมื่นภพ ลอยตัวอยู่เหนือแกนดาวเคราะห์สีทองอร่าม ที่บัดนี้ไร้ซึ่งการปกป้องจากสมาพันธ์การค้า
อาเจียล้วงเอา 'ลูกแก้วเจตจำนงสวรรค์' (ที่ถูกผนึก) ออกมาอีกครั้ง!
"ในเมื่อสวรรค์เก่าทิ้งหน้าที่ค้ำยัน... ข้าก็จะขอใช้เศษซากของพวกมัน เป็นตะเกียงส่องสว่างให้แก่ฟ้าใหม่ของข้า!"
อาเจียตวัดพู่กันแห่งเจตจำนง ขีดเขียนอักขระ 'แกนกลาง' (枢) และ 'รุ่งอรุณ' (曙) ประทับลงบนลูกแก้วสีทองคำ!
"จารึกรังสรรค์... จุดประกายสัจธรรม ดวงอาทิตย์แห่งหมื่นอักขระ!"
ชายหนุ่มโยนลูกแก้วสีทองคำขึ้นสู่เบื้องบน!
วูบ!
ลูกแก้วที่เคยอัดแน่นด้วยตรรกะอันเยือกเย็น พลันระเบิดแสงสว่างจ้าออกมากระจายไปทั่วพหุจักรวาลชั้นล่าง! มันมิใช่แสงที่แผดเผา หรือแสงแห่งการพิพากษา ทว่ามันคือ 'แสงแห่งชีวิต' ที่อบอุ่นและยืดหยุ่น!
ดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ได้ถือกำเนิดขึ้นแล้ว! มันทำหน้าที่ค้ำยันกฎแห่งแรงโน้มถ่วง กฎแห่งเวลา และความเสถียรของมิติ แทนที่สวรรค์ต้นกำเนิด ทว่ามัน 'ละทิ้ง' กฎแห่งการลงทัณฑ์ไปอย่างสิ้นเชิง
แสงสว่างนี้สาดส่องไปถึงทุกซอกทุกมุมของหมื่นภพ แม้แต่ดวงดาวที่อยู่สุดขอบจักรวาล ซึ่งเคยหนาวเหน็บและมืดมิด ก็ยังได้รับความอบอุ่นนี้
ณ ยอดเขาหมึกบรรพกาล... เหล่าศิษย์สำนักและทูตพิพากษาที่ยอมจำนน ต่างเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า แสงแดดสีทองประกายรุ้ง สาดส่องลงมากระทบใบหน้าของพวกเขา ความรู้สึกของ 'เพดาน' ที่เคยกดทับตันเถียนมาเนิ่นนาน พลันมลายหายไปในพริบตา!
ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่ม ทะลวงขั้นสู่วิญญาณก่อตั้ง!
ผู้ฝึกตนระดับแก่นแท้วิญญาณ ทะลวงขั้นสู่วิถีเชื่อมต่อ!
ปรากฏการณ์ 'การก้าวกระโดดของพลัง' (Power Surge) เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งจักรวาล!
"โอ้... ข้าบรรลุแล้ว! ข้าบรรลุแล้ว!" เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังก้องไปทุกดวงดาว
ทว่า... รอยยิ้มของอาเจียที่ลอยอยู่เหนือศูนย์กลางการค้า กลับค่อยๆ จางหายไป เมื่อเขาทอดสายตามองลึกลงไปในแสงสว่างนั้น
คำเตือนของสวรรค์ต้นกำเนิด เริ่มแสดงผลเร็วกว่าที่คิด!
เมื่อพลังเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน โดยที่สติปัญญาและวิถีเต๋ายังไม่พร้อม... กิเลสที่ซุกซ่อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ก็ถูกขยายขนาดขึ้นตามไปด้วย!
"พลังระดับนี้... ข้าไม่จำเป็นต้องเป็นทาสรับใช้สำนักอีกต่อไปแล้ว! ข้าจะเป็นจ้าวแห่งดวงดาวดวงนี้!" เสียงตะโกนอย่างบ้าคลั่ง ดังมาจากดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่ห่างไกล
แสงสว่างของดวงอาทิตย์ดวงใหม่ ส่องให้เห็นภาพการก่อกบฏ การแย่งชิง และการสังหารหมู่ที่ปะทุขึ้นในหลายสิบดวงดาวพร้อมกัน! ผู้ที่เคยถูกกดขี่ บัดนี้หันอาวุธเข้าหาผู้ปกครองเดิม และในขณะเดียวกัน ผู้ที่เคยกดขี่ ก็ใช้พลังที่เพิ่มขึ้น บดขยี้ผู้ต่อต้านอย่างโหดเหี้ยมยิ่งกว่าเก่า!
"นี่มัน... บ้าไปแล้ว..." เฟิงอวี้หรานเบิกตากว้าง ทอดสายตามองภาพเหตุการณ์ที่สะท้อนผ่านค่ายกลดาราของเย่วปิงอวิ๋น "พวกเขาเพิ่งได้รับอิสรภาพ... แทนที่จะสร้างความเจริญ กลับหันมาเข่นฆ่ากันเอง!"
"นี่คือสันดานดิบของมนุษย์... เมื่อไม่มีบทลงโทษ ความเห็นแก่ตัวก็เข้าครอบงำ" ม่ออิงถอนหายใจยาว ชายชรากระชับไม้พยุงกายแน่น "อาเจีย... นี่คือบททดสอบที่แท้จริงของการเป็นผู้บัญญัติกฎ เจ้าจะทำเช่นไร... หากเจ้าลงไปปราบปรามพวกมัน เจ้าก็จะกลายเป็น 'สวรรค์' องค์ใหม่ ที่บังคับด้วยความกลัว ทว่าหากเจ้าปล่อยไว้ จักรวาลก็จะพินาศด้วยน้ำมือของพวกมันเอง"
อาเจียนิ่งเงียบ นัยน์ตาสูญตาสะท้อนภาพทะเลเลือดที่กำลังก่อตัว ชายหนุ่มตระหนักดีว่า การเปลี่ยนแปลงไม่อาจเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน การมอบอิสรภาพให้ผู้ที่ยังไม่รู้จักวิธีใช้มัน คือการยื่นดาบให้เด็กทารก
"ข้าจะไม่เป็นสวรรค์ที่ใช้ความกลัวปกครอง..." อาเจียเอ่ยเสียงเด็ดขาด "ทว่า ข้าก็จะไม่ปล่อยให้พวกมัน ทำลายปณิธานของข้าเช่นกัน"
ชายหนุ่มชี้ปลายพู่กันไปที่ศูนย์กลางการค้าหมื่นภพ และซากกองเรือรบสีชาด
"พวกเราจะใช้ที่นี่ เป็น 'จุดศูนย์กลาง' ของการศึกษา! ถุงเงิน... เจ้าจงนำกองเรือรบที่เหลือรอด บรรทุกสมบัติ ศิลาปราณ และโอสถทั้งหมดในคลังสมบัตินี้ กระจายออกไปทั่วจักรวาล!"
"ทะ... ท่านจะแจกสมบัติของสมาพันธ์การค้าให้พวกมันฟรีๆ งั้นหรือขอรับ!" เจ้าถุงเงินเบิกตากว้าง
"ข้าไม่ได้แจกฟรี" อาเจียแสยะยิ้มเย็นเยียบ "ข้าจะสร้าง 'โรงเรียนหมื่นอักขระ' ขึ้นในทุกดวงดาว... ผู้ใดต้องการศิลาปราณ ผู้ใดต้องการโอสถ ต้องแลกมาด้วยการ 'ศึกษา' และ 'เข้าใจ' วิถีเต๋าแห่งความรับผิดชอบ... หากผู้ใดใช้พลังที่ได้มา ไปเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์... ข้าจะไม่ใช้สายฟ้าฟาดมัน ทว่าข้าจะ 'ริบ' พลังที่สวรรค์ใหม่มอบให้ กลับคืนมา!"
"การริบพลัง..." ฉินมู่หลางพยักหน้าเห็นด้วย "เป็นการลงทัณฑ์ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าความตาย สำหรับผู้ที่หลงใหลในอำนาจ"
"ซิงเสวี่ย ปิงอวิ๋น หลิงเออร์... พวกเจ้าจงเป็นผู้นำในการจัดตั้งค่ายกลวิถีเต๋าในแต่ละดวงดาว... ส่วนอาจารย์ทั้งสอง โปรดช่วยข้าคัดลอกคำสอนจากแผ่นศิลาจารึกแห่งสูญตา เพื่อเป็นตำราหลักของหมื่นภพ"
อาเจียวางแผนอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด การรับมือกับมารในใจ ต้องใช้ปัญญาและการศึกษา มิใช่กำลังและการกดขี่
ทว่า... ในขณะที่แผนการแห่งความหวังกำลังถูกวางรากฐาน
ค่ายกลดาราของเย่วปิงอวิ๋น พลันส่งสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุด! ภาพสะท้อนในค่ายกล ปรากฏภาพของดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ที่กำลังถูกไฟเผาผลาญจนกลายเป็นทะเลเพลิงสีโลหิต!
และเหนือทะเลเพลิงนั้น มีกลุ่มผู้ฝึกตนในชุดคลุมสีดำ กำลังสังหารหมู่ชาวบ้านอย่างโหดเหี้ยม บนชุดคลุมของพวกมัน... ปักลวดลาย 'พู่กันไขว้กับกระบี่' ... ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ 'สำนักหมื่นอักขระ' !
"พวกเราคือ 'ทูตแห่งราชันหมื่นอักขระ' ! ดินแดนนี้ บัดนี้เป็นของพระองค์! ผู้ใดไม่ยอมจำนน ต้องตาย!" เสียงตะโกนของผู้นำกลุ่มชายชุดดำ ดังก้องไปทั่วดาวเคราะห์ดวงนั้น
มิตรสหายทุกคนหันขวับมามองอาเจียด้วยความตกตะลึง!
"มีคน... มีคนอ้างชื่อของเจ้า ไปทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์!" เฟิงอวี้หรานกำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด
อาเจียหรี่ตาลง จิตสังหารที่เยือกเย็นประดุจขั้วน้ำแข็ง ปะทุขึ้นในนัยน์ตาสูญตา
"ศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด... ไม่ใช่สวรรค์เบื้องบน หรือมารบรรพกาล... ทว่ามันคือ 'ผู้แอบอ้าง' ที่นำเจตจำนงของข้า ไปบิดเบือนเพื่อสนองกิเลสของตนเอง" อาเจียกระชับพู่กันแห่งเจตจำนง "มู่หลาง อี้หราน... เราจะไปเยี่ยมเยือน 'ทูต' เหล่านั้นเสียหน่อย... ดูซิว่า พวกมันจะเขียนชื่อของข้า ได้ถูกต้องหรือไม่... ในบัญชีคนตายของพวกมันเอง!"
รุ่งอรุณแห่งความโกลาหล ได้ปลุกกิเลสอันมืดมิดที่สุดของมวลมนุษย์ให้ตื่นขึ้น การต่อสู้ครั้งใหม่ของราชันหมื่นอักขระ ไม่ได้อยู่บนฟากฟ้าอีกต่อไป ทว่ามันอยู่บนผืนดิน... และอยู่ในจิตใจของผู้คนที่เขากำลังปกป้อง!